ตอนที่ 6 ชีวิตเส้าเฟย
ดินแดนทางใต้เติมไปด้วยกลิ่นคราวเืของาพวกฏยังคงจู่โจมอย่างต่อเนื่องหากไม่รีบจัดการที่หน้าหัวฏแล้วคงมิจบสิ้นา
“ท่านอ๋อง...”หานเมิ่งกลับเข้ามาในเต้นท์เพื่อจักรายงานความคืบหน้าแก่แม่ทัพใหญ่ของาครั้งนี้อย่างฉินอ๋องแต่เห็นท่าทางแล้ว...
“หานเมิ่ง...”
“พะยะค่ะ”
“เส้าเฟยจักคิดถึงข้าบ้างไหม?”
“เอ่อ...”
หานเมิ่งองครักษ์คนสนิทของฉินอ๋องไม่รู้จักตอบกลับผู้เป็นายเช่นไรดีอาการเช่นนี้เห็นแล้วน่าเป็ห่วงยิ่งนัก ส่วนเื่ของาก็ยังไม่เสร็จสิ้น
“พระชายาคงจักอยู่แต่ในจวนมิได้ออกไปไหนกะหม่อมว่า...”
“เอาเถิด...เขาคงมิคิดถึงข้าอย่างที่ข้าคิดถึงเ้ามีเื่จักรายงานข้าก็รีบพูดมา”
เื่การส่งสายลับเข้าไปในกลุ่มคนฏนั้นเป็ไปย่างราบรื่นและเป็ไปตามที่ฉินอ๋องได้วางเอาไว้อย่างแยบยลแล้วความเป็ไปในกลุ่มก่อฏนั้นยังคงอยู่ในสายตาของฉินอ๋องทุกอย่าง
“พวกเขาใส่ข้อความมาว่าทางนั้นจักบุกเข้ามาโจมตีกลางคืนและยังเป็คืนที่ฟ้าปิดพอดีเป็เช่นนี้แล้วท่านอ๋องจักทำอย่างไรพะยะค่ะ”
“เรียกทุกคนมาหาข้า”
ฉินอ๋องเรียกรวมพลและหาลือกับผู้นำแต่ละกองให้พร้อมสำหรับรบหากแผนการนี้สำเร็จทุกคนก็จะได้กลับไปยังเมืองหลวงสักที
นานแรมเดือนที่เดินทางมาช่วยปราบกลุ่มฏทางดินแดนใต้กว่าจะใช้คนแทรกซึมไปเป็สายได้ก็เนิ่นนาน ฉินอ๋องเองก็อยากจะจบานี้โดยเร็ว
ทางด้านเส้าเฟยได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่แสนจะมีความสุขพวกเขาสะสมเงินแล้วลงทุนเปิดโรงเตี๊ยมขนาดเล็กขายทั้งอาหารและเหล้าและยังมีที่พักสำหรับผู้คนที่เดินทาง
“เฒ่าแก่...ขอเต้าหู้ทอดกับเหล้า”
“เฒ่าแก่...ข้าเอาปลาตากแห้งทอดกับข้าวต้ม”
“ได้ขอรับ...เชิญพวกท่านนั่งรอก่อน”
โรงเตี๊ยมของเส้าเฟยนั้นก็ไม่ถึงกับว่าขายดิบขายดีแต่ก็พอที่จักได้ขายอยู่บ้างส่วนกำไรนั้นก็ได้มาไม่มากแต่รสชาติอาหารมันทำให้เป็ที่นิยมของชาวบ้านที่อยู่แทบนั้น
“เจียงเอ๋อร์เ้ายกสำหรับไปให้ท่านที่อยู่ตรงนั้นแทนข้าที”
“ได้ท่านพี่เสี่ยเฟย...”
