ตอนที่ 52 กำจัดภัยแฝง
หานซานหยางยิ้มด้วยท่าทางประจบประแจงพลางพูดว่า“ไม่มี ไม่มีแน่นอน พี่ชอบเรียนหนังสือและอยากทำงานด้วย ไม่ขัดแย้งกันหรอกครับ”โธ่เอ้ย นี่มันเป็นตัวเลือกที่ทำได้ยากที่สุดเลยนะ
หานชีเยวี่ยเห็นท่าทางเซ่อซ่าของหานซานหยางแล้วก็รู้สึกอับอายแทนแต่หานซานหยางกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิดโอกาสที่จะได้ทำงานที่สถานีตำรวจมันหายากมากนะ
ถึงจะเป็นแค่พนักงานชั่วคราวแต่ก็ได้เป็นตำรวจไม่ใช่เหรอ?
เพื่อให้ได้งานนี้ต่อให้ต้องเสียหน้าก็ไม่เป็นไรเลยสักนิด หานซานหยางชอบเครื่องแบบตำรวจมากตอนนี้มีโอกาสได้ใส่แล้ว ยังไงก็ไม่มีทางยอมแพ้แน่นอน
“พี่สาม อย่ายิ้มแบบนั้นสิทำตัวดูเหมือนคนทึ่มเลย!ถ้าพี่ทำท่าทางแบบนี้ตอนเป็นตำรวจนะคนอื่นหัวเราะเยาะแย่เอานะ! ”
หานชีเยวี่ยแสดงความรังเกียจอย่างเห็นได้ชัดแต่หานซานหยางไม่สนว่าน้องสาวจะแสดงท่าทีรังเกียจยังไงเขาเข้าไปใกล้หานชีเยวี่ยแล้วพูดว่า “ชีเยวี่ย เรื่องนี้น้องต้องช่วยพี่สามนะต่อไปพี่สามหาเงินได้ จะซื้อขนมอร่อยๆ กับเสื้อผ้าใหม่ๆ ให้น้อง!”
“พี่สาม ถ้าพี่อยากไปก็ไปเถอะแต่ห้ามละทิ้งการเรียนนะ ถ้าทำงานแล้วไม่ตั้งใจเรียนละก็หนูไม่ยอมแน่!หนูจะทดสอบพี่ทุกเดือน” ถึงหานชีเยวี่ยจะอยากให้พี่สามมีโอกาสได้ทำงานแต่ก็ไม่อยากให้เขาละทิ้งการเรียน
ยังไงซะ ไปนู้นก็เป็นได้แค่พนักงานชั่วคราวถึงจะมีโอกาสได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ แต่บางทีก็อาจจะไม่ได้ยังไงก็ต้องเตรียมแผนไว้สองแผน!
หานซานหยางรีบตอบตกลงถึงแม้ว่าในตอนเริ่มต้นนั้นอาจจะยาก แต่เพื่อความฝันในใจเขายินดีที่จะพยายามอย่างเต็มที่
ทางนี้ตกลงกันได้แล้วแต่ท่าทีของพวกผู้ใหญ่กลับเริ่มแปลกไป
ลุงหานถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ชีเยวี่ยหนูรู้ข่าวนี้ได้ยังไง? แล้วถึงจะมีโอกาสได้ไปเป็นพนักงานชั่วคราวที่สถานีตำรวจจริงแต่มันก็ไม่น่าจะเวียนมาถึงครอบครัวเราได้นะ”
ครอบครัวพวกเขาไม่มีอะไรเลยแม้แต่คนรู้จักในเมืองก็ไม่มีโอกาสแบบนี้ต่อให้ฝันก็คงไม่คิดว่าจะตกถึงหัวคนในครอบครัว
หานชีเยวี่ยอธิบาย “ลุงคะเมื่อหลายวันก่อนหนูเข้าไปในอำเภอช่วยจับคนลักพาตัวเด็กไว้ได้เรื่องนี้ถือว่าช่วยตำรวจทำความดีความชอบ พวกเขาเลยยอมให้โอกาสนี้มาค่ะ”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของหานชีเยวี่ยลุงใหญ่หานก็รู้สึกโล่งใจขึ้น
เรื่องที่หานชีเยวี่ยเคยช่วยคนไว้ทุกคนต่างรู้เรื่องนี้ดีแต่พอคนที่ได้รับความช่วยเหลือมาขอบคุณถึงหน้าบ้านพวกเขาก็คิดว่าเรื่องมันจบไปแค่นั้นคิดไม่ถึงเลยว่าทางสถานีตำรวจจะมีรางวัลความดีความชอบให้อีก
ก็จริงอยู่อย่างไรก็ตามเรื่องที่มีส่วนร่วมทำความดีความชอบการให้รางวัลก็เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว
หยางชุนจือพูดขึ้นทันที “ชีเยวี่ยงานนี้เป็นเพราะเธอถึงได้มา เธอจะยกให้พี่สามได้ยังไง?”
