ฉินซูเม่ยเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูรั้วบ้านซูก็เคาะประตู ไม่นานซูซ่างจิ่นก็เดินออกมาเปิดประตูให้
“เธอมาแล้วเหรอ จะเข้ามาก่อนหรือเปล่า” ซูซ่างจิ่นไม่ได้แปลกใจ แม่บอกเขาไว้แล้วว่าระหว่างที่แม่กับพ่อไม่อยู่ ฉินซูเม่ยจะเป็คนเอาอาหารมาส่งให้เขาทุกวัน และเขาก็เต็มใจเป็อย่างยิ่ง เพราะฝีมือการทำอาหารของฉินซูเม่ยนั้นอร่อยถูกปากเขาจริงๆ
“ไม่ล่ะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว” ฉินซูเม่ยปฏิเสธ
แต่เหอเจียวเจียวกลับแทรกตัวมาหยุดอยู่ตรงหน้าซูซ่างจิ่น “สวัสดีค่ะคุณซู ฉันชื่อเหอเจียวเจียวนะคะ ฉันเป็เพื่อนของฉินซูเม่ย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
ซูซ่างจิ่นถอยหลังไปหลายก้าวโดยอัตโนมัติ เขาไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหน ยิ่งเป็คนที่เขาไม่รู้จัก เขายิ่งต้องถอยให้ห่าง
เหอเจียวเจียวที่มั่นใจกับความสวยของตัวเองมาตลอด ทั้งเธอยังเป็ยุวชนที่มาจากเมืองหลวง ไม่ใช่ว่าผู้ชายคนไหนเห็นก็ต้องสนใจเธอหรอกหรือ แต่ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงทำเหมือนกับว่าเขารังเกียจเธอ เหอเจียวเจียวกำลังจะต่อว่าด้วยความไม่พอใจ แต่พอมองเห็นซูซ่างจิ่นที่ทั้งตัวสูง ขาว และหน้าตาหล่อเหลา เธอจึงเก็บคำพูดที่ไม่ดีนั้นกลับไป แล้วเปลี่ยนเป็หันมายิ้มหวานให้ชายหนุ่มแทน “ฉันขอโทษที่ทำให้คุณใ ฉันแค่อยากแนะนำตัวให้คุณรู้จักเท่านั้น”
ซูซ่างจิ่นไม่ชอบสนทนากับคนแปลกหน้า เขาหันไปถามฉินซูเม่ยอย่างไม่พอใจ “ทีหลังเธออย่าพาคนอื่นมาบ้านฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต ฉันไม่ชอบ”
เซี่ยหงเห็นซูซ่างจิ่นไม่พอใจฉินซูเม่ย เธอรีบอธิบาย “สวัสดีค่ะคุณซู ฉันชื่อเซี่ยหงนะคะ เป็เพื่อนของซูเม่ย เราต้องขอโทษด้วยที่มาบ้านคุณโดยไม่ได้บอกก่อน แต่คุณอย่าโกรธซูเม่ยเลยนะคะ ความจริงแล้วซูเม่ยจะมาบ้านคุณคนเดียว แต่เป็เหอเจียวเจียวที่อยากตามมาด้วย ฉันจะพาหล่อนกลับเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
แม้ซูซ่างจิ่นจะไม่พอใจ แต่พอได้ยินเซี่ยหงอธิบาย ทั้งยังเห็นท่าทางที่ลำบากใจของฉินซูเม่ย เขาก็โกรธเธอไม่ลง “ผมแค่ไม่ชอบสนทนากับคนไม่รู้จัก”
“ถ้างั้นฉันกับเหอเจียวเจียวขอตัวกลับก่อนนะคะ” เซี่ยหงรีบคว้าแขนเหอเจียวเจียวเตรียมที่จะเดินกลับบ้าน
