'กำลังติดตั้งอาณาเขตเซียนา โฮสต์กรุณารอสักครู่....'
'ติดตั้งอาณาเขตเสร็จเรียบร้อยแล้ว'
เหม่ยอิงที่เดินเข้ามาในที่นาหนึ่งหมู่ถึงกับผงะเสียงที่ดังขึ้นในใจ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าลอยอยู่ตรงหน้า ราวกับโฮโลแกรมของโลกเสมือนจริงจากแว่น VR ในศตวรรษที่ 21
“เดี๋ยวสิ...อย่าบอกนะว่าฉันเองก็มีระบบวิเศษ ฮ่าฮ่า ถ้ามันเป็แบบนั้นจริงล่ะก็ถือว่าฉันโชคดีมาก อย่างน้อยก็ไม่ตายแล้วในยุคห่วยๆ นี่” เหม่ยอิงยืนอยู่ในที่นาพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง เนื่องจากยังเช้าตรู่ทุกคนจึงเร่งเดินทางไปยังผืนนาของตัวเอง พอได้ยินเสียงของเหม่ยอิงหลายคนจึงสงสัย อดไม่ได้ต้องเดินเข้าไปถามไถ่
“เหม่ยอิงเ้าไม่สบายหรือเปล่า หรือว่าโหมงานหนักเกินไป” คนที่กล่าวถามเป็หญิงสาวร่างบาง หน้าตาจัดว่าน่ารัก ผิวขาวอมชมพู ผมสีดำถูกรวบไว้บนศีรษะเพื่อง่ายต่อการทำนา ใส่ชุดสีเหลืองเก่าๆ ที่ผ่านการปะชุนมานับครั้งไม่ถ้วน
เหม่ยอิงผินหน้าไปมองก็จำได้ทันทีว่านางคืออ้ายฉี เพื่อนของนางที่เติบโตมาด้วยกัน
“ไม่เป็ไรหรอกข้าสบายดีน่ะ” เหม่ยอิงตอบในขณะเดียวกันก็มองหน้าต่างโปร่งแสงตรงหน้า ก่อนจะกล่าวถามว่า “จริงสิอ้ายฉี เ้าเห็นสิ่งนี้หรือเปล่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าข้า”
“หมายถึงข้าวงั้นหรือ” อ้ายฉีตอบ
“เอ่อ...ใช่ๆ ข้าวที่ข้ากำลังจะเกี่ยววันนี้” เหม่ยอิงยิ้มตอบในขณะเดียวกันก็ได้รู้ว่าอ้ายฉีไม่เห็นหน้าจอที่ว่า ดูเหมือนว่านางจะเป็คนเดียวที่เห็นหน้าจอนี้
“เหม่ยอิงข้าต้องไปแล้ว เ้าเองก็อย่าหักโหมให้มากล่ะเดี๋ยวไม่สบายจะแย่เอา ยิ่งนี่เป็เดือน 9 หน้าฝนโหมแรง หากไม่สบายขึ้นมาคงเป็เื่ยากที่จะเอาตัวรอด”
“ขอบคุณอ้ายฉี เ้าเองก็เหมือนกันนะ”
นี่คือยุคโบราณ ราคายาจีนโบราณค่อนข้างมีราคาแพง แถมค่ารักษาแต่ละครั้งก็ไม่ใช่น้อยๆ หากเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาก็มีโอกาสตายสูง
มองแผ่นหลังที่หายลับไปของอ้ายฉีเหม่ยอิงก็หันกลับมาสนใจ 'อาณาเขตเซียนา'
“หลายคนข้ามไปเป็ตัวร้ายในนิยาย ข้ามไปเป็ภรรยาของอ๋องต่ำช้า บ้างก็เป็นักฆ่าในชาติที่แล้วเชี่ยวชาญวิชาพิษฆ่าคน แต่ใครล่ะจะคิดว่าฉันเองก็มีดีไม่แพ้กัน ์ทรงโปรด ดูเหมือนว่า์จะรู้ว่าฉันเองก็ต้องลำบากเลี้ยงลูกสามคนของผู้หญิงชื่อเดียวกัน สามีบัดซบและครอบครัวสกุลหลี่ซึ่งเอาเปรียบ การเอาชีวิตรอดในโลกใบนี้แทบเป็ไปไม่ได้แต่เมื่อมี 'อาณาเขตเซียนา' ทุกอย่างจะต้องโรยด้วยกลีบกุหลาบ!”
