หลังจากผ่านไปได้ 2 วัน เย่ซวนก็มาถึงยังด้านหน้าของป่ามรณะ ระหว่างทางเขาเจอสัตว์อสูรแปลกๆมากมาย ทำให้เย่ซวนตื่นเต้นอย่างมาก พวกมันหลบหนียุงมรณะมาอยู่ที่บริเวณด้านหน้าของป่า
"ถึงแล้วหละ"
"เดินผ่านป่านี้ไป เราก็จะเข้าเขตเมืองเทียนจินแล้ว"
"อืม"
"หลังจากออกไปจากป่าแห่งนี้แล้ว"
"เ้าจะทำอะไรต่อ"เย่ซวนถามเฟิ่งจิว
"หรือเราต้องยกเลิกพันธสัญญาเืก่อน"
"ยังไม่ใช่ตอนนี้ การยกเลิกพันธสัญญานั้น"
"ต้องรอให้เวลาผ่านไปสักพักก่อนถึงจะทำได้"
"อ๋อ" เย่ซวนพยักหน้า
"ข้าว่าข้าจะกลับไปหาพ่อแม่ของข้า" เฟิ่งจิวบอก
"แต่น่าจะต้องรอให้ข้าหายดีก่อน"
"ก่อนถึงเวลานั้นข้าจะอยู่กับเ้าไปก่อน"
"ตกลง เยี่ยมไปเลย" เย่ซวนยิ้มออกมา 'ข้ากำลัง้าคนแนะนำเกี่ยวกับโลกใบนี้อยู่พอดี' ตอนแรกเย่ซวนกังวลว่าพอออกไปโลกภายนอกเฟิ่งจิวจะพาเฟิ่งจิ่วแยกตัวออกไปทันที
...
ในที่สุดเย่ซวนก็มาถึงป่า 4 ฤดู ปกติป่า 4 ฤดูจะไม่ค่อยมีสัตว์อสูรระดับสูงเท่าไหร่ แต่พวกมันหลบหนียุงมรณะ เลยข้ามมายังป่าแห่งนี้ทำให้อยู่ดีๆป่าแห่งนี้ก็กลายเป็ป่าที่อันตรามากกว่าเดิม
หลังจากที่เย่ซวนมายังป่าแห่งนี้ กลับกลายเป็ว่า มันกลายเป็ป่าธรรมดาๆไปซะแล้ว จากปกติที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศบ่อยๆ แต่นี้อากาศภายในป่าแห่งนี้กลับเป็ปกติแล้ว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เ้าเมืองเทียนจินเร่งหาสาเหตุของทั้ง 2 เื่ เื่สัตว์อสูรในเขตลึก ออกมายังป่าภายนอก และเื่ที่อยู่ดีๆทำไมป่า 4 ฤดู ถึงกลับมาเป็ปกติ
คนส่วนใหญ่ในเมืองเทียนจินนั้นเข้าใจว่าป่า 4 ฤดูนั้นมีด้วยกันสองส่วน คือส่วนนอก กับส่วนในเท่านั้น(ป่ามรณะ) แต่ส่วนที่เฟิ่งจิวถูกขังอยู่นั้นแทบจะไม่มีคนรู้จักเลย
"ใกล้จะถึงแล้ว" เฟิ่งจิวบอก
"งั้นเราเดินธรรมดาเอาเถอะ" เย่ซวนพูด
เพราะเย่ซวนเองก็อยากจะชมบรรยากาศของป่าแห่งนี้ด้วยเหมือนกัน ระหว่างทางพวกเขาเจอสัตว์อสูรมากมาย แต่พอมันเจอกับจิตสังหารของเฟิ่งจิวพวกมันก็หนีหายไปทันที
"เยี่ยมไปเลย" เย่ซวนบอก
หลังจากที่ได้เห็นพวกสัตว์อสูรกลัวเฟิ่งจิว ั้แ่ที่เขาฝึกวิชา จันทรา สยบฟ้า เขาไม่คิดที่จะเอามันไปต่อสู้เลย เขาฝึกเพราะรู้สึกสนใจเท่านั้น
..