แต่เหอเจียวเจียวสะบัดมือแล้วมายืนอยู่หน้าซูซ่างจิ่นอีกครั้ง “คุณซูคะ ฉันเป็เพื่อนของซูเม่ย และในฐานะที่คุณเป็คู่หมั้นของเธอ ถ้าอย่างนั้นฉันขอเป็เพื่อนกับคุณด้วยได้ไหมคะ ถ้าคุณไม่ปฏิเสธก็ถือว่าวันนี้เรารู้จักกันแล้วนะคะ ถ้ามีโอกาสฉันจะมาหาคุณใหม่ หรือไม่...เอาอย่างนี้ดีไหมคะ พอดีฉันมีหนังสือดีๆ ถือติดมือมาจากเมืองหลวงด้วยหลายเล่ม วันหลังฉันจะเอามาอ่านกับคุณ”
ฉินซูเม่ยแอบยกนิ้วให้เหอเจียวเจียวอยู่ในใจ ‘ผู้หญิงอะไรช่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ฉินซิ่วหลาน...เธอเจอคู่แข่งที่น่ากลัวแล้ว ในชาตินี้ไม่รู้ว่าไอ้หลานชายซูซ่างเฉวียนคนนั้นจะได้ไปฝังตัวในท้องของผู้หญิงคนไหน แต่ไม่ว่าไอ้หลานชั่วคนนั้นจะมีแม่เป็ใคร ฉันก็จะไม่มีวันให้อภัยพวกเธออยู่ดี’
ซูซ่างจิ่นหันไปมองฉินซูเม่ยเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ฉินซูเม่ยกลับเอาแต่ยืนนิ่ง เขาคงต้องพึ่งพาตัวเองแล้วสินะ “ไม่เป็ไรครับ ผมมีหนังสือเยอะมาก อีกอย่างห้องสมุดของโรงเรียนก็มีหนังสือเยอะมากเหมือนกัน คุณไม่จำเป็ต้องมาหาผม เพราะผมชอบอ่านหนังสือคนเดียวมากกว่า อีกอย่างนะครับ คุณเป็เพื่อนกับ ‘คู่หมั้น’ ของผม หากคุณอยากมีเพื่อนหรืออยากหาคนคุย คุณก็ไปหาเธอเถอะ ถ้าคุณมาหาผมตามลำพังคิดว่ามันคงไม่เหมาะ ผมไม่อยากให้คู่หมั้นของผมคิดมาก เธอเป็คนขี้หึงมากเลยนะครับ”
ฉินซูเม่ยถึงกับตะลึงเพราะไม่คิดว่าซูซ่างจิ่นจะพูดออกมาแบบนี้ หึงบ้าหึงบออะไร แค่ได้ยืนอยู่ใกล้เขาเธอก็แทบจะกระอักเืตายแล้ว “นายพูดอะไรอย่างนั้นล่ะซ่างจิ่น ถ้านายอยากอ่านหนังสือกับคุณเหอนายก็ทำได้ ฉันไม่ใช่คนขี้หึงสักหน่อย”
“ซูเม่ย...ฉันถือว่าเธออนุญาตแล้วนะ หวังว่าถ้าฉันมาหาคุณซูบ่อยๆ เธอจะไม่เข้าใจผิด” เหอเจียวเจียวจะปล่อยโอกาสดีๆ นี้ไปได้อย่างไร ผู้ชายคนนี้ทั้งหน้าตาดี ทั้งมีการศึกษา อีกอย่างที่บ้านของเขาก็มีเนื้อให้กินทุกวัน แสดงว่าฐานะที่บ้านคงไม่เลว ถ้าเธอได้แต่งเข้ามา ต่อให้ต้องเหน็ดเหนื่อยทำงานในไร่ แต่ก็รับประกันได้ว่าเธอจะมีข้าวให้กินอิ่มท้องทุกวัน ส่วนธัญพืชที่ได้รับแจกจ่ายในแต่ละเดือน เธอก็จะส่งกลับไปให้พ่อกับแม่ พ่อกับแม่ก็จะไม่ต้องเขียนจดหมายมารบกวนเธออย่างทุกวันนี้ “คุณซูคะ ในเมื่อซูเม่ยรับรู้แล้ว ต่อไปฉันจะมาอ่านหนังสือกับคุณบ่อยๆ นะคะ กับเพื่อนยุวชนพวกนั้นฉันไม่ค่อยสนิทด้วยเท่าไหร่ แต่กับคุณ ฉันรู้สึกว่าเราอาจจะเข้ากันได้มากกว่า”
