Veonestra: สงครามวันพิพากษา

    ตอนที่ 34: ฟีนิกซ์ผู้เปลี่ยนชะตาสงคราม

    หลังจากการถือกำเนิดขึ้นของสภาวะ Evolution Wave Form II (EW-2) สนามรบที่เคยวุ่นวายและเต็มไปด้วยเสียงกัมปนาทพลันตกอยู่ในความเงียบงันอย่างน่าประหลาด

    เปลวเพลิงสีทองมหาศาลยังคงลุกโชนและหมุนวนอยู่กลางมหานครที่กำลังพังทลาย แสงสว่างเจิดจ้าของมันขับไล่ความมืดมิดและกลุ่มควันแห่งสงครามจนหมดสิ้น เหล่าทหารกล้าทุกหน่วยจาก V.I.F., ทหารราบจาก G.D.F., รวมถึงกองกำลังยานเกราะของสหรัฐอเมริกา ต่างหยุดชะงักการต่อสู้ลงชั่วขณะ อาวุธในมือถูกลดระดับลง สายตาทุกคู่เหม่อมองไปยังศูนย์กลางของแสงสว่างนั้นราวกับถูกมนต์สะกด

    เบื้องบนฟากฟ้า เด็กสาวผู้หนึ่งกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศอย่างสง่างาม ปีกเพลิงสีทองอร่ามขนาดมหึมากางสยายออกด้านหลัง แผ่รังสีความร้อนที่อบอุ่นทว่าทรงพลัง เส้นผมสีแดงส้มที่เคยสั้นประบ่า บัดนี้ยาวสยายพลิ้วไหวไปตามกระแสลมราวกับเปลวเพลิงที่มีชีวิต

    "นั่น..." "รินเหรอ..." อายาโกะเบิกตากว้างจนสุดขีด น้ำเสียงของเธอสั่นสะท้าน เธอแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เพราะเด็กสาวที่ลอยอยู่เบื้องหน้าในเวลานี้ ไม่เหลือเค้าโครงความบอบช้ำของสภาพก่อนหน้าอีกต่อไป เธอคือศูนย์รวมแห่งพลังงานที่บริสุทธิ์ที่สุด

    [Evolution Wave Form II : กำลังทำงาน] [Combat System : Online] [Psychic Flame Synchronization : 100%]

    รินค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีทองเรืองรองดุจดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวันจดจ้องมองลงไปยังฝูงการ์เลนอสนับแสนตัวที่กำลังบ้าคลั่งอยู่เบื้องล่าง ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเอื้อนเอ่ยออกมาเพียงประโยคเดียวอันแสนเยือกเย็น

    "หายไปซะ"

    [ไซคิก เจเนซิส เฟลมเฟเน็กซ์]

    ฟุ่บบบบบบบบ—!!!

    สิ้นคำราม เปลวไฟสีทองจำนวนมหาศาลระเบิดทะลักออกจากร่างของริน ก่อนจะแปรสภาพและควบแน่นกลายเป็นวิหคเพลิงขนาดยักษ์หลายแสนหลายล้านตัว พวกมันส่งเสียงแหลมสูงก้องฟ้า พุ่งทะยานแหวกอากาศออกไปทั่วทุกทิศทางของสนามรบราวกับฝนดาวตกแห่งการทำลายล้าง

    โฮกกกกกกกก!!! ฝูงการ์เลนอสนับหมื่นนับแสนตัวส่งเสียงร้องโหยหวนเมื่อสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม แต่ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว

    "ระเบิดคอร์พลังชีวิตทั้งหมด" รินกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง พลางดีดนิ้วเพียงหนึ่งครั้ง

    ตูมมมมมมมมมมมมมมมม!!! ตูมมมมมมมม!!! ตูมมมมมมมมม!!!

    คอร์พลังชีวิตของการ์เลนอสทุกตัวที่อยู่ในรัศมีสิบกิโลเมตร เกิดการปะทุและระเบิดจากภายในพร้อมกันอย่างสมบูรณ์แบบ ร่างอันน่าสะอิดสะเอียนของพวกมันแตกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา ก่อนจะถูกคลื่นเปลวเพลิงสีทองชำระล้างจนสะอาดหมดจด ไม่หลงเหลือแม้แต่รอยหยดของเลือดกรดพิษบนพื้นดิน

     

    ภายในสะพานเรือของยาน ORCA เจ้าหน้าที่ทุกคนถึงกับยืนแข็งค้างประดุจรูปปั้น ไม่มีใครสามารถสรรหาคำพูดใด ๆ ออกมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพราะภาพความวินาศสันตะโรของศัตรูที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านั้น มันเกินกว่าที่สติปัญญาของมนุษย์จะจินตนาการถึง

    "กำจัดการ์เลนอส..." เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลกลืนน้ำลายอึกใหญ่ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า "...มากกว่าล้านตัวในระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาทีครับ!"

