ลานชุมนุมสำนักจันทร์กระจ่าง
แสงอรุณยามเช้าสาดส่องลงมายังลานชุมนุมสำนักจันทร์กระจ่างอันกว้างใหญ่ไพศาลพื้นที่ที่ปกติใช้สำหรับการฝึกฝนและพิธีการสำคัญบัดนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็สังเวียนประลองอันยิ่งใหญ่แท่นประลองหินอ่อนสีขาวนวลตั้งตระหง่านอยู่กลางลานรายล้อมด้วยอัฒจันทร์ที่สร้างจากไม้หอมจันทน์แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงสามารถรองรับศิษย์นับพันคนได้อย่างสบายๆ ธงทิวสีสันสดใสปลิวไสวไปตามแรงลมประดับประดาด้วยตราสัญลักษณ์ของสำนักจันทร์กระจ่างรูปพระจันทร์เสี้ยวสีเงินยวงบนพื้นหลังสีครามเข้มบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ของสำนักแห่งนี้
บรรยากาศในวันนี้คึกคักเป็พิเศษเสียงจอแจของเหล่าศิษย์ที่มารวมตัวกันจากยอดเขาต่างๆ ดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณบางคนจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรสบางคนกำลังวอร์มอัพร่างกายด้วยการร่ายรำกระบวนท่าพื้นฐานเบาๆเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประลอง บ้างก็กำลังมองหาเพื่อนฝูงและคู่แข่งที่ตนเองหมายตาไว้ดวงตาของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ความมุ่งมั่นและความหวังที่จะแสดงฝีมือให้เป็ที่ประจักษ์
บนแท่นประธานที่สูงสง่า เ้าสำนักจันทร์กระจ่าง'สิงหราช' ในชุดคลุมสีทองอร่ามประทับอยู่กลางบ่งบอกถึงอำนาจและบารมี ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมและเปี่ยมด้วยปัญญาแต่ดวงตาของเขากลับกวาดมองไปทั่วลานประลองราวกับกำลังประเมินศักยภาพของเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ที่จะเป็อนาคตของสำนัก
ข้างกายสิงหราชคือเหล่าเ้ายอดเขาผู้ทรงอิทธิพลจากยอดเขาต่างๆของสำนัก แต่ละคนล้วนมีพลังบำเพ็ญเพียรสูงส่งและมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วดินแดน
'ยอดเขาเมฆาคล้อย' 'ชาญณรงค์' ชายหนุ่มรูปงามผมยาวสลวย ใบหน้าคมคายดวงตาเป็ประกายดุจดวงดาวเขาสวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดูสง่างามราวกับเทพเซียนจุติลงมาชาญณรงค์เป็ที่รู้จักกันดีในเื่ความสามารถด้านกระบี่ไร้เทียมทานและเป็ศิษย์เอกของยอดเขาเมฆาคล้อยซึ่งเป็ยอดเขาที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากยอดเขาจันทรา
'ยอดเขาวารีใส' 'เดชานนท์' ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำใบหน้าเปี่ยมด้วยความเมตตา ดวงตาฉายแววความสุขุม เขาสวมชุดคลุมสีครามเข้มดูลึกลับน่าค้นหา เดชานนท์เชี่ยวชาญวิชากระบี่วารีที่พลิกแพลงดุจสายน้ำและมีชื่อเสียงในด้านการฝึกฝนศิษย์ให้เป็ยอดฝีมือ
"เ้ายอดเขาเมฆาคล้อยดูเหมือนว่าปีนี้ศิษย์ของท่านจะคึกคักเป็พิเศษนะ" เ้ายอดเขาวารีใสอาจารย์สมศรีกล่าวทักทายอาจารย์บุญส่งด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี
อาจารย์บุญส่งยิ้มตอบ"ก็ต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้วขอรับ ศิษย์ของข้าแต่ละคนล้วนเป็ัซ่อนเร้นหากไม่คึกคักก็คงเสียชื่อยอดเขาเมฆาคล้อยแย่"
"แต่ข้าได้ยินมาว่าปีนี้มีม้านอกสายตาจากยอดเขาหยกมรกตด้วยนี่"อาจารย์สมศรีกล่าวพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย "เด็กสาวที่ชื่อเมขลาผู้นั้น...ข้าได้ยินว่านางมีพร์ไม่ธรรมดา"
อาจารย์บุญส่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย"โอ้?ยอดเขาหยกมรกตหรือขอรับ? ข้าแทบจะลืมไปแล้วว่ามียอดเขานั้นอยู่ด้วย"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากเหล่าเ้ายอดเขาคนอื่นๆยอดเขาหยกมรกตเป็ที่รู้กันดีว่าเป็ยอดเขาที่อ่อนแอที่สุดในสำนักมานานหลายปีไม่มีศิษย์คนใดสร้างชื่อเสียง ไม่บอกว่าแทบไม่มีศิษย์ควรจะถูกต้องมากกว่า
ในขณะที่เหล่าเ้ายอดเขากำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่นั้นจู่ ๆ ก็เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชน
"นั่นใครกันน่ะ!?"