ไม่รอให้ซูซ่างจิ่นตอบรับหรือปฏิเสธ เหอเจียวเจียวก็ดึงเซี่ยหงให้เดินกลับบ้านพัก ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงฉินซูเม่ยที่ยืนอยู่กับซูซ่างจิ่นแค่สองคนเท่านั้น ฉินซูเม่ยถึงกับถอนหายใจ ‘ยัยเหอเจียวเจียวตัวดี ทิ้งะเิกองใหญ่ไว้ให้ฉันแล้วไหมล่ะ’
ฉินซูเม่ยเห็นซูซ่างจิ่นยืนมองเธออย่างไม่พอใจ “เื่นี้นายจะโทษฉันไม่ได้นะ ทางเดินระหว่างบ้านฉันมาบ้านนาย ยังไงก็ต้องเดินผ่านทุ่งนา แต่ฉันสาบานได้เลยนะว่าฉันไม่ได้เป็คนชวนเหอเจียวเจียวให้มากับฉัน”
“แต่เธอก็ไม่คิดจะห้ามไม่ให้หล่อนมารบกวนฉัน” ซูซ่างจิ่นพูดอย่างไม่พอใจ
“นายไม่เห็นเหรอว่าหล่อนเอาแต่พูดเื่ของตัวเอง ฉันมีโอกาสพูดแทรกหล่อนเมื่อไหร่กัน”
“ช่างเถอะ เอาเป็ว่าเธออย่าให้เพื่อนเธอมายุ่งกับฉันก็พอ ฉันไม่ชอบ”
“นายเป็โรคกลัวผู้หญิงเหรอ?” ฉินซูเม่ยถามไปอย่างนั้นเอง หากซูซ่างจิ่นเป็โรคกลัวผู้หญิง ชาติที่แล้วเขาจะมีอะไรกับฉินซิ่วหลานลับหลังเธอได้ยังไง
“เธออยากพิสูจน์ไหมล่ะ” ซูซ่างจิ่นถามเสียงเรียบ
ฉินซูเม่ยเดินถอยหลังทันที “ไม่ต้องๆ ฉันจะกลับบ้านแล้ว อาหารพวกนี้เป็ฝีมือของฉินซิ่วหลานทั้งหมด ถ้านายมีรสชาติไหนชื่นชอบเป็พิเศษก็บอกฉันมา ฉันจะไปบอกซิ่วหลานให้”
“แม่บอกว่าเธอต้องเป็คนทำอาหารมาให้ฉัน” ซูซ่างจิ่นเมื่อได้ยินว่าอาหารในมือไม่ใช่ฝีมือของฉินซูเม่ย เขาก็ไม่พอใจ
“ฉันมีงานในมือที่ต้องทำตั้งเยอะตั้งแยะ ถ้ารอให้ฉันเป็คนทำอาหาร นายคงได้กินข้าวเย็นตอนเที่ยงคืนโน่นแล้ว”
“เที่ยงคืนฉันก็จะรอ”
“นายบ้าหรือเปล่า” ฉินซูเม่ยคว้าตะกร้าในมือซูซ่างจิ่นมาถือไว้ “ไม่กินก็ไม่ต้องกิน ฉันเอากลับไปกินเองก็ได้”
แต่ซูซ่างจิ่นไม่ยอมปล่อยตะกร้า เื่ที่เธอไม่ทำอาหารให้เขา เขายอมก็ได้ แต่เื่ที่เธอปล่อยให้เหอเจียวเจียวเข้าใกล้เขา เขายังเคืองอยู่ “ช่างเถอะ เห็นว่าเธอทำงานเหนื่อยทั้งวัน ต่อไปอาหารของฉันจะเป็ใครทำก็ได้ แต่ขออย่างเดียวว่าคนที่มาส่งอาหารต้องเป็เธอเท่านั้น”
“ฉันจะพยายามก็แล้วกัน” ฉินซูเม่ยทำหน้าเซ็ง
“เธอหมายความว่ายังไง” ซูซ่างจิ่นยิ่งมองก็ยิ่งไม่เข้าใจ ทำไมฉินซูเม่ยถึงมักจะทำท่าทางรังเกียจเขา และเธอยังทำเหมือนไม่พอใจเขาอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่ติดที่แม่บอกให้เขาทำดีกับเธอให้มากๆ เขาไม่มีวันยอมหรอก ผู้หญิงอะไรเอาใจยากชะมัด
“ก็ฉันบอกแล้วว่างานในมือฉันมีเยอะ ฉันอาจจะไม่ว่างเอาอาหารมาส่งนายทุกวันก็ได้ แต่เอาเป็ว่าถ้าฉันว่างฉันจะมาก็แล้วกัน”
