การมาเยือนของคู่หมั้น 'คิมแชวอน' บุตรีขุนนางใหญ่ผู้ถูกผู้ใหญ่หมายปองให้แต่งงานกับโดยอน เดินทางมาเยี่ยมที่เรือน และเริ่มสงสัยในตัวรินรดา
แสงแดดยามสายส่องทอดผ่านประตูเรือนไม้ รินรดากำลังนั่งพับกระดาษโบราณเล่นอยู่อย่างเพลิดเพลิน ทว่าความสงบยามเช้าก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงก้าวเท้าอันดิ่งมั่นและกิริยาเหยียดเกร็งของเหล่าบ่าวรับใช้ที่รีบหมกตัวก้มศีรษะ
ร่างของสตรีสูงศักดิ์ในชุดฮันบกตัดเย็บจากผ้าไหมชั้นดีสีแดงชาดก้าวเข้ามาในเรือน ‘คิมแชวอน’ บุตรีของอัครมหาเสนาบดีผู้มีอิทธิพลล้นฟ้า ใบหน้าหมดจดถูกฉาบทับด้วยความถือดี สายตาคมกริบของนางกวาดมองไปทั่วเรือนก่อนจะหยุดลงที่รินรดาด้วยความเหยียดหยาม
"ข้าได้ยินว่าเรือนของท่านสืบฮยองมีบ่าวคนใหม่...
ทว่ากิริยาท่าทางและชุดที่สวมใส่กลับดูแปลกแยกประหลาดตา" แชวอนเอ่ยเสียงเรียบสูงพลางเดินเข้ามาใกล้ จ้องมองรินรดาั้แ่หัวจรดเท้า
"เ้าเป็ใครกัน? เหตุใดถึงได้ถือดีมาเดินลอยหน้าลอยตาในเรือนของชายหนุ่มเช่นนี้!"
รินรดาขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณสาวไทยยุคใหม่สายลุยสั่งการทันที แม้เธอจะอยู่ในยุคโบราณ แต่การยอมให้ใครข่มขู่ไร้เหตุผลไม่ใช่ทางของเธอ รินรดาลุกขึ้นยืนตรง สบตาอีกฝ่ายโดยไม่หลบสายตา
"ฉันเป็แขกของท่านสืบฮยองค่ะ"
รินรดาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น
"และตามมารยาทแล้ว การกระแทกเสียงถามแขกของเ้าของบ้านโดยไม่แนะนำตัวก่อน ก็ดูจะไม่ใช่กิริยาของผู้สูงศักดิ์สักเท่าไหร่นะคะ"
"เ้า!"
แชวอนเบิ่งตากว้างด้วยความตกตะลึง สตรีในโชซ็อนไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับนางด้วยสายตาและท่าทีท้าทายเช่นนี้ มือเรียวของแชวอนเงื้อขึ้นหมายจะตบใบหน้าหวานของสาวข้ามภพเป็การสั่งสอน
หมับ!
ทว่าก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะััโดนแก้มเนียน มือหนาทรงพลังของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของแชวอนไว้กลางอากาศได้อย่างทันท่วงที!
"กรุณาสำรวมกิริยาด้วย ท่านหญิงคิม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบของโดยอนดังขึ้น ขุนนางหนุ่มก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างสตรีทั้งสอง ร่างสูงใหญ่สะบัดมือแชวอนออกเบาๆ อย่างมีมารยาททว่าเฉ็ดขาด สายตาคมกริบของเขาจ้องมองหญิงสาวตระกูลใหญ่ด้วยความเ็าดั่งเกล็ดหิมะ
"ท่านสืบฮยอง! นางเป็เพียงบ่าวไร้หัวนอนปลายเท้า ทว่ากลับกล้า..."
"นางมิใช่บ่าว" โดยอนเอ่ยขัดขึ้นเสียงหนักกังวาน "นางคือแขกคนสำคัญของข้า... และของตระกูลข้า หากผู้ใดกล้าแตะต้องนางแม้เพียงปลายเล็บ ก็เท่ากับหยามเกียรติของข้าเช่นกัน"
แชวอนหน้าเสียด้วยความอับอายและหึงหวง นางสบตารินรดาที่ยืนอยู่หลังแผ่นหลังแกร่งของโดยอนด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะสะบัดหน้าหมุนตัวเดินออกไปจากเรือนพร้อมทิ้งสายตาพยาบาทไว้
เมื่อความวุ่นวายสงบลง โดยอนหันกลับมามองรินรดาด้วยความกังวล สายตาตระหนกไร้ความเ็าอย่างที่เคยเป็ "เ้าเป็อย่างไรบ้าง? าเ็ตรงไหนหรือไม่?"
"ฉันไม่เป็ไรค่ะ... ขอบคุณนะ"
รินรดายิ้มบางๆ รู้สึกหัวใจกระตุกไหวเมื่อเห็นสายตาห่วงใยจริงจังจากเขา
มือหนาของโดยอนยกขึ้นแตะไหล่เธอเบาๆ ราวกับจะให้ความมั่นใจ
"ตราบใดที่เ้าอยู่ข้างกายข้า ข้าจักไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำร้ายเ้าเป็อันขาด"
รินรดามองสบตากับขุนนางหนุ่มใต้แสงแดดอุ่น หัวใจพองโตด้วยความรู้สึกอบอุ่นทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด โดยไม่รู้เลยว่าการปกป้องในครั้งนี้ ได้จุดชนวนไฟแห่งความแค้นให้ฝ่ายศัตรูเริ่มเคลื่อนไหวเร็วยิ่งขึ้น!