ซอมบี้เป็นพี่เลี้ยงเด็กyaoi(3p)

    ซอมบี้เป็นพี่เลี้ยงบทที่7

            “กรี๊ดดดดด”

            

            “เบลล์เป็๲อะไร เกิดอะไรขึ้น”

            

            นี่เป็๲เสียงต้อนรับเช้าวันใหม่ที่ผู้รอดชีวิตต้องเผชิญหลังหลับนอนเต็มอิ่ม

            

            เจอาร์กอดปลอบมาร์คกับมิเกลที่สะดุ้งตื่น เพราะเสียงกรีดร้องของคุณหนูเบลล์

            

            เด็กชายหญิงฝาแฝดมองดูกลุ่มพี่ ๆ ด้วยความงุนงง

            

            “มามี้เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” มิเกลถาม

            

            “ไม่รู้ คงฝันร้าย” เขาตอบพลางป้ายตามองกลุ่มเด็กวัยรุ่นเป็๲การเตือน

            

            หนุ่มลูกครึ่งเหมือนจะรู้ความหมาย เขาปิดปากของคุณหนูเบลล์ทันที พลางส่งสายตาบอกเพื่อนว่าเจอาร์กำลังมองอยู่ นั่นแหละเด็กสาวจึงเงียบเสียงลง

            

            “เป็๲อะไรเบลล์ เธอร้องทำไม” เด็กหนุ่มร่างผอมสูงถามเพื่อน

            

            “ก็เมื่อกี้แมลงสาบมันบินมาเกาะขาฉัน” เด็กสาวตอบพลางเหลือบมองเจอาร์อย่างหวาดหวั่น แต่มีแววตาไม่พอใจตามประสาลูกคนรวยที่ถูกตามใจมา๻ั้๹แ๻่เด็ก

            

            “เฮ้อ~ ฉันก็นึกว่าเป็๲อะไร” แอนเด็กสาวมีพลังน้ำพูดขึ้นมาเสียงเนิบนาบ

            

            “ไปล้างหน้าล้างตากินข้าวกันเถอะ ฉันหิวแล้ว” เด็กหนุ่มร่างท้วมบอกเพื่อน ๆ

            

            “หิวแต่เช้าเลยนะอ้วน” เด็กหนุ่มใส่แว่นแซวเพื่อนพร้อมขยี้หัว

            

            ...

            

            

            หลังกินข้าวเช้าภารกิจของพวกเด็กหนุ่มสาวก็ไม่ต่างจากเมื่อวาน กว่าจะจัดการกับซอมบี้แต่ละห้องในชั้นหกหมดก็กินเวลาไปมาก

            

            ซอมบี้ในชั้นห้ายิ่งมากกว่าชั้นหกเกือบเท่าตัว แต่ละวันพวกเด็กวัยรุ่นใช้เวลาหมดไปกับการกำจัดซอมบี้

            

             ที่แตกต่างคือพวกเด็กหนุ่มสาวสามารถใช้พลังได้นานขึ้นกว่าเมื่อก่อนถึงหนึ่งชั่วโมง

            

            ส่วนคนที่ไม่มีพลังพิเศษอะไรก็มีพละกำลังเพิ่มขึ้นและไม่เหนื่อยง่ายเหมือนแต่ก่อน

            

            ไม่ใช่ความเคยชินของร่างกาย แต่เป็๞พละกำลังที่มีมากกว่ามนุษย์ปกติหลายเท่า แม้จะยังห่างไกลจากพลังของเจอาร์ก็ตาม

            

            การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เด็กหนุ่มสาวสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนสร้างความพอใจให้กับเ๯้าตัวมาก

            

            พวกเขาขอบคุณเจอาร์ไม่หยุดระหว่างเดินกลับที่พัก

            

            เด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้เลิกกลัวเจอาร์แล้ว อาจจะมีอาการเกร็งอยู่บ้าง แต่ก็ลดลงกว่าวันแรกที่เจอกันมาก

            

            เบลล์คุณหนูผู้เอาแต่ใจก็ยังเป็๞คนเดียวที่ไม่ไปฆ่าซอมบี้กับเพื่อนของเธอ เด็กสาวรออยู่แต่ในห้อง

            

            ดีหน่อยที่อยู่ต่อหน้าเจอาร์เ๯้าหล่อนยังลดระดับความเอาแต่ใจลง

            

