จินฮวารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภายในห้องที่มีแสงสลัวจากเปลวเทียนเล็กน้อย ภายใต้แสงเทียนสีนวลนั้นเปิดเผยให้เห็นร่างเหรินจวินที่นั่งอยู่ข้างกายนาง
“ตื่นแล้วหรือ”
“ข้าตื่นแล้ว” นางกวาดสายตามองไปรอบๆ และพบว่าที่นี่เป็ภูมิทัศน์ที่นางไม่ค่อยคุ้นตานัก
“ข้าอยู่ที่ใดหรือ”
“ห้องของเ้าในจวนสกุลหวัง”
เขาตัดสินใจพานางกลับมาที่นี่ เนื่องจากที่จวนสกุลหวังใกล้กว่าวังหลวงมาก
จินฮวาพยักหน้ารับ “ข้าเหนื่อยมาก” นางกล่าวเสียงอ่อนๆ
ในเวลานี้จินฮวาเหนื่อยมากจริงๆ นางรู้สึกราวกับเรี่ยวแรงของนางถูกสูบไปจนหมด
“เ้ามีอิทธิฤทธิ์” เหรินจวินเอ่ยสิ่งที่ติดใจเขาอยู่
จินฮวาที่ได้ยินคำกล่าวของเขานางก็ชะงัก “ข้าไม่แน่ใจ” นางมองมือทั้งสองข้างของตนเอง “ข้าไม่รู้ว่าตัวเองทำอย่างนั้นได้อย่างไร”
เขามองหน้าที่ขาวซีดไปหลายส่วนของหญิงสาว พร้อมกับขมวดคิ้วแน่น “หากเ้าไม่แน่ใจว่าตนเองมีอิทธิฤทธิ์ เหตุใดจึงเอาตนเองมาขวางดาบให้ข้า”
เมื่อเขากล่าวถ้อยคำเหล่านี้ นางจึงค่อยนึกได้ว่าเขาาเ็อยู่ นางรีบดีดตัวลุก ก่อนจะดึงสาบเสื้อเขาลง และเห็นว่าตอนนี้แผลของเขาถูกพันเรียบร้อยดีแล้ว
“ท่านยังเจ็บอยู่หรือไม่”
“ไม่ ศึกายังเคยผ่านมาแล้ว าแแค่นี้จะกระไรหนักหนา”
“จะาแเล็ก าแใหญ่อย่างไรก็เจ็บอยู่ดี ท่านไม่ใช่ก้อนหิน เศษดินเวลาแตกหักจึงไม่เจ็บ”
เหรินจวินเห็นนางขมวดคิ้วจนหน้ายุ่ง จึงเอานิ้วจิ้มที่ระหว่างคิ้วนาง “เ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้า หากเ้าไม่แน่ใจว่าตนเองมีอิทธิฤทธิ์ เหตุใดจึงเอาตนเองขวางดาบให้ข้า”
เหตุผลนางก็ไม่ค่อยแน่ใจเช่นกัน นางใคร่ครวญหาคำตอบในใจอยู่ชั่วครู่ใหญ่ “คงจะเป็เพราะข้าใช้ชีวิตโดยสัญชาตญาณเป็ใหญ่กระมัง เมื่อข้ารู้ตัวร่างข้าก็ไปอยู่ตรงนั้นแล้ว อีกทั้งท่านเสี่ยงชีวิตช่วยข้าก่อนไม่ใช่หรือ ข้าก็ต้องสละชีวิตเพื่อช่วยท่าน”
เหริงจวินมองเข้าไปในดวงตาสีดำดุจเม็ดนิลของนาง ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ดวงตาของนางไม่มีคำว่าโกหกแม้แต่น้อย ทั้งมีประกายระยิบทั้งซื่อตรง จริงใจ
เื่อิทธิฤทธิ์ของนาง คงจะต้องให้นักพรตและผู้ทรงศีลตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้ง
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับนี่เป็เื่ทั่วไป “หน้าที่ปกป้องภรรยา เป็หน้าที่ของสามีไม่ใช่หรือ”
จินฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็ย่นจมูก ก่อนจะกล่าวเหน็บแนมเขา “ข้ารู้แล้ว เหตุใดท่านจึงชอบสวมอาภรณ์ปกปิดร่างกายนัก เป็เพราะใต้อาภรณ์ของท่านคงจะมีแผลเป็มากมายใช่หรือไม่ สตรีในวังหลังของท่านมีเกินร้อยาแเพื่อปกป้องภรรยาท่านคงมีหลายสิบเป็แน่”