"โอ้โห!งามหยดย้อยราวกับเทพธิดา!"
"ดูนั่นสิ!นางมาจากยอดเขาหยกมรกตหรือ!?"
การมาถึงของสองดาวเด่น (และหนึ่งดาวดับ)
ท่ามกลางสายตาของศิษย์นับพันและเหล่าผู้าุโ'พิธา' และ 'เมขลา' ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าลานประลอง
เมขลาในชุดศิษย์สำนักสีฟ้าอ่อนที่ตัดเย็บอย่างประณีตเปล่งประกายความงามออกมาอย่างเจิดจรัส ใบหน้าของเธอหมดจดงดงามราวกับหยกขาวดวงตาเป็ประกายดุจดวงดาว ผมยาวสลวยสีดำขลับถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อยเผยให้เห็นลำคอระหงและผิวขาวนวลเนียน กระบี่วารีครามที่คาดอยู่ข้างเอวของเธอดูราวกับเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายทุกย่างก้าวของเธอดูนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจและสง่างาม
ออร่าของเมขลาในขอบเขตโอสถทองคำขั้นต้นถูกปกปิดไว้ด้วยวิชาซ่อนลมหายใจที่พิธาสอนให้ทำให้เหล่าศิษย์และผู้าุโส่วนใหญ่ััได้เพียงระดับขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นเท่านั้นซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่ระดับสูงสุดแต่ก็ถือว่าน่าทึ่งสำหรับศิษย์ใหม่ที่เพิ่งบำเพ็ญเพียรได้ไม่นาน
แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือชายหนุ่มที่เดินข้างกายเธอ'พิธา' ในชุดคลุมสีเทาธรรมดาๆ ที่ดูเก่าสะอาดไม่ฉูดฉาด ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉยราวกับไม่มีอารมณ์ใดๆดวงตาของเขาดูเหม่อลอยราวกับกำลังคิดเื่อาหารมื้อต่อไปมากกว่าการประลองที่กำลังจะเกิดขึ้นออร่าพลังปราณของเขาถูกปกปิดไว้ด้วยวิชาซ่อนลมหายใจขั้นสูงทำให้เขาดูราวกับคนธรรมดาที่ไม่มีพลังบำเพ็ญเพียรแม้แต่น้อย
การปรากฏตัวของทั้งสองสร้างความฮือฮาไปทั่วลานประลองศิษย์ชายหลายคนต่างจ้องมองเมขลาด้วยแววตาหลงใหล บางคนถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ส่วนศิษย์หญิงหลายคนก็อดไม่ได้ที่จะมองพิธาเพราะความหล่อเหลาที่เกินฝีมือเป็อะไรที่ไม่สมดุล
"นั่นมันศิษย์อาพิธาจากยอดเขาหยกมรกตไม่ใช่หรือ?" ศิษย์หญิงคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อน"ทำไมเขาถึงมากับศิษย์น้องเมขลาล่ะ?"
