สิ้นเสียงของกงต๋า เขาและหนิงโก่วเซิ่งก็จ้องหน้ากันเขม็ง เ้าหนูขมวดคิ้วมองเ้าหน้าขาวที่ทำหน้าใสซื่ออย่างไม่เข้าใจ “บอกให้ทำเป็ไม่อยู่ไม่ใช่รึไง?”
“ถ้าไม่ตอบแล้วพวกนางจะรู้ได้ไงว่าไม่มีคนอยู่ เ้าไม่ได้จะให้ข้าทำอย่างนี้หรือ?” กงต๋าถามกลับตาโต
“บ้าบอ!”
ยายเฒ่าทั้งสองได้ยินเสียงเด็กอยู่ข้างในก็มองหน้ากัน ยายเฒ่าเถียนส่งยิ้มร้ายกาจออกมา ก่อนจะปรับเสียงให้อ่อนหวาน “โก่วเซิ่ง เ้าเปิดประตูให้ยายหน่อย”
“นั่นใครน่ะ” หนิงโก่วเซิ่งะโถาม
“ยายเถียนเอง ข้ามีธุระกับแม่เ้า เปิดประตูมาคุยกันก่อน”
หนิงโก่วเซิ่งนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ยายเถียน...แม่ของเถียนจื่อ! จู่ๆ ใบหน้าเล็กๆ ก็มีสีหน้าแตกตื่น ถึงเขาจะเป็เด็กแต่ก็รู้ว่าที่ท่านยายเถียนมาจะต้องเกี่ยวข้องกับเถียนจื่อแน่ หนูน้อยส่งสายตาพิฆาตให้กงต๋าทีหนึ่ง สมองของเขาพยายามหาทางออกด้วยความเร็วจี๋
“โก่วเซิ่ง! โก่วเซิ่ง!” ยายเถียนเห็นว่าข้างในเงียบผิดปกติเลยเอ่ยเรียกอีกรอบ ในใจนึกหงุดหงิดเ้าเด็กเหลือขอผู้นี้ยิ่งนัก
“แม่ข้าไม่อยู่ ท่านกลับไปเถอะ!”
“แม่เ้าไปไหนล่ะ? แล้วนี่จะไม่เปิดประตูให้ข้าหรือไร ข้าเป็ผู้หลักผู้ใหญ่จะมาให้ยืนคุยที่หน้าประตูนี่นะ!” ยายเถียนกล่าว ทั้งยังแอบตำหนิหนิงโก่วเซิ่งไปในตัว
เ้าหนูยังจำคำที่แม่บอกได้อย่างดี บวกกับไม่ชอบที่เถียนจื่ออยากจะเป็พ่อใหม่ เขาเลยยืนกอดอกะโกลับไป “ไม่เปิด ข้าเปิดประตูไม่เป็!”
“เ้าเด็กนี่! ไม่รู้จักปฏิบัติกับผู้าุโรึ แม่เ้าสอนเ้าอย่างไร!”
