“ลูโดวิชงั้นเหรอ” เด็กสาวคนนั้นพึมพำ“งั้นข้าขอเรียกเ้าว่า ลูช ได้สินะ?” พอถามจบนางก็ส่งสายตาวิบวับแกมอ้อนเล็กน้อยมาให้
ข้าชะงักเล็กน้อย มันจะดีหรือที่จะเรียกคนที่เพิ่งรู้จักกันด้วยชื่อสั้นๆแต่สุดท้ายข้าก็แพ้สายตานางจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจ “ได้สิ แต่ข้าขอเรียกเ้าว่าเซียได้หรือเปล่า?”
“ได้! ในเมื่อเราเรียกชื่อเล่นกันแล้วเราก็เป็เพื่อนกันแล้วนะ!” นางยิ้มอย่างดีใจ และตอบข้าด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง “ฝากตัวด้วยนะลูช”
ข้าใกับท่าทางที่ร่าเริงของนางแต่ก็ตอบกลับไปตามมารยาทว่า“อ...อื้อ ฝากตัวด้วยนะเซีย”
“เ้าเก่งจังเลยนะลูชโดนรุมขนาดนั้นแล้ว แต่ก็ยังหนีรอดออกมาได้” อยู่ดีๆนางก็เปิดประเด็นเื่ที่ข้าวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมา
“ข้า...ข้าชินแล้วน่ะข้าทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว” ข้าตอบด้วยน้ำเสียงหงอยๆเพื่อไม่ให้นางรู้ว่าข้าเป็เด็กขี้ขโมยโดยไร้เหตุผล“ถ้าไม่ทำข้าก็ไม่รู้ว่าจะกินอะไร เงินข้าก็ไม่มี หิวก็หิว ข้าเลยต้องไปขโมยมา”
“แล้วตอนนี้ยังหิวอยู่หรือเปล่า?”
“ข้าไม่ได้กินอะไรนอกจากน้ำมา3 วันแล้ว...” เมื่อนางถามเช่นนั้นข้าจึงเลือกที่จะโกหกและพูดเสียงเบาๆเพื่อให้ดูน่าสงสารโดยที่ไม่ได้ดูตั้งใจจนเกินไป
ถึงความรู้สึกส่วนลึกจะบอกให้ไว้ใจนางแต่ข้าไม่สามารถไว้ใจคนที่เพิ่งพบเจอได้จริงๆ แม้นางจะดูสดใสและว่าง่ายแต่เพราะบนโลกใบนี้มีคนที่ต่อหน้ายิ้มแย้มคอยช่วยเหลือแต่เื้ันำไปนินทาว่าร้ายหรือคอยขัดแข้งขัดขาเยอะแยะไปข้าจึงต้องแสร้งทำเป็ใสซื่อและน่าสงสารเพื่อคอยดูว่านาง้าอะไรจากข้ากันแน่
“พูดออกมาตรงๆก็ได้น่าว่าหิว ข้าไม่ว่าอะไรเ้าหรอก” พูดจบนางก็หยิบแซนด์วิชในกระเป๋ามาให้ข้า “เอานี่ข้าให้”
ข้าดีใจมากข้าไม่ได้กินอะไรที่ดูเป็อาหารจริงๆจังๆได้มาหลายปีแล้วั้แ่พ่อแม่จากไปแต่ด้วยความระแวงข้าก็เลยลังเลอยู่เล็กน้อย “ได้...จริงๆ เหรอ ข้ากินนี่ได้แน่นะ”
“เอาไปเถอะน่าข้ามีเงินที่ได้มาจากท่านพ่ออยู่เดี๋ยวถ้าเ้าไม่อิ่มหรือถ้าข้าหิวข้าออกไปซื้อมาก็ได้”นางยืนยัน
“อื้อ!ขอบคุณนะเซีย!” แม้ข้าจะยังลังเลอยู่แต่ความอยากทานมีมากกว่าจึงตอบรับนางและก้มลงไปกินจนหมด “อื้ม! อร่อยมาก! ไม่เคยกินอะไรที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย!” แม้จะไม่ใช่ของดีอย่างที่ข้าเคยทานแต่รสชาติก็ไม่เลวข้าจึงชมเชยออกไปให้นางดีใจ
“เอาอีกไหม? ดูท่าเ้าจะไม่อิ่มนะ” นางยิ้มอย่างเอ็นดู
“ได้เหรอ?” ข้าถามอย่างดีใจแบบนี้วันนี้ข้าคงได้กินอย่างเต็มคราบเลยสินะ!
“อื้อ!ไปซื้อในเมืองกัน ท่านพ่อให้เงินข้ามาเยอะแยะเลย”
“เอ๊ะ!? จะดีเหรอ เอามาเลี้ยงข้าฟรีๆ ท่านพ่อเ้าจะไม่ว่าอะไรเหรอ?”ข้าถาม เด็กปกติที่ไหนพ่อแม่จะอนุญาตให้มาเลี้ยงคนแปลกหน้ากันแปลกคนซะจริง...