"ก็คงจะมาเป็พี่เลี้ยงล่ะมั้ง"เพื่อนของเธอกล่าว "แต่ดูสภาพเขาสิ... เหมือนเพิ่งตื่นนอนแต่ๆ...ก็ยังหล่อเกินเบอร์เหมือนเดิม"
"แต่ศิษย์น้องเมขลานี่งามจริงๆเลยนะ" ศิษย์หญิงอีกคนกล่าว "ดูแล้วน่าจะแข็งแกร่งไม่เบา"
บนแท่นประธานเหล่าเ้ายอดเขาก็อดไม่ได้ที่จะหันมามอง
"โอ้โห! เด็กสาวผู้นั้นคือเมขลาหรือ?" เ้ายอดเขาอาจารย์สมศรีกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ"ความงามของนางไม่เป็รองใครเลยจริงๆ"
"และพลังปราณของนางก็ไม่ธรรมดา"เ้ายอดเขาอาจารย์บุญส่งกล่าวพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย "ขอบเขตสร้างรากฐานต้น...น่าทึ่งจริงๆ! ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน นางก็สามารถก้าวหน้าได้ถึงเพียงนี้!"
สิงหราชเ้าสำนักมองพิธาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระอาเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่
'เ้าเด็กนี่...ยังคงทำตัวไร้สาระเหมือนเดิม' สิงหราชคิดในใจ
พิธาเดินนำเมขลามาหยุดอยู่ตรงหน้าแท่นประธานเขาโค้งคำนับให้สิงหราชและเหล่าเ้ายอดเขาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
"คารวะท่านเ้าสำนักและเหล่าเ้ายอดเขาทุกท่าน" พิธากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
สิงหราชมองพิธาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ"พิธา! เ้ามาทำอะไรที่นี่! และเหตุใดเ้าจึงแต่งกายเช่นนี้!นี่คือการประลองใหญ่ของสำนักนะ! เ้าไม่ให้เกียรติสถานที่เลยหรือ!"
พิธาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย"ข้าก็มาเข้าร่วมการประลองตามคำสั่งของท่านเ้าสำนักอย่างไรเล่าขอรับ"
"เข้าร่วมการประลอง!?" สิงหราชแทบจะสำลักน้ำชา"เ้าในสภาพเช่นนี้เนี่ยนะ!"
"ท่านเ้าสำนักอย่าเพิ่งเข้าใจผิดขอรับ"พิธากล่าว "ข้ามาในฐานะผู้ดูแลศิษย์ของยอดเขาหยกมรกตและเป็ผู้ประกาศว่าใครจะเป็ตัวแทนของเราในการประลองครั้งนี้"
สิงหราชมองพิธาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย"แล้วใครคือตัวแทนของยอดเขาหยกมรกตกันเล่า?"
พิธายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะผายมือไปทางเมขลา"ศิษย์น้องเมขลาผู้นี้ขอรับ"
เหล่าเ้ายอดเขาต่างพยักหน้าเล็กน้อยพวกเขาประทับใจในพร์ของเมขลาแต่ก็ยังคงสงสัยว่ายอดเขาหยกมรกตจะทำผลงานได้ดีเพียงใด
"แล้วศิษย์น้องอรุณรัศมีเล่า?" อาจารย์สมศรีกล่าวถาม"ข้าได้ยินมาว่านางก็มีพร์ไม่ธรรมดาเช่นกัน"
พิธาถอนหายใจเฮือกใหญ่"ศิษย์น้องอรุณรัศมี... นางกำลังอยู่ใน่สำคัญของการบำเพ็ญเพียรขอรับ"
เขาจำได้ถึงคำพูดของอรุณรัศมีที่ว่า"การประลองในแดนล่างเช่นนี้... ไม่คู่ควรกับข้าเลยแม้แต่น้อย!"และใบหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและดูถูก
'จะให้บอกว่านางดูถูกการประลองของสำนักก็คงไม่ได้...เอาเป็ว่านางกำลังจะทะลวงขอบเขตก็แล้วกัน' พิธาคิดในใจ
"นางกำลังจะทะลวงสู่ขอบเขตที่สูงขึ้น"พิธากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูน่าเชื่อถือที่สุด"ดังนั้นจึงไม่สามารถเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ได้"
เหล่าเ้ายอดเขาต่างพยักหน้าด้วยความเข้าใจการทะลวงขอบเขตเป็เื่สำคัญที่ไม่อาจขัดขวางได้
"แล้วเ้าเล่าพิธา?" สิงหราชถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังเล็กน้อย"เ้าจะไม่เข้าร่วมด้วยหรือ?"
