แสงแดดอ่อน ๆ ในตอนสายส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องอันนา พลิกตัวช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เธอกระพริบตาถี่ ๆ ไล่ความง่วงออกไปก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง
ดวงตาคู่งามกวาดมองไปทั่วห้องและแล้วเธอก็พบว่า…พีท…ไม่อยู่แล้ว
อันนา ชะงัก หัวใจเต้นแ่เบาเมื่อพบว่าไม่มีร่างของชายหนุ่มที่เธอจำได้ดีว่าเขาอยู่ที่นี่เมื่อคืน
เธอขยับนิ้วแตะริมฝีปากตัวเองแ่เบาภาพความทรงจำจากเมื่อคืนไหลย้อนกลับมา
ััร้อนแรง...ลมหายใจของเขาที่ใกล้จนได้ยินชัด... ริมฝีปากของเขาที่แนบลงมาหาเธอช้า ๆแล้วจูบอย่างอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อน
ััของมือหนาที่กอบกุมเต้าอกอวบอิ่มพร้อมทั้งแรงเคล้าคลึงด้วยความเบามือแต่แฝงด้วความผ่าวร้อนได้แผ่ซ่านผ่านชุดนอนบางจิ๋วเข้าไปยังเนินเนื้อยังคงติดอยู่ ผิวกายของหญิงสาวสั่นสะท้านด้วยแรงปรารถนาที่ไม่เคยได้ััจากชายคนไหนมาก่อน
อันนา ใบหน้าร้อนผ่าวโดยไม่รู้ตัวเธอหลุบตามองต่ำใช้ปลายนิ้วแตะริมฝีปากตัวเองอีกครั้งราวกับ้ายืนยันว่าค่ำคืนที่ผ่านมามันไม่ใช่แค่ความฝัน
พีท... ทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวและััของเขาเธอเองก็ไม่เคยได้เจอะเจอมาก่อนเลยมันทำให้เธอวาบหวามและอบอุ่นไปในคราวเดียวกัน
เธอถอนหายใจเบา ๆก่อนจะหันไปมองโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างเตียง ไม่มีข้อความ ไม่มีสายที่ไม่ได้รับ...ไม่มีแม้แต่ร่องรอยว่าเขาจะติดต่อมา
เขาจากไป...โดยไม่พูดอะไรสักคำทิ้งไว้แต่เพียงร่องรอยแห่งราตรี ััของเขายังคงตรึงอยู่บนผิวกาย ทั้งวาบหวาม...และร้อนแรงดั่งเปลวไฟที่ยังไม่มอดดับ
อันนา เม้มริมฝีปากแน่นขึ้นความรู้สึกสับสนปะปนอยู่ในใจ
เธอไม่สามารถลืมจูบอันแสนนุ่มนวลและเร่าร้อนจากริมฝีปากของ พีท ได้เลย
อันนา เอนตัวพิงหัวเตียง สูดหายใจลึกพยายามตั้งสติ ความรู้สึกสับสนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเธอ
"ฉันจะกล้าไปเจอเขาได้ยังไง?"
แค่คิดว่าจะต้องพบหน้า พีท อีกครั้งใจเธอก็เต้นแรงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ แค่จูบจากชายหนุ่มเมื่อคืนกลับทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวแบบนี้เลยเหรอ?
เธอสะบัดหัวเบา ๆพยายามไล่ความรู้สึกว้าวุ่นออกไป แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรเลย เพราะความจริงก็คือ...พวกเขายังต้องทำโครงการวิจัยร่วมกัน และเธอไม่มีทางหลีกเลี่ยงเขาได้
เธอถอนหายใจแรง ๆก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง ไม่มีข้อความ ไม่มีอะไรจากพีทเหมือนเดิม
"หมอนั่น...ไม่คิดจะพูดอะไรเลยหรือไง" อันนา พึมพำกับตัวเอง
ความเงียบจากเขาทำให้เธอยิ่งไม่มั่นใจเธอควรทำตัวอย่างไรเมื่อเจอพีทอีกครั้ง? เธอควรทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือควรพูดถึงมันดี?
เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะกดเข้าไปในแชทของพีท
นิ้วเธอค้างอยู่บนหน้าจอเธอพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ว่า...
"นี่นาย….วันนี้ต้องทำโครงการวิจัยต่อ เจอกันที่ห้องทดลองตอนบ่าย"
แล้วเธอก็ลังเล...ก่อนจะถอนหายใจแล้วกดส่งไป
ติ๊ง!
เธอโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงราวกับมันเป็ของร้อนหัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
ตอนนี้ทำได้แค่รอ...และเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการเจอพีท อีกครั้ง
อันนานั่งนิ่งใจยังสั่นจากการส่งข้อความหา พีท แต่แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ — วันนี้ตอนเย็นโชติชวนไปกินชาบู! วันเกิดของเขานี่นา
เธอเบิกตากว้างพลางตีหน้าผากตัวเองเบาๆ
"ตายแล้ว! ฉันลืมไปเลย!"
แต่ที่เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ก็คือ…
พีท ก็ต้องไปด้วย!
โชติชวน พีท ไปด้วยและเ้าตัวก็ตอบตกลงเรียบร้อย!
อันนา รู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าเปรี้ยงเธอยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเผชิญหน้ากับ พีท ในห้องทดลองได้ยังไงแล้วนี่จะต้องไปนั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันอีกเหรอ?!
เธอทิ้งตัวลงบนเตียงเอาหมอนปิดหน้าแล้วร้องเบา ๆ "โอ๊ย! ทำไมมันต้องเป็แบบนี้ด้วย!"
แต่ไม่ว่าเธอจะรู้สึกยังไง…เย็นนี้เธอก็ไม่มีทางเลี่ยงได้อยู่ดี
เธอถอนหายใจแรง ๆก่อนจะพลิกตัวมองเพดาน "ฉันต้องทำตัวให้เป็ปกติ... ห้ามหลุด เด็ดขาด!"
เธอพยายามหาคำพูดที่จะปลอบใจตัวเองไม่ให้คิดฟุ้งซ่านแต่ทุกครั้งเ้าความคิดที่ดื้อด้านก็เอาแต่คิดถึงร่างกายและััของชายหนุ่มทุกครั้งไป
ฉันไม่ได้ชอบนาย…..เธอพยายามค้านกับหัวใจของตัวเอง
และหัวใจเธอกลับเต้นแรงขึ้นทุกทีเมื่อคิดว่าต้องนั่งร่วมโต๊ะกับ พีท…และต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา
ขณะนั้น….
พีท ที่กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวจิบกาแฟไปพลางอ่านเอกสารงานโครงการวิจัยที่จะทำเนื้อหาไปด้วย และวันนี้เขาเองก็ไม่ลืมว่าจะต้องไปทำโครงการวิจัยต่อและไปงานวันเกิดของไอ้ตี๋หน้าขาวนั่น
ชายหนุ่ม รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันทีไม่ใช่ว่าเขามีปัญหากับโชติเป็การส่วนตัว แต่ปัญหามันอยู่ที่อันนา...
อันนา กับ โชติ
สองคนนี้สนิทกันเกินไป—เกินกว่าที่พีทจะรู้สึกโอเคด้วยถ้าเขาเห็นสองคนนั้นหัวเราะกัน หรือมองตากันด้วยสายตาที่เขาเองไม่เคยได้รับจากเธอคงจะทำให้อารมณ์เสียแน่ๆ
พีท ถอนหายใจ วางปากกาลงแล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้น
เขาหยิบมันขึ้นมาดู แล้วเห็นชื่อของอันนา ปรากฏบนหน้าจอ
"นี่นาย….วันนี้ต้องทำโครงการวิจัยต่อ เจอกันที่ห้องทดลองตอนบ่าย"
พีท ยิ้มมุมปากพลางหมุนโทรศัพท์ในมือช้า ๆ สายตาของเขาไล่อ่านข้อความซ้ำไปมาก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปอย่างไม่รีบร้อน
"อืม เจอกัน" เขาตอบสั้นๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืนระหว่างเขากับ อันนา
เขาลังเลนิดหนึ่งก่อนจะเพิ่มข้อความอีกหนึ่งประโยค
"เมื่อคืน... หลับสบายดีไหม?"