     

    แต่ทว่า ความหวังเพิ่งจะผลิบานได้ไม่นาน เสียงสัญญาณไซเรนเตือนภัยสีแดงก็ดังกีดร้องขึ้นอีกครั้ง

    [คำเตือน: ตรวจพบการ์เลนอสระดับ 3 (Class 3)] [ขนาดความสูง: 30 เมตร] [จำนวนคอร์พลังชีวิต: 5 จุด]

    เงาร่างของสัตว์ประหลาดยักษ์ค่อย ๆ ก้าวเดินออกมาจากกลุ่มควันทึบ ทุก ๆ ย่างก้าวของมันหนักหน่วงจนทำให้พื้นดินเบื้องล่างแตกร้าวและทรุดตัว กัปตันแบล็คเบิร์ดจ้องมองภาพความน่าสะพรึงกลัวนั้น ก่อนจะกัดฟันและออกคำสั่งเฉียบขาดทันที

    "Vanguard ทุกคน...กำจัดมันเดี๋ยวนี้!"

    โอลิเวีย ทันย่า เมดิสัน และอายาโกะ ตอบรับคำสั่งพร้อมกัน พวกเธอพุ่งทะยานด้วยไอพ่นจากชุดเกราะวีโอซูทของตัวเองเข้าจู่โจมอสูรกายยักษ์จากทุกทิศทาง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ห่ากระสุนเจาะเกราะพลังงาน คมดาบความถี่สูง หอกทะลวงทะลุทะลวง และวงเวทโจมตีทำลายล้าง ถูกสาดกระหน่ำถาโถมเข้าใส่ร่างยักษ์นั้นอย่างบ้าคลั่งและต่อเนื่อง แต่...มันกลับไม่เพียงพอ

    "คอร์ของมันไม่แตก! อัตราการฟื้นฟูเซลล์ของมันเร็วเกินไป!" อายาโกะตะโกนรายงานด้วยความร้อนรน

    การ์เลนอสระดับ 3 เพียงแค่สะบัดแขนอันทรงพลังของมันเพียงครั้งเดียว คลื่นกระแทกมหาศาลก็ซัดเอาร่างของนักรบทั้งสี่คนกระเด็นปลิวลอยละลิ่วออกไปกระแทกซากตึกพร้อมกัน

    "ถอยออกมา!" แบล็คเบิร์ดสั่งการสวนขึ้นมาทันที

    รินที่ลอยอยู่เบื้องบนทอดสายตามองไปยังสัตว์ประหลาดยักษ์ ก่อนที่เธอจะยื่นมือออกไปด้านข้าง คว้าจับเอาอาวุธชิ้นใหม่ที่ก่อตัวขึ้นจากประกายแสง

    "เฟลม ฟอร์จ เฟเน็กซ์ แกรนด์ซอร์ด" 

    ดาบยักษ์สีแดงทองเรืองรองที่ถูกสร้างขึ้นจากการควบแน่นของพลังงาน EW-2 โดยสมบูรณ์ คมดาบแผ่รังสีความร้อนที่บิดเบือนมิติรอบข้าง

    "ฉันจะจัดการมันเอง"

    ฟุ่บบบบ!!! ร่างของรินหายวับไปจากสายตา ก่อนจะปรากฏขึ้นอีกครั้งที่เบื้องหน้าของอสูรกายยักษ์ในชั่วพริบตา ความเร็วของเธอเหนือล้ำกว่ากฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์ใด ๆ

    ฉัวะ!!! คอร์พลังชีวิตจุดที่หนึ่งที่ไหล่ซ้ายแตกสลาย ฉัวะ!!! จุดที่สองที่ไหล่ขวาถูกฟันขาดกระจุย ฉัวะ!!! จุดที่สามที่หน้าท้องระเบิดออก ฉัวะ!!! จุดที่สี่ที่แผ่นหลังถูกแทงทะลุ

    ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเสี้ยวของเสี้ยววินาที เหลือเพียงคอร์หลักจุดสุดท้าย... ที่ฝังอยู่ลึกสุดกลางหน้าอกของมัน

    โฮกกกกกกกกก!!! การ์เลนอสระดับ 3 คำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดและคลุ้มคลั่งอย่างถึงขีดสุด มันอ้าปากกว้าง พลังงานมิติสีฟ้าดำควบแน่นรวมกันที่ใจกลางช่องปาก

    [แจ้งเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบการชาร์จ Quantum Catastrophe Cannon]

    ลำแสงควอนตัมสีฟ้ามหาศาลพุ่งทะลวงกวาดผ่านใจกลางมหานคร พลังทำลายล้างของมันลบเลือนทุกสิ่งให้หายไป ตึกระฟ้า ถนน สะพาน และแนวรบของทหารจำนวนมหาศาล... พื้นที่กว่าครึ่งเมืองถูกลบหายไปจากแผนที่โลกในพริบตาแต่รินกลับไม่คิดที่จะหลบหลีกเธอปักดาบยักษ์ลงบนพื้นดินเบื้องหน้า ก่อนจะกางปีกเพลิงคู่มหึมาออกจนสุดสวิง

    [โอเวอร์โหลด...] 