พิธายิ้มเล็กน้อยใบหน้าของเขาดูจริงจังขึ้นมาทันที
"ท่านเ้าสำนักข้าขอยอมแพ้ไม่เข้าร่วมในครั้งนี้" พิธากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น"โปรดมอบโอกาสให้แก่ศิษย์น้องรุ่นหลังเถอะ"
คำพูดของพิธาทำให้ทุกคนในที่นั้นถึงกับเงียบกริบเสียงจอแจที่เคยดังเซ็งแซ่พลันเงียบสงัดลงทันที ราวกับว่าเวลาหยุดนิ่ง
สิงหราชถึงกับอ้าปากค้างดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธปนความระอา
เหล่าเ้ายอดเขาคนอื่นๆ ก็เช่นกันพวกเขามองพิธาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ความไม่เข้าใจ และความขบขัน
'เ้าเด็กนี่...มันกล้าดียังไงถึงพูดจาเช่นนี้!' สิงหราชคิดในใจ 'มอบโอกาสให้ศิษย์น้องรุ่นหลังงั้นรึ!ตัวเ้าเองยังเอาตัวไม่รอดเลยด้วยซ้ำ! และที่สำคัญ...เ้ามีพลังอะไรให้นำไปมอบให้คนอื่นกันเล่า!?'
เมขลาที่ยืนอยู่ข้างๆพิธาถึงกับหลุดขำออกมาเล็กน้อย เธอรีบเอามือปิดปากไว้ทันทีใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอับอาย
'ศิษย์พี่นี่...ช่างเป็คนที่ไม่รู้จักกาลเทศะจริงๆ' เมขลาคิดในใจ
"เ้า... เ้า...เ้าพูดอะไรออกมา!" สิงหราชกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความโกรธ"เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน! ถึงได้มาพูดจาโอ้อวดเช่นนี้!"
พิธาถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ท่านเ้าสำนักอย่าเพิ่งโกรธไปเลยขอรับข้าก็แค่้าให้ศิษย์น้องได้มีโอกาสแสดงฝีมืออย่างเต็มที่เท่านั้นเอง"
"แต่เ้า... เ้า...!"สิงหราชพยายามจะพูดต่อ แต่ก็ไม่รู้จะหาคำพูดใดมาต่อว่าพิธาได้อีก
อาจารย์สมศรีและอาจารย์บุญส่งต่างมองหน้ากันพวกเขาพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเล็กน้อย
'เ้าเด็กนี่... ช่างกล้าหาญจริงๆ'อาจารย์สมศรีคิดในใจ 'หรือว่าเขาจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่?'
"เอาเถอะ... เอาเถอะ"สิงหราชกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย"ในเมื่อเ้าไม่้าเข้าร่วม ก็แล้วแต่เ้าเถิด"
เขามองพิธาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"พิธา" สิงหราชกล่าวต่อ"ในฐานะที่เ้าเป็ผู้ดูแลยอดเขาหยกมรกต เ้าก็มานั่งประจำที่ข้างๆข้าเถิด"
พิธายิ้มเล็กน้อย "ขอบคุณท่านเ้าสำนักขอรับ"
เขาเดินไปนั่งประจำที่ข้างๆสิงหราชอย่างสบายๆ ราวกับว่าเขาเป็เ้ายอดเขามานานแล้ว
สิงหราชมองพิธาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระอาเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่
'ชีวิตข้า...ทำไมถึงได้มีเื่ให้ปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันเลยนะ!' สิงหราชคิดในใจ
ในขณะเดียวกัน ศิษย์หญิงหลายคนที่ไม่ได้สนใจอะไรมัวแต่ลอบมองพิธาเพราะความหล่อเหลาของเขาไม่ได้สนใจคำพูดที่พิธาเอ่ยเมื่อครู่ด้วยซ้ำ
"ศิษย์พี่พิธาดูเท่จังเลยนะ"ศิษย์หญิงอีกคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อน "เขายอมสละโอกาสของตัวเองเพื่อศิษย์น้อง!ช่างเป็คนที่มีน้ำใจจริงๆ!"