โรงเตี๊ยมของเส้าเฟยและเจ่าเจียงมิได้เปิดทั้งวันตกเย็นก็เริ่มเก็บกวาดร้านให้เรียบร้อยพอถึงตอนเช้าก็รีบไปซื้อวัตถุดิบมาเตรียมก่อนจะเปิดร้าน
“พี่เสี่ยวเฟยจักให้ข้านำฟืนไปเก็บที่ใด”
“ฉีฟ่าน...เ้าเอาไปเก็บข้างๆห้องครัวแล้วกัน”
ฉีฟ่านเป็ชายหนุ่มส่งฟืนขาประจำของโรงเตี๊ยมของพวกเขาเจอกันทุกวันก็ทำให้พวกเขาเริ่มสนิทสนมกันตามธรรมดา
“พี่เสี่ยวเฟยข้าอยู่ช่วยได้หรือไม่”
“แล้วเ้าเล่ามิได้ไปหาขอป่ามาขายหรือไงถึงจักช่วยข้า”
“ก็จริงอย่างที่พี่เสี่ยวเฟยว่าแต่ข้าเห็นพวกพี่ทำกันแค่สองคนดูวุ่นๆข้าจึงอยากอาสาช่วย”
“เอาอย่างนี้เ้ามาช่วยข้าแล้วข้าจักจ่ายค่าแรงให้เ้า...”
“จริงรึพี่เสี่ยวเฟย”
“อื้ม...”
ฉีฟ่านรู้สึกดีใจก่อนจะวิ่งเข้าไปะโกอดเส้าเฟยส่วนเส้าเฟยเองก็แอบยิ้มออกมาบางๆกับกิริยาท่าทางของอีกฝ่ายที่ทำตัวอย่างกับเด็ก
ฝ่ายไปไม่กี่วันโรงเตี๊ยมก็มีผู้คนมาอุดหนุนเยอะพอสมควรเป็่ที่เส้าเฟยหากำไรจากผู้คนเหล่านี้ได้มากพอตัว
พรึ๊บ!!!
ระหว่างที่กำลังประกอบอาหารให้กับลูกค้าจู่ๆเส้าเฟยก็รู้สึกหน้ามืดแล้วล้มไปในที่สุด และยังดีที่ฉีฟ่านเดินเข้ามาเจอกับเส้าเฟยที่นอนราบอยู่กับพื้น
“พี่เสี่ยวเฟย!”
ฉีฟ่านรีบไปพยุงตัวเส้าเฟยขึ้นมาก่อนจะพาออกมาจากห้องครัว
“พี่เสี่ยวเฟย...ฉีฟ่านท่านพี่ของข้าเป็อันใด”เจ่าเจียนเอ่ยถามเมื่อเห็นฉีฟ่านพยุงตัวเส้าเฟยออกมา แล้วพาไปพักที่ห้อง
“ข้าเข้าไปที่ห้องครัวเจอกับพี่เสี่ยวเฟยนอนอยู่กับพื้นข้าจึงพยุงตัวพี่เสี่ยวเฟยมาคาดว่าพี่เสี่ยวเฟยจักหักโหมจนเกินไปจึงหน้ามืดเจียงเอ๋อร์เ้าดูพี่เสี่ยวเฟยรอข้า เดี๋ยวข้าจักไปตามหมอมา...”
หลังจากที่ฉีฟ่านไปตามหมอมาตรวจดูอาการของเส้าเฟยหมอที่มาตรวจดูอาการเองพอจับชีพจรแล้วถึงกับไม่แน่ใจอาการเช่นนี้มันจักมีกับผู้ที่เป็หญิงเท่านั้นแต่บุรุษผู้นี้กับมีการเต้นของชีพจรเหมือนหญิง
“ท่านหมอ...พี่ข้าเป็อย่างไรบ้าง”เจ่าเจียงเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าหมอตรวจดูอาการนานมากแล้ว
นับว่าเป็สิ่งที่แปลกใหม่สำหรับหมอท่านนี้เขาเองก็พยายามตรวจอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าเขาไม่ได้ตรวจผิดแม้จักตรวจโดยการจับชีพจรกี่ครั้งล้วนแล้วออกมาเป็ดังเดิมและอาการเช่นนี้มันเหมือนกับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์
“ข้าคาดว่าพี่ชายของเ้ากำลังตั้งครรภ์”
“เป็เช่นนั้นไปได้อย่างท่านหมอท่านตรวจผิดหรือไม่พี่ข้าเป็ชายจักตั้งครรภ์ได้อย่างไร”
“ข้าเองก็ตรวจซ้ำแล้ว...อาการที่ข้าตรวจได้มันเหมือนกับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ข้าเองก็มิรู้ได้ว่าเป็อันใดกันแน่ หากเ้ามิเชื่อก็มิเป็อะไร ข้าขอตัว...”
