ดนตรีบรรเลงพร้อมหนึ่งนาฏขึ้นเวที เธอยังสลัดความสงสัยไม่หลุดว่าคุณธเจตมาเจอรถเสียอยู่แถวบ้านเป็ความบังเอิญหรือตั้งใจ จับไมค์ร้องเพลงและคอยชำเลืองประตูทางเข้า ไม่นานชายคนหนึ่งก้าวมาเดี่ยว เธอคอแข็งเบือนหน้าทันที เขาเลือกนั่งโต๊ะเดิมเหมือนคราวก่อน ๆ เพิ่งดีใจจะได้บันทึกแผ่นเสียงไม่ทันไรอดีตตามหลอกหลอน อดีตคล้ายเงา...ไม่เคยหาย แต่เร้นกายมิดเสมือนไร้เงายามอาทิตย์ตั้งฉาก
นับแต่ชายสูงวัยผู้นั้นเข้ามานักร้องสาวปั่นป่วนเสียสมาธิหมดสนุกจะขับร้องล้อดนตรี บางทีช้าตามบางทีนำก่อนแล้วหาจังหวะลงพร้อมดนตรี ขึ้นเพลงสามยังอึดอัดพยายามไม่แลเหลียวไป กระทั่งร่างสง่าผึ่งผายของชายผมสั้นเกรียนเดินตัดผ่านสายตา ใจเธอเต้นตึกตักเืฉีดแรงทั้งตัว เขาสวมชุดเดิมเมื่อกลางวันแต่ดูไม่สดชื่น เลือกโซฟาเยื้องข้างเวทีเช่นเคย
จบเพลงนักร้องชายสลับขึ้นขับกล่อม แขกผู้มาใหม่กระดกเบอร์เบิ้นออนเดอะร็อคลงคอ เขารู้สึกหนึ่งนาฏร้องเพลงแปลกไป แปลกกว่านั้นคือลงจากเวทีเธอตรงไปนั่งกับลูกค้าโต๊ะหนึ่ง
“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ”
เสียงถามดังขึ้นใกล้ตัว เ้าของโต๊ะไม่ทันขยับปากด้วยซ้ำ นักร้องสาวหย่อนตัวนั่งกลิ่นน้ำหอมฟุ้ง ไม่พูดพร่ำทำเพลงหล่อนพยักพเยิดให้ดูโต๊ะแถวกลางคลับ “มาเฝ้าหลายคืนละ คุณมาแต่วันหยุดไม่รู้หรอก” ลูกค้าหนุ่มมองตาม จากมุมนี้เห็นแต่ด้านหลังหนึ่งนาฏ ส่วนคู่สนทนาหันหน้ามาทางเขา เป็ชายรุ่นลุงหรือพ่อได้ มีเค้าว่าสมัยหนุ่มคงหล่อเหลาเอาการ เขาไม่แสดงกิริยาหรือขัดจังหวะ ปล่อยนักร้องไม่ได้รับเชิญว่าตามสะดวก
“อวดตัวใหญ่โตว่าเป็รองปลัดกระทรวงอะไรไม่รู้ กระต่ายร้องที่เดียวกับแม่ดาวรุ่งพุ่งแรง โรงแรมเฟิร์สด้วยแกตามเฝ้า ที่นี่มาแต่เพลงแรกแล้วคุณน่ะช้ากว่า และเลียมสาวตัวเองแก่คราวพ่อ แทนตัวเองป๊า ๆ กระต่ายขนลุก !”
ลูกค้าหนุ่มจิบออนเดอะร็อคไปเรื่อยๆ
“พรายกระซิบว่าตาลุงมีครอบครัว ไม่ได้อยากยุ่งด้วยหรอกค่ะแต่มันตำตาพะอืดพะอมเห็นใจลูกเมียเขา แปลกนะคะพวกเมียน้อยสมควรเดินเอาปี๊บคลุมหัวกลับเชิดหน้าหยิ่งเสียด้วย ต้องให้เมียเขามาแหกอก พวกตอมไม่ลืมหูลืมตาน่าสังเวชนะคะ”
เงียบ...