หานซานหยางเป็นลูกชายของหยางชุนจือเป็นเพียงลูกพี่ลูกน้องกับหานชีเยวี่ย ถึงหานชีเยวี่ยจะไม่อยากได้งานนี้แต่ก็น่าจะให้พี่ชายแท้ๆ ก่อน ทำไมถึงคิดถึงลูกพี่ลูกน้องก่อนล่ะ?
“ป้า ทำไมจะให้พี่สามไม่ได้ล่ะคะ? หนูอยากเรียนหนังสือ และก็ไม่ชอบงานที่สถานีตำรวจพี่สามใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจมาตั้งแต่เด็ก เขาไปก็เหมาะสมแล้วค่ะ”
หานชีเยวี่ยพูดอย่างจริงใจเมื่อหยางชุนจือฟังแล้วก็รู้สึกอบอุ่นในใจในใจของเด็กคนนี้คิดว่าพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ
“ชีเยวี่ย ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วป้าจะพูดอะไรได้ล่ะ?”
ลุงใหญ่หานคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยังรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยเหมาะสมถึงแม้ว่าชีเยวี่ยจะเต็มใจ แต่คนอื่นล่ะ?
เขาพูดขึ้นว่า “ชีเยวี่ยหรือว่าให้โอกาสนี้กับซื่อหยางดี?”
บ้านหานมีพี่น้องสองคนหานจิ่งจงมีลูกชายสี่คน คือ หานเซียงหยาง หานซานหยาง หานอู่หยาง และหานลู่หยางส่วนหานซวงหยาง หานซื่อหยาง และชีเยวี่ย เป็นลูกของหานจิ่งเซี่ยวกับซย่าซิ่วเหอ
หานซื่อหยางอายุสิบเก้าปีแล้วให้โอกาสนี้กับซื่อหยางก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ฉู่เจี้ยนกั๋วที่นั่งฟังครอบครัวหานพูดคุยกันอยู่ข้างๆก็รู้สึกประทับใจอย่างมาก เขาอายุสิบเจ็ดปีมาเป็นยุวชนที่ชุมชนถวนเจี๋ยแห่งนี้ในตอนนั้น คนหนุ่มสาวในเมืองที่ไม่มีงานทำจะถูกส่งมาเป็นยุวชนในชนบท
การเป็นยุวชนฟังแล้วดูดีอย่างมากแต่เด็กที่โตในเมืองส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครยอมมาลำบากแบบนี้เขาเคยเห็นพี่น้องหลายคนทะเลาะเบาะแว้งกันใส่ร้ายป้ายสีกันสารพัดเพื่อไม่ต้องมาเป็นยุวชนถึงขนาดที่บางครอบครัวถึงจากสนิทชิดเชื้อเป็นศัตรูคู่อาฆาตกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยเห็นครอบครัวไหนที่ยอมเสียสละโอกาสในการได้งานให้กันแบบครอบครัวหาน
การได้ทำงานที่สถานีตำรวจถึงจะเป็นแค่พนักงานชั่วคราว แต่สำหรับคนที่เกิดในชนบทมันอาจจะเป็นโอกาสที่ปลากระโดดข้ามประตูมังกร [1] เปลี่ยนชีวิตให้มั่นคงและยังได้ถือชามข้าวเหล็ก [2] ด้วย
ในความคิดของฉู่เจี้ยนกั๋วถึงหานชีเยวี่ยจะไม่ชอบงานนี้ แต่ในเมื่อได้โอกาสนี้มา ก็ควรจะนึกถึงพี่ชายแท้ๆก่อน ไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้อง ท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้เลยทุกคนก็ต้องมีเรื่องที่เห็นแก่ตัวกันบ้าง