พีท ยิ้มเล็ก ๆ หลังจากกดส่งเขาพิงศีรษะกับพนักเก้าอี้ ดวงตาคมทอดมองไปนอกหน้าต่างราวกับกำลังนึกถึงอะไรบางอย่าง ความเสียวซ่านของอารมณ์ก็แผ่ไปทั่วตัวและหัวใจ
เมื่อคืนมันเกิดขึ้นจริง...
และเขาเองก็จำได้ดี
อันนา ที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงมือกำโทรศัพท์แน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะค่อย ๆปลดล็อกหน้าจอ แล้วสายตาก็สะดุดเข้ากับข้อความจากพีท
"อืม เจอกัน"
เธอพยักหน้ากับตัวเองอย่างน้อยเขาก็ตอบกลับมา… แต่ยังไม่ทันที่เธอจะวางโทรศัพท์ลงสายตาของเธอก็ดันไปอ่านประโยคต่อมาเข้าเต็ม ๆ
"เมื่อคืน... หลับสบายดีไหม?"
"!!!"
อันนา ตาโตรู้สึกเหมือนหัวใจโดนกระตุกแรง ๆ แก้มเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
เขาจะถามแบบนี้ทำไม! เขารู้ไหมว่าเธอคิดมากแค่ไหน!
เธอกัดริมฝีปาก พิมพ์ ๆ ลบ ๆ อยู่นานกว่าจะรวบรวมความกล้าแล้วตอบกลับไปได้
"ฉันหลับสบายแน่นอน"
เธอจ้องข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบพิมพ์เพิ่ม
"และไม่ต้องถามเื่เมื่อคืนหรอก!"
พอกดส่งไปแล้วเธอก็โยนโทรศัพท์ลงบนเตียง แล้วเอามือปิดหน้าตัวเอง หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมา หน้าเธอเริ่มแดงระเรื่อด้วยความอาย
"โอ๊ยยย ทำไมฉันต้องตอบแบบนี้ด้วยเนี่ย!"
แต่เธอก็รู้อยู่แก่ใจว่า... พีทต้ องได้อ่านแล้วแน่ๆ
พีท ที่นั่งเอนตัวสบาย ๆ อยู่บนเก้าอี้มองโทรศัพท์แล้วเห็นข้อความจากอันนา เขาอ่านมันแล้วก็หัวเราะเบา ๆ
พีท ยิ้มมุมปาก ท่าทางของ อันนา แทบจะเดาได้เลยว่าเธอต้องหน้าแดงแน่ๆ แค่คิดถึงท่าทางเขินอายของเธอ เขาก็อดไม่ได้ที่จะอยากแกล้ง
เขาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
"หืม? ทำไมล่ะ หรือว่ายังคิดถึงมันอยู่?"
ติ๊ง!
เขาหัวเราะเบา ๆ เมื่อนึกภาพ อันนา ใที่เห็นข้อความนี้เขากระดิกนิ้วเคาะโต๊ะอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะพิมพ์เพิ่มอีกข้อความ
"เมื่อคืนฉันก็หลับสบายดีนะ...แต่แปลกจัง ทำไมฉันถึงยังจำทุกอย่างได้ชัดเจนเลยล่ะ?"
เขากดส่ง แล้วนั่งรอดูหญิงสาวจะตอบกลับมายังไง
อันนา เบิกตากว้างหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก แก้มของเธอร้อนวูบขึ้นมาทันที
"บ้าเอ๊ย! นายแกล้งฉันชัดๆ!"
เธอเม้มปากแน่น กำโทรศัพท์จนมือสั่น
พีท รู้แน่ ๆ ว่าเธอจะต้องเขินอาย แล้วเขาก็ตั้งใจจะแกล้งให้เธอทำอะไรไม่ถูกแบบนี้!