เหม่ยอิงถึงกับน้ำตาไหล ชีวิตนี้คิดว่าต้องจบสิ้นในยุคเซียนแล้วเชียว แต่ใครเล่าจะคิดว่านางดันมีโชคลาภวาสนาแสนยิ่งใหญ่แบบนี้
“ก่อนอื่นต้องตรวจสอบ อาณาเขตนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง เอ้อจริงสิ อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าร่างกายมันเบาขึ้นมา สบายตัวอย่างน่าประหลาด...เป็ไปได้ไหมว่าเกี่ยวกับอาณาเขตนี้?” เหม่ยอิงเริ่มคุ้นชินกับร่างกายใหม่แล้ว ดังนั้นพอมันเปลี่ยนแปลงนางจึงััได้ั้แ่เนิ่นๆ
“จริงด้วย ร่างกายนี้กลับมาสมบูรณ์และแข็งแรงอีกครั้ง นี่มันยอดเยี่ยมไปเลย ด้วยร่างกายนี้การทำงานก็จะง่ายขึ้นรวมถึงการรับมือครอบครัวสกุลหลี่ แต่ว่าฉันเองต้องพิสูจน์ก่อน...ว่าออกไปข้างนอกแล้วจะรักษาสภาพนี้ไว้ได้หรือเปล่า”
เหม่ยอิงเริ่มทดลองง่ายๆ เพียงแค่ก้าวเท้าออกไปข้างนอกที่ดินของตัวเอง เนื่องจากนางเป็เ้าของอาณาเขตความรู้สึกจึงชัดมากสำหรับที่ดิน 1 หมู่เล็กๆ พอก้าวเท้าออกมาแล้วเหม่ยอิงจึงได้ข้อสรุป
“เข้าใจแล้ว เมื่ออยู่ใน 'อาณาเขตเซียนา' ร่างกายของฉันจะกลับมาสมบูรณ์พร้อม แต่เมื่อเดินออกมาข้างนอกแม้เพียงก้าวเดียวความรู้สึกนั้นก็หายไป กล่าวอีกนัยหนึ่งสถานะนี้ยังคงอยู่ขอเพียงฉันไม่ก้าวเท้าออกไปไหน”
มันไม่ใช่เื่ยากที่จะตรวจสอบและเหม่ยอิงก็ไม่ใช่คนโง่
เื่ราวแบบนี้ก็เหมือนกับเกมและนิยายที่เคยอ่าน พอได้ััไม่กี่ครั้งก็เริ่มจับประเด็นได้
เหม่ยอิงกลับเข้ามาในที่ดินหนึ่งหมู่ สื่อสารกับระบบโดยหวังจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติม
“นี่ช่วยบอกฉันหน่อยสิ (อาณาเขตเซียนา) สามารถทำอะไรได้บ้าง”
หน้าจอโปร่งแสงเริ่มมีอักษรปรากฏอย่างช้าๆ
'เมื่ออยู่ในอาณาเขต โฮสต์สามารถทำทุกอย่างได้เหมือนเซียนตัวจริง รวมถึงความเป็ะด้วย นอกจากนั้นในอาณาเขตยังเป็พื้นที่พิเศษสามารถปลูกผลไม้ได้รวดเร็ว แต่อย่างใดก็ตามความเร็วนี้หรือคุณภาพยังต้องขึ้นอยู่กับขนาดของที่ดิน เช่นตอนนี้โฮสต์มีที่ดินเพียง 1 หมู่ถือว่าเล็กมาก จึงเป็ผู้อาณาเขตระดับ 1 เท่านั้น'
เหม่ยอิงอ่านคำอธิบายเงียบๆ ในไม่ช้าก็เข้าใจที่ระบบ้าสื่อ
“โอเคไม่ยาก แต่ว่าทำยังไงฉันถึงจะสามารถขยายอาณาเขตได้ล่ะระบบ” นางสื่อสารเงียบๆ แต่ถึงกระนั้นระบบก็ยังไม่ตอบ
“ไม่ตอบคำถาม...เป็งั้นไป หรือว่าฉันต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง นี่เหมือนกับเกมปริศนาเลยนะ แต่เอาเถอะอาณาเขตหนึ่งหมู่เองก็ไม่ได้แย่ มาดูกันดีกว่าว่าฉันสามารถทำอะไรที่นี่ได้บ้าง”
เหม่ยอิงละสายตาจากหน้าจอโปร่งแสงแล้วหันไปมองข้าวในนา นางเดินเข้าไปใกล้จากนั้นหน้าต่างโปร่งแสงก็แสดงข้อมูลของพันธุ์พืช
'ข้าวสาลีระดับต่ำ จำเป็ต้องได้รับการบำรุง โฮสต์สามารถยกระดับธัญพืชได้แต่ต้องมีน้ำและปุ๋ย'
เหม่ยอิงกรอกตา “ระบบเฮงซวย เห็นชัดๆ ว่าเหม่ยอิงคนนี้จนมากแต่ยังกล้ามาขูดรีด น้ำหาไม่ยากแต่ว่าปุ๋ยเนี่ยสิจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ แบบนี้มันแทบไม่ช่วยอะไรเลยนี่นา”
หน้าจอโปร่งแสงดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง ตามด้วยข้อความบนหน้าจอ
'ถึงจะเป็ข้าวสาลีระดับต่ำแต่เมื่ออยู่ใน 'อาณาเขตเซียนา' มันย่อมเป็ของวิเศษ'
“อะไรนะ...!!” ทันใดนั้นตาของนางก็เป็ประกาย เอื้อมมือไปััรวงข้าวสีเขียวสูงใหญ่ที่เริ่มเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงนี้ดูเหมือนกำลังเริ่มต้นขึ้นหลังนางติดตั้งอาณาเขต
ไม่นานรวงข้าวจึงกลายเป็สีทองอร่าม
“เป็ไปได้ไหมหากฉันนำเมล็ดพันธุ์ต่างๆ มาปลูกในที่ดินผืนนี้จะได้ผลลัพธ์เหมือนกับข้าวสาลี?”
