โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
วันพรุ่งนี้เป็ครั้งแรกที่เฟยหลงจะไปเรียนที่สถานศึกษาประจำหมู่บ้าน เฟยฮวารู้สึกใจหายยิ่งนัก นี่คงเป็ความรู้สึกของพ่อแม่ เวลาเห็นลูกโตขึ้นอีกหนึ่งระดับแล้วออกห่างเราไป อยู่ที่ร่างนี้มาเกือบสองเดือน มีเฟยหลงอยู่ด้วยทุกวันจนเกิดความรู้สึกผูกพัน เฟยฮวารู้สึกรักเด็กคนนี้จนประจักษ์เข้าไปในใจ ชีวิตก่อนั้แ่สูญเสียบิดามารดาแม้จะอยู่ได้ แต่ลึก ๆ ยังคงมีความรู้สึกโดดเดี่ยว พอได้พบเฟยหลง รู้สึกว่าตนนั้นได้รับครอบครัวกลับคืนมาไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป
สถานศึกษาิเจีย เป็สถานศึกษาประจำหมู่บ้านหนิงอัน สร้างขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน ตอนนั้นนับว่าเป็สถานศึกษาเพียงไม่กี่แห่งของแคว้นชิงหลง ในเมืองหลวงสถานศึกษาน้อยนัก เมืองอื่นในแคว้นแทบไม่ต้องพูดถึง ทั้งเมืองมีเพียงแห่งเดียวและสงวนให้ชนชั้นสูงเท่านั้น หมู่บ้านหนิงอันโชคดีที่มีผู้นำดี หนานเต๋อเป็ผู้ริเริ่มให้มีสถานศึกษาประจำหมู่บ้าน
ด้วยค่านิยมแต่ก่อน ทำให้สถานศึกษาหมิวเจียรับสอนเพียงเด็กชายเท่านั้น ไม่ว่าจะทางบู๊หรือบุ๋น ล้วนมีสอน จากผู้มีความรู้ในหมู่บ้าน และคนที่หนานเต๋อเชิญมา เมื่อก่อนหนานเต๋อเองยังแบ่งเวลาไปสอนด้วยตนเอง อาจติดขัดไปบ้าง แต่หนานเต๋อก็พยายามให้เด็กในหมู่บ้านได้เรียน
ความพยายามของหนานเต๋อไม่สูญเปล่า ความเปลี่ยนแปลงที่น่ายินดีเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน ทางการประกาศให้ทั่วแคว้นชิงหลง ต้องมีสถานศึกษาประจำหมู่บ้าน และเปิดสอนสตรีด้วย วิชาสอนจะต่างจากบุรุษ คือสอนอักษร ศาสตร์ของสตรี การป้องกันตัว รวมถึงการค้า ทั่วแคว้นเด็กทุกคนมีโอกาสได้เข้าเรียน การศึกษาเข้าถึงทุกที่ หากเรือนไหนมีตำลึงก็ให้ซื้อหนังสือและเครื่องเรียนเอง หากขาดแคลนตำลึง ทางการก็มีให้หยิบยืมหนังสือ อยากเรียนสิ่งไหน หรือขาดผู้มีความรู้ ก็สามารถส่งเื่ให้ทางการได้ ทางการจะเป็ผู้ดูแลให้ อีกทั้งสนับสนุนอาหารกลางวัน อาหารว่าง เด็กที่มาเรียนล้วนได้รับความรู้และอิ่มท้อง ได้กินเนื้อทุกวัน
ในปัจจุบันสถานศึกษาิเจีย จึงมีการเรียนการสอนที่ครบครัน เพราะได้รับการสนับสนุนที่ดีจากทางการ หนานเต๋อไม่ต้องเหนื่อยในการหาคนมาสอน
สถานศึกษาิเจีย เปิดสอน 4 ระดับ คือ
ระดับต้น อายุ 4-7 ปี
