
ตอนที่145 ดาบกรีดธุรีดิน
" ฮายองวอนเจ้าได้รับบาดเจ็บ..ตามรัตติกาลเข้าไปรักษาตัวในกล่องนิลกาฬของข้าเถอะ.."
เสียงของชายหนุ่มกล่าวเบาๆ กริชเพชรรู้สึกยินดีโคตรๆ ที่ได้ผูกสัญญากับภูตอสูรระดับราชันย์อีกผู้หนึ่ง พลังการรบของภูตอสูรและค่ายกลมหาเทพแปดทิศของเขา ย่อมเหนือชั้นขึ้นแน่นอน พวกนางร่วมกันสู้เมื่อไหร่ แม้แต่พวกอสูรระดับราชันย์ก็ต้องเกรงใจเขาถึงสามส่วน
"คารวะพี่ใหญ่.."
หญิงสาวยกมือคารวะปีศาจสาวรัตติกาล นางยกยิ้มกว้าง
"ตามข้ามาสิ ข้าจะพาเจ้าไปรักษาตัว.."
ภูตสาวทั้งสองกลายร่างกลับคืนหายเข้าไปในกล่องนิลกาฬของกริชเพชร ทั้งคู่ต่างเป็นภูตสัญญาที่มีคุณค่าสำหรับชายหนุ่มในเวลานี้ เธอเป็นภูตอสูรระดับสูงขั้นราชันย์และปีศาจระดับเพชร ทำให้การันตีได้ว่าค่ายกลมหาเทพแปดทิศของชายหนุ่มในวันข้างหน้า ต้องมีพลานุภาพ สูงส่งในการรบอย่างไม่ต้องสงสัย
กริชเพชรคว้ากล่องสีทองที่เก็บได้ขึ้นมาดูอีกครั้งเขาสงสัยว่ามันเป็นกล่องอะไร? ทำไม หมาล่าจึงดั้นด้นมาไกลแสนไกลเพื่อหาเจ้ากล่องนี้ คนที่จะตอบเขาได้ดีที่สุดก็คือหมาล่า กริชเพชรเข้าใจว่านางวิ่งหนีขึ้นภูเขาไป เพราะหาทางหนีภูตอสูรจระเข้ไม่พ้น จึงขว้างกล่องสีทองใบนี้ทิ้ง และเมื่อมันมาตกที่เขานั่งอยู่ใต้หน้าผา ก็นับว่าเป็นโชควาสนาของเขาสุดๆ เหมือนกัน
และอีกผู้หนึ่งที่จะบอกเขาได้คือมุกแก้วกรูเกิล กริชเพชรคว้าเจ้ามุกแก้วกรูเกิลออกมาจากถุงนิมิตพร้อมกับละลายผลึกเนตรมรกตหมื่นดอร์ให้มันกินอีกครั้ง ตอนนี้เขาไม่ต้องให้มันเตือนอีกต่อไปจัดการเติมเน็ตให้มันซะก่อน ที่มันจะทวง
"สวัสดีเจ้านายยินดีให้บริการ มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือ"
เสียงมุกแก้วกรูเกิลเจื้อยแจ้วถามกริชเพชรขึ้นมาทันที นางรู้ว่าเขาต้องมีปัญหาให้นางแก้ไขอย่างแน่นอนจึงเรียกนางออกมา
"เจ้าลองดูกล่องในมือข้าหน่อยสิ..มันมีความสำคัญอย่างไรบ้างข้าอยากรู้ เพราะมันมีรูกุญแจอยู่ตรงนี้ ไม่สามารถเปิดได้เหมือนกล่องทั่วไป.."