ความคิดของลุงหานก็คล้ายกับฉู่เจี้ยนกั๋วถึงแม้ว่าพี่น้องทั้งสองจะสนิทกันและรู้จักเสียสละให้กันแต่เรื่องนี้มันยิ่งใหญ่เกินไป เขาไม่อยากให้พี่น้องหรือหลานๆต้องทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้ในอนาคต
หลังจากที่ลุงใหญ่หานพูดความกังวลออกมาย่าเฒ่าหานก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีตอนที่ได้ฟังเรื่องนี้เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้พอถูกลูกชายคนโตเตือนเธอก็นึกถึงผลกระทบที่จะตามมา
สิ่งที่ย่าเฒ่าหานต้องการมากที่สุดในชีวิตคือให้ลูกหลานอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
โอกาสในการได้งานเป็นเรื่องสำคัญแต่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครอบครัวเดียวกันสำคัญกว่า ชีเยวี่ยยังเด็กคิดไม่รอบคอบ แต่พวกผู้ใหญ่ต้องไม่ทำตัวเหมือนเด็ก
ย่าเฒ่าหานถาม “น้องรอง สะใภ้รองพวกแกคิดยังไง?” พ่อหานไม่ได้พูดอะไรแต่มองไปที่ภรรยาของเขา
ในใจของซย่าซิ่วเหอก็หวังอยากให้ลูกตัวเองได้งานนี้แท้จริงแล้ว ทุกคนต่างก็ต้องมีความเห็นแก่ตัวกันบ้างยิ่งไปกว่านั้น งานนี้ลูกสาวเป็นคนได้มา ถ้าลูกสาวไม่อยากไป ให้ลูกชายก็สมเหตุสมผล
แต่ชีเยวี่ยบอกแล้วว่าจะให้ซานหยาง…
“แม่จ๊ะ เรื่องนี้ ให้เด็กๆตัดสินใจกันเองเถอะ”
หลังจากคิดอยู่นานซย่าซิ่วเหอก็พูดออกมาอย่างเจ็บปวด
หานชีเยวี่ยมองข้ามปัญหาที่ซับซ้อนนี้ไปเธอคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยแผนการของหานชีเยวี่ยคือในอนาคตข้างหน้าพี่ชายของเธอทุกคนต้องมีชีวิตที่ดีการที่พี่สามได้เป็นตำรวจเป็นเพียงแค่ก้าวแรกเท่านั้น
“ซื่อหยาง บอกความคิดของแกมา!”ย่าเฒ่าหานไม่รอช้า ถามความเห็นของคนที่เกี่ยวข้องโดยตรง
“ผมไม่อยากเป็นตำรวจ ผมอยากเรียนหนังสือชีเยวี่ยบอกว่าเรียนหนังสือแล้วจะประสบความสำเร็จ”
หานซื่อหยางตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
ถ้าเป็นงานอื่น เขาอาจจะคิดต่างออกไปแต่ถ้าเป็นพนักงานชั่วคราวที่สถานีตำรวจ หานซื่อหยางไม่อยากทำเลยหานซวงหยางอยู่ในกองทัพ หานซื่อหยางก็บอกว่าตัวเองไม่อยากไป ส่วนหานชีเยวี่ยการที่เธอบอกเรื่องนี้ก็แสดงว่าเธอไม่เคยคิดที่จะทำเอง
ดังนั้นโอกาสนี้จึงตกเป็นของครอบครัวลุงใหญ่หาน
ลุงใหญ่หานมองลูกชายทั้งสี่คนด้วยความหนักใจ!
ถึงจะให้ซานหยางเหมือนที่ชีเยวี่ยบอกแต่ถ้าคนอื่นๆ มีความคิดเห็นล่ะ?
เชิงอรรถ
[1] 鱼跃龙门 ปลากระโดดข้ามประตูมังกรอุปมาถึงความสำเร็จในการงานหรือการได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง
[2] 端上铁饭碗 ถือชามข้าวเหล็กอุปมาถึงงานการที่มั่นคง มีรายได้แน่นอนตลอดชีวิต