ระดับกลาง อายุ 8-12 ปี
ระดับปลาย อายุ 13-17 ปี
ระดับผู้สนใจ ระดับนี้คือ ใครเข้ามาเรียนก็ได้ ไม่จำกัดอายุ จะมีการสอนตัวอักษร สำหรับคนอายุมากแล้วแต่อยากเริ่มเรียนรู้ และศาสตร์อื่น ที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญ ล้วนเป็คนที่ทางการจัดหามา โดยจะเดินทางไปสอนทั่วแคว้น สลับหมุนเวียนกันไป เช่น การสอนทำบัญชี การขายของ การทำอาหาร การถนอมอาหาร การตัดเย็บผ้า การทำปุ๋ย และอีกมากมาย จะมีประกาศล่วงหน้าว่าสอนในเื่ใด ใครสนใจก็ไปเรียนได้ นับว่าเป็ยุคทองของการศึกษา เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้
หากใครเรียนดี ประพฤติดี ทำความดี ก็จะส่งเื่และชื่อให้ทางการ เพื่อรับรางวัล และรางวัลใหญ่ หากผลงานสร้างชื่อจนผ่านการคัดเลือก ทั้งตัวเด็กและครอบครัวต้องไปรับรางวัลจากมือจักรพรรดิ รางวัลมีหลากหลาย ไม่ใช่แค่ความเก่งในเื่การเรียน เมื่อปีก่อนเด็กสาวจากสถานศึกษาิเจียก็ได้รับรางวัล จากการช่วยเหลือคนตกน้ำ รับรางวัลจากมือฮ่องเต้ ฮองเฮากล่าวชื่นชมว่า ‘ช่างเป็เด็กสาวที่มีจิตใจกล้าหาญ บิดามารดาสั่งสอนบุตรได้ดี หากประพฤติเช่นนี้ต่อไป อนาคตข้างหน้าคงมีแต่เื่น่ายินดี’ ทุกคำล้วนสลักเข้าไปในใจผู้ได้ฟัง ใครจะมาคิดว่าผู้ปกครองแคว้นจะมาใส่ใจเื่แบบนี้ เมื่อก่อนกว่าจะได้รับคำชมคงต้องออกรบแล้วชนะ แต่นี่เพียงสถานศึกษาเขียนรายงานการทำความดี ส่งให้ทางการ คิดว่าอยากให้เด็กได้รับรางวัลเล็ก ๆ ไม่คิดว่าเื่จะถึงคนในวัง เป็เื่ที่กล่าวขานไปทั่วแคว้น สร้างค่านิยมใหม่ว่า แม้จะเป็สตรีแต่ก็ทำในสิ่งที่กล้าหาญได้
เมื่อเฟยฮวาได้รับรู้เื่ราวการศึกษาของแคว้นจากท่านลุงหนาน ก็รู้สึกดีมาก นางไม่มีความทรงจำในส่วนนี้เพราะเ้าของร่างนั้นไม่เคยสนใจเื่การศึกษา พอได้ฟังก็รู้สึกยินดีมาก ทางการสนับสนุนการศึกษาเป็อย่างดี เปิดสอนหนังสือสตรี ทุกหมู่บ้านมีสถานศึกษา และการสอนในระดับผู้สนใจ คงคล้ายกับการอบรมพิเศษในชีวิตก่อนของนาง ผู้คิดช่างมีสายตาหลักแหลมเฉียบคม เฟยฮวาเป็ครูมาก่อนย่อมรู้ดีว่า สิ่งที่จะทำให้ชีวิตคนดีขึ้นได้ก็คือความรู้ แล้วไหนจะผู้ปกครองแคว้นที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา รวมถึงการประพฤติดี ควบคู่กัน ให้ความสนใจกับเด็ก พวกท่านคงรู้ว่าในวันข้างหน้าเด็กเหล่านี้ จะเป็กำลังสำคัญของแคว้น เป็อีกครั้งที่เฟยฮวาคิดว่า ตนเองนั้นเกิดใหม่ได้ถูกที่