จักให้เจ่าเจียงเชื่อได้อย่างไรว่าเส้าเฟยนั้นตั้งครรภ์เกิดมาเขาเองก็มิเคยพบเคยเห็นหรือมีคนมายืนยันว่าบุรุษจักสามารถตั้งครรภ์ได้
ทางด้านเมืองหลวงแล้วฮองเฮากำลังสาวเท้าเดินไปยังตำหนักของฮ่องเต้แน่นอนว่านางมีเื่ทุกข์ร้อนหนักจึงได้มาเข้าเฝ้าฮ่องเต้
“ทูลฝ่าา...ฮองเฮาทรงเสด็จเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”
“ให้เข้ามา...”
หลังจากได้รับคำสั่งให้เข้าเฝ้าฮองเฮาจึงเดินเดินเข้าไปก่อนที่นางจักหยุดเดินแล้วคำนับฮ่องเต้
“ฮองเฮา...เ้ามาหาข้าถึงที่ตำหนักมีเื่อันใดรึ”
“ทูลฝ่าาหม่อมฉันมีเื่จักทูลกับฝ่าานานมากแล้วที่ซูไท่เฟยได้ขับไล่หลี่เส้าเฟยออกจากจวน เื่นี้อ๋องฉินเองก็มิทราบอันใดฝ่าา...เหตุนี้แล้วจักไม่ตามเส้าเฟยกลับมาอย่างนั้นรึเพคะ”
“น่าเสียดายข้ามิน่าให้เส้าเฟยกินยานั้นเลยอีกอย่างเขาก็เป็อิสระแล้วฮองเฮาเ้ามิต้องเป็ห่วงข้าได้ส่งคนไปคุ้มกันอยู่ห่างๆ”
“ตอนนี้เขาอยู่ที่ใดหรือเพคะ”
“ที่ที่ปลอดภัย...”
สองเดือนต่อมาอาการของเส้าเฟยเริ่มฉายให้เห็นเขาแพ้อาหารที่เขาเคยกินอยู่ทุกวันหน้ามืดง่ายจนมิสามารถเข้าครัวได้ตามปกติที่เคยทำ
“พี่เสี่ยวเฟยวันนี้ข้าจักทำแทนเอง...” เจ่าเจียงเอ่ยบอก
“ยังมีข้าอีกคนพี่เสี่ยวเฟย”ฉีฟ่านเสริมขึ้น
เส้าเฟยเองก็พยักหน้ารับตามที่เจ่าเจียงและฉีฟ่านบอกไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขากันแน่ร่างกายก็ดูเหมือนไม่แข็งแรงอย่างแต่ก่อน
ความรู้สึกเหมือนกับว่าหิวมากแต่พอมองดูอาหารในสำรับเหมือนอ้วกจะพุ่ง
“เจียงเอ๋อร์....เ้าอยู่รึไม่”คนถูกเรียกรีบเข้ามาหาเส้าเฟยด้านในทันที
“พี่เสี่ยวเฟยมีอันใดรึ...มีสิ่งใดให้ข้าช่วย”
“เหมือนว่าข้า้าส้มสักลูกเจียงเอ๋อร์เ้าจักหาให้ข้าได้หรือไม่”
“งั้นรอข้าเดี๋ยวข้าจักไปหามาให้ท่าน”
เจ่าเจียงรีบออกไปที่ตลาดเพื่อหาซื้อส้มเผื่อจักมีผู้นำมาขายบ้างรอบอยู่นานก็ยังไม่เห็นว่ามีผู้ใดนำส้มมาขาย
“เจียงเอ๋อร์ตามข้ามา...”
