บทที่ 2: การเกิดใหม่ในร่างของเด็ก
ในความมืดมิดที่ไม่มีที่สิ้นสุดหลินเฟิงล่องลอยราวกับเป็เพียงเศษเสี้ยวของจิติญญา เสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนจะดับวูบคือเสียงหัวเราะเยาะของศิษย์ทรยศที่แทงเขาจากด้านหลังความโกรธแค้นและความเสียใจยังคงหลั่งไหลในใจเขา แต่จู่ๆก็มีแสงสว่างเลือนลางราวกับเปิดประตูสู่โลกใบใหม่
หลินเฟิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วร่างกาย เขาพยายามขยับตัวแต่กลับพบว่าร่างกายของเขาอ่อนแอและไร้เรี่ยวแรงอย่างน่าประหลาด ห้องเล็กๆที่เขานอนอยู่มีเพียงเตียงไม้เก่าๆ และกลิ่นอับของยาสมุนไพร
หลินเฟิงขมวดคิ้วและพยายามรวบรวมพลังเพื่อขยับตัวเขาััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในร่างกาย ก่อนจะพบว่ามันไม่ใช่ร่างของเขาเอง
เมื่อหลินเฟิงเดินโซเซไปยังกระจกบานเล็กเขาพบว่าใบหน้าที่สะท้อนในกระจกเป็ของ เด็กชายอายุประมาณ 12 ปี ดวงตาซีดเซียว ใบหน้าซูบผอมและร่างกายที่ดูอ่อนแอผิดปกติ
"นี่มันเื่อะไรกัน?" หลินเฟิงกระซิบอย่างใก่อนที่ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมจะค่อยๆ หลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของเขา
เด็กชายคนนี้เป็ลูกชายของผู้นำตระกูลจ้าว ตระกูลที่มีอิทธิพลในเมืองชั้นสาม แม้จะเป็ลูกชายของผู้นำแต่เขากลับถูกดูแคลนและปฏิบัติอย่างไร้ค่าเพราะร่างกายของเขาไม่สามารถฝึกฝนพลังปราณได้
"ร่างกายนี้... ถูกพิษ?" หลินเฟิงััจุดชีพจรและพบว่าเส้นปราณในร่างถูกปิดกั้นด้วยพิษที่ซับซ้อนมันไม่ใช่พิษธรรมดา แต่น่าจะเป็พิษที่วางไว้อย่างตั้งใจ
จากความทรงจำของเด็กชายหลินเฟิงได้รู้ว่าแม่ของเขาเป็เพียง สาวใช้ในตระกูล ที่ครั้งหนึ่งได้รับความโปรดปรานจากผู้นำตระกูลแต่เมียหลวงของผู้นำตระกูลไม่อาจทนได้กับการถูกแบ่งปันความรักนางจึงวางแผนกำจัดแม่ของเขาด้วยการวางยา จนกระทั่งแม่ของเขาเสียชีวิตในคืนหนึ่ง
ไม่เพียงเท่านั้นเมียหลวงยังวางพิษในตัวเด็กชายั้แ่เขายังเล็ก เพื่อให้ร่างกายอ่อนแอไม่สามารถฝึกฝนพลังปราณได้ และจะได้ไม่มีวันก้าวขึ้นมาเป็ภัยต่อสถานะของลูกชายแท้ๆของนาง
ขณะที่หลินเฟิงยังคงตรวจสอบร่างกายของตัวเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต หญิงวัยกลางคนในชุดหรูหราก้าวเข้ามานางคือ จ้าวซิ่วอิง เมียหลวงของผู้นำตระกูล
"เ้ายังไม่ตายอีกหรือ?" เสียงของนางเ็าและเต็มไปด้วยความเหยียดหยามดวงตาคู่นั้นมองเด็กชายราวกับเขาเป็สิ่งไร้ค่า
หลินเฟิงที่ยืนอยู่เงียบๆไม่ตอบสนอง เขาแสร้งทำเป็เด็กที่ไร้พลัง เหลือเพียงความอ่อนแอในสายตาของนาง
"อย่าคิดว่าเ้าจะมีโอกาสเรียกร้องอะไรจากตระกูลจ้าวนี้ได้ จำไว้เ้าไม่ใช่คนสำคัญที่นี่" จ้าวซิ่วอิงพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มเยาะ
หลินเฟิงมองตามหลังของนางด้วยสายตาสงบนิ่งแต่ลึกลงไปในใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"เมียหลวงของตระกูลจ้าวงั้นหรือ...คิดว่าวางพิษข้าจนหมดหนทางแล้วจะชนะได้งั้นหรือ?"
ในยามค่ำคืนหลินเฟิงนั่งขัดสมาธิบนเตียง แม้ร่างนี้จะเต็มไปด้วยข้อจำกัดแต่จิติญญาของเขาในฐานะอดีตเ้าสำนักที่ยิ่งใหญ่ยังคงเด่นชัด
"ข้าอาจต้องเริ่มต้นใหม่จากจุดที่ต่ำที่สุด... แต่จงจำไว้ ต่อให้ร่างกายนี้อ่อนแอเพียงใดข้าก็จะทะลวงข้อจำกัดนี้ให้ได้"
แสงจันทร์สาดส่องลงมายังร่างของเด็กชายใบหน้าของเขาสงบนิ่งและสุขุม แฝงด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความแน่วแน่