“ไอ้แลน...นนนด์ ! แดกข้าวกัน”
ปื๊ดะโขึ้นหลังจากตื่นนอนตอนบ่ายโมงทำเอาเ้าเหมียวซึ่งนอนอยู่ข้างประตูวิ่งตาตื่นหางชี้ไปที่หลังบ้านเพราะไม่ชินกับการส่งเสียงดังแหกปากเสร็จก็เดินมาหาพร้อมผม
“เฮียไป กิน ข้าว กัน”
มันอ้าปากกว้างแล้วพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำสงสัยกลัวว่าจะไม่เข้าใจแล้วแม่งก็เกาตูด
เดินหายไปในห้องน้ำสาบานนะว่ามันเป็เพื่อนกันจริงๆ ไอ้สองคนนี้เรียกว่าบุคลิกแตกต่างกันลิบลับอีกคนก็ดูเป็คุณชายเนี๊ยบไปซะทุกอย่างส่วนอีกคนก็ เอ่อ...อย่างที่เห็นล่ะครับ
แลนด์หายเงียบไปในห้องนอนพร้อมกับเสียงไดร์เป่าผมดังตามมาสักพักประตูก็เปิดออกมาพร้อมกินหอมฟุ้ง เสื้อผ้าหน้าผมเรียบร้อยั้แ่หัวจรดปลายเท้าอยากจะบอกว่าน้องเขาดูดีมากกกครั้งแรกที่เจอก็คิดว่าดูดีแล้วมาตอนนี้บอกได้เลยว่าโคตรน่ารัก มัวแต่มองด้วยความตะลึงเลยใเสียงปื๊ดที่ไม่รู้โผล่มาตอนไหน
“มาเต็มตลอดนะไอ้คุณชาย...ย”
มันพยายามลากเสียงแบบประชดประชันเพื่อนอย่างเต็มที่แต่มองอีกทีแม่งน่าหมั่นไส้มากกว่าผมลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายใช้มือเสยผมเบาๆ สองสามครั้ง ชักเริ่มรู้สึกว่าไอ้เ้าพวกนี้มันเริ่มยาวแล้วก็ไม่เป็ทรงแล้วสิ
“เห็นไหมเฮียเขาไม่ต้องแต่งอะไรมากมายก็ยังหล่อ”ปื๊ดเดินมาเกาะไหล่ผม ตอนแรกก็เข้าใจว่ามันจะชมจากใจจริงแต่ที่ไหนได้กลับอวยตัวเองซะงั้น
“แต่ดำไปหน่อยก็เลยหล่อน้อยกว่าผมไปนิดนะเฮีย”
ว่าไงนะมันว่าผมดำเหรองั้นกูขอให้มึงมีแฟนตัวดำกว่ากูทีเถอะ !
“ไปเหอะพี่เชี่ยนปล่อยคนหล่อมันยืนภูมิใจอยู่ตรงนี้แหละ”
แลนด์เดินออกไปส่วนผมก็เดินตามไปติดๆปล่อยคนหล่อยืนชื่นชมตัวเองอยู่คนเดียว
“รอด้วยดิวะ”
ไอ้คนหล่อะโแล้วรีบเดินตามมาโดยไม่ลืมที่จะคว้ากุญแจบ้านออกมาด้วยครั้งนี้ดูท่าทางจะล็อคประตูบ้านอย่างตั้งอกตั้งใจ
“ป้าข้าวราดกะเพราหน่อไม้ดองสามที่ครับ”