แม่สื่อมู่เห็นท่าไม่ดี นางรีบส่งสายตาห้ามปรามให้ยายเฒ่าเถียนก่อนจะส่งเสียงใจดีให้กับหนิงโก่วเซิ่ง “เด็กดี เ้าเปิดประตูให้ยายหน่อย ยายมีธุระสำคัญจริงๆ นะ”
เ้าหนูโก่วเซิ่งมีสีหน้าไม่ยินยอม เขาไม่คิดจะไปเปิดประตูให้ยายเฒ่าทั้งสอง ทำเพียงเอ่ย “แม่ข้าไม่อยู่”
“อย่างน้อยก็ให้ยายเข้าไปนั่งพักในบ้านไม่ได้หรือ”
“แม่บอกห้ามเปิดประตูให้คนอื่น”
เสียงเล็กๆ ยังเถียงออกมาไม่ลดละ ใครจะคิดว่าเขาไม่รู้ความก็คิดไปสิ เขาเชื่อฟังแค่แม่คนเดียวเท่านั้นแหละ หนิงโก่วเซิ่งคิดในใจ
ทั้งยายเฒ่าเถียนและแม่สื่อมู่ต่างก็มีสีหน้าไม่น่ามอง พวกนางมองตาขวางไปยังบานประตูทำราวกับประตูนั้นคือใบหน้าของหนิงโก่วเซิ่ง แม่สื่อมู่นั้นมีสติยิ่งกว่า เื่ราวของหนิงเฟิ่งทำให้นางนึกเกรงกลัวจึงไม่อยากจะเอาความ ทำเพียงกักเก็บความรู้สึกไม่ดีไว้ภายในใจ
แต่ยายเฒ่าเถียนไม่เหมือนกัน นางรู้สึกเสียหน้า อีกอย่างนางจ่ายเงินให้กับแม่สื่อมู่ไปแล้ว จะให้ยอมแพ้คงทำไม่ได้ คิดอยากจะปีนประตูขึ้นไปให้รู้แล้วรู้รอด ฉับพลันใบหน้ายายเฒ่าก็ปรากฏสีหน้าร้ายกาจ นางนึกอะไรดีๆ ได้แล้ว
“ไอหยา ข้ารู้สึกหายใจลำบากเหลือเกิน” ว่าจบก็แสร้งล้มลงไปนอนกองกับพื้น
“ยายเถียน!”
หนิงโก่วเซิ่งและกงต๋าที่คอยเอาหูแนบประตูรับรู้ว่าเหตุการณ์ด้านนอกผิดปกติ เขาก็มีสีหน้าเคร่งเคลียด “ทำไมถึงยุ่งยากขนาดนี้ล่ะ” เ้าหนูบ่นออกมา
“เราจะทำอย่างไรดี”
“รอดูสถานการณ์ก่อนเถอะ!”
แม่สื่อมู่ก็รู้สึกยุ่งยากอยู่ในใจยิ่งนัก ทำไมนางจะไม่รู้ว่ายายเฒ่าเถียนแสร้งเป็ลม แต่จะให้ยืนอยู่เฉยๆ ก็ใช่ที่ ทำได้เพียงแค่ตามน้ำไปเท่านั้น
ยายเฒ่าเถียนนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้นดิน คอยปรือตาขึ้นมามองเป็ระยะๆ เห็นว่าประตูไม่เปิดออกเสียทีก็ร้อนใจ นางทำทีว่าฟื้นขึ้นมากล่าวกับแม่สื่อมู่เสียงอ่อนระโหย “เ้าไปเรียกลูกข้าให้หน่อย” ว่าจบก็สลบไปอีกรอบ
เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว แม่สื่อมู่จึงคิดจะไปเรียกเถียนจื่อแล้วจะหนีกลับบ้านไป ปล่อยให้ยายเถียนรอรับมือกับหนิงเฟิ่งเอง
ยายเฒ่าเถียนนอนเอาหน้าสู้แดดเหงือไหลย้อยอยู่นานสองนานกว่าลูกชายและลูกสะใภ้จะมาถึง ชาวบ้านบางคนกำลังกลับออกจากป่าเห็นเหตุการณ์แปลกๆ ก็พากันหยุดมองชี้ไม้ชี้มือไม่หยุด
“ท่านแม่! ท่านเป็อย่างไรบ้าง?” เถียนต้าประคองมารดาขึ้น
ยายเฒ่าเถียนแสร้งค่อยๆ ลืมตา “แม่หายใจไม่ออก...”
