กลางหุบเขาใหญ่ที่มีลมพัดผ่านมาเป็ระยะ เสียงต้นไม้เคลื่อนไหวไปพร้อมกับสายลม บ้างก็มีเสียงนกร้อง บ้างก็มีเสียงม้าในคอก เสียงน้ำตกที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านไม้หลังใหญ่ตระหง่าน ธรรมชาติอันเขียวขจีที่หาเชยชมไม่ได้ในเมืองหลวง มันเป็สิ่งที่สวยงามมากจริงๆสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง
“สวยจริงๆด้วย.. เหมือนกับในนิยายที่เขียนไว้เลย”
แพรขวัญพึมพำกับตัวเองเบาๆในขณะที่เธอออกมายืนรับลมอยู่ตรงถนนหน้าบ้าน อากาศเช้าตรู่กับแสงแดดสีส้มอ่อน..ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ทำให้เื่เลวร้ายของเมื่อวานผ่อนเบาลง แต่พอยิ่งหวนคิดถึง..มันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเ็ปเพราะทุกอย่างมันไม่ใช่ความฝัน
แฟนหนุ่มของเธอนอกใจ และเขาก็ได้กลายเป็ศพไปแล้ว
ส่วนคนที่ฆ่าแฟนหนุ่มของเธอ เขาก็ล่วงเกินเธอ.. โดยที่เธอก็รู้สึกแปลกประหลาดกับอารมณ์นั้น
เขาไม่ได้ขืนใจ..แต่เขายั่วยวนจิตใต้สำนึกของเธอต่างหาก
เมื่อคืน..
‘ถ้าคุณหนู้าอะไรก็บอกป้านะคะ เอ่อ คืนนี้คุณหนูก็นอนห้องนี้ไปก่อน ห้องนี้น่ะเป็ห้องนอนเก่าของคุณหลิน..ภรรยาเก่าของนายท่านน่ะค่ะ’
ป้าชบาเอ่ยพลางเหลือบแววตาสงสารมองไปทางหญิงสาวที่นอนขดตัวอยู่บนที่นอน บนฝ่ามือเรียวมีผ้าพันแผลปกคลุมไว้อยู่ ก่อนหน้านี้นายท่านของชบาเป็คนสั่งเธอมาทำแผลให้กับสาวน้อยเอง หญิงวัยกลางคนจึงรู้ได้ไม่ยากว่านายท่านคงจะเป็ห่วงเธอไม่แพ้กัน
‘ป้าชบา’
‘คะ? คุณหนูแพรขวัญ’ เธอรีบตอบรับเมื่อได้ยินเสียงเรียกเบาๆนั่น
‘แล้วร่างของแฟนหนูละคะ ต..ตอนนี้ศพเขาอยู่ที่ไหน’
‘เอ่อ.. ป้าได้ยินพวกไอ้ต้นกล้าพูดกันว่าส่งกลับกรุงเทพฯไปแล้วค่ะ’
และคำอธิบายนั้นก็ทำให้หญิงสาวใจหล่นวูบ น้ำตาของเธอเอ่อคลอขึ้นมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์อันแสนเลวร้ายที่ลืมไม่ลง..
‘แล้วหนูล่ะ หนูจะได้กลับบ้านไหม นายท่านของป้า..เขาจะฆ่าหนูไหมคะ’
‘โธ่คุณหนู..’
‘เขาเอาโทรศัพท์หนูไปด้วย คุณคิราไม่บอกอะไรหนูเลยว่าเขาจะให้หนูกลับวันไหน ฮึก..ป้าต้องช่วยหนูนะ ต้องให้หนูกลับบ้านให้ได้’
ในตอนนี้เธอพยายามมีสติให้มากที่สุด.. หากเป็ผู้หญิงคนอื่นก็คงจะร้องไห้ฟูมฟาย หรือหาทางหนีที่สิ้นคิดไปแล้ว
‘คุณหนูแพรขวัญฟังป้านะคะ’
‘…..’
‘ป้าเองก็ทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ สิ่งเดียวที่ป้าทำได้ตอนนี้ก็คือดูแลคุณหนู เชื่อป้านะคะว่าคุณท่านจะไม่ทำอะไรคุณหนู’
‘ป้าชบา’
‘ขอแค่อย่าทำให้นายท่านโมโหก็พอ’
“คุณแพรขวัญครับ!”
เฮือก!!
แต่แล้วเสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังแว่วมาจนทำให้หญิงสาวที่ยืนเหม่อลอยต้องสะดุ้งโหยง ก่อนจะพบว่าชายร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือลูกน้องของนายท่านอคิราอะไรนั่น
“ค่ะคะ!?”
