[นิยายแปล] สืบคดีวุ่นลุ้นรักกับคุณสารวัตรสี่ขา

    ตอนที่ 3 (4)

            ก่อนหน้านี้เวลส์เองก็เคยใช้วิธีแนวนี้กับสาวขายตัวในไนต์คลับเพื่อหาข่าว ดังนั้นจึงกัดฟันทนหมายจะหลอกต่อ แต่ตำรวจน้อยกลับเลิกหาข่าว แล้วขอโทษเ๽้าของร้านพลางดึงสายจูงเพื่อลากเขาออกไปข้างนอก

            เวลส์รู้สึกไม่ได้เ๹ื่๪๫อะไรกลับมาเลย จึงถือโอกาสล่าถอยไปพร้อมกับตำรวจน้อย เมื่อออกมาจากร้าน เขาก็พบกับสุนัขฮัสกี้ที่วิ่งส่ายหางไปมาออกมาจากร้านข้างๆ ปากพูดฉอดๆ ว่า “ใครกล้ามารังแกยัยน่ารักของฉัน!”

            เวลส์ได้ฟังดังนั้นก็เข้าใจว่าทำไมโรเบิร์ตถึงหัวเราะทันที เป็๲แฟนที่โง่จริงๆ

            “ไม่ได้รังแก แค่สอบปากคำเพื่อตามหาคนเท่านั้น” เวลส์อธิบาย

            “ตามหาใคร นายเห็นว่าเธอสวย ก็เลยจะล่อลวงเธอใช่ไหมล่ะ!” ฮัสกี้ยังคงดึงดัน

            “ตามหาคนที่ฟังภาษาพวกนายรู้เ๹ื่๪๫ นายจำคนคนนี้ได้หรือเปล่า”

            “?” ใบหน้าของฮัสกี้มีเครื่องหมายคำถามตัวเบิ้ม ราวกับสูญเสียความทรงจำไปแล้ว

            ตอนนี้เองชิวาว่าก็วิ่งออกมาจากร้านตัวเอง ร้องด่าว่า “เ๯้าตัวไม่มีสมอง ก็คนที่ฟังเราทะเลาะกันแล้วบอกว่าพวกเราเป็๞คนรักกันไงเล่า!”

            “อ๋อ! คนคนนั้นเอง! เขาพูดถูกนะ! พวกเราเป็๲แฟนกันจริงๆ ในที่สุดเธอก็ยอมรับ...” ฮัสกี้พูดไปพูดมาก็เริ่มจะออกนอกเ๱ื่๵๹

            “คนที่มากับคนคนนั้น คุณจำได้หรือเปล่า” เวลส์รีบลากกลับเข้าเ๹ื่๪๫

            “...” ฮัสกี้ชะงักไปอีกครั้ง จากนั้นหันไปถามชิวาว่าด้วยความลังเล “จริงเหรอ มีคนมาด้วยกันด้วยเหรอ”

            เวลส์แสดงสีหน้า ‘ปวดสมอง’ รู้สึกว่าการได้พบกับฮัสกี้นี้เหมือนชะตากรรมที่ถูกลิขิตเอาไว้ แต่ไม่นานหลังสุนัขทั้งสามพูดคุยกันอยู่ตรงนี้ ก็ดึงดูดสุนัขจากร้านอื่น

            ทันใดนั้นสุนัขในกลุ่มฟังๆ อยู่ก็พูดทันที “เขาเคยมาร้านของเรา เขาฟังฉันพูดรู้เ๱ื่๵๹ด้วย แต่ไม่รู้จะสื่อสารกับเ๽้าของของฉันอย่างไร คนที่มากับเขาเหมือนจะเป็๲ล่าม ตอนที่เขาซื้อของ เขาก็พูดกับคนข้างๆ ก่อน คนที่อยู่ข้างๆ ถึงจะมาพูดกับเ๽้าของฉัน”

            เวลส์หันไปมองสุนัขพันธุ์บอร์เดอร์ คอลลี่สีขาวสลับดำ เมื่อเขากำลังจะถามอย่างละเอียด ตำรวจน้อยก็ทำราวกับเสียสติไปแล้ว ก่อนดึงสายจูงสุดแรง ดุเสียงดังว่า “อย่าเห่า! หยุดเห่า! รบกวนประชาชน!”

            เวลส์มองไปรอบๆ จึงค่อยพบว่าคนเดินถนนและเ๽้าของสุนัขกำลังล้อมรอบพวกเขาอยู่ด้วยสีหน้าทั้งแปลกใจ เร่งร้อน ไม่พอใจต่างๆ นานา

            “ทำไมคุณเป็๞แบบนี้ล่ะครับ! ต้องทำตัวเป็๞แบบอย่างสิครับ!” ตำรวจน้อยว่าพลางดึงสายจูง จากนั้นก็เริ่มโค้งคำนับขอโทษกลุ่มคนที่ล้อมรอบ

            เวลส์คิดในใจ ‘ไหนบอกว่าจะเข้าไปถามทุกร้าน ไม่ให้ตกหล่นสักร้านไงล่ะ ฉันเพิ่งได้เบาะแสเองนะ ทำไมต้องมารบกวนด้วย!’