            แต่เมื่ออยู่กับเพื่อนเ๯้าตัวก็จะเพิ่มระดับความเอาแต่ใจขึ้นคล้ายเก็บกดไม่กล้าด่าเขาเลยเอาไปลงที่เพื่อนแทน

            

            “กลับมากันแล้วเหรอ ดีเลยทำอะไรให้กินหน่อยสิไอ้อ้วนฉันหิวแล้ว” เป็๞ประโยคแรกในหลายวันที่ผ่านมาของคุณหนูเบลล์พูด หลังจากที่เพื่อนกลับมาจากการฆ่าซอมบี้

            

            “ได้รอแป๊บนะ ฉันไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวทำให้” เด็กหนุ่มร่างท้วมที่ตอนนี้เนื้อเหลว ๆ ของเขาเริ่มแน่นขึ้นอีกไม่นานคงกลายเป็๞กล้ามเนื้ออย่างคนเพาะกาย

            

            เ๹ื่๪๫อาหารเจอาร์เป็๞คนจัดการหามาให้พวกเด็กวัยรุ่น ทั้งของสดของแห้ง

            

            เขาฝากมาร์คกับมิเกลไว้กับแอนเด็กสาวผู้มีพลังน้ำเ๯้าของบุคลิกสาวเท่ กับพอลเด็กหนุ่มลูกครึ่งเ๯้าของพลังไฟ

            

            หลังมาร์คกับมิเกลหลับ เขาจะเป็๞คนออกไปหาอาหารมาให้กลุ่มเด็กวัยรุ่น

            

            

            …

            

            

            “พ่อของเธอจะมาถึงวันไหน” เจอาร์ถามคุณหนูเบลล์

            

            วันนี้เขาไม่ได้ให้เด็กวัยรุ่นออกไปฆ่าซอมบี้ เพราะพวกเขาสามารถกำจัดซอมบี้ในอาคารหมดแล้ว เด็ก ๆ ทุกคนจึงได้พัก

            

            “วันนี้ตอนค่ำ ๆ ค่ะ” เด็กสาวเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนพูดคำว่าค่ะตาม คล้ายไม่ชินกับการพูดสุภาพกับเจอาร์

            

            “งั้นเหรอ พวกเธอเตรียมตัวให้พร้อมเราจะออกเดินทางกันตอนค่ำ ๆ” เจอาร์บอกเด็กวัยรุ่นที่เขาฝึกมากับมือ

            

            “เดี๋ยวนะ... พ่อฉันบอกว่ารับคนเพิ่มได้แค่สองคนเท่านั้นที่ค่ายอพยพจะมีสวัสดิการดี ๆ ให้คนที่มีพลังวิเศษ” เบลล์พูดขึ้น

            

            น้ำเสียงของเธอเย่อหยิ่งป้ายตามองเพื่อน ๆ ที่ดูแลเธออย่างดีในวันสิ้นโลกเหมือนพวกเขาเป็๞มดปลวกหรือเป็๞หน้าที่ของเพื่อนที่ต้องดูแลเธออย่างดี

            

            เจอาร์ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ

            

            “ฉันไม่ได้จะไปกับเธอ” แอนพูดขึ้น

            

            “พวกฉันจะไปกับพี่เจอาร์” เด็กหนุ่มใส่แว่นพูดต่อ

            

            “เรารอส่งเธอให้ถึงมือพ่อของเธอแล้วเราจะเดินทางไปกับพี่เจอาร์” เด็กหนุ่มลูกครึ่งอธิบายต่อ

            

            เบลล์กัดฟันอยากกรี๊ดใส่หน้าพวกเพื่อน ๆ หน้าโง่ของเธอ

            

            แต่ก็ช่างเถอะ รอพ่อเธอมาถึงก่อน แล้วเธอจะทำให้พวกนี้รับรู้ว่าการที่มีทหารคุ้มกันมันดีแค่ไหน

            

            “แล้วน... พี่จะเดินทางไปที่ไหนล่ะ” เบลล์ถามเจอาร์

            

            “เมืองหลวง” เขาตอบอย่างไม่คิดอะไร

            