“ผมเรียกคุณเป็สิบๆครั้งได้แล้วมั้งครับ”
“ขอโทษค่ะ เอ่อ พอดียืนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย..” แพรขวัญเหลือบไปมองผู้ชายอีกคนที่ขับรถกระบะคันเก่ามาจอดเทียบท่า
“ผมชื่อต้นกล้า ส่วนไอ้นั่นชื่อชัย” ต้นกล้าชี้ไปทางคนที่โบกมือด้วยสีหน้าเรียบเฉยอยู่ในรถ
“ค่ะ เอ่อคือ ฉันขอโทรศัพท์ฉันคืนหน่อยได้ไหม พอดีว่าฉันจะโทรคุยงานกับหัวหน้าน่ะ”
“โทรศัพท์คุณแพรขวัญอยู่กับนายท่านครับ เกรงว่าผมจะขัดคำสั่งท่านไม่ได้ด้วย”
“ง..งั้นฉันขอยืมโทรศัพท์คุณหน่อยได้ไหมคะ.. ฉันขอร้อง”
แพรขวัญยังคงใช้น้ำเสียงออดอ้อนกับต้นกล้าอยู่แบบนั้นสักพัก แต่เธอก็ไม่เห็นวี่แววของความใจอ่อนลงเลยสักนิด
“ขึ้นรถเถอะครับคุณแพรขวัญ นายท่านรออยู่ที่ฟาร์มใหญ่แล้ว” ชัยที่เอาหัวโผล่ออกมาจากกระจกรถเอ่ยเสียงแข็ง
“นี่เ้านายพวกคุณตื่นแล้วเหรอ มันยังเช้าอยู่เลยนะ”
“โห! เก้าโมงนะครับเรียกเช้า?”
“ก็เช้าน่ะสิ” แพรขวัญขมวดคิ้ว
“หึๆ คงจะเช้าสำหรับคนเมืองกรุงนะครับ แต่สำหรับคนต่างจังหวัดอย่างพวกเราคงจะสายมากแล้ว”
“…..”
“นายท่านตื่นั้แ่ตีห้าแล้วล่ะครับ”
“ตีห้า! ชิ.. เขารีบตื่นมาขันแข่งกับไก่เหรอ”
“อะไรนะครับคุณแพรขวัญ?” ชัยถามย้ำอีกครั้งเมื่อได้ยินในสิ่งที่เธอพึมพำดังลอยมาเพียงแว่วๆ
แต่หญิงสาวที่แสดงสีหน้าเหนื่อยหน่ายเต็มทนก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปทั้งนั้น เธอเดินอ้อมไปยังกระบะหลังรถและจัดการนั่งบนนั้นโดยไม่พูดไม่จา ทิ้งให้ต้นกล้าที่กลั้นขำกับประโยคนินทาเบาๆเมื่อชั่วครู่อยู่คนเดียว
“หึๆๆ ขันแข่งกับไก่แล้วครับนายท่านกู”
(ฟาร์มใหญ่)
รถกระบะคันใหญ่ถูกขับเข้ามาภายในฟาร์มใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่สุดสายตา ชัยพยายามที่จะไม่ขับเร็วมากเพราะมีหญิงสาวหัวดื้อนั่งอยู่ด้านหลัง โดยต้นกล้าก็จับตามองเธอตลอดทั้งทาง เหตุผลเดียวก็คือเขากลัวว่าเธอจะะโลงรถเพื่อหนีนั่นเอง แต่ผิดคาด..แพรขวัญดูตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศธรรมชาติมากจนลืมคิดเื่หนีไปชั่วขณะ
เธอสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าเต็มปอดก่อนจะเมินมองทุ่งหญ้าอันเขียวขจีไกลสุดสายตา รู้ตัวอีกที..แพรขวัญก็เผลอลอบยิ้มอย่างมีความสุขตลอดทาง
จนกระทั่งรถกระบะได้ชะลอความเร็วลงและถูกขับมาจอดใกล้กับโรงรถของคนงาน เธอเห็นกลุ่มคนทั้งชายและหญิงกำลังยืนเรียงแถวกันราวกับกำลังฟังคำปราศรัยของใครสักคน พอสังเกตดีๆ เธอก็เห็นผู้ชายหุ่นล่ำในคราบนายท่านใหญ่
อคิราในเสื้อเชิ๊ตสีดำ กางเกงยีนส์สีเข้ม รูปร่างสูงใหญ่กำยำ กล้ามเนื้อแน่นไปทุกสัดส่วน.. พอเห็นแบบนั้นแล้วเธอก็แอบหวนคิดถึงภาพเมื่อวานไม่ได้เลย
“เมื่อวานเพิ่งยิงคนตาย.. แต่วันนี้กลับใช้ชีวิตปกติเนี่ยนะ หึ..เขายังเป็คนอยู่หรือเปล่า”