นินทาด้วยไม่มันปากแถมลูกค้าหนุ่มไม่เรียกเครื่องดื่มมาเลี้ยงหล่อนสักดริ๊งค์ นักร้องสาวเซ็ง
“กระต่ายหวังดีถึงมาบอก” หล่อนลุกขึ้น ลูกค้ารูปหล่อไม่มีปฏิกิริยา “คุณมาคนเดียว ถ้าเหงาวันหลังกระต่ายมาคุยเป็เพื่อนได้นะคะ กระต่ายจริงใจไม่มีเล่ห์กลคมเหลี่ยมแบบใครเขาหรอก อ้อ...ที่กระต่ายพูด ไม่เชื่อคุณคอยดู บางคืนร้องจบมีเบนซ์เกยรับ”
“ขอบคุณครับ”
เอื้อนโอษฐ์จนได้นะพ่อ แทบจะช้อนดอกพิกุลไว้ร้อยมาลัย หล่อนสะบัดหน้าพรืดเดินทิ้งสะโพกไป ไม่เข้าใจเลย...นังนั่นจะได้อัดแผ่นเสียงเป็นักร้องออกทีวี ร้องเพลงเป็หรือเปล่านักร้องด้วยกันยังเกาหัว ร้องแต่ละทีไม่เหมือนกัน ไม่ตรงจังหวะกึกกักสากยังกับทรายปาดคอ ลำพังพวกตาแก่ตาเชื่อมใครจะคาบก็คาบไปเหอะ แต่คุณคนนี้...หนุ่มหล่อสมาร์ท มานั่งแค่่แม่หนึ่งนาฏร้องเพลงแล้วกลับ มีดียังไง เชอะ !
เมื่อถึงคิวร้องเพลงสุดท้ายหนึ่งนาฏขอเปลี่ยนเพลงที่ซักซ้อมกับวงไว้เป็เพลงเพลิน นัดกับนักดนตรีว่าขอลีลาสดใส หน้าเขาบึ้ง...อยากให้อารมณ์ดียิ้มอย่างตอนพบกันแถวซอยบ้านและอยากร้องเพลงในแบบของเธอให้เขาฟังด้วย
ผ่านไปค่อนเพลง ชายคนที่นักร้องกระต่ายบุ้ยใบ้ให้ดูโฉบผ่านหน้าเวทีเพื่อบอกบางอย่างกับหนึ่งนาฏก่อนออกจากไนต์คลับ ธเจตหน้าซ่านชาผุดลุกตรงลิ่วยังทางออกโดยไม่แลเหลือบใดๆ นักร้องหญิงบนเวทีน้ำตาแทบร่วง แต่บทเพลงต้องเพลิดเพลินหรรษาต่อไป
ไม่เกินสิบนาทีตรงลานเทียบรถหน้าโรงแรม ชายผู้อ้างตัวเป็ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ขับเมอร์เซเดส เบนซ์วนมารับ หนึ่งนาฏขึ้นรถอย่างว่าง่าย นายทหารที่แฝงกายตรงเสาบังตาตัวแข็งทื่อชั่วขณะ เขาไม่นิยมประเปรียบตัวเองกับใครแต่มิวายความคิดแล่นขึ้น ต่อให้นักร้องสาวรู้เขามีสองดาวประดับบ่าคงไม่สูสีท่านรองปลัดกระทรวง หรือต้องนำนามราชสกุลอักขระกานต์ออกแสดง...คงเกินพอ
บัดนี้ร.ท. ธเจตเหยียบคันเร่งมิดฝ่าเท้าบังคับรถสปอร์ตพุ่งฉิวจุดหมายคือลพบุรี ทะยานกลับห้วงเวหาบนเครื่องบินที่เขาควบคุมได้ตราบเท่าที่เรียนรู้จักมันเจนพอ พิษลมกระหน่ำเขาไม่หวั่นจะประคองฝ่าลงแดนดิน ใจหญิงไม่ใช่ ฟ้าเปิดปราศจากเค้าเมฆฝน จู่ ๆปรวนแปรฟาดสายฟ้าเปรี้ยงกลางใจ !