“ไม่เป็ไรหรอกน่ามากับข้าซะอย่าง” นางพูดอย่างโอ้อวด
“เ้าไปกับข้าเ้าไม่กลัวว่าจะโดนไล่ออกมาเหรอ?” ข้าถามเพื่อยืนยัน ถ้านางเอาข้าไปแล้วทิ้งให้ข้าโดนต่อว่าเพราะไม่จ่ายเงินข้าก็ไม่เอาหรอกนะ
“ไม่เป็ไรคอยดูก็แล้วกัน” นางขยิบตาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบาอย่างน่าสงสาร “อีกอย่างที่หมู่บ้านนอกจากท่านพ่อกับท่านแม่แล้วทุกคนต่างก็รังเกียจไม่กล้าเข้าใกล้ข้ากันหมด ข้าชินเสียแล้วล่ะ”
“ป...ไปซื้อของกันเถอะข้าหิวแล้วล่ะ!” ข้าไม่อยากฟังเื่ที่ชวนหดหู่ของเด็กสาวที่มีรอยยิ้มสดใสคนนี้จึงเลือกที่จะเปลี่ยนเื่
“อื้อ!”ได้ผล นางกลับมายิ้มอย่างร่าเริง “เ้านำข้าไปหาอาหารอร่อยๆ น่ากินทีนะ!”
“ไว้ใจข้าได้เลยเซีย!”พูดจบข้าก็ยื่นมือมาจับมือของนางและพาเดินไปยังตลาดท้ายหมู่บ้านโดยไม่ให้คลาดสายตา
นี่นางจงใจหรือเปล่าเนี่ย
“อ้าว!ไงแม่หนู ไม่เคยเห็นหน้าเลยมาจากไหนเนี่ย?” เมื่อเห็นว่าร้านที่นางไปเป็หนึ่งในคนที่วิ่งไล่ข้าก่อนหน้านี้ข้าจึงปล่อยมือนางและไปซ่อนที่ตรอกข้างๆร้านเพื่อเตรียมตัวหนีเผื่อเกิดอะไรขึ้น
“ข้าเป็ลูกสาวไวส์เคาท์ของอาณาจักรข้างๆนี่ พอดีว่าท่านพ่อมีงานที่ต้องมาจัดการที่อาณาจักรนี้เลยขออนุญาตท่านพ่อออกมาเที่ยวเล่นน่ะค่ะ”เห นี่นางเป็ขุนนางเลยงั้นเหรอ
“ว่าแต่เนื้อนี่ไม้ละเท่าไหร่เหรอคะ?”
“อ้อ!ไม้ละ 3 ซองตีม*ครับคุณหนู”
“งั้นข้าขอ2 ไม้ค่ะ”
“2 ไม้นะครับ”ชายคนนั้นตอบรับแล้วหยิบเนื้อย่างมาให้ ข้ามองอย่างน้ำลายสอ เนื้อย่างวันนี้ดูน่ากินสุดๆ! “แล้วจะถือไปคนเดียวได้เหรอครับเนื้อย่างร้านข้า ไม้หนึ่งไม่ใช่เล็กๆ เลยนะครับ”
นางยิ้มแล้วยื่นเงินไปให้“ข้าซื้อไปให้เพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันด้วยน่ะค่ะ พอดีเขาเป็คนที่นี่ข้าเลยจะให้เขาแนะนำร้านที่น่าอร่อยและข้าจะเลี้ยงตอบแทนเขาน่ะค่ะ”
“เพื่อนเหรอครับ?” ชายคนนั้นรับเงินไปแล้วยื่นเนื้อย่างมาให้พร้อมชวนคุย“ชื่ออะไรเหรอครับ? เด็กที่นี่มีเด็กที่ชอบแกล้งนักท่องเที่ยวอยู่หลายคนผมจะได้บอกคุณหนูด้วยว่าเชื่อถือได้ไหม” แล้วเขาจะมายุ่งอะไรกับเื่ของคนอื่นล่ะเนี่ยหรือนี่เป็บทที่วางเอาไว้และนางจงใจ?
“อ้าว?” นางอุทานขึ้นเมื่อหาข้าไม่เจอ แหงสิใครจะออกไปให้โง่ล่ะข้าว่าอันตรายแล้วล่ะแบบนี้ ข้าหนีดีกว่า
“ครับ? มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“เพื่อนข้าหายไป—อ๊ะ! เจอแล้ว!” ยังไม่ทันที่ข้าจะวิ่งหนี อลีเซียที่เห็นข้าที่ซ่อนอยู่ก็เดินไปลากแขนข้ามาเผชิญหน้ากับเขา“มาเถอะน่าลูช บอกแล้วว่ามากับข้าน่ะไม่เป็ไรหรอก”
“ต...แต่ว่า”ข้าพยายามขืนตัว แต่เด็กผู้หญิงตัวแค่นี้ไม่รู้เอาแรงมาจากไหน นางดึงข้าจนข้าเซไปหานางและเกือบล้มหัวทิ่มอยู่ตรงนั้น“เหวออออออ”
“นี่ค่ะเพื่อนของข้า”
“ค...คุณหนูครับเด็กนี่มันเป็โจรนะครับ!” ชายคนนั้นทำหน้าเหวอและะโกลับจนเริ่มมีคนหันมาสนใจทางนี้“เ้าเด็กนี่มันเป็โจรที่คอยขโมยอาหารไปทั่วในหมู่บ้านนี้เลยนะครับ มัน---”
“ข้าไม่สนหรอกค่ะ!”แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบนางก็ะโกลับ “แล้วเท่าที่ข้าได้ยินมา มันเป็เพราะพวกคุณไม่มีใครใจดีช่วยดูแลเขาเลยเขาถึงหิวจนทนไม่ไหวเลยต้องมาขโมยอาหารไม่ใช่เหรอคะ!?”
