หญิงสาวส่งยิ้มก่อนจะก้มกราบลาเขาเช่นเดียวกับแก้วจันตา เสี้ยววินาทีชายหนุ่มรู้สึกวูบวาบจนต้องเบือนหน้าออก รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อย่างไรบอกไม่ถูก แม้บ่าวสาวจะอยู่ในชุดสีซีดไร้ราคา หากแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความงามของเธอนั้น สามารถตีเสมอหญิงสาวผู้เลอโฉมในวังได้อย่างสบาย เหตุนี้ทำให้คุณเอื้องฟ้าผู้ที่ได้ชื่อว่าเกลียดเธอมาก ยังคงไม่ยอมปลดออกจากตำแหน่งนางรำนั่นเอง
“ดูแลตัวเองด้วยหนากลิ่นจันทร์ ข้ากลับไปครานี้ ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาหาเจ้าอีกเมื่อใด” แก้วจันตาพยุงเธอขึ้นช้าๆ ในนาทีนั้นทำเอากลิ่นจันทร์น้ำตาร่วงหล่นลงพื้นเป็นระยะ เธอรู้สึกอบอุ่นใจที่ได้ดูแลใกล้ชิดเจ้านายอย่างแก้วจันตา ได้รับความเมตตาอย่างล้นเหลือจากหญิงสาวสูงศักดิ์ น้ำตาที่ไหลหล่นแสดงถึงความเสียใจอย่างถึงที่สุด
“คุณแก้วจันตาดูแลตัวเองด้วยเช่นกันนะเจ้าคะ” กลิ่นจันทร์เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้านวล แล้วมองหน้าหญิงสูงศักดิ์ด้วยสายตาสุดอาลัย
“อย่าได้ร้องไห้ ไม่เช่นนั้นข้าจักร้องตามเจ้า” แก้วจันตาพูดปรามด้วยเสียงสั่นเครือ พลางกำชับหญิงสาวที่กึ่งยืนกึ่งย่อตัวให้ต่ำกว่าเจ้านาย มือบางเอื้อมมาจับมือกระด้างของกลิ่นจันทร์เอาไว้แน่น ก่อนจะหยิบเงินเล็กน้อยใส่มือกลิ่นจันทร์
“เงินจำนวนนี้เอาไว้ใช้ ข้าให้เป็นการตอบแทนที่ดูแลข้าเป็นอย่างดี ข้าไปแล้วหนา” แก้วจันตาหันตัวเดินกลับขึ้นรถ พลางมองกลิ่นจันทร์ด้วยสายเศร้าสร้อยไม่ต่างกัน
“อย่าทำอันใดขวางหูขวางตาคุณแม่ ข้าไม่อยู่เรือน จักไม่มีใครช่วยเจ้าได้ ข้าไปแล้วจักรีบกลับ” พระพายพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เป็นครั้งแรกที่ทำให้กลิ่นจันทร์รู้สึกประหลาดใจ ที่เขาแสดงความเมตตาต่อเธอโดยไม่ปิดบัง หลังจากขบวนทั้งหมดเคลื่อนลับตาไป กลิ่นจันทร์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ชะเง้อคอมองจนสุดสายตา น้ำตายังคงไหลเป็นสายไม่หยุด ก่อนจะแบมือดูเงินในมือ ยิ่งทำให้หญิงสาวร้องไห้มากกว่าเดิม
“กลิ่นจันทร์ กลิ่นจันทร์” เสียงเรียกของนวลตะโกนเรียกลั่นป่าเป็นระยะๆ แลเสียงนั้นใกล้เข้ามาเต็มที กลิ่นจันทร์รีบเก็บเงินยัดเข้าไปที่ซอกเอวแล้วใช้มือปาดน้ำตาไม่ให้มีพิรุธ หลังจากนวลเห็นกลิ่นจันทร์เธอยิ่งเร่งฝีเท้าเข้าพร้อมกับสีหน้าแตกตื่นราวกับว่าเกิดเรื่องราวใหญ่โต
“มีอันใดรึพี่นวล เหตุใดจึงได้ลนลานเช่นนี้” กลิ่นจันทร์มองดูคนหอบที่พูดอะไรไม่ออกในตอนนี้ ครู่หนึ่งนวลจึงรวบรวมสติแล้วพูดขึ้นมา
“รีบกลับเรือนเถิด คุณเอื้องฟ้าอาการปวดหลังกำเริบหนัก” กลิ่นจันทร์ได้ฟังดังนั้นรีบเดินกลับเรือนทันที เมื่อมาถึงพบกับคุณเอื้องฟ้ากำลังนอนราบพร้อมมีบ่าวหลายคนพยายามนวดให้คลายความเจ็บปวด หากแต่เสียงที่ร้องครวญครางออกมาแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ช่วยให้ทุเลาลงเลย
“อาการหนักเยี่ยงนี้ เหตุใดพี่นวลมิตามหมอมา หากปล่อยไว้คุณเอื้องจะยิ่งทรมาน”
“ไม่มีประโยชน์หรอก หมอเคยมาเพราะอาการของคุณเอื้องฟ้าหลายคนแล้ว แต่ก็ไม่มีใครรักษาได้ ข้าเคยหายเพราะเอ็ง ดังนั้น ในเรือนนี้เห็นทีมีแค่เอ็งที่จักช่วยคุณเอื้องฟ้าได้” กลิ่นจันทร์หันมองตรงไปยังเจ้านาย ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปนั่งด้านข้าง
“ข้ากลิ่นจันทร์ ขอลองนวดให้นะเจ้าคะคุณเอื้องฟ้า” เจ้าของเรือนที่กำลังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เปิดตาขึ้นมองดูต้นเสียงก่อนจะพยักหน้า กลิ่นจันทร์ขยับเข้าไปนั่งด้านข้างวางมือลงในท่าถนัด แล้วออกแรงบีบนวด ช้าๆ เธอใช้ความชำนาญของตนเองบีบนวดไปตามกล้ามเนื้อต่างๆ ครู่ใหญ่เสียงครวญครางเมื่อครู่ก็เงียบลง เหลือเพียงความเงียบ กลิ่นจันทร์ยังใช้แรงบีบนวดสม่ำเสมอ ก่อนจะผ่อนแรงลงในที่สุด