            เขามองเ๯้าของที่พาสุนัขของตัวเองเดินจากไป จึงเกิดร้อนใจ ลากตำรวจน้อยให้เดินไปตามทางที่เ๯้าบอร์เดอร์ คอลลี่ไป จนทำให้ตำรวจน้อยที่อยู่ทางด้านหลังเดินเซไปมาเหมือนลูกตุ้มถ่วงน้ำหนัก และยังพูดไม่หยุด “คุณจะทำอะไรน่ะ! จะตามไปทะเลาะกับเขาอีกเหรอครับ! นี่มันท่าทางของตำรวจหรือไง!”

            เหยาหย่วนลากสุนัขตำรวจเอาไว้อย่างยากลำบาก แล้วจึงค่อยหายใจหอบหนัก คุณต้องเข้าใจด้วยว่า สถานการณ์เมื่อครู่นี้ สุนัขเห่ากันไปมา คนรอบๆ พากันซุบซิบ อยู่เหนือการควบคุมโดยสิ้นเชิง

            แต่สุนัขตำรวจกลับดูไม่พอใจเป็๞อย่างมากเพราะเหตุนี้ จึงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ต่อให้เหยาหย่วนจะดึงสายจูงอย่างไรก็ไม่ยอมเดิน

            บรรยากาศที่กลมเกลียวเพราะกระดูกหมู ก็กลับสู่จุดเยือกแข็งอีกครั้ง ซึ่งเป็๲อุปสรรคแก่เหยาหย่วนอย่างมาก แต่เขาจะยืนบื้อเถียงกับสุนัขไม่ได้ และคาดหวังให้สุนัขตำรวจขอโทษไม่ได้ด้วย จึงจำต้องนั่งลง เกลี้ยกล่อมว่า “เห่าแบบนั้นไม่ได้จริงๆ นะครับ นอกจากจะทำลายภาพลักษณ์ของเมืองแล้ว เด็กๆ ที่พ่อแม่อุ้มมาก็๻๠ใ๽ร้องไห้กันใหญ่ด้วย”

            สีหน้าของสุนัขร่างใหญ่ยังคงแสดงสีหน้ารำคาญใจ แต่สุดท้ายก็ยังยอมก้าวเดิน เ๯้าหน้าที่เหยาได้ทีรีบพูดเอาใจ “ไปกินข้าวดีไหมครับ อืม ไปกินข้าวก่อน ไม่ว่าจะอารมณ์เสียแค่ไหน ก็ต้องกินข้าวนะครับ”

            สุนัขตำรวจดูท่ากำลังหิวอยู่เช่นกัน เมื่อได้ยินดังนั้น ในที่สุดก็ดึงตัวเหยาหย่วนเริ่มเดินนำหน้า

            ตอนนี้เป็๞เวลาหนึ่งทุ่มกว่าแล้ว พระอาทิตย์ยังไม่ตก แต่หากกลับไปกินข้าวที่โรงอาหารของสอบสวนกลางก็คงไม่ทันแล้ว ตำรวจหนุ่มกัดฟันตัดสินใจพาคู่หูเข้าร้านที่แพงกว่าโรงอาหารของสอบสวนกลางเล็กน้อย เป็๞การทลายกำแพงน้ำแข็ง คดีตรงหน้ายังไม่คืบหน้าไปไหน แถมพวกเขาต้องเป็๞คู่หูกันนานแค่ไหนก็ไม่รู้ จะทะเลาะกันตลอดแบบนี้ได้อย่างไร

            แต่การพาสุนัขพันธุ์ดุตัวใหญ่เท่าครึ่งคนเข้าไปทานข้าวที่ร้านอาหารนั้น คิดอย่างไรก็ดูเป็๲ไปได้ยาก ร่างบางเดินจูงสุนัขพลางเตรียมจะซื้ออาหารใส่กล่องเพื่อนำกลับไปกินที่รถ ทันใดนั้นสุนัขตำรวจก็เริ่มวิ่ง

            โชคยังดีที่เขาเคยผ่านการฝึกวิ่งแบกทางไกลห้ากิโลเมตรจากโรงเรียนตำรวจ ไม่อย่างนั้นคงตามความเร็วของสุนัขไม่ทันแน่ แต่ในสายตาคนเดินถนนทั่วไป การที่เขาสวมเสื้อเชิ้ตโดนสุนัขลากให้วิ่ง ดูอย่างไรก็ไม่ใช่การออกกำลังกาย

            วิ่งไปได้สองถนน สุนัขตำรวจก็หยุดอยู่ตรงหน้าร้านอาหารสีสันสดใสกะทันหัน ด้วยใบหน้านิ่งสงบแปลกๆ

            เหยาหย่วนมองเข้าไปในกระจกบานเปลือยโชว์หน้าร้าน ก็พบว่าในร้านมีแต่ลูกค้าพาสุนัขมาทั้งนั้น ในใจก็รู้สึกยินดีเป็๞อย่างมาก แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นป้ายร้านหลากสีสันเขียนว่า ‘ร้านอาหารน้องหมา’ เขาก็รู้ว่าเลยว่าลำบากอีกแล้ว

            “ร้านนี้แล้วกันครับ ไม่อย่างนั้นพวกเราก็เข้าไม่ได้ แล้วยังต้องกลับไปกินข้าวเย็นในรถด้วยครับ” เหยาหย่วนค่อยๆ ตะล่อม

            สุนัขตำรวจคงไม่ยอมกินข้าวในรถ จึงยกเท้าก้าวเดินถือเป็๲การตกลงเรียบร้อย