หลังรับอาหารเย็น สองแม่ลูกยังคงกินของหวานต่อ ตั้นเก่ามะพร้าวนมสด เนื้อนุ่ม มะพร้าวอ่อนแสนอร่อย นมสดกลมกล่อม เข้ากันที่สุด แต่ความเร็วในการกินของบุตรชายนั้นช้าลง มารดาอย่างนางย่อมสังเกตเห็น
“คิดอันใดเฟยหลง วันนี้ตั้นเก่าไม่อร่อยหรือ” เฟยฮวาถามเพราะปกติแล้วเขาชอบขนมนี้มาก นี่ก็เป็ผู้ออดอ้อนให้นางทำให้กิน
“อร่อยเช่นเดิมขอรับ แต่ข้าคิดเื่ที่พรุ่งนี้จะไปสถานศึกษาวันแรก” เฟยหลงตอบกลับอย่างหงอย ๆ
“แม่ก็เคยเป็ เมื่อเราต้องออกไปพบผู้คนใหม่ที่ไม่คุ้นเคย มักตื่นเต้นเสมอ”
“ท่านแม่ก็เคยเป็เช่นข้าหรือขอรับ”
“เคยสิ ไม่ใช่แค่แม่ หลายคนก็เป็ อย่าเพิ่งคิดไปไกลว่ามันจะไม่ดี ลูกเป็เด็กดี แม่เชื่อว่าต้องมีสหายที่เข้ากันกันได้แน่นอน” อยากเล่าเหลือเกินว่าแม่ก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้วตอนเรียนอนุบาล
“จริงนะขอรับ”
“จริงสิ พรุ่งนี้แม่ทำขนมให้ไหม เอาไปแบ่งให้สหายใหม่” ตอนเด็กในชีวิตก่อนเฟยฮวาก็เคยใช้ขนมซื้อเพื่อนเหมือนกัน พกลูกอมไปถุงใหญ่ไปแจกสร้างมิตรภาพ ทั้งยังเคยจัดกิจกรรมตอนที่เป็ครู ให้เด็กแบ่งปันขนมกัน ตอนกินนี่แหละก็ทำให้สนิทกันได้
“ขอบคุณขอรับ! สหายใหม่คงชอบแน่” เฟยหลงยิ้ม ตักตั้นเก่าเข้าปากด้วยความเร็วเท่าเดิม เห็นแบบนี้แม่ก็สบายใจ
‘พี่ชายระบบเตรียมพร้อม พรุ่งนี้เช้าเราทำขนมกัน’ เฟยฮวาเอ่ยขึ้นในใจ
‘ข้าพร้อม ปิ่งกันสารพัดรสชาติดีไหมขอรับ ทานง่าย พกพาสะดวก’
‘ความคิดดีเ้าค่ะ เอาตามพี่ชายว่าเลย’
นี่เป็อีกสกิล พอใช้งานระบบอยู่บ่อยครั้ง สามารถติดต่อได้โดยไม่ต้องขึ้นจอภาพแล้ว เมื่อนึกถึงระบบพูดในใจเหมือนเดิม ก็ได้ยินเสียงคำตอบในหัวตัวเองทันที สะดวกสบายขึ้นมาก
เช้าวันต่อมา ยามเหม่า เฟยฮวากำลังห่อ ปิ่งกันชิ้นใหญ่จากพี่ชายระบบ ที่วันนี้ชิ้นใหญ่เป็พิเศษ นางห่อกระดาษคละรสชาติเป็อย่างดี ถือคติบุตรชายต้องไม่น้อยหน้า มีทั้งรสนม มะพร้าว ผูเถาแห้ง เยี่ยนไม่ แอบถามจำนวนเพื่อนในห้องเรียนของบุตรชายมาแล้ว นางทำไปเกินพอสมควร ทำเผื่ออาจารย์ผู้สอนและคนอื่น ๆ ด้วย เรียบร้อยแล้วก็ใส่ตะกร้าไปวางที่โต๊ะอาหาร เห็นบุตรชายแต่งกายเรียบร้อยมาพอดี
“วันนี้เ้าดูรูปงามเป็พิเศษ” เฟยฮวาเอ่ยแซวบุตรชาย เพราะวันนี้เข้าห้องอาบน้ำนานกว่าปกติ
“ข้าอาบน้ำอยู่นานขอรับ” เฟยหลงยิ้ม
“แม่ว่าแล้ว แต่ลูกก็รูปงามทุกวัน”