เป็ฉีฟ่านที่เรียกเจ่าเจียงให้ตามไปเพราะเขาเองแต่ก่อนนั้นก็หาของป่ามาขายเหมือนกัน เื่ผลไม้ป่าก็พอที่จักรู้บ้าง
“ที่ตลาดไม่มีสิ่งที่เ้า้าหรอก”
“แล้วที่ใดเล่าจักมี”
“ในป่า...ตามข้ามา”
เจ่าเจียงเดินตามฉีฟ่านไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เข้าไปยังป่าไม่ไกลนักฉีฟ่านก็หยุดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
“เจียงเอ๋อร์สิ่งนี้เล่าที่เ้าตามหามัน” ฉีฟ่านชี้ไปบนต้นไม้ที่มีลูกส้มเต็มไปหมด
“นี่เ้าหามันเจอได้อย่างไรฉีฟ่าน”
“ข้าเป็ผู้ใดเล่าส้มต้นนี้เป็เขตของข้ามีข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่รู้ว่ามีส้มต้นนี้”
“ดีเลยฉีฟ่านพวกเรารีบเก็บไปให้ท่านพี่เสี่ยวเฟยดีกว่า”
ทั้งสองคนรีบเก็บลูกส้มบนต้นจนมากพอก่อนจักกลับมาหาเส้าเฟยที่โรงเตี๊ยมเส้าเฟยเองก็ยังคงนอนรออยู่ในห้อง
“พี่เสี่ยวเฟยข้าได้มาแล้ว”เจ่าเจียงเดินเข้ามาพร้อมกับพวกผลส้มที่ถืออยู่ในมือทั้งสองข้างนางรีบนำไปให้กับเส้าเฟย
ส่วนเส้าเฟยเองก็ยังตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งก่อนจะหยิบลูกส้มขึ้นมาปลอกเปลือกก่อนจะหยิบส้มที่ปลอกเปลือกเสร็จแล้วเข้าปาก
“รสชาติอร่อยมากพวกเ้าไปซื้อจากที่ใด”
“ข้ากับฉีฟ่านไปเก็บจากในป่ามิได้ไปซื้อ”
ผลส้มที่เจ่าเจียงนำมาให้เส้าเฟยนั้นมีทั้งลูกที่สุขเต็มที่และบางลูกยังห่ามอยู่แต่สังเกตดูเส้าเฟยจะไม่เตะลูกที่สุขเลยสักนิด
“พี่เสี่ยวเฟยหลายวันมานี้ท่านไม่สบายอยู่บ่อยครั้ง ให้ข้าไปตามหมอมาดูอาการให้หรือไม่”
“มิเป็ไรพักไม่กี่วันข้าก็หายแล้ว”
เดือนที่สามกำลังย่างกลายเข้ามาเรื่อยๆาต่อต้านกลุ่มฏนั้นได้จบสิ้นในที่สุดฉินอ๋องสามารถตัดหัวหัวหน้ากลุ่มฏนั้นได้าที่ยาวนานนั้นเริ่มปิดฉากลงฉินอ๋องเองก็เตรียมพร้อมเดินทางกลับไปยังเมืองหลวงทันที
การเดินทางนั้นกว่าจักมาถึงเมืองหลวงได้ก็เข้าสู่เดือนที่สามฉินอ๋องต้องเดินทางเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อนรายงานความสำเร็จของการออกศึกครั้งนี้
“ทูลฝ่าากลุ่มฏเ่าั้ถูกกะหม่อมสังหารสิ้นหมดแล้วพะยะค่ะ”
“เ้าทำได้ดีมากน้องข้าข้าจักตกรางวัลให้แก่เ้าที่ทำผลงานครั้งนี้”
“น้อมรับพะยะค่ะ...”
หลังจากที่เข้าทูลแก่ฮ่องเต้เสร็จสิ้นฉินอ๋องจึงรีบกลับไปยังจวนที่จวนของเขายังมีคนที่้าอยากจักเจอใจแทบขาด
“ซูไท่เฟย....ท่านอ๋องฉินเสด็จกลับมาแล้วเพคะ”
“เสด็จแม่!...”
ฉินอ๋องรีบเข้าไปถวายคำนับแก่ผู้เป็มารดาก่อนที่ซูไท่เฟยจะโผลงเข้าไปกอดบุตรชายด้วยความคิดถึงยิ่งนานหลายเดือนแล้วที่นางเฝ้าสวดมนต์เพื่อให้ฉินอ๋องกลับมาอย่างปลอดภัย
“เสด็จแม่ข้ากลับมาแล้ว...”
“โชคดีที่เ้าปลอดภัยกลับมาฉางิ...”พบผู้เป็มารดาเสร็จแล้วก็เหลืออีกคนที่ฉินอ๋องจักต้องไปหาเมื่อกลับมาถึง “เสด็จแม่...ข้าขอตัวไปหาเส้าเฟยก่อนพะยะค่ะ”