วันที่ 20 มกราคม พ.ศ.2559 เวลา 15.30 น.
อุบัติเหตุในครั้งนี้ทำให้เกียกกายต้องเข้าเฝือกแขนข้างขวาและเย็บศีรษะในส่วนที่แตกเพียงไม่กี่เข็ม ยังเคราะห์ดีที่สมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือนอะไร ส่วนธาริณีมีแค่แผลถลอกและเจ็บหน้าอกเพียงเล็กน้อย ที่สำคัญไปกว่านั้นเหตุการณ์นี้ทำให้หญิงสาวได้รู้ว่าตัวเองรักเกียกกายมากเพียงใด
นอกจากแม่และบรรดาญาติ ๆ ของเกียกกายแล้ว ก็ยังมีธาริณีที่คอยป้อนข้าวป้อนน้ำทุกวันไม่ขาด ทั้งช่วงก่อนเวลาเข้างาน ช่วงพักเบรก ช่วงก่อนกลับบ้าน แม้กระทั่งในวันที่ไม่ได้เข้าเวร หญิงสาวก็จะมานั่งอยู่เป็นเพื่อนตลอดทั้งวัน ทำให้เกียกกายเกิดกำลังใจที่ดีและส่งผลให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น หมอจึงอนุญาตให้เกียกกายกลับไปรักษาตัวที่บ้าน
การแอบรักมานานนับสิบปีตอนนี้เริ่มผลิดอกออกผลเสียที หลายวันมานี้เป็นช่วงเวลาที่เกียกกายรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เหมือนโลกทั้งใบมีแค่ธาริณีเพียงคนเดียวเท่านั้น
เกียกกายเหลือบมองนาฬิกาอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเข็มยาวชี้ไปยังเลขหก ความรู้สึกเหมือนมีมวลสารบางอย่างหมุนวนอยู่ในท้องอีกครั้ง เพราะใกล้ถึงเวลาที่ธาริณีจะมาหาเสียที เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู เจ้าตัวรีบชะโงกหน้าไปมองคนที่เดินเข้ามาทันทีด้วยความตื่นเต้น
“พี่… มาแล้ว…” ยังไม่ทันที่เกียกกายจะพูดจบ น้ำฟ้าวิ่งพรวดพราดเข้ามา พร้อมทั้งหอมเข้าที่แก้มของเกียกกายฟอดใหญ่
"พี่กายขาเป็นอะไรมากไหมคะ ขอโทษนะคะที่น้ำฟ้ามาช้าไปหลายวัน" นางรำสาวสวยพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนโดยไม่ได้ดูสีหน้าของคนตรงข้ามที่แสดงถึงความตกใจเลยด้วยซ้ำ
"น้ำฟ้ารู้ได้ไงครับว่าพี่อยู่ที่นี่" เสียงที่เคยสดใสกลับทุ้มต่ำลง เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนที่ตนรัก
"เมื่อหลายวันก่อนน้ำฟ้าโทรหาพี่กาย แต่คนที่รับเขาบอกว่าตอนนี้พี่กายรถชนอยู่โรงพยาบาล พอน้ำฟ้าได้ยินก็ตกใจมากเลยค่ะ แต่น้ำฟ้าปลีกตัวออกมาไม่ได้จริง ๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่อยู่ดูแลพี่กาย" หญิงสาวสาธยายออกมาพร้อมทั้งก้มลงกอดเกียกกาย โดยที่ไม่รู้ว่ามีผู้หญิงอีกคนยืนมองอยู่ด้านหลัง
“พี่กายขา...เจ็บมากไหมคะ” นางรำสาวสวยเผยเสียงหวานออกมาพร้อมนัยน์ตาแสนเศร้า มือจับลูบไล้ไปยังแขนที่เข้าเฝือกของเกียกกาย
“เอ่อ… นิดหน่อยครับ” อาการปฏิเสธไม่เป็นกลับมาอีกครั้ง
“คงหยิบลำบากมากเลยใช่ไหมคะ เดี๋ยวน้ำฟ้าป้อนให้นะคะ” นางรำสาวสวยหยิบน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะด้านข้างป้อนเกียกกาย และพยายามนั่งบนเตียงคนไข้ก้มลงอย่างแนบชิด
ธาริณีมองภาพบาดตาตรงหน้าแต่ก็ยังพยายามควบคุมอารมณ์เอาไว้ กลอกตาไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ ใจหนึ่งคิดอยากจะเดินหนีออกไปอย่างคนขี้แพ้ แต่อีกใจรู้สึกหมั่นไส้อยากจะเดินไปลากผู้หญิงคนนั้นให้ออกมาจากเกียกกาย
“พี่กายขา เดี๋ยวน้ำฟ้าจะมาดูแลทุกวันเลยนะคะจนกว่าพี่กายจะหาย” เสียงหวานหยาดเยิ้มยิ่งทำให้หญิงสาวที่ยืนฟังอยู่ด้านหลังถึงกับกำมือแน่น ความหงุดหงิดที่เก็บซ่อนเอาไว้ ตอนนี้พร้อมที่จะเบิดออกมาแล้ว
“เอ่อ…” เกียกกายได้แต่คิดในใจว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ต้องอยู่ที่นี่ แต่ยังไม่ทันที่จะปริปากพูดออกมาก็มีเสียงที่คุ้นเคยแทรกเข้ามาเสียก่อน
“ไม่มีงานทำเหรอคะ ถึงอยากจะมาดูแลทุกวัน” น้ำเสียงและใบหน้าแสนเรียบเฉย พร้อมแล้วที่จะประกาศสงคราม
“ทำไมหนูจะมาดูแลไม่ได้ล่ะคะในเมื่อหนูเป็นแฟนพี่กาย แล้วพี่ล่ะเป็นใคร” น้ำฟ้าทำตาเขียวปัดหันไปตอบกลับทันที ซึ่งไม่ทำให้ธาริณีสะทกสะท้านแต่อย่างใด กลับเดินเข้าไปใกล้และกระซิบข้างหู
“เธอไม่ต้องรู้หรอกว่าฉันเป็นใคร รู้แค่ว่าผู้หญิงในชีวิตเกียกกายต้องเป็นฉันคนเดียวเท่านั้น ตรงที่เธอยืนอยู่มันเป็นที่ของฉัน เพราะฉะนั้นออกไปจากที่ของฉันซะ ถ้าเธอยังดึงดันตื้อผู้ชายคนนี้ไม่เลิกอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” เมื่อน้ำฟ้าได้ยินดังนั้นก็ถอยผละออกไปทันที ขอบตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงช้ำ น้ำใส ๆ คลออยู่รอบดวงตา
"พี่กายขา..." สายตาหวาดกลัวส่งไปยังเกียกกายเพื่อหวังให้ช่วย แต่ชายหนุ่มกลับหลบสายตาไปทางอื่น ยิ่งเข้าทางธาริณีเป็นอย่างมาก
"ทีนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมจ๊ะสาวน้อยว่าเขาเลือกใคร"