ปื๊ดะโสั่งหลังจากทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ที่ร้านอาหารตามสั่งซึ่งห่างจากบ้านเพียงไม่กี่สิบเมตรคนแน่นเต็มร้านแบบนี้ผมว่าน่าจะการันตีเื่รสชาติและบริการในระดับนึง
“สั่งอย่างเดียวกันจะได้แดกเร็วๆ”
มันหันมาพูดเสียงเบาผมค่อนข้างลังเลอยู่เล็กน้อยว่าจะกินได้ไหม ปกติก็ไม่ค่อยคุ้นชินอะไรรสจัดสักเท่าไหร่อีกอย่างไอ้เมนูแปลกๆนี้ก็ยังไม่เคยลองเลยสักครั้ง ไม่ใช่สิไม่มีอยู่ในหัวเลยด้วยซ้ำแต่สักพักก็ได้ยินเสียงโต๊ะข้างๆสั่งเมนูนี้อีกงั้นก็แสดงว่าอาหารจานนี้คงเป็ที่ขึ้นชื่อของร้านแน่เอาวะลองอะไรใหม่ๆ สร้างสีสันให้ชีวิตบ้างจะเป็ไรไป
หลังจากเสียงตะหลิวกระทบกับกระทะดังสนั่นตามด้วยควันฟุ้งและกลิ่นที่ชวนแสบจมูกผ่านไปข้าวราดกะเพราหน่อไม้ดองร้อนๆทั้งสามจานก็ถูกลำเลียงมาเสิร์ฟให้บนโต๊ะเป็ที่เรียบร้อยส่งกินหอมยั่วน้ำลายอยู่ไม่น้อย
“กินได้ไหมสั่งอย่างอื่นไหม ?”
อะไรจะแสนดีขนาดนั้นเด็กน้อยพ่อเทวดาประจำกายของไอ้เชี่ยน
แค่นี้ก็เรียกว่าได้รับการช่วยเหลือมากเกินพอแล้วตาสองข้างของผมจ้องมองอาหารในจานซึ่งมีสีสันและหน้าตาที่คาดเดาไปว่าน่าจะเผ็ดมากอย่างพิจารณาแต่พอหันไปทางปื๊ดที่ไม่ฟังเสียงใครเผลอแป๊บเดียวแม่งฟาดไปเกือบครึ่งจานหมอนี่คงจะหิวจริงๆ ผมหันกลับมามองอย่างลังเลก่อนจะไปค่อยตักเข้าปากค่อยๆััรสชาติของอาหารจานเด็ด ทีเ้าเด็กสองคนนั้นยังกินได้ทำไมคนตัวโตๆจะกินไม่ได้ล่ะ
“แลนด์ว่ามันก็อร่อยนะ รสจัดจ้านดี”เ้าคนตัวเล็กกินไปชมไปไม่หยุดปากแต่ทำไมลิ้นของผมกลับรู้สึกว่ามันออกจะเผ็ดไปสักหน่อยไม่สิมันโคตรเผ็ดเลยต่างหากล่ะเอาว่ะเดี๋ยวหาว่าไอ้เชี่ยนไม่แมนผมกินไปเป่าปากไปแต่ก็ฝืนกลืนเต็มที่ก็ได้แค่ครึ่งจานมันสุดแล้วจริงๆ
“ไม่อร่อยหรอครับ ?”
<...>
ผมชูนิ้วหัวแม่มือบอกว่าอร่อยเพื่อตัดปัญหาแล้วตามด้วยการยัดข้าวเข้าปากโชว์อันที่จริงมันก็รสชาติดีอยู่หรอกแต่ตอนนี้มันทำไมแสบท้องไปหมด
จัดจ้านยันไส้จริงๆ น้องเอ๊ย
“ทำไมเฮียแกเหงื่อซึมวะ หน้าก็ซีดด้วย ?”
