“กรี๊ดดดดด”
“เบลล์เป็อะไร เกิดอะไรขึ้น”
นี่เป็เสียงต้อนรับเช้าวันใหม่ที่ผู้รอดชีวิตต้องเผชิญหลังหลับนอนเต็มอิ่ม
เจอาร์กอดปลอบมาร์คกับมิเกลที่สะดุ้งตื่น เพราะเสียงกรีดร้องของคุณหนูเบลล์
เด็กชายหญิงฝาแฝดมองดูกลุ่มพี่ ๆ ด้วยความงุนงง
“มามี้เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” มิเกลถาม
“ไม่รู้ คงฝันร้าย” เขาตอบพลางป้ายตามองกลุ่มเด็กวัยรุ่นเป็การเตือน
หนุ่มลูกครึ่งเหมือนจะรู้ความหมาย เขาปิดปากของคุณหนูเบลล์ทันที พลางส่งสายตาบอกเพื่อนว่าเจอาร์กำลังมองอยู่ นั่นแหละเด็กสาวจึงเงียบเสียงลง
“เป็อะไรเบลล์ เธอร้องทำไม” เด็กหนุ่มร่างผอมสูงถามเพื่อน
“ก็เมื่อกี้แมลงสาบมันบินมาเกาะขาฉัน” เด็กสาวตอบพลางเหลือบมองเจอาร์อย่างหวาดหวั่น แต่มีแววตาไม่พอใจตามประสาลูกคนรวยที่ถูกตามใจมาั้แ่เด็ก
“เฮ้อ~ ฉันก็นึกว่าเป็อะไร” แอนเด็กสาวมีพลังน้ำพูดขึ้นมาเสียงเนิบนาบ
“ไปล้างหน้าล้างตากินข้าวกันเถอะ ฉันหิวแล้ว” เด็กหนุ่มร่างท้วมบอกเพื่อน ๆ
“หิวแต่เช้าเลยนะอ้วน” เด็กหนุ่มใส่แว่นแซวเพื่อนพร้อมขยี้หัว
...
หลังกินข้าวเช้าภารกิจของพวกเด็กหนุ่มสาวก็ไม่ต่างจากเมื่อวาน กว่าจะจัดการกับซอมบี้แต่ละห้องในชั้นหกหมดก็กินเวลาไปมาก
ซอมบี้ในชั้นห้ายิ่งมากกว่าชั้นหกเกือบเท่าตัว แต่ละวันพวกเด็กวัยรุ่นใช้เวลาหมดไปกับการกำจัดซอมบี้
ที่แตกต่างคือพวกเด็กหนุ่มสาวสามารถใช้พลังได้นานขึ้นกว่าเมื่อก่อนถึงหนึ่งชั่วโมง
ส่วนคนที่ไม่มีพลังพิเศษอะไรก็มีพละกำลังเพิ่มขึ้นและไม่เหนื่อยง่ายเหมือนแต่ก่อน
ไม่ใช่ความเคยชินของร่างกาย แต่เป็พละกำลังที่มีมากกว่ามนุษย์ปกติหลายเท่า แม้จะยังห่างไกลจากพลังของเจอาร์ก็ตาม
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เด็กหนุ่มสาวสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนสร้างความพอใจให้กับเ้าตัวมาก
พวกเขาขอบคุณเจอาร์ไม่หยุดระหว่างเดินกลับที่พัก
เด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้เลิกกลัวเจอาร์แล้ว อาจจะมีอาการเกร็งอยู่บ้าง แต่ก็ลดลงกว่าวันแรกที่เจอกันมาก
เบลล์คุณหนูผู้เอาแต่ใจก็ยังเป็คนเดียวที่ไม่ไปฆ่าซอมบี้กับเพื่อนของเธอ เด็กสาวรออยู่แต่ในห้อง
ดีหน่อยที่อยู่ต่อหน้าเจอาร์เ้าหล่อนยังลดระดับความเอาแต่ใจลง
แต่เมื่ออยู่กับเพื่อนเ้าตัวก็จะเพิ่มระดับความเอาแต่ใจขึ้นคล้ายเก็บกดไม่กล้าด่าเขาเลยเอาไปลงที่เพื่อนแทน
“กลับมากันแล้วเหรอ ดีเลยทำอะไรให้กินหน่อยสิไอ้อ้วนฉันหิวแล้ว” เป็ประโยคแรกในหลายวันที่ผ่านมาของคุณหนูเบลล์พูด หลังจากที่เพื่อนกลับมาจากการฆ่าซอมบี้