กริชเพชรถามมุกแก้วกรูเกิลที่วางบนมือใกล้ๆ กับกล่องปริศนา แสงของมุกก็ฉายวาบไปบนกล่องสีทองนั้น เพียงวูบเดียวข้อมูลก็ถูกรีรันขึ้นบนมุกแก้วกรูเกิลทันที กริชเพชรคว้าขึ้นมาอ่าน
'กล่องสีทองนี้เป็นสมบัติของจอมจักรพรรดิราชันเทพอุดร ที่ปกครองอาณาจักรแปดทวีปในสมัยบรรพกาล ซุกซ่อนดาบกรีดธุรีดินตามตำนานบันทึกไว้ว่า มันถูกสร้างจากวัตถุต่างดาวชนิดหนึ่งที่เป็นอุกาบาตตกมาจากห้วงอวกาศ ถูกหล่อหลอมโดยพลังจิตของช่างตีเหล็กในเผ่าพันธุ์จักรกลสมัยโบราณ
ฤทธานุภาพของมันเคยระบุไว้ว่าจอมจักรพรรดิอุดร ใช้ดาบเล่มนี้ฟันดวงจันทร์แตกเป็นสองเสี่ยงขณะต่อสู้กับศัตรูที่ร้ายกาจจากดินแดนลึกลับ ที่กลายร่างเป็นจอมอสูรดึกดำบรรพ์ที่กระหายเลือดโดยเผ่าพันธุ์ศัตรูที่ร้ายกาจผู้นี้ ต้องกลายร่างด้วยแสงจันทร์ในยามค่ำคืน
เขาจึงตัดสินใจผ่ามันเป็นสองเสี่ยงระเบิดดวงจันทร์ทิ้งไปยับยั้งการกลายร่างของเผ่าพันธุ์อำมหิตตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ พวกมันไม่สามารถกลายร่างอีกต่อไปเพราะปราศจากดวงจันทร์นั่นเอง'
กริชเพชรถึงกับตะลึงดาบที่อยู่ในกล่องทองนี้มันมีคุณค่ามหาศาลขนาดนี้เลยเหรอ สามารถผ่าดวงจันทร์ในอวกาศได้เท่ากับว่ามีพลานุภาพสูงส่ง จนไม่อาจมีอาวุธใดที่เทียบทานมันได้ และเขารู้สึกแปลกใจมากๆ ที่เจ้าของดาบใช้มันแก้ปัญหาโดยการทำลายดวงจันทร์ทั้งดวงมันเป็นอะไรที่โง่บัดซบจริงๆ เพื่อประโยชน์ส่วนตนทำลายล้างระบบของธรรมชาติในโลกอสูรจนหมดสิ้น เผ่าพันธุ์ที่ต้องอาศัยแสงจันทร์ กลายร่างต้องหายไปจากโลกของอสูรตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้
กริชเพชรเก็บมุกแก้วกรูเกิลกลับไว้ในถุงนิมิตอีกครั้ง เขาอยากได้กุญแจมาเปิดกล่องทองนี้เหมือนกัน ถ้าสามารถเอาดาบวิเศษในกล่องทองออกมาได้ เท่ากับเป็นอาวุธที่สร้างเขี้ยวเล็บให้ชายหนุ่มขึ้นอีกขั้นอย่างไม่ต้องสงสัย คนอะไรมันจะดวงดีขนาดนี้
ตอนท้ายของบันทึกเกี่ยวกับกล่องระบุว่ากุญแจมีทั้งหมดแปดดอกกระจายอยู่ในแปดทวีป มันเรียกว่ากุญแจราชันย์เทพอุดร สามารถใช้ดอกใดดอกหนึ่งเปิดกล่องทองใบนี้ได้
ใครที่มีกุญแจและเปิดดาบนี้ออกมาถือว่าเป็นทายาทของจอมราชันย์เทพอุดรสามารถเรียนรู้คาถาควบคุมดาบ และเพลงดาบที่สามารถผ่าได้แม้แต่ดวงจันทร์ทั้งดวง
กริชเพชรยกยิ้มภารกิจหากุญแจดอกนี้มาเปิดกล่องทองของจอมราชันย์เทพอุดรถือว่าเป็นภารกิจย่อยที่น่าทำอย่างยิ่ง ค่อยๆ สืบหาต่อไปอาจจะพบกุญแจหนึ่งในแปดดอก เมื่อเขาพบกล่องย่อมมีภาษีดีกว่าผู้ที่ค้นพบดอกกุญแจ