ปื๊ดคงสังเกตใบหน้าและท่าทางของผมหลังจากเดินออกมาจากร้านข้าวได้ระยะเมื่อ ลองใช้มือจับหน้าตัวเองมันก็เป็อย่างที่มันพูดแต่หน้าซีดไหมอันนี้ไม่รู้มันก็อย่างว่าแหละครับ
สิ่งมีชีวิตร่างใหญ่ที่ร่างกายเคยมีแต่แอลกอฮอล์ไหลเวียนอยู่พอวันนี้เจออาหารรสจัดเข้าไปมันจะแสดงปฏิกิริยาต่อต้านออกมาให้เห็นบ้างก็คงไม่แปลกอะไร
ร่างสูงใหญ่ลากสังขารตัวเองไปต่อได้ไม่เกิน50เมตรก็ต้องใช้มือกุมท้องแล้วทรุดลงกับพื้นนั่งตัวงอเป็กุ้งเพราะทนต่ออาการปวดแสบปวดร้อนที่ท้องมันไม่ไหวแล้วจริง ๆ
แมนไม่แมนไม่รู้แต่ที่รู้คือกูไม่ไหวแล้วโว๊ยยยยย
“กูว่าแล้วไงไอ้ปื๊ด!” แลนด์รีบเข้ามาประคองร่างใหญ่เอาไว้ไม่ให้หน้าแหกกระแทกคอนกรีต
“ไปโรงพยาบาลXX !” ปื๊ดหน้าเสียรีบส่งเสียงดัง
“ไปโรงบาลXXเชี่ยอะไรไม่มีบัตรประชาชน”
เ้าคนตัวเล็กเริ่มเสียงดังเพราะเป็ห่วงเอ่อ ผมเดาเอาน่ะครับบางทีน้องมันอาจจะแค่กลัวว่าถ้าผมตายแล้วน่าจะเป็ิญญาเร่ร่อนตามไปก่อนกวนณ สถานที่แห่งสุดท้ายก่อนสิ้นชีพก็เป็ได้
ไอ้เหี้ยใครเอาเสียงพี่ป๋อง กพล มาใส่หัวกูวะ
“โรงพยาบาลXXXก็แล้วกัน กูว่าโรงบาลเอกชนคงไม่ซีเรียสเื่บัตรแล้วก็อยู่ไม่ไกลด้วยรีบไปกันเถอะ !”
“ไปดิวะ รอไรอ่ะ !”
“คนไข้ชื่ออะไรคะมีบัตรมาไหม ?” เ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสอบถาม
แลนด์ปล่อยหน้าที่กรอกประวัติให้เพื่อนจัดการแล้วรีบพยุงร่างสูงใหญ่ไปยังห้องฉุกเฉินผมต้องเดินก้มจนตัวงอเพราะมันทำให้อาการปวดทุเลาลงได้เล็กน้อย
“เกริกเกียรติกิตติพงพันธ์ เดี๋ยวผมกรอกข้อมูลเองดีกว่านะครับ”
พูดจบก็รับใบกรอกประวัติผู้ป่วยใหม่มาจัดการท่าทางไอ้หมอนี่น่าจะรู้สึกห่วงผมอยู่เหมือนกันถึงขนาดยอมใช้ชื่อและข้อมูลตัวเองแทนเพื่อให้ได้รับการรักษาจะไม่ให้คิดแบบนั้นได้ไงในเมื่อมันเล่นงัดบัตรประชาชนตัวเองมาวางข้างๆ
“คนไข้เปิดเสื้อให้หมอตรวจหน่อยครับ”
คุณหมอหนุ่มตาตี่แว่นหนาเตอะเอ่ยขึ้นแต่จะว่าไปคาแรคเตอร์ของหมอต้องแบบนี้ตลอดไหมวะ แต่วินาทีนี้อาการปวดแสบปวดร้อนมันทำให้แทบจะไม่อยากทำอะไรเลยนอกซะจากนอนตัวงอนิ่งๆ อย่าว่าแต่ถอดเสื้อเลยจะแก้ผ้าออกจนหมดก็ไม่สนใจทั้งนั้นจะทำอะไรกับร่างนี้ก็ได้ขอแค่เอาไอ้อาการบ้านี่ออกไปจากตัวผมซะที