“ได้รอแป๊บนะ ฉันไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวทำให้” เด็กหนุ่มร่างท้วมที่ตอนนี้เนื้อเหลว ๆ ของเขาเริ่มแน่นขึ้นอีกไม่นานคงกลายเป็กล้ามเนื้ออย่างคนเพาะกาย
เื่อาหารเจอาร์เป็คนจัดการหามาให้พวกเด็กวัยรุ่น ทั้งของสดของแห้ง
เขาฝากมาร์คกับมิเกลไว้กับแอนเด็กสาวผู้มีพลังน้ำเ้าของบุคลิกสาวเท่ กับพอลเด็กหนุ่มลูกครึ่งเ้าของพลังไฟ
หลังมาร์คกับมิเกลหลับ เขาจะเป็คนออกไปหาอาหารมาให้กลุ่มเด็กวัยรุ่น
…
“พ่อของเธอจะมาถึงวันไหน” เจอาร์ถามคุณหนูเบลล์
วันนี้เขาไม่ได้ให้เด็กวัยรุ่นออกไปฆ่าซอมบี้ เพราะพวกเขาสามารถกำจัดซอมบี้ในอาคารหมดแล้ว เด็ก ๆ ทุกคนจึงได้พัก
“วันนี้ตอนค่ำ ๆ ค่ะ” เด็กสาวเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนพูดคำว่าค่ะตาม คล้ายไม่ชินกับการพูดสุภาพกับเจอาร์
“งั้นเหรอ พวกเธอเตรียมตัวให้พร้อมเราจะออกเดินทางกันตอนค่ำ ๆ” เจอาร์บอกเด็กวัยรุ่นที่เขาฝึกมากับมือ
“เดี๋ยวนะ... พ่อฉันบอกว่ารับคนเพิ่มได้แค่สองคนเท่านั้นที่ค่ายอพยพจะมีสวัสดิการดี ๆ ให้คนที่มีพลังวิเศษ” เบลล์พูดขึ้น
น้ำเสียงของเธอเย่อหยิ่งป้ายตามองเพื่อน ๆ ที่ดูแลเธออย่างดีในวันสิ้นโลกเหมือนพวกเขาเป็มดปลวกหรือเป็หน้าที่ของเพื่อนที่ต้องดูแลเธออย่างดี
เจอาร์ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
“ฉันไม่ได้จะไปกับเธอ” แอนพูดขึ้น
“พวกฉันจะไปกับพี่เจอาร์” เด็กหนุ่มใส่แว่นพูดต่อ
“เรารอส่งเธอให้ถึงมือพ่อของเธอแล้วเราจะเดินทางไปกับพี่เจอาร์” เด็กหนุ่มลูกครึ่งอธิบายต่อ
เบลล์กัดฟันอยากกรี๊ดใส่หน้าพวกเพื่อน ๆ หน้าโง่ของเธอ
แต่ก็ช่างเถอะ รอพ่อเธอมาถึงก่อน แล้วเธอจะทำให้พวกนี้รับรู้ว่าการที่มีทหารคุ้มกันมันดีแค่ไหน
“แล้วน... พี่จะเดินทางไปที่ไหนล่ะ” เบลล์ถามเจอาร์
“เมืองหลวง” เขาตอบอย่างไม่คิดอะไร
“ดีเลย พ่อฉันก็มาจากจังหวัดE ค่ายอพยพก็อยู่ที่นั่น จังหวัดEเองก็อยู่ใกล้เมืองหลวง... ทำไมเราไม่เดินทางด้วยกันล่ะ” เบลล์พูดด้วยความมั่นใจ
เธอเชื่อว่าใคร ๆ ก็ไม่ปฏิเสธหากรู้ว่าต้องเดินทางกับทหาร
ในวันที่โลกเป็อย่างนี้การพึ่งพาทหารเป็สิ่งที่ผู้รอดชีวิตทำกัน
คอยดูเถอะ เธอจะทำให้พวกนี้อิจฉาเธอ หากได้เห็นว่าเธอได้รับการปฏิบัติที่ดีจากทหารในวันสิ้นโลกแห่งนี้
“ไม่” เจอาร์ตอบแทนทุกคน การอยู่ร่วมกับมนุษย์มากมายไม่ใช่ผลดีสำหรับตัวเอง
ความลับของเขาจะยังเป็ความลับอีกหรือ?