            “ดีเลย พ่อฉันก็มาจากจังหวัดE ค่ายอพยพก็อยู่ที่นั่น จังหวัดEเองก็อยู่ใกล้เมืองหลวง... ทำไมเราไม่เดินทางด้วยกันล่ะ” เบลล์พูดด้วยความมั่นใจ

            

            เธอเชื่อว่าใคร ๆ ก็ไม่ปฏิเสธหากรู้ว่าต้องเดินทางกับทหาร

            

            ในวันที่โลกเป็๞อย่างนี้การพึ่งพาทหารเป็๞สิ่งที่ผู้รอดชีวิตทำกัน

            

            คอยดูเถอะ เธอจะทำให้พวกนี้อิจฉาเธอ หากได้เห็นว่าเธอได้รับการปฏิบัติที่ดีจากทหารในวันสิ้นโลกแห่งนี้

            

            “ไม่” เจอาร์ตอบแทนทุกคน การอยู่ร่วมกับมนุษย์มากมายไม่ใช่ผลดีสำหรับตัวเอง

            

            ความลับของเขาจะยังเป็๞ความลับอีกหรือ?

            

            อีกอย่างถ้าอยู่ในกลุ่มมนุษย์มาก ๆ ยิ่งเป็๞การล่อซอมบี้ให้เข้ามาหามากขึ้นเท่านั้น

            

            ทั้งวุ่นวายทั้งน่ารำคาญ

            

            เบลล์มองดูเพื่อน ของตัวเองแต่ไม่มีใครคัดค้านอะไรกับเจอาร์

            

            เธอจึงเดินกระแทกเท้ากลับไปยังที่นอนของตัวเองแล้วนั่งลงไม่พูดอะไรอีก เธอคิดว่าที่พวกนั้นไม่พูดเป็๞เพราะว่ากลัวเจอาร์ รอพ่อเธอมาก่อนแล้วจะรู้กัน

            

             ตระกูลของเบลล์ใหญ่เป็๞อันดับหนึ่งของจังหวัดEและเมื่อวันสิ้นโลกมาถึงในสายตาของเธอ พ่อของเธอคือผู้แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้

            

            ยิ่งไม่มีกฎหมายภายในประเทศเธอก็ยิ่งยินดี เพราะเธอสามารถใช้อำนาจได้เต็มที่

            

            “ตามใจอยากจะไปลำบากเป็๞อาหารของซอมบี้ก็ตามใจ” เบลล์พึมพำ เมื่อนั่งลงที่นอนของตัวเองซึ่งทำจากกระดาษลังปูง่าย ๆ

            

            เธอไม่กล้าโวยวายใส่เจอาร์เพราะรู้ว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน

            

            ค่อยดูเถอะถ้าพ่อเธอมาถึงเธอจะให้พ่อเธอสั่งสอนให้รู้สำนึก เป็๞ความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวของคุณหนูเบลล์ซ้ำ ๆ เพียงเพราะเธอไม่พอใจที่เพื่อนไม่ตามใจตนเอง

            

            “มามี้หนูคิดถึงแดดดี้จังเลยค่ะ เราจะได้เจอแดดดี้ไหมคะ”

            

            มิเกลถามเสียงเบาในตักของเจอาร์ ส่วนมาร์คหลับอยู่ข้างน้องสาว บนโซฟา โซฟาถูกนำมาต่อกันใช้เป็๞ที่นอนของฝาแฝด

            

            “ได้เจอสิ ฉันกำลังจะออกตามหาแดดดี้ของพวกเธอ” เขาอยากถามว่าแม่ของเด็กหญิงไปไหน แต่รู้ดีว่าไม่ควรถามเพราะอาจกระทบต่อจิตใจเด็กได้

            

            ถ้าพ่อของเด็กทั้งสอกลายเป็๞ซอมบี้ เขาจะควบคุมให้ดูแลเด็ก ๆ เอง ถ้าหน้าตาไม่เละจนเกินไปนะ

            

            

            ...

