“ น่ารักจริงๆน้องรักของผม ผมหายเครียดแล้ว“ นักบินหนุ่มลุกขึ้นจูบหน้าผากกลมมนของภาวนา จูงมือเธอเข้าในลิฟต์ พาเดินมาส่งที่หน้าบ้านของเดฟ เอื้อมมือกดกริ่งประตูด้วยใบสีหน้าเศร้าผิดหวังอย่างร้ายแรง เดฟรีบเปิดบานประตูเปิดออกกว้าง พบสีหน้าเศร้าของเพื่อนรัก ชะโงกมองผ่านหัวไหล่วินนี่ มือของวินนี่ค้ำประตูไว้ไม่เข้าไปข้างใน เสียงแหบเศร้า “เดฟหมดปัญญาวะ เธอไม่ยอม ขอกลับบ้านอย่างเดียว ขอร้องฉันให้ไปส่งคืนนี้ ฉันมาขอกระเป๋าสะพายของเธอ“ กำปั้นของเดฟทุบบนกำแพงด้วยความเสียใจ
“ นายเคยทำอะไรสำเร็จให้ฉันบ้างไหมวะ ผู้หญิงตัวเล็กๆแค่นั้น นายก็คุยแทนไม่ได้ มันน่าน้อยใจจริงๆ “ วินนี่กลั้นหัวเราะ แสร้งมีอาการฉุน ชี้นิ้วใส่หน้าเพื่อน “นายเป็นคนสร้างเรื่องพวกนี้เองนะ อย่ามาตำหนิฉัน ถามอะไรหน่อยต่อไปนายจะทำแบบนี้อีกไหม“ น้ำเสียงวินนี่ทุ้มต่ำลง ยืนจ้องหน้าเพื่อนรัก "จะบ้าเหรอวะ ใครจะกล้าทำอีก ถ้าเธอกลับบ้านไปจริงๆ ฉันก็แย่สิวะ ฉันรักเธอจริงๆนะโว้ย แค่นี้ก็กระอักกระอ่วน ฉันก็สงสารเธอเหมือนกัน ฉันรับปากจะไม่ทำแบบนั้นอีก “
“ จริงเหรอคะ ที่จะไม่ทำอีก “ ภาวนาเอียงคอเอ่ยขึ้น เธอยืนด้านหลังของนักบินหนุ่ม แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนหวาน เดฟอ้าปากค้างมองวินนี่ พอได้สติ เดฟดึงมือของเธอให้เข้ามาหาตน “ ที่รัก.... มาหาDevดีกว่า ไปยืนตรงนั้นทำไมครับ“ ผู้กองรีบดันร่างเพื่อนรักให้ออกห่างๆ เดฟเข้าไปคุกเข่าขอโทษหญิงสาวอีกครั้ง
นักบินหนุ่มคว้ามือของเธอวางทาบลงบนมือของผู้กองหนุ่ม วินนี่ถอยห่าง ก้าวเดินออกมา โบกมือลาให้เพื่อน “นายไม่ต้องดราม่าเยอะ รีบๆพาเธอเข้านอน ฉันขอไปลอกคราบตุ๊กตาบาร์บี้ก่อน โชคดีโว้ย“
คอนโดฯชั้น 12
วินนี่วิ่งลงบันได ในใจหัวเราะ วินนี่ตะลึงในชุดบาร์บี้กระโปรงสั้นสีชมพู หัวใจเขาแทบวายเมื่อเธอจะไม่กลับบ้าน เสียงกดออดดังหลายครั้ง วินนี่เริ่มหงุดหงิด “ทำอะไรอยู่ไม่มาเปิดประตู” หญิงสาววิ่งออกจากห้องน้ำห่อร่างงามด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ สองมือเปิดบานประตู ทั้งคู่ยืนสบตากันชั่วอึดใจ เธอเอ่ยขึ้น “ฉัน อาบน้ำอยู่ค่ะ “ วินนี่รีบปิดบานประตูอย่างไว ช้อนอุ้มร่างเธออย่างรวดเร็ว “ วินนี่ปล่อยนะ ฉันจะใส่ชุดนอน “