อีกอย่างถ้าอยู่ในกลุ่มมนุษย์มาก ๆ ยิ่งเป็การล่อซอมบี้ให้เข้ามาหามากขึ้นเท่านั้น
ทั้งวุ่นวายทั้งน่ารำคาญ
เบลล์มองดูเพื่อน ของตัวเองแต่ไม่มีใครคัดค้านอะไรกับเจอาร์
เธอจึงเดินกระแทกเท้ากลับไปยังที่นอนของตัวเองแล้วนั่งลงไม่พูดอะไรอีก เธอคิดว่าที่พวกนั้นไม่พูดเป็เพราะว่ากลัวเจอาร์ รอพ่อเธอมาก่อนแล้วจะรู้กัน
ตระกูลของเบลล์ใหญ่เป็อันดับหนึ่งของจังหวัดEและเมื่อวันสิ้นโลกมาถึงในสายตาของเธอ พ่อของเธอคือผู้แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้
ยิ่งไม่มีกฎหมายภายในประเทศเธอก็ยิ่งยินดี เพราะเธอสามารถใช้อำนาจได้เต็มที่
“ตามใจอยากจะไปลำบากเป็อาหารของซอมบี้ก็ตามใจ” เบลล์พึมพำ เมื่อนั่งลงที่นอนของตัวเองซึ่งทำจากกระดาษลังปูง่าย ๆ
เธอไม่กล้าโวยวายใส่เจอาร์เพราะรู้ว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน
ค่อยดูเถอะถ้าพ่อเธอมาถึงเธอจะให้พ่อเธอสั่งสอนให้รู้สำนึก เป็ความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวของคุณหนูเบลล์ซ้ำ ๆ เพียงเพราะเธอไม่พอใจที่เพื่อนไม่ตามใจตนเอง
“มามี้หนูคิดถึงแดดดี้จังเลยค่ะ เราจะได้เจอแดดดี้ไหมคะ”
มิเกลถามเสียงเบาในตักของเจอาร์ ส่วนมาร์คหลับอยู่ข้างน้องสาว บนโซฟา โซฟาถูกนำมาต่อกันใช้เป็ที่นอนของฝาแฝด
“ได้เจอสิ ฉันกำลังจะออกตามหาแดดดี้ของพวกเธอ” เขาอยากถามว่าแม่ของเด็กหญิงไปไหน แต่รู้ดีว่าไม่ควรถามเพราะอาจกระทบต่อจิตใจเด็กได้
ถ้าพ่อของเด็กทั้งสอกลายเป็ซอมบี้ เขาจะควบคุมให้ดูแลเด็ก ๆ เอง ถ้าหน้าตาไม่เละจนเกินไปนะ
...
ตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า กลุ่มพ่อคุณหนูเบลล์ก็มาถึงพอดี
พวกเขาเดินลงมาข้างล่างเพื่อพบกับพ่อของเธอ เจอาร์้าเดินทางวันนี้เลย เขาไม่อยากรอ
กลุ่มทหารยืนออกันอยู่หน้าประตูทางเข้าตึก รอบๆ บริเวณตึกสามร้อยเมตรไร้ซอมบี้ เพราะเจอาร์ปลดปล่อยกลิ่นอายของตัวเอง ั้แ่ที่พวกเด็กวัยรุ่นฆ่าซอมบี้ในตึกหมดแล้ว
หน้าอาคารมีรถบรรทุกดัดแปลงสองคัน เต็มไปด้วยผู้รอดชีวิตมากมายที่มากับพวกเขาและรถทหารดัดแปลงอีกสี่คัน
รวม ๆ แล้วทหารที่มานี้เกือบร้อยคนหรืออาจจะมากกว่านั้นถ้าไม่เกิดเหตุระหว่างทาง
เจอาร์เดินมาเป็คนสุดท้ายขนาบข้างด้วยเด็กชายหญิงฝาแฝด
เบลล์กอดแขนพ่อของเธอไว้มองดูเจอาร์ที่เดินมาเป็คนสุดท้ายด้วยท่าทางโอ้อวด
“โอ้ คุณคือคุณเจอาร์ที่น้องเบลล์พูดถึงสินะครับ” พ่อของเธอตรงมาที่เขาหยุดอยู่ตรงหน้า
เจอาร์เอาตัวบังเด็กฝาแฝดไว้ ท่าทางเป็มิตรแต่มีสายตาคุกคามของนายทหารวัยกลางคนทำให้เขาระวังตัว
“ใช่” เจอาร์ตอบเสียงเรียบ นายทหารระดับสูงหรี่ตามองเจอาร์ในเสื้อฮู้ดปกปิดใบหน้าด้วยสายตาประเมิน
“ผมปรมัตถ์เป็หัวหน้าฐานผู้รอดชีวิตจังหวัดE เป็พ่อของน้องเบลล์ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแลน้องเบลล์” ดวงตาดูเ้าเล่ห์กลิ้งกลอกไม่น่าไว้ใจ
เจอาร์มองมือที่ยื่นออกมาอยู่ตรงหน้า เขาจับมือนายทหารเขย่าเล็กน้อยแล้วรีบปล่อย
เขาใส่ถุงมือไว้ป้องกันคนเห็นเล็บสีดำของตัวเอง ั้แ่วันแรกที่เจอพวกเด็กวัยรุ่น
เจอาร์เดินไปประตูทางออกโดยไม่สนใจใครอีก
“เดี๋ยวสิครับ” ปรมัตถ์เรียกเขาไว้
คนพวกนี้กล้าเอาปืนมาข่มขู่พวกเขา
เจอาร์ปล่อยพลังกดดันพวกทหารทันที พริบตาเดียวเขาก็คว้าเอาปืนที่นายทหารคนหนึ่งกำลังเล็งไปที่มาร์ค
ความเร็วที่ชายหนุ่มทำ มันเร็วมากจนคนธรรมดาที่ไม่มีพลังวิเศษมองไม่ทันและไม่รู้ว่าเขาทำอะไร
ส่วนผู้มีพลังวิเศษที่ติดตามทหารมา แม้จะมองทันแต่ก็เห็นเป็ภาพเลือนรางไม่ชัดเจน คล้ายคนเวียนหัวตาลายมองภาพไม่ชัด
นายทหารคนนั้นกว่าจะรู้ตัวก็เห็นว่าปืนของตัวเองถูกหักครึ่งเป็สองส่วนแล้ว
“คิดจะขู่ฉันงั้นเหรอ” เขาพูดพร้อมทิ้งปืนลง เหลือไว้แค่ลูกปืนที่เอาไว้ขว้างใส่คน
รับรองว่าแรงและเร็วกว่าใช้ปืนยิงแน่ ๆ เสียงปืนตกลงกระทบพื้นเรียกสตินายทหารที่เหลือกลับมาจากอาการตกตะลึง
“แก” ปรมัตถ์พูดด้วยความโกรธจัด “แกกล้าทำลายอาวุธของพวกฉันงั้นเหรอ คงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ” จบประโยคปืนทุกกระบอกก็เล็งมาที่เขา
“ฉันต้องกลัว?”