หน้าที่ในการช่วยนายแพทย์หนุ่มตรวจร่างกายและวินิจฉัยโรคจึงตกเป็ของแลนด์ไปโดยปริยายเด็กนี่คอยอำนวยความสะดวกไปทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็ช่วยตอบคำถามหรือเปิดเสื้อให้ตรวจอาการผมแอบมองเห็นสีหน้าแปลกใจเมื่อได้เห็นผิวหน้าท้องที่ขาวและเรียบเนียนแตกต่างจากผิวนอกร่มผ้าที่แสนจะดำด้านไม่ต่างจากหนังคางคกอย่าว่าแต่สองคนนี้เลยตัวผมเองก็ยังแปลกใจในครั้งแรกที่เห็นอยู่เหมือนกัน
“หมอจะให้ยาทางเส้นเืนะครับกว่าจะหมดก็น่าจะใช้เวลาประมาณ30 นาที”
หลังเสร็จสิ้นการตรจวินิจฉัยนายแพทย์หนุ่มก็เดินออกไปจากห้องฉุกเฉินสักพักก็มีพยาบาลสาวสวยเตรียมอุปกรณ์การให้ยาเข้ามาตามออเดอร์
“เดี๋ยวก็หายแล้วนะ” มือเล็กๆ ยื่นมาััมือใหญ่หนาเบาๆก่อนเดินไปรอที่เก้าอี้ด้านข้างเพื่อให้คุณพยาบาลทำหัตถการได้อย่างสะดวกสายตาคู่นั้นบ่งบอกถึงความห่วงใยที่ถูกถ่ายทอดมาโดยไร้การปิดบังใดๆอาการปวดท้องที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ระดับความสนใจของผมต่อเ้าคนตัวเล็กค่อยๆลดลงรวมทั้งทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้างเ่าั้ก็เช่นกัน เปลือกตาทั้งสองข้างปิดลงช้าๆและสนิทลงในที่สุด
“งั้นเดี๋ยวผมจะออกไปซื้อโจ๊กมาให้ขอโทษนะเฮียที่ทำให้เป็แบบนี้”
ปื๊ดพูดเบาๆแบบสำนึกผิดแต่จะว่าไปก็ไม่ใช่ความผิดของน้องมันหรอก สำหรับคนที่แทบจะไม่ได้กินข้าววันๆ แดกแต่เหล้าก็คงไม่แปลกหากจะมีอาการกระเพาะต่อต้านอาหารรสจัดทุกประเภทแบบนี้ต่อไปก็คงต้องหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดบ้างแล้ว ใครจะไปโทษการดื่มกันล่ะครับจริงไหม ?
“ปกติไม่ค่อยทานข้าวใช่ไหมหรือทานข้าวไม่ตรงเวลาแล้วนี่ชอบทานอาหารรสจัดด้วยหรือเปล่า ?”
แลนด์ยิงคำถามมาเป็ชุดหลังจากพยาบาลสาวสวยมือเบาเดินออกไปจากห้อง
“ต่อไปมีอะไรก็บอกกันนะอันไหนทานไม่ได้ให้บอกมาตรงๆ ไม่ต้องเกรงใจ”
คนตัวเล็กลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงขณะที่ผมนอนตะแคงให้ยาอยู่
“ต่อไปต้องทานอาหารให้เป็เวลา”
“งดอาหารรสจัดด้วย”
“ห้ามเครียดอีกข้อ”
“เข้าใจไหมครับ?”
