จนกระทั่งวันหนึ่ง... ความสงบสุขบนเรือนไม้ท้ายไร่ก็ขาดสะบั้นลงอย่างไม่อาจหวนคืน...
นิลเดินทางเข้าไปในตัวอำเภอท่ามกลางแดดยามบ่ายที่ร้อนระอุ เพื่อหาซื้อปุ๋ยและอุปกรณ์ทำไร่ แน่นอนว่าเดือนย่อมไม่ยอมปล่อยให้ผัวรักได้คลาดสายตา หญิงสาวนั่งคุมแจอยู่ท้ายรถเครื่อง วงแขนเรียวกอดรัดเอวหนาไว้แน่นราวกับปลิง ดวงตาคมตวัดขวางสอดส่องรอบกายเหมือนจงอางหวงไข่
และเมื่อทั้งสองเดินผ่านแผงขายของสด จู่ ๆ เสียงใสก็ร้องทักขึ้นแข่งกับเสียงจอแจของตลาด
“ไอ้นิล! มาซื้อของรึวะ ไม่เจอกันตั้งนาน ผอมลงไปเยอะเลยนะมึง”
‘พิณ’ แม่ม่ายสาวพราวเสน่ห์ เ้าของแผงผักสดในตลาด เอ่ยทักเพื่อนด้วยรอยยิ้ม พิณคือเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกับนิล ทั้งสองเติบโตและวิ่งเล่นด้วยกันั้แ่เด็ก หญิงสาวไม่ได้เข้าไปในหมู่บ้านมานานหลายปีเลยไม่เคยได้ยินถึงฤทธิ์เดชความหึงโหดของเดือน จนมาวันนี้
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยปากตอบกลับ แรงจิกกระชากที่ต้นแขนก็ทำเอานิลที่ไม่ทันได้ตั้งหลักถึงกับเซถลา
“อีนี่ใคร!” เดือนแผดเสียงตวาดดังลั่น
“เพื่อนพี่สมัยเรียน...” นิลถึงกับหน้าถอดสี ก่อนจะรีบกระซิบตอบ พลางคว้าข้อมือของเมียเอาไว้แน่น
“เพื่อนงั้นเหรอ! กูไม่เชื่อ! ดูมันสิ... ทำหน้าระรื่นเชียวเวลาอ่อยผัวชาวบ้าน อีหน้าด้าน! ปากบอกเป็เพื่อน แต่ลับหลังไม่รู้แอบไปนอนแหกแข้งแหกขาเอากันมากี่ครั้งแล้ว”
หญิงสาวด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบโลน พลางสะบัดแขนสุดแรงหมายจะพุ่งเข้าไปขย้ำคอแม่ม่ายสาวให้แหลกคามือ
“หยุดนะเดือน! พี่ขอร้องล่ะ มีอะไรกลับไปคุยกันที่บ้าน”
นิลกัดกรามกรอด สะกดกลั้นอารมณ์โกรธที่กำลังพุ่งสูง ก่อนจะรวบร่างเมียจอมคลั่งเอาไว้ ไม่ให้พุ่งไปก่อเื่ตบตีกลางตลาดซ้ำรอยเดิม สายตาชาวบ้านนับสิบต่างหันมามอง และซุบซิบนินทาชี้ไม้ชี้มือกันอย่างสนุกปาก สร้างความอับอายจนนิลต้องรีบลากตัวเดือนขึ้นซ้อนท้าย แล้วสตาร์ทรถเครื่องออกไปจากตลาดทันที
ตลอดทางกลับบ้าน เสียงแผดด่าประชดประชันของเดือนไม่เคยเงียบหาย คำพูดที่เคยออดอ้อนหวานหูกลายเป็ดังมีดแหลมที่อาบด้วยไฟริษยา นิลเป็ชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูงโปร่งคมเข้ม เต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำ ยิ่งพิณเป็ผู้หญิงหน้าตาดีมีเสน่ห์ เดือนก็ยิ่งคลั่งจนสติแตกคิดฟุ้งซ่านไปไกล แต่ด้วยความเป็ลูกผู้ชาย นิลจึงจำใจกัดฟันทนฟังเสียงก่นด่า และเงียบปากระงับความคุกรุ่นในใจเอาไว้ตลอดทาง
เมื่อล้อรถเครื่องจอดสนิทลงหน้าเรือน เป็จังหวะเดียวกับที่ยายจันแวะมาเอาของที่ฝากซื้อพอดี ผู้เป็แม่จึงได้เห็นลูกชายกับลูกสะใภ้กำลังปะทะอารมณ์กันอย่างดุเดือด
“หยุดบ้าได้แล้วเดือน! พี่ทนมามากพอแล้วนะ!”
