หมิงจูไม่รู้ว่าเฉียวปินกำลัง‘เข้าใจผิด’ เธอตอบกลับเขาไปว่า “ใช่แล้ว แถวนั้นแหละ เรามาหาดูกันก่อนว่ามีร่องรอยอะไรบ้างไหม...รอยเท้ากระต่ายที่เหยียบหญ้าอ่อน หรือรอยเท้าบนดินนิ่มๆ ก็ได้ถ้าเจอแล้วเราจะขุดหลุมดัก”
“ได้เลย!” เฉียวปินละสายตาจากเธอ แล้วเริ่มมองหาทันที
เจียงตั่วพาหมิงจูไปยังที่ราบแห่งหนึ่ง“ฉันกับเฉียวปินจะไปหาเอง เธอรออยู่ตรงนี้นะ”
หมิงจูยิ้มบางๆอย่างอบอุ่น “ได้เลยค่ะถ้าอย่างนั้นไฟฉายก็ให้พวกคุณไปเลยแล้วกัน”
ทั้งสามคนนำไฟฉายมาเพียงสองกระบอกเจียงตั่วไม่รับไป เพราะเป็นห่วงว่าหมิงจูจะกลัวความมืด...
เขาเดินไปหาเฉียวปินทั้งสองเดินไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว เฉียวปินก็ลดเสียงลงแล้วพูดว่า“หัวหน้าครับ พวกคุณสองคนทำเรื่องแบบนี้...น่าจะหลบสายตาคนหน่อยนะครับ?”
“อะไร?”
เจียงตั่วไม่เข้าใจแต่เฉียวปินกลับกระซิบดังขึ้น “เฮ้อ ผมเห็นหมดแล้วพวกคุณสองคนเพิ่ง... จูบกันไม่ใช่เหรอ!”
ขณะนั้นเจียงตั่วถึงกับพูดไม่ออก เขาถลึงตามองเฉียวปิน “นายพูดอะไรของนาย”
เฉียวปิน“ฮะ?”
“พอได้แล้ว ไปหากระต่ายของนายซะ”
หมิงจูที่ยืนอยู่ไม่ไกลหมุนไฟฉายไปรอบๆ และเห็นต้นหม่อนอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร...
เธอตาเป็นประกายแล้วไถลตัวลงไปตามทางลาด
ไหนๆก็เข้ามาแล้ว จะกลับไปมือเปล่าก็คงไม่ได้ เก็บใบหม่อนให้ตัวไหมน้อยๆของเธอก็ถือเป็นผลดีเหมือนกัน
เธอกำลังยุ่งอยู่กับงานที่ทำอย่างเพลิดเพลินทว่าจู่ๆก็ได้ยินเสียงกิ่งไม้แห้งถูกเหยียบดังมาจากพุ่มไม้ที่ห่างออกไปเพียงครึ่งก้าว
เธอโน้มตัวลงเล็กน้อยและเห็นกระต่ายอ้วนสีขาวตัวหนึ่งกำลังดุกดิกอยู่ใต้ต้นหม่อน มันหันหลังให้เธอกำลังตั้งอกตั้งใจกินหญ้าอ่อนบนพื้น
หมิงจูเบิกตากว้างค่อยๆ โน้มตัวลงอย่างเบาที่สุด แล้วยื่นมือออกไปอย่างรวดเร็ว คว้าหูกระต่ายยาวๆไว้แน่น...
เธอรีบลุกขึ้นยืนทันทีแล้วเรียกสองคนที่อยู่ไม่ไกล “เจียงตั่ว ดูสิ!”
เจียงตั่วและเฉียวปินหันกลับมาพร้อมกันเห็นหมิงจูในชุดที่เต็มไปด้วยใบหม่อน ในมือข้างหนึ่งถือไฟฉาย อีกมือหนึ่ง...ถือกระต่ายอ้วนตัวใหญ่!
เฉียวปินรีบวิ่งไปหาหมิงจูพร้อมกับเจียงตั่วแล้วพูดด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่งว่า “โอ้โหพี่สะใภ้ คุณจับมันได้ยังไงครับ?”