“นี่มันจะรังแกเกินไปแล้ว! โก่วเซิ่งเ้าใจดำเกินไปแล้วนะ” เถียนจื่อมองแผนมารดาออก เขาะโกล่าวโทษหนิงโก่วเซิ่งที่อยู่ด้านในเสียงดัง
ชาวบ้านหลายคนก็รู้สึกว่าหนิงโก่วเซิ่งทำเกินไปเช่นกัน แค่ผู้ใหญ่มาหา เหตุใดถึงไม่เปิดออกมาต้อนรับล่ะ ปล่อยให้ยายเถียนยืนรอจนเป็ลมใช้ได้ที่ไหนกัน บางคนพาเอ่ยสมทบใส่เ้าหนูเสียงดัง
“โก่วเซิ่ง ยายเถียนถึงกับเป็ลมเลยนะ หากไม่อยากต้อนรับผู้ใดเหตุใดไม่เข้าป่าไปอยู่คนเดียวซะล่ะ”
เ้าหนูโก่วเซิ่งไหนเลยจะรับเื่แบบนี้ได้ไหว เขาเม้มปากกำมือแน่นรู้สึกเคียดแค้นอยู่ในใจ ตอนแม่ยังไม่เป็แบบนี้ ไม่เห็นมีใครสนใจเขาเลย ออกจะรังเกียจด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ทำไมมีแต่คนอยากมายุ่งกับบ้านเขา เขาไม่ยอมหรอกนะ!
“ไหน! ข้าอยากจะรู้นักว่าในบ้านเ้าซ่อนอะไรไว้ ถึงจะให้ผู้ใดเข้าไปไม่ได้!” เถียนจื่อกล่าวก่อนจะะโถีบประตูบ้านอย่างแรง
ปัง!
กงต๋าสะดุ้งโหยง เขามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความหวาดกลัว ทั้งยังนึกโทษตัวเองที่ทำให้เื่ยุ่งยากแบบนี้ เด็กน้อยดวงตาแดงก่ำ น้ำตาเอ่อคลอเบ้า
“ไม่ต้องกลัว ประตูที่แม่ข้าทำแข็งแรงมากเลยนะ” เ้าหนูโก่วเซิ่งเอ่ยปลอบ ทั้งที่ภายในใจเขาก็กังวลเหมือนกัน
ปัง! ปัง! ปัง! ทั้งเถียนจื่อ เถียนต้า และชาวบ้านที่นึกคึกคะนองอยากร่วมด้วยบางคนมาช่วยกันถีบประตูไม้
“เหตุใดมันถึงพังยากนักล่ะ”
“หากมันยากเ้าก็ใช้วิธีอื่นสิ ปีนขึ้นไปเลย!”
ยายเฒ่าเถียนยกยิ้มร้ายกาจ ยืนกอดอกมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความเบิกบาน เหอะ! อย่างเ้าเด็กนั่นจะมาสู้กับนางที่เกิดก่อนหลายรอบได้ไง คิดจะคอยหลบอยู่แต่หลังประตูรึ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!
ระหว่างที่ชายหนุ่มหลายคนกำลังปีนขึ้นกำแพงบ้านอยู่นั้น เสียงเย็นะเืก็ดังขึ้น...
“ทำอะไร!”
หนิงเฟิ่งเดินกลับมาจากบ้านของกงไห่พอดี เธอตวาดใส่คนที่ยืนรวมกันอยู่หน้าบ้านของตนเสียงดัง
ชาวบ้านแต่ละคนมองหนิงเฟิ่งราวกับเห็นผี หนิงเฟิ่งในตอนนี้ตัวเปื้อนเื ใบหน้าเปรอะเปรื้อนด้วยสีฝุ่นของดินและสีแดงของเื ผมเผ้าดูยุ่งเหยิงไม่เป็ทรง ใบหน้าถมึงทึงแสดงความโกรธเกรี้ยว เธอจ้องเขม็งไปยังชาย 5 คนที่กำลังปีนกำแพงอยู่ “ลงมา!”