“ปล่อยให้โง่..... พวกคุณทำให้พวกผมหัวปั่น หัวใจจะวายรู้ไหม ทำไมคุณต้องลงทุนขนาดนั้น มันอันตรายมากๆ“ วินนี่วางร่างของเธอบนเตียงนอนอย่างเบาๆ “ห้ามส่งเสียงอะไร คุณนอนรอ ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อน ถ้าคุณเผลอหลับ ผมจะปล้ำคุณจริงๆ”
นิทตี้รีบแต่งตัว ไม่กล้านอนหลับ พลิกร่างไปมากระวนกระวายใจบนเตียงนอน วินนี่เดินออกมาในชุดนอนเต็มยศ เขาเริ่มปิดดวงไฟทุกดวง สอดร่างสูงนอนแนบร่างของเธอ นิ้วมือสอดเข้าในกลุ่มผม วินนี่พรมจูบบนหน้า แก้มทั้งสอง “ ผมไม่ใช่คนบ้ากาม ผมสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรคุณ รอให้คุณหายกลัว เมื่อไรคุณต้องการเมคเลิฟกับผม บอกผมได้ครับ เรานอนกันเถอะที่รัก“
ชั้น 10 ห้อง399
ราชเคาะประตูแทนการกดออด “ อัญญานา ผมเข้าไปได้ไหมครับ “ อัญญูเปิดประตูออกกว้างแล้วหันหลังกลับเดินเข้าในห้องนอน “ ผมหิว ผมยังไม่ได้กินอาหารค่ำ“ ราชมองที่โต๊ะอาหารที่ว่างเปล่า ถ้อยคำนี้เขามักจะบอกเธอทุกครั้งที่กลับดึกจากงานรอบดึก อัญญานารู้สึกสงสารราช ในสมัยเรียนเขาเคยหนีเที่ยวผับ ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรงหลายครั้ง ครั้งหนึ่งราชป่วยด้วยโรคกระเพาะ เขาเรียกร้องให้เธอกลับไปดูแลเขาอีกครั้ง “ รอหน่อยค่ะ ฉันจะทำซุปร้อนให้ทานค่ะ “
ซุปร้อนๆในชามใหญ่วางลงบนโต๊ะอาหาร กลิ่นหอมฟุ้ง ราชอาบน้ำเรียบร้อย ก้าวเดินตามกลิ่นหอมออกมา “ หอมจัง “ เขาตักซุปขึ้นมาป้อนเธอ “ชิมหน่อยไหม อร่อยมาก ฝีมือทำอาหารของคุณไม่มีใครเทียบได้จริงๆ“ อัญญานายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความยินดี “ขอบคุณค่ะ ฉันรู้สึกเพลียมาก ขอตัวเข้าไปนอนก่อนค่ะ”
เวลาผ่านไปล่วงเข้า ตี 3 เศษๆ ราชกลับเข้ามาในห้องนอน ปิดไฟหัวเตียง เลื่อนห่มผ้าให้หญิงสาวที่นอนหลับสนิทในห้องนอน ร่างเขาออกมายืนที่ระเบียงใหญ่ที่ยื่นจากห้องนอน ร่างสูงถอนหายใจ ก้มหน้าผ่อนลมหายใจออกมา เขานึกถึงใครบางคน มือของเขากำสิ่งหนึ่งไว้แน่น ราชเลื่อนสายตาลงมองสร้อยข้อเท้าของมัทธูในมือ หยดน้ำตาของเขาหยดลงในฝ่ามือ หัวใจเขารู้สึกปวดร้าวมากเหลือเกิน จูบลงบนสร้อยข้อเท้า “ผมขอโทษอัญญานา ผมต้องโกหกคุณและทุกคนที่คิดว่าผมรักคุณ ขอเวลาผมหน่อยครับ ผมจะต้องรักคุณให้หมดหัวใจให้ได้ “ เขาหันหน้าเข้ามามองเรือนร่างของเธออยู่บนเตียงนอน