'สักวันเราจะเปิดกล่องนี้เอามันออกมาใช้ นำสันติสุขสู่ปวงชน ยกเลิกการเข่นฆ่ากันในโลกอสูรนี้เลย อาจสามารถทำได้ ใครขัดขืนพ่อจะผ่าโลกนี้ให้เป็นสองเสี่ยงให้มันดับสูญไปกันทั้งหมด..เอิ๊กๆ '
กริชเพชรคิดได้ดังนั้นแล้วเขาก็กระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ทะยานตัวกลายเป็นหนอนชิเมโจได๋ระดับสามบินไปที่ทิศทางสุสานนางฟ้า เพื่อค้นหาต้นไม้ธิดาแห่งสวรรค์ มาชุบชีวิตให้กับองค์หญิงเจ้าเฟิงและหลงไป๋ต่อไป
การเดินทางของชายหนุ่มเป็นไปอย่างเชื่องช้าเพราะเขาไม่อยากมีเรื่องมีปัญหา ระหว่างทางที่ใดมีผู้คนก็พยายามหลีกเลี่ยงที่ไหนมีอสูรร้าย ก็พยายามหลบหลีก เพราะบางตัวที่นี่ระดับสุงถึงขั้นจอมราชันย์ก็มีมากหลาย พวกนี้คงมีอายุหลายพันปี
กายอสูรของมันดูมีความป่าเถื่อนเพราะการกินอาหารที่มีความไม่บริสุทธิ์ เข้าไปมากจนลบนิสัยการเป็นผู้มีปัญญาถูกลบล้างไปด้วย สันดานดิบของวัฏจักรปลาใหญ่กินปลาน้อยจน แม้ว่าร่างกายจะแข็งแกร่งเป็นอสูรระดับราชันย์ แต่พลังบอลดวงจิตแก่นแท้กับน้อยนิดไม่ถึงขั้นสาม มันจึงเป็นพวกสัตว์อสูรกระหายเลือดเท่านั้น
สุดท้ายกริชเพชรก็ใช้เวลาห้าวันเต็มๆ เดินทางจนมาถึงชายแดนอาณาจักรนครอสูรพฤกษา ซึ่งมีอาณาเขตกว้างใหญ่หลายหมื่นลี้ เริ่มพบผู้คนที่มีกายอสูรระดับห้าถึงระดับสิบอยู่ตามเขตชายแดน
ที่เขามาปรากฏตัวอยู่เป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลลงไปหานครสุดลูกหูลูกตา แม่น้ำแห่งนี้มันเกิดขึ้นจากลำธารนับร้อยสายที่มาบรรจบกันเรื่อยๆ ตลอดระยะการเดินทางของกริชเพชร เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยนิดหน่อย อยากอาบน้ำให้สบายใจในแม่น้ำ มันดูเย็นใสดีชายหนุ่มจึงคืนร่างเป็นมนุษย์อีกครั้ง
"พวกเจ้าแน่ใจหรือว่านางจะผ่านมาทางนี้.."
เสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้นขณะที่กริชเพชรกำลังว่ายน้ำลงจากด้านบนลอยตัวมาตามแม่น้ำขนาดใหญ่ เขาเป็นอสูรวารีน้ำจืดการว่ายน้ำในลำธารถือว่าเป็นเรื่องชิวๆ เป็นการพักผ่อนอย่างดีของชายหนุ่ม กริชเพชรโฉบเฉี่ยวไปทางโขดหินขนาดใหญ่ เพื่อหลบต้นเสียงที่กำลังคุยกันอยู่ริมแม่น้ำ เขาสงสัยว่ากำลังจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นในบริเวณนี้ เหมือนคนกำลังมาดักจับใครสักคน
"ท่านประมุขจะใจร้อนไปไยพวกเรารอนางมา หนึ่งวันเต็มๆ สายข่าวของข้าระบุไว้อย่างชัดเจนว่านางจะต้องนำของล้ำค่านี้ไปประมูลในนครอสูรพฤกษาถ้าเราดักปล้นนางที่นี่ รับรองเรารวยเละแน่งานนี้ใครจะรู้ว่า เจ็ดวีรชนแห่งเทือกเขาอสูรวานร
จะลงมาในเขตแดน อสูรพฤกษาพวกเราไม่ต้องกังวลใจหรอกว่าใครจะรู้ เราฆ่านางซะยึดของที่นางนำมาแล้วเอาของเข้าประมูล ทุกอย่างก็สำเร็จเด็ดขาด เราคงจะรวยเละถ้านำของสิ่งนี้ไปขายได้"