ซูซ่างจิ่นเห็นท่าทางรำคาญของเธอก็ไม่พอใจ แต่พอเห็นสายตาที่ดูเหนื่อยล้าและผิวที่คล้ำแดดอย่างเห็นได้ชัดของเธอ เขาจึงปล่อยให้ฉินซูเม่ยเดินกลับบ้านโดยไม่ได้พูดอะไรกับเธออีก
“พี่ซูเม่ย พี่ทำอย่างนี้ได้ยังไง” ฉินซิ่วหลานถามพี่สาวอย่างไม่พอใจ
“ฉันไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจอีกล่ะ?” ฉินซูเม่ยชักจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว วันนี้เธอทำงานเหนื่อยทั้งวัน พอจะล้มตัวลงนอน ฉินซิ่วหลานก็เดินเข้ามากวนใจอีก หากไม่ติดว่าเธอกับน้องสาวนอนอยู่ห้องเดียวกัน เธอคงไล่น้องสาวให้ออกไปนอนข้างนอกแล้ว “ถ้าไม่ใช่เื่สำคัญก็เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้ วันนี้ฉันทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน ฉันง่วงแล้ว”
ฉินซิ่วหลานไม่สนใจ เธออยากคุยกับพี่สาวให้รู้เื่ “วันนี้พี่พายุวชนหญิงไปแนะนำให้พี่ซ่างจิ่นรู้จักเหรอ”
“ฉันไม่ได้พาไป แต่พวกเขาตามฉันไปเอง” ฉินซูเม่ยง่วงนอนและอยู่ในอาการสะลึมสะลือ “แต่ดูเหมือนว่าเหอเจียวเจียวจะชอบซูซ่างจิ่นั้แ่แรกเห็นเลยล่ะ คู่ต่อสู้ของเธอน่ากลัวมากเลยซิ่วหลาน ฉันนึกไม่ออกเลยว่าระหว่างเธอกับเหอเจียวเจียว ใครจะพิชิตใจซูซ่างจิ่นได้ก่อน”
“พี่ทำอย่างนี้ได้ยังไง พี่ซ่างจิ่นเป็คู่หมั้นของพี่นะ ปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นเข้าไปตีสนิทกับพี่ซ่างจิ่นได้ยังไงกัน” ฉินซิ่วหลานชะงักไปครู่หนึ่ง “เดี๋ยวนะ เมื่อกี้พี่พูดว่ายังไงนะ ระหว่างฉันกับเหอเจียวเจียว ใครจะพิชิตใจพี่ซ่างจิ่นได้ก่อนกันอย่างนั้นเหรอ เหอเจียวเจียวกำลังจะวางแผนเข้าหาพี่ซ่างจิ่นอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ ใช่ไหม”
แต่ฉินซิ่วหลานกลับไม่ได้คำตอบ เพราะไม่รู้ว่าฉินซูเม่ยนอนหลับไปั้แ่เมื่อไหร่ ส่วนฉินซูเม่ยที่นอนหลับอยู่ก็ไม่รู้เลยว่าคำพูดของเธอกระทบจิตใจฉินซิ่วหลานและกระตุ้นความอยากเอาชนะที่มีต่อเหอเจียวเจียวอย่างแรง
ฉินซิ่วหลานมองพี่สาวที่กำลังนอนหลับอยู่ ‘พี่ซูเม่ย รู้ทั้งรู้ว่าเพื่อนตัวเองกำลังจะแย่งคู่หมั้นไป แต่พี่กลับไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ถ้าไม่เพราะพี่เชื่อใจพี่ซ่างจิ่นมาก ก็เป็พี่ที่โง่และมั่นใจในตัวเองมากเกินไป เอาเถอะ...ฉันจะช่วยพี่กันเหอเจียวเจียวออกไปก็ได้ แต่สำหรับพี่ซ่างจิ่น ฉันขอก็แล้วกัน’