อันนา เม้มปากแน่นก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
"ฉันไม่ได้คิดถึงมันสักหน่อย!"
แต่พอส่งไปแล้วเธอก็รู้สึกได้ทันทีว่าข้อความนี้มันดูเหมือนการสารภาพผิดยังไงก็ไม่รู้
เธอร้องออกมาเบา ๆ ก่อนจะรีบพิมพ์อีกข้อความต่อท้าย
"อย่ามาหาเื่แกล้งกันนะ!"
พอส่งไปแล้ว เธอก็ทิ้งตัวลงบนเตียงเอาหมอนปิดหน้าตัวเอง
เธอรู้ว่าอีกไม่นาน พีท ต้องตอบกลับมาอีกแน่ๆ และเธอก็ไม่แน่ใจเลยว่าควรจะรับมือกับเขายังไงดี!
พีท หัวเราะในลำคอ นึกภาพ อันนา ที่คงจะหน้าแดงจนทำอะไรไม่ถูกออกได้ชัดเจนเขายกโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างเ้าเล่ห์
"แน่ใจเหรอว่าไม่ได้คิดถึง?"
เขากดส่ง แล้วรีบพิมพ์ต่ออีกข้อความ
"เธอรู้ตัวไหมว่าเธอยิ่งแก้ตัวมันยิ่งน่าสงสัยนะ?"
พีท หัวเราะเบา ๆ พลางเอนตัวพิงเก้าอี้รอดูว่าอันนาจะตอบกลับมาแบบไหน
แต่ก่อนที่เธอจะได้พิมพ์อะไรมาเขาก็ส่งข้อความไปอีกหนึ่งประโยค
"แล้วบ่ายนี้่ทำโครงการวิจัย...เธอจะกล้าสบตาฉันไหมนะ?"
ติ๊ง!
พีท โยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วพิงพนักเก้าอี้อย่างอารมณ์ดีเขารู้ว่าอันนาต้องหัวหมุนเพราะข้อความของเขาแน่ ๆ
แค่คิดถึงสีหน้าของเธอเขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้เลย…
อันนา สูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามตั้งสติก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความตั้งใจแน่วแน่
"ถ้าเจอกัน ฉันจะรีบทำงานให้เสร็จ และไม่สนใจนาย"
"แล้วตอนเย็นฉันก็จะไปงานวันเกิดโชติ ตามที่โชติชวนฉันส่วนนายจะไปหรือไม่แล้วแต่นาย"
"นายไม่ต้องไปก็ได้นะ เพราะจริง ๆโชติเค้าชวนนายตามมารยาท"
"และฉันจะกลับหอเอง นายไม่ต้องมาส่ง!"
"แค่นี้ก็น่าจะชัดเจนพอแล้ว!"
เธอกดส่งข้อความแบบไม่ยั้งและส่งไปอย่างรวดเร็วก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงแล้วพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ
แต่เพียงไม่กี่วินาทีถัดมาเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้ง อันนาหรี่ตามองโทรศัพท์ รู้ดีว่าคงเป็ พีท ตอบกลับมาแน่ๆ เธอสูดหายใจลึก ๆ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาอ่าน
"โอ้โห ปฏิเสธกันแรงขนาดนี้เลยเหรอ?"
"นายหน้าตี๋ชวนฉันตามมารยาทงั้นเหรอ? แต่แปลกจังนะ ฉันกลับได้ยินจากปากนายหน้าตี๋พูดเองว่า “ดี เอาสิ ถ้าพีท อยากไปด้วย” แล้วพีท ก็พิมพ์ข้อความที่ อันนาต้องถอนหายใจ
"แล้วเธอคิดจริง ๆ เหรอว่าฉันจะปล่อยให้เธอกลับคนเดียว?" พีท พิมพ์ตอบกลับแบบมีเลศนัย
อันนา อ่านแล้วไม่ตอบกลับไป เธอทิ้งโทรศัพท์ลงบนเตียงถอนหายใจยาว รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งประกาศากับ พีท ยังไงยังงั้น