ไม่ต้องให้เอ่ยอีกรอบ ชายทั้ง 5 รูดตัวลงมากับกำแพงมานอนราบอยู่บนพื้น เพียงแค่คำประกาศิตแค่ประโยคเดียวก็เพียงพอที่ทำให้คนฟังแทบไม่มีแรงจะลุกขึ้นแล้ว
หนิงโก่วเซิ่งได้ยินเสียงแม่ของตน เขารีบพาร่างกายผอมแห้งวิ่งมาเปิดประตู โผล่หน้าเล็กๆ ออกมาตรวจสอบ พอเห็นว่าเป็แม่จริงก็รีบวิ่งออกมาหาโผลเข้าใส่มารดาที่ตั้งท่ารอรับอยู่ “แม่!”
หนิงเฟิ่งรับตัวเ้าหนูขึ้นมา สีหน้ายามมองลูกชายดูอ่อนลง “ใครทำเ้า”
“ยายเถียนมาหาแม่ แต่พอข้าบอกว่าแม่ไม่อยู่ นางก็จะเข้าบ้านเราให้ได้เลย” ได้ทีเ้าหนูก็ฟ้องมารดา
“ท่านยายเถียนมีธุระอะไร”
ยายเฒ่าเถียนเพิ่งได้มาเห็นความน่ากลัวของหนิงเฟิ่งกับตา เพียงแค่สบสายตากับแววตาที่นิ่งเฉยราบเรียบคู่นั้น เข่าของนางก็แทบทรุดลง รู้สึกว่าตัวเองจะเป็ลมจริงๆ ก็คราวนี้ แต่ก็ยังใจสู้ฝืนยิ้มให้แก่หญิงสาวตรงหน้า “ข้า เอ่อ เถียนจื่อบ้านข้ารู้สึกชอบพอเ้า ข้าเลยอยากมาพูดคุย”
“ข้าไม่ได้ชอบเถียนจื่อ”
“แต่ว่า...แม่โก่วเซิ่ง เ้าไม่อยากให้ลูกชายมีพ่อรึไง หากแต่งงานไปแน่นอนว่าเถียนจื่อต้องดูแลเขาอย่างดี”
“ข้าไม่สนใจ” หนิงเฟิ่งกล่าว นางปรายตาไปมองเหล่าเถียนจื่อที่พยายามพยุงตัวเองขึ้นจากพื้นดิน ถามกลับเสียงเข้ม “มีเื่ร้ายแรงอะไร ถึงจะมาพังประตูบ้านข้า หากไม่มีเหตุผลดีๆ ข้าจะให้พวกท่านชดใช้ซะ!”
ชาวบ้านหลายคนเดินถอยหลังไปหลายก้าว แสดงอย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่มาเป็ผู้สอดแนมเหตุการณ์เท่านั้น ตอนนี้ที่ประจันหน้ากันอยู่จึงมีฝั่งหนิงเฟิ่งกับฝั่งบ้านเถียนและผู้ชายอีก 3 คน
“เอ่อ แม่โก่วเซิ่ง พวกเราเห็นว่าลูกชายเ้าใจจืดใจดำ ยายเถียนมายืนรอพูดคุยตั้งนานสองนานกลับไม่ยอมเปิดประตูให้จนนางเป็ลมล้มพับ ข้ารู้สึกว่าทำอย่างนี้มันเกินไปนะ”
“ใช่ๆ” พอมีคนเข้าข้างยายเถียนก็ใจชื้น
“ยายเถียนเป็ลม? แล้วลูกข้าผิดอะไร ที่บ้านมีแค่เด็กๆ อยู่ข้าไม่ไว้วางใจให้ลูกเปิดประตูให้คนอื่นซี้ซั่ว บ้านข้ากับบ้านเถียนไม่ได้สนิทสนมอะไรกัน มีเหตุผลอันใดที่นางจะดึงดันเข้าไปบ้านข้าให้ได้” ยังดีที่เ้าหนูไม่เป็อะไร หนิงเฟิ่งจึงยอมพูดคุยด้วยเหตุผลบ้าง หากเป็แบบบ้านหวัง เธออคงจะเล่นงานทุกคนให้เดินกลับบ้านไม่ได้แล้ว "นี่คือเหตุผลรึ ข้าว่ามันคือข้อแก้ตัวมากกว่า!"