"ใช่แล้ว!ข้าจะปกป้องศิษย์พี่พิธาเอง!" ศิษย์หญิงอีกคนกล่าวด้วยความมุ่งมั่น"หากใครกล้าดูถูกศิษย์พี่พิธา ข้าจะจัดการมันเอง!"
พิธาที่นั่งอยู่บนแท่นประธานถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยเขารู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาที่เขาจากเหล่าศิษย์หญิง
'โอ้โห...นี่ข้ากลายเป็ไอดอลของพวกนางไปแล้วหรือนี่!' พิธาคิดในใจด้วยความรู้สึกแปลกๆ
สิงหราชมองพิธาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยเขาอดไม่ได้ที่จะคิดว่าพิธากำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่
"เอาล่ะ!"สิงหราชกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานไปทั่วลานประลอง"ได้เวลาเริ่มต้นการประลองใหญ่ของสำนักจันทร์กระจ่างแล้ว!"
เสียงกลองรบดังขึ้นอย่างกึกก้องไปทั่วบริเวณเป็สัญญาณของการเริ่มต้นการแข่งขันอันดุเดือด
เมขลายืนอยู่กลางลานประลองใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจเธอรู้ดีว่าภาระอันหนักอึ้งของยอดเขาหยกมรกตอยู่ในกำมือของเธอ
'ศิษย์พี่พิธา...ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!' เมขลาคิดในใจ
เธอชักกระบี่วารีครามออกจากฝักแสงสีฟ้าอ่อนๆ เปล่งประกายออกมาจากคมกระบี่
การแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...และชะตากรรมของยอดเขาหยกมรกตก็กำลังจะถูกตัดสินในวันนี้
*****
บทสรุปของบทที่ 24
ลานชุมนุมสำนักจันทร์กระจ่างเต็มไปด้วยความคึกคักในวันประลองใหญ่ของสำนักการมาถึงของพิธาและเมขลาสร้างความฮือฮาอย่างมากเมขลาในชุดศิษย์สำนักที่งดงามและพลังปราณที่ถูกปกปิดไว้ (ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น)ทำให้เหล่าเ้ายอดเขาต่างประทับใจในพร์ของเธอ
พิธาประกาศให้เมขลาเป็ตัวแทนของยอดเขาหยกมรกตโดยอ้างว่าอรุณรัศมีกำลังอยู่ใน่ทะลวงระดับพลังเมื่อถูกถามว่าเขาจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ พิธาปฏิเสธอย่างยิ่งใหญ่โดยอ้างว่าเขา้า "มอบโอกาสให้แก่ศิษย์น้องรุ่นหลัง"ซึ่งเป็ข้ออ้างที่ฟังดูเย่อหยิ่งอย่างน่าขบขัน ทำให้เ้าสำนักสิงหราชและเหล่าเ้ายอดเขาถึงกับพูดไม่ออก
พิธาเข้ารับตำแหน่งเ้ายอดเขาหยกมรกตชั่วคราวข้างเ้าสำนักสิงหราชท่ามกลางสายตาที่หลากหลายจากฝูงชน ทั้งความชื่นชมจากศิษย์หญิงบางคนและความระอาจากผู้าุโ การแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการโดยมีเมขลาเป็ความหวังเดียวของยอดเขาหยกมรกตในการรักษาความเป็อิสระไว้ท่ามกลางความคาดหวังที่ต่ำของผู้นำสำนักและศักยภาพที่ซ่อนเร้นของเธอ
เมขลาคือตัวแทนเพียงคนเดียวของยอดเขาหยกมรกตแบกรับภาระของการเดิมพันไว้บนบ่าของเธอปัญหาคือว่าผู้มาใหม่ที่มีพร์แต่ไร้ประสบการณ์คนนี้จะสามารถต่อสู้เพื่อเข้าไปอยู่ใน50 อันดับแรกท่ามกลางอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงของสำนักได้หรือไม่การปฏิเสธที่จะเข้าร่วมของพิธา แม้จะสมเหตุสมผลสำหรับเขาแต่ก็ยิ่งตอกย้ำการรับรู้ของคนอื่นๆ ว่าเขาเป็คนอ่อนแอที่ชอบพูดจาโอ้อวด