ตอนที่ 40 คาถาเวทแรงโน้มถ่วง
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
หลังจากที่สัมผัสพลังเวทได้แล้วเมอร์ลินก็เริ่มคุ้นเคยกับมัน ขั้นตอนต่อไปคือการโคจรพลังเวทแล้วก่อสร้างวงเวทขึ้นมา
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วปลอดภัยมันออกมาพร้อมกับปลดปล่อยสภาวะดูดซับพลังเวทเข้าสู่ร่างกาย
ขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้นเพื่อรายงานชายชราเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อเริ่มขั้นตอนต่อไป แต่ร่างของชายชรากลับปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา
“ดีมาก ยังไม่ถึงครึ่งวันเธอก็สัมผัสพลังเวทพร้อมกับโคจรพวกมันเข้าไปในร่างกายได้แล้ว” ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ทั้งหมดเป็นเพราะการสั่งสอนของคุณครับ” เมอร์ลินกล่าวอย่างจริงใจ เขารู้สึกขอบคุณชายชราตรงหน้านี้จริงๆ
เมื่อเราเห็นท่อที่มีรูใหญ่เราไม่อาจปฏิเสธว่ามันเล็กได้ เคล็ดวิชาพลังสมาธิของออสตินก็เช่นกัน
แม้เขาจะไม่เคยเรียนเคล็ดวิชาพลังสมาธิอื่นมาก่อน แต่เขาก็สัมผัสได้ว่าเคล็ดวิชาพลังสมาธิที่เขาใช้ในตอนนี้ทรงพลังและเพิ่มความเร็วในการดูดซับพลังเวทได้มากกว่าเคล็ดวิชาอื่น
ชายชราหรี่ดวงตาแคบลงและเอ่ย “ดูเหมือนว่าเธอพร้อมที่จะสร้างวงเวทแรกแล้วสินะ”
“ครับ” เมอร์ลินพยักหน้าอย่างมั่นใจ
เขารู้ดีว่าการสร้างวงเวทแรกจะต้องได้รับการช่วยเหลือจากศาสตราจารย์ออสติน หากเป็นคนอื่นพวกเขาจะต้องเข้าโรงเรียนเวทมนตร์แล้วเข้าเรียนวิชานักเวท เมื่อมีคุณสมบัติมากพอพวกเขาจะต้องทำภารกิจเพื่อรวบรวมคาถาเวทพื้นฐานเพื่อสร้างเวทประจำตัว
คาถาเวทที่ใช้สร้างวงเวทจะเป็นคาถาที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องร่าย สามารถใช้ได้ตามใจนึก ซึ่งจะใช้ได้คล่องหรือรวดเร็วเพียงใด นั่นก็ขึ้นอยู่กับการโคจรพลังเวทและความชำนาญในการใช้
นักเวทต่อให้มีคาถาเวทเหมือนกัน แต่เมื่อใช้ออกมาผลลัพธ์ย่อมไม่เหมือนกัน สาเหตุย่อมเป็นเพราะความชำนาญในการใช้ ดังนั้นการจะสลักคาถาเวทลงบนวงเวทจึงจำเป็นต้องคิดให้ดีว่าจะจารึกถาคาใดลงไป เพราะมันจะเป็นคาถาที่ติดตัวไปตลอด ทั้งนี้วงเวทของพวกเขายังจำกัดคาถาในการจารึกด้วย
นักเวทยุคปัจจุบันจึงไม่เหมือนกับนักเวทในยุคโบราณที่การใช้เวทขึ้นอยู่กับโอกาสและความไม่แน่นอน
ชายชราวาดมือออกไปด้านหน้าวัสดุสามชิ้นก็ปรากฏออกมา
พวกมันล่องลอยอยู่กลางอากาศด้วยเวทความคุมแรงโน้มถ่วงของศาสตราจารย์ออสติน
คาถาเวทชุดนี้มีประโยชน์เป็นอย่างมาก แม้แต่มหาปราชญ์เช่นชายชราก็ยังเก็บรักษาคาถาเวทระดับต่ำแบบนี้เอาไว้ ไม่ได้ลบทิ้งไปเพื่อนำคาถาเวทใหม่มาแทนที่
ดวงตาสีเงินของเมอร์ลินจ้องมองวัสดุเหล่านั้น แน่นอนว่าเขารู้จักมัน
ภายในห้องหนังสือของบ้านหลังนี้สิ่งที่ไม่ขาดคือหนังสือระดับสูง ซึ่งหนังสือวัสดุเวทก็เป็นหนึ่งในนั้น
ต้องรู้ไว้ว่าหนังสือวัสดุเวทแม้จะมีจำนวนหน้านับพัน แต่มันก็ยังมีมากถึงหกเล่มต่อเนื่องกัน สมกับเป็นหนังสือชั้นสูง
หากผู้ที่ไม่ได้เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเวทมนตร์สาขาวัสดุเวท พวกเขาย่อมไม่แตะต้องหนังสือพวกนี้อย่างแน่นอน แม้แต่ศาสตราจารย์ออสตินเองก็หยิบพวกมันขึ้นมาอ่านเป็นครั้งคราว ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสถานการณ์ที่เขาต้องค้นหาวัสดุเวทบางชนิดเท่านั้น
แน่นอนว่าเมอร์ลินย่อมเป็นผู้ที่อ่านหนังสือทั้งหกเล่มนั้นและมันก็ทำให้เขาได้รู้จักกับวัสดุเวททั้งสามชนิดที่อยู่ตรงหน้า
“ผลึกธาตุดิน ชิ้นส่วนของหินลอยฟ้า และหินแม่เหล็ก” เมอร์ลินเอ่ยชื่อวัสดุเวททั้งสามชิ้นออกมา
นั่นทำให้ชายชราต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ
“เธอรู้จักพวกมันหรือ?”