    สิ้นคำกล่าว เปลวเพลิงทุกจุดที่อยู่ในระยะสายตาและขอบเขตของสมรภูมิ เริ่มถูกดึงดูดเข้าหาตัวเธอ ไฟจากซากเมืองที่ลุกไหม้ ไฟจากเครื่องยนต์รถถังที่ระเบิด ไฟจากซากเครื่องบินรบ ไฟจากอาวุธและบรรยากาศ... ความร้อนทั้งหมดไหลย้อนกลับเข้าสู่แกนกลางวิญญาณลีซิลนอส ของเธอ แสงสีทองสว่างจ้าทวีความรุนแรงขึ้นจนปกคลุมผืนฟ้าทั้งผืนให้กลายเป็นสีทอง

    "เฟเน็กซ์เฟลม!"

    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!

    ร่างของรินพุ่งทะยานสวนทาง ทะลวงผ่ากลางลำแสงควอนตัมสีฟ้ามรณะราวกับดาวหางสีทองที่ไม่อาจหยุดยั้ง ปลายดาบเฟเน็กซ์ แกรนด์ซอร์ด พุ่งทะลวงเข้าเสียบทะลุคอร์จุดสุดท้ายกลางหน้าอกของการ์เลนอสระดับ 3 อย่างแม่นยำและรุนแรง

    ฉึก!!!

    กาลเวลาราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ... จากนั้น คอร์พลังชีวิตทั้งหมดของอสูรกายระดับ 3 ก็เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่และแตกสลายพร้อมกัน

    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!

     

    แรงระเบิดมหาศาลเทียบเท่ากับอาวุธนิวเคลียร์ขนาดย่อม แผ่กระจายคลื่นกระแทกออกไปกวาดล้างทั่วทั้งสนามรบ การ์เลนอสระดับต่ำที่หลงเหลืออยู่อีกนับหมื่นตัวถูกคลื่นความร้อนกลืนกินจนสูญสลาย สมรภูมิที่เคยเต็มไปด้วยซากศพ บัดนี้เหลือเพียงทะเลเพลิงสีทองที่สงบงันและงดงาม

    ในที่สุด...เสียงประกาศจากระบบส่วนกลางที่มนุษยชาติทุกคนรอคอยก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

    [สถานะสมรภูมิ: ตรวจไม่พบสัญญาณชีพของการ์เลนอสระดับสูง] [สมรภูมิ G-Zone: ได้รับการยึดคืนอย่างสมบูรณ์] [บทสรุป: ยุทธการ Red Armageddon สำเร็จลุล่วง]

    ทว่า กลับไม่มีเสียงโห่ร้องยินดี ไม่มีการสวมกอดฉลองชัยชนะ ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้รอดชีวิต

    เพราะทุกคนต่างรู้ซึ้งแก่ใจดีว่า ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ไม่ได้ได้มาด้วยปาฏิหาริย์เพียงอย่างเดียว แต่มันถูกแลกมาด้วยชีวิตของกำลังพลทหารมากกว่า สิบล้านนาย และหยาดเลือดของประชาชนผู้บริสุทธิ์อีกนับไม่ถ้วนที่ถูกฝังกลบอยู่ใต้เศษซากของเมือง

    ท่ามกลางทะเลเพลิงสีทองที่ค่อย ๆ มอดดับลง รินยืนอยู่เพียงลำพังบนซากปรักหักพัง ดาบยักษ์ในมือสลายกลายเป็นละอองแสง เธอมองขึ้นไปยังท้องฟ้าเบื้องบนที่เริ่มมีแสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านกลุ่มควันลงมา ดวงตาสีทองของเธอสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากจะพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา

    "ในที่สุด..." "...มันก็จบลงแล้ว..."

    ร่างของรินค่อยๆกลับคืนเป็นร่างมนุษย์ปกติ ก่อนที่เธอจะสลบเหมือดไปเพราะใช้พลังงานไปเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางเสียงเรียกของกลุ่มเพื่อนๆในหน่วย Vanguard 

     

    [จบตอนที่ 34: ฟีนิกซ์ผู้เปลี่ยนชะตาสงคราม]

    คล้ายกับเรื่องVeonestra: สงครามวันพิพากษา ที่คุณอ่าน