เหรินจวินเห็นนางย่นจมูก ดังนั้นจึงบีบจมูกนางเบาๆ “าแจากศึกานั้นมีอยู่ แต่าแเพราะปกป้องภรรยา ได้จากเ้าเป็คนแรก”
จินฮวาที่ได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกว่าในอกข้างซ้ายมันมีความผิดปกติบางอย่าง นางป่วยหรือ อีกทั้งนางยังรู้สึกว่าหน้าร้อนมาก จนไม่กล้าสบตาเขา จากนั้นนางจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงตนเอง
“เ้าทำอะไร”
“ข้ารู้สึกคล้ายว่าจะไม่สบาย้าพักผ่อน”
“อืม ฮูหยินหวังจัดห้องให้ข้าแล้ว คืนนี้เ้าก็พักให้สบายเถอะ”
กล่าวจบเขาก็จะลุกไป
ในตอนที่เขาลุกขึ้น นางก็พลันนึกได้ว่านางยังไม่ได้รับผิดชอบาแเขา
นางจึงยื่นมือออกมาจากผ้าห่มที่นั่งคลุมโปงอยู่ มากุมมือเขาเอาไว้
“าแท่าน”
“แม่ทัพหวังให้หมอมาดูอาการแล้ว าแไม่สาหัส เ้าก็เลิกกังวลเสีย”
เขาเจ็บตัวเพราะนาง นางไม่รู้สึกผิดได้หรือ อีกทั้งนางก็ยังช่วยดูแผลให้เขาไม่ได้ จินฮวาใคร่ครวญอยู่เล็กน้อย ก็พลันคิดได้ว่าเมื่อครั้งที่นางเป็แมว เวลาที่นางเจ็บตัวนอกจากเยี่ยหลิงจะใส่ยาให้นางแล้ว เขายังทำอีกอย่างหนึ่งด้วย และเมื่อเขาทำเช่นนั้น ถึงแม้ว่าความเจ็บความปวดของนางจะไม่ได้หายไป แต่นางรู้สึกอบอุ่นมาก
เมื่อนางตัดสินใจได้ นางจึงดึงผ้าที่คลุมหน้าตนเองออกและยืนด้วยเข่าบนเตียง
โดยที่เหรินจวินไม่ทันตั้งตัว นางก็ประทับริมฝีปากลงไปตรงปากแผลเขาแล้ว
แผ่นหลังเหรินจวินแข็งขึ้นทันที
“มีคนเคยกล่าวกับข้าว่า ทำเช่นนี้จะเป็การส่งกำลังใจให้าแหายเร็วขึ้น ข้าส่งกำลังใจให้าแท่านหายเร็ววัน”
เหรินจวินเห็นใบหน้าสีขาวซีด ก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็สีแดงนวล และให้ความรู้สึกชวนมองขึ้นมาก อากัปกิริยาและสิ่งที่นางทำเมื่อครู่นี้ ไม่ทราบเหตุใดจึงส่งผลให้ในอกข้างซ้ายมันมีอาการคันยุบยิบแปลกๆ จากนั้นเขาจึงก้มลงประทับริมฝีปากที่ต้นคอบาง
“เช่นกัน”
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นนางกำลังตาโต ริมฝีปากอ้าค้าง
“หน้าเ้าเวลานี้โง่ดีแท้ ถือเสียว่าเป็การเอาคืนที่เ้าทำให้ข้าเสียอาการเมื่อครู่” กล่าวจบเขายังมีใจแกล้งเป่าลมใส่แก้มนางแรงๆ ก่อนเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้หญิงสาวแข็งค้างเป็รูปปั้นอยู่ตรงนั้น
ผ่านไปครู่ใหญ่ สติสัมปชัญญะของนางจึงกลับมา
นางก็สะบัดผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงอีกครั้ง เอาหน้าซุกกับหมอน
นางรู้สึกว่าบางอย่างในอกของนางเต้นแรง จนกำลังจะหลุดออกจากอกแล้ว
อาการนี้คืออะไร นางไม่เข้าใจแม้แต่น้อย เป็มนุษย์ยากเกินไปสำหรับเหมียวแล้ว
เลือกทีมเลยๆ จะเข้าทีมไหน
อ่อยซื่อๆ ฉบับเหมียวน้อย vs อ่อยเ้าเล่ห์ฉบับัเต้