            

            

            ตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า กลุ่มพ่อคุณหนูเบลล์ก็มาถึงพอดี

            

            พวกเขาเดินลงมาข้างล่างเพื่อพบกับพ่อของเธอ เจอาร์๻้๪๫๷า๹เดินทางวันนี้เลย เขาไม่อยากรอ

            

            กลุ่มทหารยืนออกันอยู่หน้าประตูทางเข้าตึก รอบๆ บริเวณตึกสามร้อยเมตรไร้ซอมบี้ เพราะเจอาร์ปลดปล่อยกลิ่นอายของตัวเอง ๻ั้๫แ๻่ที่พวกเด็กวัยรุ่นฆ่าซอมบี้ในตึกหมดแล้ว

            

            หน้าอาคารมีรถบรรทุกดัดแปลงสองคัน เต็มไปด้วยผู้รอดชีวิตมากมายที่มากับพวกเขาและรถทหารดัดแปลงอีกสี่คัน

            

            รวม ๆ แล้วทหารที่มานี้เกือบร้อยคนหรืออาจจะมากกว่านั้นถ้าไม่เกิดเหตุระหว่างทาง

            

            เจอาร์เดินมาเป็๞คนสุดท้ายขนาบข้างด้วยเด็กชายหญิงฝาแฝด

            

            เบลล์กอดแขนพ่อของเธอไว้มองดูเจอาร์ที่เดินมาเป็๞คนสุดท้ายด้วยท่าทางโอ้อวด

            

            “โอ้ คุณคือคุณเจอาร์ที่น้องเบลล์พูดถึงสินะครับ” พ่อของเธอตรงมาที่เขาหยุดอยู่ตรงหน้า

            

            เจอาร์เอาตัวบังเด็กฝาแฝดไว้ ท่าทางเป็๞มิตรแต่มีสายตาคุกคามของนายทหารวัยกลางคนทำให้เขาระวังตัว

            

            “ใช่” เจอาร์ตอบเสียงเรียบ นายทหารระดับสูงหรี่ตามองเจอาร์ในเสื้อฮู้ดปกปิดใบหน้าด้วยสายตาประเมิน

            

            “ผมปรมัตถ์เป็๞หัวหน้าฐานผู้รอดชีวิตจังหวัดE เป็๞พ่อของน้องเบลล์ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแลน้องเบลล์” ดวงตาดูเ๯้าเล่ห์กลิ้งกลอกไม่น่าไว้ใจ

            

            เจอาร์มองมือที่ยื่นออกมาอยู่ตรงหน้า เขาจับมือนายทหารเขย่าเล็กน้อยแล้วรีบปล่อย

            

            เขาใส่ถุงมือไว้ป้องกันคนเห็นเล็บสีดำของตัวเอง ๻ั้๫แ๻่วันแรกที่เจอพวกเด็กวัยรุ่น

            

            เจอาร์เดินไปประตูทางออกโดยไม่สนใจใครอีก

            

            “เดี๋ยวสิครับ” ปรมัตถ์เรียกเขาไว้

            

            คนพวกนี้กล้าเอาปืนมาข่มขู่พวกเขา

            

            เจอาร์ปล่อยพลังกดดันพวกทหารทันที พริบตาเดียวเขาก็คว้าเอาปืนที่นายทหารคนหนึ่งกำลังเล็งไปที่มาร์ค

            

            ความเร็วที่ชายหนุ่มทำ มันเร็วมากจนคนธรรมดาที่ไม่มีพลังวิเศษมองไม่ทันและไม่รู้ว่าเขาทำอะไร

            

            ส่วนผู้มีพลังวิเศษที่ติดตามทหารมา แม้จะมองทันแต่ก็เห็นเป็๞ภาพเลือนรางไม่ชัดเจน คล้ายคนเวียนหัวตาลายมองภาพไม่ชัด

            

            นายทหารคนนั้นกว่าจะรู้ตัวก็เห็นว่าปืนของตัวเองถูกหักครึ่งเป็๞สองส่วนแล้ว

            

            “คิดจะขู่ฉันงั้นเหรอ” เขาพูดพร้อมทิ้งปืนลง เหลือไว้แค่ลูกปืนที่เอาไว้ขว้างใส่คน

            

            รับรองว่าแรงและเร็วกว่าใช้ปืนยิงแน่ ๆ เสียงปืนตกลงกระทบพื้นเรียกสตินายทหารที่เหลือกลับมาจากอาการตกตะลึง

            

            “แก” ปรมัตถ์พูดด้วยความโกรธจัด “แกกล้าทำลายอาวุธของพวกฉันงั้นเหรอ คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ” จบประโยคปืนทุกกระบอกก็เล็งมาที่เขา

            

            “ฉันต้องกลัว?”