นิลที่เก็บกดมานานตวาดเสียงดังลั่นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ความอดทนที่ถูกเก็บซ่อนมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา เส้นเืตรงขมับปูดโปนขึ้นด้วยความโมโห “ความหึงไม่เข้าเื่ของเอ็ง ทำให้ชาวบ้านร้านตลาด...แม้แต่เพื่อนข้าก็ยังไม่มีใครอยากคบ เอ็งพอใจแล้วใช่ไหม”
ร่างของเดือนสั่นระริก คาดไม่ถึงว่าผู้ชายที่ยอมก้มหัวสยบให้มาตลอดจะกล้าขึ้นเสียงตวาดใส่ อาการเจ็บแปลบแล่นริ้วเข้าสู่หัวใจ ด้วยความน้อยใจผสมกับความโกรธจัดทำให้เดือนทำเื่ที่คาดไม่ถึง
“เออ! ถ้าอยู่กับฉันแล้วมันน่าอายนัก...ได้! ฉันจะตายให้พี่ดู พี่จะได้สบายใจ คนอื่นจะได้ไม่รังเกียจพี่อีก”
เดือนหันขวับไปคว้ามีดเล่มเขื่องที่เคยวางอยู่บนชั้น แล้วยกคมเหล็กเย็นเยียบขึ้นจ่อเข้าที่ลำคอตัวเอง การขู่ฆ่าตัวตายคือมารยาเดิม ๆ ที่เดือนมักจะงัดมาใช้ทุกครั้งที่อยากให้นิลยอมศิโรราบและง้อขอขมา
“เดือน! วางมีดลง เอ็งอย่าเล่นบ้า ๆ แบบนี้นะ” นิลหน้าซีดด้วยความใ แม้รู้เต็มอกว่าเป็เพียงการประชด แต่หัวใจคนเป็ผัวที่ยอมเมียมาตลอดมีหรือจะทนดูได้ ต่อให้รู้ว่าโดนหลอก ก็ต้องยอมลงให้เหมือนทุกครั้ง ชายหนุ่มจึงค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้เพื่อจะแย่งมีดมา
“ฉันไม่ได้เล่น! ถ้าพี่ไม่สาบานมาก่อนว่าจะไม่ไปยุ่งกับอีนั่นอีก ไม่อย่างนั้นฉันปาดคอตัวเองแน่” เดือนะโขู่ลั่น แววตาแข็งกร้าว พลางถอยเท้าหนีเมื่อเห็นผัวขยับตัวเข้ามาใกล้
“อีเดือน! มึงวางมีดลงเดี๋ยวนี้นะ” ยายจันที่ยืนตกตะลึงอยู่หน้าบันไดร้องขัดขึ้น
เดือนจึงหันไปแยกเขี้ยวใส่ผู้เป็แม่ผัวโดยไม่เหลือความเคารพแม้แต่น้อย “มึงไม่ต้องยุ่งเลยอีแก่! เื่ของผัวเมีย มึงไม่ต้องเข้ามาสอด”
“เดือน! นั่นแม่กูนะ!” สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้นิลเดือดจัดจนหน้ามืด
“พี่กล้าขึ้นกูกับฉันเหรอ ฉันเป็เมียพี่นะ!”
หลังจากสาดอารมณ์ใส่กันอยู่นาน สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น
เมื่อเท้าของเดือนที่กำลังก้าวถอยหลัง ดันไปเกี่ยวเข้ากับตาข่ายแหดักปลาที่นิลถักค้างไว้และวางกองอยู่บนพื้น ร่างของเดือนเสียหลักหงายหลังวูบด้วยความใ มือที่กำด้ามมีดเกร็งกระตุกเข้าหาตัวสุดแรงตามสัญชาตญาณ
ฉึก!!!
เสียงคมมีดเฉือนลึกเข้าที่เส้นเืใหญ่ตรงลำคอทันที เืสีแดงฉานพุ่งทะลักสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วฝาเรือน ก่อนที่ร่างจะร่วงกระแทกพื้นไม้ดังสนั่นพร้อมลมหายใจที่ขาดห้วง
“เดือน!!!”
นิลรีบถลาเข้าไปดึงร่างของเมียรักขึ้นมาแนบอกด้วยความใสุดขีด สองมือหนากดตะครุบลงบนาแที่เหวอะหวะข้างลำคอเพื่อห้ามเื แต่มันไร้ประโยชน์แรงดันจากเส้นเืใหญ่ทำให้น้ำสีแดงเข้มทะลักไหลผ่านง่ามนิ้วจนเจิ่งนอง ย้อมพื้นไม้กระดานกระดำกระด่างให้กลายเป็สีแดงฉาน กลิ่นคาวเืคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่ว เนื้อตัวของนิลอาบชุ่มไปด้วยเือุ่น ๆ ของเมียรัก
ร่างของเดือนกระตุกเกร็งอย่างแรง ลมหายใจเริ่มตีบตัน ฟองเืสีแดงสดทะลักออกจากริมฝีปากที่เคยเปล่งเสียงด่าทอ ดวงตาของหญิงสาวเบิกโพลงจนแทบถลน จ้องมองใบหน้าของผัวรักด้วยความรู้สึกที่ทั้งเคียดแค้น เสน่หา และอาฆาต
นิลร้องไห้โฮ น้ำตาหยดแหมะลงบนใบหน้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเืของเมียรัก มือหนาสั่นเทาทำอะไรไม่ถูก ยายจันได้แต่ทรุดเข่าร้องกรี๊ดอยู่หน้าบันไดเรือน
ขณะที่จิตสุดท้ายก่อนแววตาจะดับแสงลง รอยยิ้มแสยะที่อาบชุ่มไปด้วยเืผุดขึ้นที่มุมปากของเดือน
ช้า ๆ พร้อมแรงปรารถนาในใจ
‘มึงต้องเป็ของกูคนเดียว... ตลอดไป...’