หมิงจูมองไปใต้ต้นหม่อนเธอเองก็ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ “ฉันกำลังเก็บใบหม่อนอยู่ที่นี่มันก็กำลังกินหญ้าอยู่ข้างใต้ จากนั้นฉันก็รีบคว้ามันไว้...”
เฉียวปินเขย่าแขนเจียงตั่วอย่างตื่นเต้น“หัวหน้า คุณดูสิว่าพี่สะใภ้โชคดีขนาดไหน!ผมมาที่เขานี้นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ไม่เคยเจอแม้แต่ขนสัตว์สักเส้นแต่พี่สะใภ้แค่มาเก็บใบหม่อน เธอก็จับกระต่ายได้โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เลย!”
เจียงตั่วเองก็มองกระต่ายในมือของเธอด้วยสายตาที่ไม่เชื่อเช่นกัน...โชคดีขนาดนี้จริงหรือ?
หมิงจูรู้สึกจริงๆว่า หากพูดถึงวิธีโชคดีอย่างน่าเหลือเชื่อทั้งร้อยแปดรูปแบบนี่คือความมหัศจรรย์ระดับที่มีแค่ในตำราเรียนเลยทีเดียว!
คนในยุคนี้ซื่อแล้วสัตว์ป่าพวกนี้ซื่อบื้อด้วยหรือ?
ก่อนหน้านี้ก็เจอปลาโง่ตอนนี้มีกระต่ายที่โง่จนวิ่งไม่เป็นอีก
นึกถึงกระต่ายป่าตัวใหญ่สีเทาตัวนั้นที่ไม่กลัวเธอเลยทั้งยังเดินเตร็ดเตร่มาติดกับดักเอง...
หมิงจูเปลี่ยนความคิดเธอยกมือส่งกระต่ายให้เจียงตั่ว
เจียงตั่วคิดว่าเธอถือไม่ไหวจึงรับไป แต่ไม่คาดคิดว่ากระต่ายที่เดิมทีไม่ดิ้นรนอยู่ในมือของเธอพอมาอยู่ในมือของเขากลับดิ้นรนอย่างรุนแรง พยายามหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต
หมิงจูตระหนักขึ้นมาทันทีเป็นเพราะเธอมีน้ำพุวิเศษ สัตว์เล็กๆ จึงถูกดึงดูดเข้ามาหรือเปล่านะ?
ถ้าอย่างนั้นต่อไปเธอจะกลายเป็นนักล่าตัวยงในอีกไม่นานแล้วใช่ไหม?
ไม่ว่าอย่างไรการขึ้นเขาครั้งนี้ของทั้งสามคนก็ถือว่าได้บางอย่างกลับมา
ทั้งสามคนกลับบ้านอย่างมีความสุขเมื่อมาถึงบ้าน หมิงจูก็ขังกระต่ายไว้ในกรง แล้วไปที่ห้องของคุณป้าเอาใบหม่อนวางบนกระด้งกลมที่ใช้เลี้ยงไหม
หนอนไหมพวกนี้กินเก่งจริงๆใบหม่อนที่เพิ่งให้ไปเมื่อตอนเย็น... แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็กินจนหมดแล้ว!
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเธอคงต้องไปเก็บใบหม่อนจากบนเขา ซึ่งเป็นงานที่ค่อนข้างเหนื่อย
นึกถึงต้นกล้าผักที่รดด้วยน้ำจากน้ำพุวิเศษซึ่งเติบโตเร็วกว่าต้นกล้าปกติหลายเท่า หมิงจูก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาอีก
เมื่อเจียงตั่วไปอาบน้ำที่แม่น้ำเธอเดินไปหลังบ้านแล้วรดน้ำต้นหม่อนด้วยน้ำพุวิเศษ หวังว่ามันจะได้ผลดีเช่นกัน
หลังจากนอนไม่หลับเมื่อคืนและเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน หมิงจูรู้สึกง่วงนอนเป็นอย่างมาก
เธอกลับเข้าไปในมิติอาบน้ำเสร็จก็รีบปูที่นอนแล้วล้มตัวลงนอน ผล็อยหลับไปในเวลาไม่ถึงนาที
เจียงตั่วกลับมาจากอาบน้ำข้างนอกพอเข้ามาในห้องก็เห็นหมิงจูหลับไปแล้ว
อาจเป็นเพราะอากาศร้อนเธอจึงนอนเหยียดแขนขาอยู่กลางที่นอนเสื้อผ้าเลิกขึ้นเผยให้เห็นหน้าท้องขาวเนียนและอกบางส่วน...