“ท่านแม่…”
แล้วเด็กชายก็อายม้วน น่าเอ็นดู ขี้อายมากเวลาโดนชม จนต้องเลิกแซว เดี๋ยวแก้มจะแดงจนแตกไปเสียก่อน
“มากินข้าวเช้ากันเถิด วันนี้เป็ข้าวสวยนะ จะได้อยู่ท้องหน่อย”
“แกงจืดฟักซี่โครงหมู ไข่เจียวนุ่มหอม ๆ”
“แกงจืดกับไข่เจียวเข้ากันยิ่งนักขอรับ ท่านแม่ช่างเก่งเื่อาหาร”
เป็คำชมที่แสนภูมิใจ
“กินเนื้อให้มากหน่อยเล่า มาแม่ตักให้”
“เพิ่มไข่เจียวอีกสักนิด”
“กินฟักด้วยลูก ช่วยแก้ร้อนใน เป็ยาชั้นดีเชียว”
กิจวัตรประจำวันของเฟยฮวาคือการขุนบุตรชาย
“กินข้าวเสร็จแล้ว กินนมบำรุงด้วย”
“ขอรับ นมมีประโยชน์ทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง”
“กล่าวได้ดี” เฟยฮวายิ้ม ต่อบทได้แล้วเพราะนางพูดย้ำทุกวัน
“อีกสักพักท่านลุงเจี้ยนคงมารับลูก” นัดเอาไว้ยามเฉิน สถานศึกษาเริ่มสอนตอนเข้ายามซื่อ และเลิกสอนตอนปลายยามเว่ย นัดท่านลุงเจี้ยนให้ไปเร็วหน่อยจะได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนเรียน
“ใจข้าสั่นมากขอรับท่านแม่”
“เป็สัญญาณของการเติบโต ไม่มีอะไรให้กังวล เรียนเสร็จแล้ว กลับมาเล่าให้แม่ฟังได้หรือไม่ว่า พบเจอบ้าง”
“ได้ขอรับท่านแม่ ข้าจะตั้งใจเรียน จะรีบเขียนอักษรให้ได้ ข้าอยากเขียนจดหมายให้ท่านพ่อ”
“การมีเป้าหมายเป็เื่ที่ดี แต่ต้องไม่กดดันตัวเองมากไป ท้ายที่สุดแม่เชื่อว่าลูกทำได้แน่นอน”
“ขอรับท่านแม่” ท่านแม่เชื่อมั่นในตัวเขาเสมอ
“วันนี้ไปสถานศึกษาวันแรก แม่ไปส่งเ้าดีหรือไม่” นางตั้งใจจะไปส่งเขาอยู่แล้ว เพียงแต่รอเวลาบอกให้เด็กชายดีใจ
“ได้หรือขอรับท่านแม่!” เฟยหลงตาเป็ประกายดีใจ
“ได้สิ เป็วันสำคัญ แม่จะทั้งไปส่งและรอรับด้วยเลย ไปส่งลูกแล้วแม่จะไปตลาด ซื้อของอร่อย รอเวลารับที่สถานศึกษา กลับบ้านมาเลี้ยงฉลองที่ลูกไปเรียนวันแรก”
“ขอบคุณขอรับ ข้ารักท่านแม่และท่านพ่อที่สุดเลย” เขากอดเอวมารดาเข้าเต็มแรง พร้อมกับความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุดเพราะได้รับกำลังใจก้อนใหญ่ เขาพร้อมแล้วที่จะออกไปผจญภัยในโลกกว้าง วันนี้ต้องเขามีสหายจะได้เอามาเล่าให้ท่านแม่ฟัง!
#มารดาอ้วนตัวร้าย
〰️ 〰️ 〰️ ·̩͙ ₊ ᨦ ♡ ᨩ ₊ ·̩͙ 〰️ 〰️ 〰️
ิเจีย = สว่างและงดงาม
ตั้นเกา = เค้ก
ปิ่งกัน = คุกกี้
ผูเถา = ลูกเกด
เยี่ยนไม่ = ข้าวโอ๊ต
ยามเหม่า = 05.00-07.00
ยามเฉิน = 07.00-09.00
ยามซื่อ = 09.00-11.00
ยามเว่ย = 13.00-15.00