กริชเพชรค่อยๆ โผล่หัวขึ้นมาจากน้ำชำเลืองมองขึ้นไปด้านบน เห็นไอ้คนตัวใหญ่ขนรุงรังหน้าตาดุร้าย ใบหน้าของมันที่เหมือนลิงอุรังอุตังขนาดใหญ่เต็มไปด้วยบาดแผล
ถือกระบองหนามไว้ในมือนั่งอยู่บนโขดหินขนาดยักษ์ คนที่ถัดมารูปร่างดูดีกว่ามันใส่ชุดพรางลายเสือขาวขนของมันก็เป็นสีขาวด้วยแม้ตัวมันจะเหมือนลิง แต่ก็ดูเหมือนมนุษย์มากกว่าถึงเจ็ดส่วนยืนอยู่ด้านล่างคุยกับไอ้คนตัวใหญ่ ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของกลุ่ม ด้านหลังยืนด้วยนักรบที่รูปร่างต่างกันอีกหกคน พวกมันดูหน้าตาดุร้าย ต่างถือกระบองหนามไว้ในมือ
"ท่านประมุขแห่งเทือกเขา ท่านไม่ต้องสงสัยหรอก ข่าวที่ข้าสืบมามีความเป็นไปได้ถึงเก้าส่วนเพราะเส้นทางนี้ จะเป็นทางเดียวที่ลัดเข้าสู่นครอสูรพฤกษา ข้าซื้อข่าวมาด้วยราคาแสนแพงมันเป็นเส้นทางที่คนของเผ่าจักรกล ใช้เดินทางเข้านครเป็นประจำเพราะเส้นทางอื่นถูกสัมปทานไว้หมดแล้ว
พวกนี้เป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์ต่อเผ่าอื่น จึงไม่ค่อยมีใครให้พวกมันผ่านเขตปกครองเข้านครได้ง่ายๆ ดังนั้นเส้นทางลำน้ำนี่แหละเป็นเส้นทางที่พวกมันใช้ผ่านเข้านครได้ง่ายที่สุด ถ้ามันพลัดหลงเข้าไปในค่ายกลวานรน้ำของเราเมื่อไหร่ มันก็เหมือนปลาที่ไหลเข้าไซ แม้มันจะมีสามเศียรหกกรก็ไม่อาจ จะรอดพ้นมือพวกเราไปได้หรอกท่านประมุขแห่งเทือกเขา ท่านไม่ต้องกังวลวางใจในแผนการของข้าเถอะ อาจจะมีปัญหาระหว่างทางอะไรสักอย่างทำให้นาง มาช้ากว่ากำหนดที่พวกเราคาดคะเนไว้ .."
เสียงไอ้ลิงตัวขาวกล่าวขึ้นแบบให้ความยำเกรงไอ้ลิงตัวใหญ่ที่นั่งอยู่บนโขดหินถึงสามส่วน กริชเพชรมองไปรอบๆ บริเวณที่เขากำลังจะว่ายน้ำลงไป มันเป็นโขดหินขนาดใหญ่ที่มีซอกให้น้ำไหลลงไปสู่ด้านล่าง เขาใจหายวูบถ้าไม่ได้ยินเสียงคนพูดกันคงแย่
เพราะชายหนุ่มส่งพลังจิตอสูรของเขาสำรวจรอบตัวตลอดเวลา ในระยะห้าร้อยวาระหว่างเดินทาง จึงจับคำพูดของคนเหล่านี้ได้ แม้ว่ามันจะส่งเสียงไม่ดังนัก แต่ก็ทำให้เขารอดพ้นจากกับดัก ที่พวกนี้วางไว้ตรงซอกหิน
'เอาไงดีว่ะเนี่ย..ว่ายน้ำทวนขึ้นไปข้างบนแล้ว กลายร่างเป็นผีเสื้อโปร่งแสง หลบซ่อนจากคนพวกนี้เข้าในนครอสูรพฤกษาดีกว่า อย่าไปยุ่งเรื่องของพวกมันเลย แต่สงสัยจังว่าคนของเผ่าจักรกล ที่พวกมันดักจับจะเป็นหมาล่าหรือเปล่านะ คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง เราก็เดินทางจากกันมาตั้งห้าวัน จะบังเอิญเดินทางมาในเส้นทางเดียวกันขนาดนี้ มันก็ออกจะน่าเหลือเชื่อเกินไป..."