“ก...ก็เพราะ...”เขาอึกอัก แหงสิ ใครจะบอกว่าที่ไม่ช่วยเป็เพราะตัวเองไม่อยากรับภาระเพิ่มล่ะทำไมคนเราถึงต้องไปยุ่มย่ามในเื่ของคนอื่นที่เราไม่ได้รับประโยชน์ด้วยล่ะ
“หรือคุณลุงคิดว่าข้าจะแยกแยะอะไรดีอะไรไม่ดีไม่ได้เหรอคะคุณลุงดูถูกสายตาข้าเกินไปหรือเปล่าคะ” นางข่มขู่
ชายคนนั้นที่เห็นดังนั้นก็รีบยื่นเนื้อย่างและเงินทอนให้อลีเซียเห็นดังนั้นก็รับเงินคืนมาอย่างเงียบงันและลากตัวข้าที่ก้มหน้าก้มตาพยายามซ่อนตัวไม่ให้คนในตลาดที่มองมาทางนี้เห็น
ถ้าพวกเขาจำข้าได้มันจะยุ่งยากนะ!
ทันทีที่กลับมาถึงที่ที่เราเจอกับข้าก็พูดขึ้น“ข...ขอโทษนะเซีย ถ...ถ้าไม่ใช่เพราะข้า---”
“ไม่ใช่ความผิดของลูชสักหน่อย”น้ำเสียงนางมีทั้งความเศร้าและความโกรธเคือง คนเราจะเชื่อคนได้ง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ ความคิดและน้ำเสียงของนางทำให้ข้าที่คิดว่าทั้งหมดนี่คือบทละครที่ไม่น่าไว้วางใจเริ่มใจอ่อนทีละนิด“ลูชน่ะอาจจะผิดที่ไปขโมยของ แต่ก็เพราะมันจำเป็ไม่ใช่เหรอ?”
“อ...อื้อแต่---”เ้าไม่จำเป็จะต้องมาโกรธแทนข้า
“ลูช”ยังไม่ทันที่ข้าจะพูดจบอลีเซียก็พูดแทรกขึ้นมา
“ม...มีอะไรเหรอเซีย”
“ทำไมเ้าถึงไม่ไปลองขอทำงานแล้วแลกเงินหรืออาหารจากพวกเขาล่ะ”อ่า เป็คำถามที่หลายๆคนเคยถามเลยล่ะ คำตอบมันก็มีแต่จะให้ข้าตอบตามตรงล่ะก็มันจะดูแปลกไหมนะ
“ข...ข้าเคยลองทำแล้วนะ!ต...แต่...” ข้าคิดคำตอบไม่ทันเลยตอบแบบอึกๆอักๆ
“แต่อะไร?” อลีเซียหรี่ตาอย่างกดดัน
“บางคนก็ไม่ให้ทั้งๆที่ข้าก็ทำงานเรียบร้อยแล้ว บางคนก็ใช้งานอย่างหนักแล้วให้น้อยมากๆ บางคนก็ไม่ให้ทำเพราะเขาบอกว่าข้าไม่มีคนรับรองหรือรับผิดชอบถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจากการกระทำของข้า ข้ารู้สึกว่ามันไม่ค่อยคุ้มค่าที่จะทำเท่าไหร่เลยยอมแพ้ไปน่ะ”ข้าเลือกที่จะค่อยๆเชื่อใจอลีเซียจึงตอบตามความจริงออกไป
“นี่ลูชข้าไม่ได้รู้สึกผิดหวังหรืออะไรหรอกนะ ข้าเข้าใจว่าทำไมลูชถึงทำแบบนี้ แล้วก็...” นางเหมือนจะตั้งใจเว้นคำพูดไว้เพื่อดูว่าข้าจะสนใจนางหรือเปล่า
“แล้วก็...”
“ข้าจะสอนให้เองสิ่งที่ลูชจำเป็ต้องเรียนทั้งหมดน่ะ”
“เอ๊ะ?” อลีเซียพูดว่าอะไรนะ
*ซองตีมหน่วยเงินของฝรั่งเศส 100 ซองตีม = 1 ฟรังค์