เย่ซวนเดินไปได้สักพัก เขาก็ได้ยินเสียงต่อสู้กันไม่ไกล
"ข้างหน้ามีเสียงต่อสู้กันอยู่" เย่ซวนพูด
"ช่างมันเถอะไม่เกี่ยวกับเรา" เฟิ่งจิวบอกพร้อมกันส่ายหัวไปมา
"แต่ข้าอยากไปดูนี่" เย่ซวนบ่น
"เ้าอย่าหาเื่ใส่ตัวดีกว่าข้าว่า"
"พวกเราไปกันเถอะ"
'ข้าแค่อยากเห็นคนต่อสู้กันก็เท่านั้น ไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อย' เย่ซวนคิดในใจ
"ก็ได้"
"หยุดก่อน" เฟิ่งจิวพูด
"ว่าไง เกิดอะไรขึ้น" เย่ซวนหันซ้าย หันขวา เขาคิดว่ามีอะไรเกิดขึ้น
"ป่าว แต่ข้าว่าเราไปทางอื่นกันดีกว่า"
"ข้าไม่อยากเจอกับปัญหา" เฟิ่งจิวมีลางสังหรณ์ว่าต้องเกิดเื่ขึ้นแน่ๆ
และก็จริงอย่างที่เฟิ่งจิวคิด เพราะด้านหน้ากำลังมีคนวิ่งมาทางนี้ ผู้หญิงหนึ่งกำลังอุ้มเด็กสาวอยู่ ส่วนด้านหลังมีชายแก่ ที่กำลังต่อสู้อยู่กับคนชุดดำ 4 คน
"เรารีบไปกันเถอะ" เฟิ่งจิวรีบพูดเพราะไม่อยากให้เย่ซวนยุ่งเื่ของคนอื่น
"แต่ว่า.." เย่ซวนลังเล
"ไม่มีแต่ รีบไป" เฟิ่งจิวเร่งเย่ซวน
"ก็ได้" เย่ซวนพยักหน้า
โชคยังดีที่พวกนั้นไม่เห็นเซ่ซวน หลังจากที่เดินอ้อมทางหลักมาได้สักพัก เย่ซวนก็ตกตะลึง เพราะแม่ลูกคู่นั้นพร้อมกับชายแก่ดันมาแอบอยู่ทางที่เขาเดินพอดี
"เป็ไปได้ยังไง" เย่ซวนกระซิบถามเฟิ่งจิวเสียงเบา
"ข้าก็ไม่รู้"
"แต่ให้ข้าเดาพวกนั้นต้องมีของวิเศษที่ช่วยหลบหนีแน่นอน"
"งั้นเราจะอ้อมไปอีกทางรึเปล่า"
"แน่นอนว่า..." เฟิ่งจิวกำลังจะบอกว่า แน่นอนว่าใช่ ให้อ้อมไปอีกทาง แต่กลับได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงร้องออกมาซะก่อน
"ข้าทรมานเหลือเกินท่านแม่"
"ท่านปล่อยให้ข้าตายเถิด ฮือๆๆ"
"อดทนไว้นะลูกรักของแม่"
"อีกเดียวพ่อของเ้าก็จะตามมาช่วยพวกเราแล้ว" คนเป็แม่กอดลูกของตัวเองเอาไว้ ตอนนี้ใบหน้าของนางดูเ็ปเป็อย่างมาก
"แต่ข้าไม่ไหวแล้วท่านแม่ ฮือๆๆ" เด็กน้อยร้องไห้ออกมา เสียงของนางตอนนี้ทำให้คนฟังรู้สึกเ็ปหัวใจ
รวมไปถึงชายชราที่เป็ข้ารับใช้ด้วย ถึงแม้ตอนนี้เขาจะาเ็สาหัส แต่ก็ยังยืนคุ้มกัน 2 แม่ลูกอยู่ หางตาของชายชราเปียกชื้น ั้แ่เกิดมาเขายังไม่เคยเสียน้ำตาให้ใครเลยนอกจาก พ่อแม่ของตนที่เสียไปแล้ว แต่ตอนนี้เขากลับมีน้ำตาซึมออกมา
เพราะสงสารคุณหนูของตน ชายชราเห็นนางเป็หลานสาวคนหนึ่ง ความน่ารักของนางทำให้ชายชรายิ้มได้ แต่ตอนนี้นางได้แต่ร้องว่าทรมาน อยากตาย ทำให้หัวใจของชายแก่รู้สึกเ็ปยิ่งนัก
"ฮือๆ ท่านแม่ข้าทรมานเหลือเกิน"
คนเป็แม่ทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องไห้แล้วกอดเด็กน้อยเอาไว้เบาๆ