กริชเพชรคิดพร้อมกับกำลังจะว่ายน้ำทวนขึ้นไปต้นทางของสายน้ำที่เขาลงมา และต้องหยุดชะงักทันทีเพราะพลังจิตอสูร ที่ชายหนุ่มส่งออกไปสำรวจด้านหน้าห้าร้อยวา สัมผัสถึงวัตถุสิ่งหนึ่งที่กำลังล่องลงมาจากลำน้ำขนาดใหญ่ เพื่อผ่านช่องเขาตรงที่พวกเผ่าวานรหลบซ่อนตัวอยู่
กริชเพชรใช้ประสาทสัมผัสพลังจิตอสูรของเขาสำรวจวัตถุสิ่งนั้น มันเป็นทรงกลมคล้ายกล้วยผลหนึ่ง เหมือนเรือดำน้ำขนาดเล็กที่บรรจุคนได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น วัตถุนี้มันเป็นสีดำขับเคลื่อนด้วยพลังใบพัดที่อยู่ด้านหลังของมัน
'เอ๊ะนี่.! .มันก็คงจะเป็นเรือดำน้ำของพวกเผ่าอสูรจักรกลอย่างไม่ต้องสงสัย..'
สุดท้ายมันก็พุ่งทะยานลงไปในซอกหินที่เป็นกับดักอยู่ตรงหน้ากริชเพชรทันที
ตูม!!
ผึ๋ง!! วื๊ดดดด!
เสียงดีดผึ๋งเหมือนเรือดำน้ำมุดเข้าไปในไซขนาดใหญ่ ถูกกระชากขึ้นลอยไปกลางอากาศ มันเป็นเชือกเถาวัลย์ขนาดยักษ์ ที่ห่อหุ้มวัตถุสีดำเหมือนแหที่รวบวัตถุนั้นไว้
โดยมีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกล้มลงมาช่วยให้มันดีดขึ้นจากน้ำสะบัดกวัดแกว่ง ก่อนที่จะหยุดนิ่งลงห้อยโตงเตง หมุนคว้างอยู่เหนือพื้นไม่ถึงห้าฟุต พวกอสูรวานรทะยานออกมาจากป่า ตรงที่มันกำลังนั่งซุ่มรอเจ้าวัตถุประหลาด ก่อนที่คนทั้งแปด จะทะยานออกไปล้อมวัตถุที่อยู่ในแหยักษ์นั้น
"ปลดมันลงมาเราล้อมมันไว้หมดแล้ว แม้มันมีปีกบินก็ไม่อาจหนีจากข้า เจ้าประมุขแห่งเทือกเขาเผ่าวานรไปได้หรอก ถ้ามันยอมมอบของให้พวกเราดีๆ ข้าอาจจะมีน้ำใจรับมันเป็นอนุภรรยาคนที่หนึ่งร้อยสิบห้าอีกสักคน..ฮ่าๆ ๆ .."
เสียงของไอ้คนตัวใหญ่ขนรุงรังเหมือนลิงอุรังอุตังกล่าวขึ้นอย่างภาคภูมิใจพร้อมกับหัวเราะเสียงดังสนั่น ร่างกายของมันดูแล้วนับว่าแข็งแกร่งโคตรถึกเลยทีเดียว
กริชเพชรว่ายเลื้อยชอนไชไปตามลำน้ำสวนขึ้นไปประมาณยี่สิบวา แล้วค่อยๆ ขึ้นจากแม่น้ำใหญ่นั้นกลายร่างเป็นผีเสื้อโปร่งใส แอบกลับมาดูการกระทำของคนทั้งแปด เพราะเขาสงสัยว่าคนที่ถูกจับนั้นเป็นหมาล่าหรือเปล่า
นางอาจจะมีเบาะแสของกุญแจที่เอาไว้ไขกล่องจอมราชันย์เทพอุดร ชายหนุ่มคิดว่าสงสัยเขาจะต้องได้ช่วยหญิงสาวอีกครั้งแล้ว ถ้าเกิดเป็นนางจริงๆ พวกสมุนทั้งหกคนของประมุขแห่งเทือกเขาเผ่าวานรปลดแหค่ายกลวานรน้ำออก เหลือไว้วัตถุสีดำที่เหมือนเรือดำน้ำขนาดเล็กวางอยู่บนพื้น
"นางตัวดีอย่าทำให้ข้าโมโหรีบออกมาจากไอ้เกราะซังกะบ๊วยนี้ซะ ไม่เช่นนั้นข้าจะใช้กระบองหางมังกร ระเบิดเกราะกระจอกกระจอกของเจ้าให้แตกกระจายในทีเดียว เอากุญแจดอกนั้นมาให้ข้าซะดีๆ แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า รับเป็นอนุภรรยาคนสุดท้องเจ้าว่าดีหรือไม่..."
.............................................................................................................................................................................................................................................................