แพรขวัญเอ่ยพลางกัดริมฝีปากตัวเองแน่น เธอจ้องมองผู้ชายโดดเด่นคนนั้นท่ามกลางแสงแดดที่สาดส่อง
ซุบซิบๆๆๆ
“สวยจังเลยเนอะ”
“เมียใหม่นายท่านเหรอป้า”
“ป๊าดดดด หาใหม่ได้ง่ายจัง แต่รู้สึกว่าคนเก่าสวยกว่านะ”
“แต่คนนี้ก็สวยนะป้า น่ารักดีอะ ปากนิด จมูกหน่อย แต่ทรวดทรงองเอวนี่สเปคนายท่านเขาเลย”
ทว่า.. เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นในขณะที่แพรขวัญกำลังเดินตามหลังต้นกล้าไปหานายใหญ่ สายตาของคนงานทุกคนก็หันมามองหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้กันหมด โดยเฉพาะสายตาเป็ประกายของคนงานผู้ชายทั้งหลาย เรียกได้ว่าแพรขวัญคือนางฟ้ามาโปรดชัดๆ
“ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรก็แจ้งไอ้ทศมันแล้วกัน อ้อ.. ถ้ามีเหตุการณ์ทะเลาะกันเหมือนเมื่อวานก่อนอีก กูไม่เอาทั้งคนเริ่มและก็คนตามไว้แน่”
“…..” ทุกคนต่างเงียบกริบกับประโยคอันแสนดุดันนั่น
“กูถามว่าเข้าใจไหม!!”
“ข..เข้าใจครับ!”
“เข้าใจครับนายท่าน”
กลุ่มผู้ชายประมาณสี่ห้าคนต่างก็รีบตอบกลับนายท่านที่หันไปมองทางพวกเขาเขม็ง เหมือนกับว่าประโยคเมื่อชั่วครู่นั้นอคิราจงใจพูดกับแก๊งนักเลงหัวไม้ประจำฟาร์ม
เป็จังหวะเดียวกันกับที่แววตาดุดันได้เหลือบหันมามองหญิงสาวร่างบางในชุดเดรสยาวดูสุภาพ มันคือชุดที่ชบาเตรียมมาให้เธอใส่ตามคำสั่งของอคิรา แน่นอนว่ามันเป็ชุดของหลิน..ภรรยาเก่าที่หนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย แพรขวัญค่อยๆ เดินอ้อมมายืนทางด้านหลังเขาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
แน่นอนสิ.. เธอถูกบังคับมาหนิ แถมยังถูกกักขังไว้ในไร่บ้าบออะไรก็ไม่รู้!
“คุณต้นกล้าครับ เอ่อ มาดูเครื่องปั๊มน้ำให้ผมหน่อยครับ”
แต่แล้วชายอีกคนก็เดินเข้ามาเรียกต้นกล้าให้เข้าไปด้านในโรงงานด้านหลัง ชัยจึงขออาสาเข้าไปเป็เพื่อนด้วย จังหวะนี้เองที่แพรขวัญเห็นทางสว่าง
“มีปัญหาอะไรเพิ่มเติมไหม”
“เอ่อ นายท่านคะ เมื่อวานไอ้เ้าทุยมันป่วยน่ะค่ะ”
“ไอ้ทุยเหรอ”
“ค่ะ มันไถนาไม่ค่อยดีเลย ไถไปได้แป๊บๆก็หยุดแล้วค่ะนายท่าน”
เสียงพูดคุยของอคิรากับหญิงสาวที่เป็คนงานดังแว่วกันอยู่อย่างนั้น โดยมีแพรขวัญยืนสังเกตการณ์สักพัก แววตามีความหวังเริ่มชำเลืองมองไปทางด้านขวามือ ซึ่งตรงนั้นมีกลุ่มคนงานผู้หญิงกำลังเคลื่อนย้ายของเข้าโรงงานกันอยู่
จังหวะนี้เองที่หนทางคิดหนีของแพรขวัญได้เริ่มต้นขึ้น..
โทรศัพท์.. สิ่งเดียวที่จะทำให้เธอหลุดพ้นออกจากไอ้นายท่านหื่นกามคนนี้ได้ก็คือโทรศัพท์ เธอจะต้องติดต่อเพื่อนที่กรุงเทพฯให้ได้
ในระหว่างที่นายใหญ่กำลังวุ่นวายอยู่กับการพูดคุยกับกลุ่มคนงานอยู่นั้น บรรดาลูกน้องของอคิราที่ปล่อยให้แพรขวัญรอดพ้นสายตาก็ทำพลาดมหันต์ เพราะตอนนี้ร่างบางในชุดเดรสได้เดินตรงไปทางสาวชาวไร่อย่างแเี
“เอ่อ.. ขอโทษนะจ๊ะ ฉันขอยืมโทรศัพท์หน่อยได้ไหม”