"ลูกแม่เ้าอดทนอีกหน่อยนะ"
"ไม่ต้องกลัวแม่จะอยู่ข้างๆเ้า"
"ท่านแม่ข้ามีความสุขมากที่ได้เกิดมาเป็ลูกของท่านและท่านพ่อ" เด็กน้อยพูดออกมาเสียงเบาๆ ตอนนี้นางแทบจะหมดแรงแล้ว
"พูดอะไรของเ้า" คนเป็แม่ดุ
แต่สีหน้าของนางตอนนี้ดูซีดเซียวอย่างมาก นางพยายามที่จะกลั้นเสียงของนางเอาไว้ เพราะกลัวว่าพวกนักฆ่าจะได้ยินเสียงร้องของนาง
เด็กน้อยยิ้มออกมา นางไม่อยากตายเลย นางอยากมีชีวิตอยู่ อยากอยู่เล่นกับท่านพ่อ ท่านแม่ อยากถูกท่านปู ท่านย่า กอดหอม เวลาเจอนาง อยากได้ของสวยๆงามๆจากท่านตา ท่านยาย เวลามาหาท่านแม่ และก็อยากไปท่องเที่ยวกับพี่ชายของนาง
นางมีสิ่งที่อยากจะทำมากมาย อยากกินของอร่อยๆ ความฝันของนางมีตั้งมากมายที่ยังไม่ได้ทำ แต่ตอนนี้มันกลับไม่มีโอกาสแล้วเพราะนางกำลังจะตาย
"ท่านแม่" เด็กน้อยเรียกเสียงเบา ทำให้คนฟังต้องตั้งใจฟัง
"ว่ายังไงจะลูกรัก"
"ข้ารักท่านแม่"
"แล้วข้าก็รักท่านพ่อ"
"และรักท่านพี่"
"ข้ารักท่านปู่และท่านย่า"
"แล้วยังมีท่านตา ท่านยาย"
เด็กน้อยพูดชื่อคนที่ตัวเองรักออกมาภายในครั้งเดียว ทำให้ใบหน้าของนางดูซีดเซียวยิ่งกว่าเก่า นางใช้แรงทั้งหมดเพื่อที่จะบอกกับแม่ของตนว่า นางรักใครบ้าง
"ข้ารู้ พวกเขาทุกคนก็รักเ้าเหมือนกัน"
เด็กน้อยยิ้มออกมา
"แล้วข้ายังรักท่านปู่หวังด้วย" เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองชายชราแล้วพูดออกมาเสียงดังกว่าเก่า เพราะกลัวคนข้างหน้าจะไม่ได้ยิน
พอหวังฉีได้ยิน ร่างกายของชายชราก็เกิดอาการสั่นเทาขึ้น ก่อนที่น้ำตาของเขากำลังไหลออกมาก
"คุณหนู" หวังฉีหันหน้ามามองคุณหนูของตนเอง เขาเห็นใบหน้าเล็กๆที่ตอนนี้ดูซีดเซียวไม่ต่างอะไรจากคนตาย ปากและร่างกายของนางเริ่มสีเข้มขึ้น บ่งบอกได้ว่าตอนนี้พิษแล่นไปทั่วร่างกายของนางแล้ว
เด็กหญิงยิ้มให้กับชายชรา ก่อนที่จะหันหน้าไปทางแม่ของตนอีกครั้ง
"ท่านแม่ข้าคงต้องจากท่านไปแล้ว" เด็กน้อยพูดพร้อมกับยกมุมปากน้อยๆของตนขึ้น แต่น้ำตาของนางยังไหลออกมาเพราะความเ็ป แต่นางก็ยังฝืนยิ้มให้กับแม่ของตัวเอง
"เหลวไหล เ้าห้ามพูดแบบนี้อีกนะ"
"ไม่งั้นแม่จะตีเ้า"
"ฮ่าๆ" เด็กน้อยหัวเราะออกมาเบาๆ นางคิดถึงสมัยก่อน เวลาที่นางไม่เชื่อฟังท่านแม่ก็จะดุนางแบบนี้แล้วนางก็จะวิ่งไปให้ท่าพ่อช่วย
'ลาก่อนท่านแม่' ดวงตาของเด็กน้อยค่อยๆหลับลง
....
ขอบคุณสำหรับการติดตามมากๆ
จบไปอีกตอนแล้วครับ
ที่่นี้ลงดึกเพราะงานประจำค่อนข้างยุ่งครับ