<...>ผมปรือตาพยักหน้าตอบทุกประโยคคำสั่ง การรับรู้สิ่งต่างๆรอบตัวเริ่มมากขึ้นทีละน้อยเพราะอาการปวดเริ่มลดลง รับทราบครับคุณแลนด์ แหม บ่นเป็แม่กูเลย
“ปกติดื่มเหล้าใช่ไหมห้ามดื่มเหล้าอีกเด็ดขาดด้วยจนกว่าจะหาย”
ทิ้งท้ายมาซะราวกับรู้สาเหตุหลักที่ทำให้ผมต้องมานอนแอ้งแม้งให้ยาอยู่แบบนี้
ด้วยฤทธิ์ของยาที่ให้ทางหลอดเืทำให้อาการเ็ปพวกนี้หายไปอย่างรวดเร็วจะเรียกว่าว่าเป็ปลิดทิ้งก็คงไม่ผิดบางทีเผลอคิดไปตัวเองคงถูกมองว่าแกล้งป่วย แต่ใครมันจะบ้ามานอนเล่นที่โรงพยาบาลแล้วเลิกผ้าเปิดพุงให้หมอดูแถมมาให้พยาบาลใช้เข็มจิ้มแขนแบบหมดสภาพอย่างนี้กันล่ะแต่ไหนๆ ก็เจ็บตัวแล้วผมเลยนึกอยากจะให้ยามันขวดใหญ่กว่านี้จะได้ยืดเวลาในการนอนมองคนตรงหน้าให้นานหน่อยใบหน้าเนียนใส ตาโต แก้มป่องและคำพูดที่แสดงออกมาถึงความห่วงใยแบบไม่อำพรางความรู้สึกใดๆแบบนี้ถึงจะแลกกับอาการเจ็บเวลาโดนเข็มแทงก็ยอมวะ
“ยาจะหมดแล้วแฟนไปรอข้างนอกก็ได้นะคะ”
พยาบาลสาวสวยมองมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มขณะที่ถือถาดสำลีและพลาสเตอร์เพื่อถอดสายน้ำเกลือ
จะว่าไปไอ้กิริยาท่าทางนั่งข้างเตียงพร้อมกับกุมมือเฝ้ามองด้วยแววตาห่วงใยไม่ห่างตบท้ายด้วยการเทศนาสั่งสอนเื่การปฏิบัติตัวแบบนี้เป็ใครก็คงมองเป็อย่างอื่นไปไม่ได้หรอกยิ่งถ้าบอกว่าเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงวันนะจ้างก็ไม่มีใครเชื่อ แต่ก็นะใครจะคิดยังไงมันก็เื่ของเขาผมเป็ไงย่อมรู้ตัวเองดี
“ผมไม่...” แลนด์ชะงักไม่พูดต่อ เพราะนึกได้ว่าอาจรบกวนที่คนป่วยนอนหลับตาอยู่เลยยืนขึ้นและเดินออกไปเพื่อจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์
“ค่ายาสองพันห้าร้อยบาทค่ะ”เ้าหน้าที่ตรงเคาท์เตอร์เอ่ยขึ้น แลนด์จึงยื่นให้ตาม
จำ นวนอย่างครบถ้วน
“ส่วนนี่คือยากินนะคะเป็ยารักษาแผลในกระเพาะหนึ่งแคปซูลก่อนอาหารเช้าเย็น ยาแก้ปวดท้องและยาลดกรดในกระเพราะอาหารทานหลังอาหารเช้ากลางวันเย็นค่ะ”
เ้าหน้าที่คนเดิมแนะนำการรับประทานยาอย่างเสร็จสรรพ
“มึงมีเงินจ่ายเหรอวะค่ายาแพงขนาดนี้?” ปื๊ดเดินมาพร้อมโจ๊กที่ส่งกินหอมโชยเตะจมูก ยั่วน้ำลายชะมัด ผมคงหิวจริงๆแล้วแหละ
“ก็มีดิพี่เชี่ยนให้ไว้ั้แ่เมื่อเช้าไง”
“เฮียเชี่ยนนี่ก็ยังไงเนอะคนบ้าอะไรพกเงินสดหลายหมื่นติดตัว”
“...”
“แต่ไอ้ที่แปลกก็คือแม่งยกให้มึงทั้งหมดนี่สินี่ก็จะอยู่ยาวเลยเปล่าวะ ?”