“ครับ ผมเคยเห็นพวกมันในหนังสือ” เด็กน้อยตอบกลับไปตามตรง
ชายชรามองเด็กน้อยด้วยท่าทางจนด้วยเกล้า เขารู้ซึ้งถึงความสามารถในความจำของเด็กน้อยดี นั่นหมายความว่าตลอดเวลาทั้งสองเดือนเด็กน้อยย่อมไม่ได้อ่านแค่หนังสือประวัติเวทมนตร์แน่ และเขาอาจจะบังเอิญอ่านหนังสือวัสดุเวทพวกนั้น
ซึ่งสิ่งที่ชายชราคิดถูกเพียงส่วนเดียว เพราะความจริงเด็กน้อยได้อ่านพวกมันทั้งหมดแล้วและสามารถจดจำได้ดีอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ชายชราจึงไม่ใส่ใจ
“เอาล่ะ คราวนี้ดูการสร้างวงเวทให้ดี ฉันจะทำให้ดูเป็นตัวอย่าง หลังจากนี้เธอต้องสร้างวงเวทที่จะจารึกด้วยตนเอง”
ทันทีที่กล่าวจบพลังเวทภายในวัสดุเวทก็ถูกเหนี่ยวนำออกมา พลังเวททั้งจากวัสดุเวททั้งสามสายถูกทำให้ก่อรูปร่างเป็นอักขระรูนตามสูตรคาถาเวทที่ชายชราเคยบอกเมอร์ลินเอาไว้
เด็กน้อยจ้องมองภาพนี้อย่างไม่วางตา
ในขณะที่พลังเวทถูกเหนี่ยวนำออกมาจากวัสดุเวท การควบแน่นของพวกมันทำให้เกิดเส้นแสงพลังเวทที่ทำให้คนทั่วไปสามารถมองเห็น ดังนั้นมันจึงง่ายที่จะมองเห็นพลังเวทเหล่านั้นก่อรูปร่างเป็นอักขระรูน
อักขระรูนแต่ละตัวถูกนำมาร้อยเรียงกันตามสูตรคาถา
เวลานั้นดวงตาของเมอร์ลินก็สว่างวาบ
เมื่อเขามองเห็นอักขระรูนตามสูตรคาถา ซึ่งอักขระบางตัวหลอมรวมกัน บางตัวแยกออกไป หรือบางตัวกระจายออกมากลายเป็นอักขระรูนรูปแบบใหม่ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปตามสมการสูตรรูนศาสตร์ทั้งสิ้น
อย่างที่เมอร์ลินเคยเรียนรู้มาก่อนหน้านี้ หากพวกเขาศึกษาคิดคำนวณบนกระดาษหรือกระดาน พวกเขาสามารถเขียนเครื่องหมายรูนศาสตร์ได้ แต่เมื่อลงมือปฏิบัติ เครื่องหมายรูนศาสตร์เหล่านั้นจะต้องกำหนดไว้ในใจ แล้วร้อยเรียงอักขระรูนออกมาทำให้เกิดเป็นผลลัพธ์ของการคำนวณ
เพราะเหตุนี้การสร้างวงเวทจึงค่อนข้างยากและจำเป็นต้องใช้ความรู้เป็นอย่างมาก
ผู้โง่เขลาย่อมไม่เหมาะกับการเป็นนักเวทในยุคสมัยใหม่นี้ มันไม่เหมือนกับยุคโบราณที่มีตำนานเล่าว่าเพียงแค่เด็กทารกแรกเกิดก็สามารถแสดงเวทมนตร์ทรงพลังบางอย่างออกมาได้ ซึ่งมันไม่มีอยู่ในยุคนี้อย่างแน่นอน
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
หลังจากที่อักขระรูนร้อยเรียงกันจนครบสูตรคาถา วัสดุเวทที่เตรียมมาก็สลายเป็นผุยผง ก่อนที่อักขระรูนเหล่านั้นจะก่อรูปร่างขึ้นมาใหม่กลายเป็นวงเวทที่มีอักขระรูนที่เป็นผลลัพธ์ของสูตรคาถาเวทแรงโน้มโถ่งระดับหนึ่งปรากฏอยู่ข้างในนั้น
วิธีการนี้ดูแล้วเหมือนจะง่ายแต่จริงๆ แล้วมีความยาก เพราะนักเวทต้องกำหนดอักขระรูนและเครื่องหมายอย่างแม่นยำ หากทำผิดขั้นตอนแม้แต่นิดเดียวก็จะล้มเหลวและได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป
แม้จะก่อวงเวทออกมาได้ แต่วงเวทนั้นจะไม่แสดงผลใดๆ นั่นคือการล้มเหลว
เมอร์ลินจ้องมองทุกขั้นตอนและทบทวนสูตรคาถาเวทแรงโน้มถ่วงไปด้วยก่อน หลังจากที่วงเวทเบื้องหน้าก่อตัวได้สำเร็จ เขาก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจว่า “ผมว่าผมทำได้ครับ”