ลูกกระเดือกของเขาขยับเล็กน้อยหันหน้ามองไปทางอื่น แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินไปนั่งชิดขอบเตียงอุ่น
หัวใจที่เต้นรัวอย่างน่าประหลาดทำให้เจียงตั่วหายใจหนักขึ้น
เขาเหลือบมองหมิงจูอีกครั้งจิตใต้สำนึกอยากจะช่วยดึงเสื้อผ้าเธอลงมาปิดผิวเมื่อปลายนิ้วบังเอิญสัมผัสกับผิวอันเรียบเนียนนั้นร่างกายของเจียงตั่วก็แข็งทื่อไปชั่วขณะ
หมิงจูเหมือนจะรู้สึกถึงความเย็นสบายนั้นทำให้เธอรู้สึกสบายมากโดยไม่รู้ตัว เธอจึงยกมือขึ้นมาโอบแขนของชายหนุ่มไว้
ฝ่ามือของเขาแนบสนิทกับหน้าอกของเธอความอบอุ่นจากฝ่ามือนั้นยังพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายของเขาทำให้รู้สึกร้อนรุ่มราวกับถูกไฟไหม้
ทว่าหญิงสาวร่างเล็กที่หลับอยู่กลับไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยความเย็นสบายบนตัวเขาทำให้เธอหลงใหล ใบหน้าเล็กๆของเธอซุกไซ้ที่ข้อศอกของเขาอย่างแผ่วเบาราวกับลูกแมว
ซุกไซ้ไปมาเธอก็พลิกตัวลุกขึ้นนั่งกะทันหัน แล้วล้มตัวทับเขาอย่างงัวเงียกดร่างทั้งร่างลงบนตัวเขา แนบใบหน้ากับหน้าอกของเขาแล้วหลับต่อ...
เสียงหัวใจของเจียงตั่วที่เต้นรัวราวกับกลองส่งไปถึงหูของหมิงจูที่หลับใหลอยู่สติของเธอค่อยๆ กลับคืนมา แล้วก็ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
เมื่อเห็นชายหนุ่มที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมหมิงจูขนตาไหวระริก โอ้ตนที่นอนไม่เรียบร้อยกลับไปยั่วผู้กองเจียงผู้ใสซื่ออีกแล้ว!
และทำให้เขา...มีอารมณ์
หมิงจูรู้สึกผิดจึงหลับตาลงอีกครั้งเพื่อแกล้งทำเป็นหลับอยู่นี่ไม่ใช่ความผิดของเธอจริงๆ ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเจียงตั่วตัวเย็นสบายเกินไปราวกับแผ่นปูรองนอนธรรมชาติ
“ถ้าตื่นแล้วก็ลงไปนอนเถอะ”
หมิงจู“...”
ร่างเล็กๆค่อยๆ เลื่อนลงมา กลับไปที่ตำแหน่งของตนเอง เธอพึมพำว่า“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันตื่นแล้ว?”
“จังหวะการหายใจเปลี่ยนไป”
หมิงจูถึงกับพูดไม่ออกคนคนนี้ระมัดระวังขนาดนี้เชียวหรือ แค่การหายใจไม่เหมือนเดิมก็จับได้แล้ว?
ถูกจับได้ว่าแกล้งหลับช่างน่าอายจริงๆ!
แล้วเจียงตั่วไม่รู้สึกอายเลยหรือ?เธอไม่เชื่อว่าเขาจะสงบนิ่งได้!
คิดไปคิดมาหมิงจูก็ถามขึ้นมาเสียงเบา “เจียงตั่ว คุณ...อัดอั้นจนทรมานหรือเปล่า?”