มันพูดออกมาอย่าอดสงสัยไม่ได้คนนึงก็ซื่อที่รับคนแปลกหน้ามาอยู่ร่วมบ้านแต่ไอ้คนซื่อกว่านี่สิเล่นยกเงินจนหมดตัว
ถ้าเ้าของบ้านไล่ออกจากบ้านจะทำยังไงต่อกันล่ะข้อนี้ยอมรับว่ายังไม่ได้คิดเอาไว้เลยคงทำตีมึนไม่ยอมไปไหนหรือไม่ก็ทำตัวสำออยให้น่าสงสารมั๊ง
“ขอบใจนะที่มึงช่วยเื่ทำบัตรผู้ป่วยน่ะ”
“ขอบใจอะไร อันไหนช่วยได้กูก็ต้องช่วยดิ”
เป็อย่างที่คิดไว้ปื๊ดยอมใช้ข้อมูลของตัวเองเพื่อเปิดบัตรผู้ป่วยให้กับผม นี่คือความจริงใจอีกครั้งที่ได้รับในการพบกันของเราณ ตอนนี้มุมมองดีๆ ในการใช้ชีวิตบนโลกสีน้ำเงินใบใหญ่ของไอ้เชี่ยนเริ่มขยายกว้างขึ้นแล้วน่าจะราวๆ 20 องศาเห็นจะได้แต่อย่าลืมว่ายังมีอีก 340 องศาที่ยังมองโลกในมุมที่เลวร้ายอยู่
เมื่อจัดการเื่ค่าใช้จ่ายเป็ที่เรียบร้อยแล้วสักพักผมก็เดินออกมาจากห้องฉุกเฉินด้วยอาการปกติเหมือนไม่ได้ปวดท้องมาก่อนสิ่งที่ยังหลงเหลือในร่างกายตอนนี้คือพลาสเตอร์ที่แปะตรงข้อมือซ้ายเท่านั้น ปกติแล้วแลนด์น่าจะมารับบริการที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ทุกครั้งที่เจ็บป่วยเพราะสะดวกรวดเร็ว อีกอย่างคนใช้บริการไม่ค่อยเยอะเท่ากับโรงพยาบาลอื่น จึงไม่แปลกถ้าคนแถวนี้จะคุ้นเคยจนกล้าเอ่ยปากแซวออกมาแบบนั้น
“ไหวเปล่าเฮีย?”
ปื๊ดถามพร้อมยื่นถุงบรรจุกระป๋องโจ๊กที่เริ่มเย็นแล้วให้อย่างเป็ห่วงผมยกแขนข้างขวาชูขึ้นและงอให้เห็นกล้ามเนื้ออย่างชัดเจนเพื่อบอกให้รู้ว่ากูยังไม่ตายแค่ปวดท้องเกือบตายอาจจะเข็ดถึงขั้นไม่แตะอาหารรสจัดไปเลยก็เท่านั้น
“งั้นก็ไปซื้อของกันแต่ถ้าไม่ไหวบอกได้ตลอดนะ”
คนตัวเล็กพูดอย่างอดห่วงไม่ได้เหตุผลที่ต้องรีบไปซื้อข้าวของในวันนี้ก็คงเป็เพราะ้าไปซื้อของใช้ส่วนตัวให้กับผมนี่แหละดูจากขนาดแล้วคงใส่เสื้อผ้าด้วยกันไม่ได้แน่นอนถ้าเสื้อผ้าไม่ยืดหรือปริก็คงเป็ตัวผมเองที่หน้าเขียวเพราะหายใจไม่ออก
“ผมว่าเฮียต้องมีของใช้และเสื้อผ้าใส่จะมาเร่ขายข้าวหลามหนองมนทุกวันไม่ได้นะเดี๋ยวใครบางคนแถวนี้จะหัวใจวายตายซะก่อน”
ไม่พูดเปล่ามันชำเลืองตาไปมองเพื่อนสนิทที่พยายามทำหน้าให้เฉยที่สุดแต่หน้าตาอย่างนั้นซ่อนอะไรมิดซะที่ไหนล่ะผมว่าน้องเขาดูออกง่ายมากโดยเฉพาะเวลาที่รู้สึกอาย
<...> ผมพยักหน้าแล้วก็เดินตามคนหูแดงออกไปจากโรงพยาบาล จากที่เทศนาผมยกใหญ่ในโรงพยาบาลไหงตอนนี้เงียบฉี่เลยล่ะไอ้หนูกลับมาบ่นต่ออีกซักหน่อยสิวะ