ไม่มีข้อความตอบซึ่งสร้างความยุ่งยากให้กับเหม่ยอิง แต่กระนั้นนางก็ไม่ทุกข์ใจ ขอแค่มีเงินก็สามารถซื้อหรือนำข้าวไปแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์กับชาวบ้าน
…………..
เหม่ยอิงเมื่อรู้ว่าข้าวกลายเป็ของวิเศษจึงนำกลับบ้านมาด้วยสองมือ ใช้เวลาไม่นานจึงเดินทางมาถึงบ้านหลังเก่าโทรมๆ ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อแต่นางกลับไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ตอนนี้แค่อยากพิสูจน์ข้าวสาลีในมือว่าเป็ของวิเศษจริงไหม
“แล้ว...ต้องหุงข้าวยังไงเนี่ย” เหม่ยอิงหัวเราะไม่ออก นางเป็แค่พนักงานคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ถึงสมัยเรียนมหาวิทยาลัยจะได้เกรดดีแต่ก็แทบลืมหมดแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการหุงข้าวในเตาถ่าน
“คงต้องรอให้เ้าตัวเล็กกลับมาจากเที่ยวเล่น” เหม่ยอิงไม่บ้าพอที่จะทำด้วยตัวเอง อย่างน้อยตอนนี้ก็อาศัยบ้านของหลี่หานหากทำไฟไหม้ขึ้นมาเกรงว่าคงไม่มีที่อยู่
เหม่ยอิงกลับมานอนบนฟูกเก่าพลางขบคิดว่าจะทำอะไรดีสำหรับที่ดินผืนนั้น เื่นี้นางไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้ โดยเฉพาะสามีที่โง่เขลานั้นอย่าเป็ขาด
......
เพราะนอนอยู่นานจึงผล็อยหลับไปรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ประตูถูกเปิด
เหม่ยอิงชำเลืองมองคนที่เข้ามาอาศัยแสงแดดลอดผ่านจึงรู้ว่าเป็ลูกสามคน
“พวกเ้าเล่นเสร็จแล้วหรือ กลับมาบ้านเวลานี้คงหิวแล้วสิท่า” เหม่ยอิงเหน็บ
“แหะๆ ปิดบังท่านแม่ไม่ได้เลยจริงๆ” หลี่กุ้ยหัวเราะเจื่อนๆ
“ท่านแม่อีกไม่นานป้าหลี่ก็คงมาที่นี่ หมูเมื่อเช้าพวกเรากินหมดแล้วจะไม่เป็ไรหรือขอรับ” หลี่จุนเป็กังวล
“อะไรที่ผ่านมาแล้วก็อย่าคิดถึงมัน” เหม่ยอิงลูบศีรษะลูกน้อย ก่อนจะกล่าวเสริมว่า “วันนี้แม่ไปนาได้ข้าวมาสองรวง ข้าวสาลีสีทองที่วางอยู่บนโต๊ะนั่นฝากพวกเ้าจัดการทีนะ”
พอได้ยินว่าข้าวหลี่กุ้ยถึงกับตาโต แต่พอเห็นว่ายังอยู่ในเปลือกก็หน้าเจื่อน
“ไว้ใจได้เลยเ้าค่ะ ก่อนอื่นข้าจะให้พี่ๆ ทั้งสองช่วยกันฟาดรวงข้าวเพื่อนำเมล็ดออกมา จากนั้นจึงค่อยนำไปหุงข้าวในเตา” หลี่เหนียงยิ้มบอก
เหม่ยอิงค่อนข้างสบายใจเมื่อมีลูกสาวคนนี้ เอาจริงๆ นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำยังไงกับข้าวเปลือก เพราะที่กินๆ ก็เป็แต่ข้าวสวยที่ผ่านโรงสีมาแล้ว
ว่าแล้วเด็กๆ ก็เริ่มทำงาน ข้าวรวงใหญ่มีกลิ่นหอมพิเศษไม่เหมือนกับข้าวธรรมดา หลี่กุ้ย หลี่จุนสองคนช่วยกันตีรวงข้าวกับพื้นเพื่อนำเมล็ดออกมา เหม่ยอิงเฝ้ามองเงียบๆ พลางครุ่นคิดในใจ
“จริงสิ ตามที่ระบบบอกในอาณาเขตฉันมีความสามารถของเซียน กล่าวอีกนัยหนึ่งเพียงแค่สะบัดมือข้าวก็คงหลุดจากรวงเป็เมล็ดข้าวสวยๆ พร้อมหุงในเตา...เฮ้อคิดได้ตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว เอาไว้ทดลองอีกหน่อยแล้วกัน ตอนนี้รอกินข้าวก่อนดูว่าจะวิเศษจริงไหม”