รถยนต์จากอักขระกานต์แล่นเข้าประตูวังวิมุขมาศ ทางลาดหินมีต้นโมกพราวดอกขาวเรียงแนวยาว ล้อหยุดเทียบหน้าตำหนักรงทอง หม่อมราชวงศ์รัมภาเพียงพิศเปิดประตูก้าวลงเหยียบพื้น ่บ่ายแก่ ๆ จรดค่ำเธออยู่ตำหนักพระองค์หญิงกนิษฐ์นภเกตน์เพื่อเตรียมอาหารและรับประทานมื้อเย็นที่นั่น คุณชายหมอกจะกลับมาเสาร์-อาทิตย์แล้วค่อยไปราชการที่ลพบุรีต่ออีกหนึ่งสัปดาห์
ตระกูลน้ำพริกคุณชายหมอกชอบนางลอย สำรับของคาวจึงมีนางลอยเป็ตัวเอก ของหวานเธอเจาะจงหันตราขนมกึ่งหวานกึ่งคาว คราวนี้หัดทำน้ำพริกกับขนมล่วงหน้า แบ่งเวลาว่างน้อยนิดทั้งหมดซ้อมทำกับพี่สาวโดยเฉพาะขนมที่ต้องใช้เวลาประณีตจนฝีมือเข้าฝัก เตรียมการอย่างดีโดยพี่ตาณช่วยคัดสรรวัตถุดิบครบถ้วนตามสูตรดั้งเดิม น้ำพริกต้องใช้ปลาสลาด กะปิคลองโคนพริกชี้ฟ้าบางช้าง ส้มเหม็น มะอึก ระกำ แล้วให้ลูกน้องคุณชนิดขับมอเตอร์ไซค์จากธนบุรีมาส่ง
ในห้องเครื่องแม่ปองกับลูกสาวอ้าปากค้างเมื่อคุณหญิงรัมภาเพียงพิศแต่งตัวเช้งกระเด๊ะย่างกรายเข้ามา สองแม่ลูกแหวกทางถอยห่างอย่างขยาด ก็คุณหญิงเธอมามื้อกลางวันสลับมื้อเย็นบ้าง แต่ล่องหนหายตัวทิ้งพวกหล่อนทำเองทุกทีไป วันนี้ลงมือเองยังกับเ้าแม่สลิลทิชออกจากร่าง สวมิญญาคุณหญิงตาณโพยมนั่งบนตั่งตำน้ำพริกโป๊ก ๆ แต่งหน้าสวยพริ้งปากสีชาดอย่างพี่สาวกลางกลับคล่องแคล่วทุกขั้นตอนอย่างพี่สาวใหญ่ ราวกับรวมสองคนในร่างเดียว หากที่ไม่เหมือนคือต่างเป็คนละคนกับตัวเธอเอง เจอแบบนี้สองแม่ครัวคล้ายเห็นคนโดนผีสิงโผล่มากลางวันแสก ๆ กระทั่งคุณหญิงเริ่มสั่งงานจึงทำใจดีสู้เสือย่องเข้าเป็ลูกมือ
เมื่อเลยเวลาซึ่งคุณชายควรถึงวังนานแล้วพระองค์หญิงรับสั่งให้แม่ผันโทรศัพท์ไปที่พักในกองบินหลายรอบ คุณชายหมอกไม่รับสายแสดงว่าเดินทางมาแล้วแต่เ้ามะกอกไม่วิ่งมาสักที ถึงเวลาพระกระยาหารพระองค์หญิงเสวยตรงเวลา
คุณหญิงเพียงพิศรอ...
จวบจนค่ำมืดเกินงามจะอยู่ รัมภาเพียงพิศขึ้นทูลลาองค์ย่าน้อย ทรงกล่าวชมเชยสำรับคาวหวานว่ารสชาติไม่มีที่ติ แม่ปองยังมือตกไม่คงตามตำรับเดิมเช่นนี้ แล้วประทานกำไลเงินหัวไพลินรูปหยดน้ำไขว้เป็รางวัล รับสั่งว่ากำไลนี้ย่าเคยใส่เล่นตอนสาว ๆ ทรงยื่นพระหัตถ์แตะมือเธอเบา ๆ พร้อมตรัส หมั่นหยดน้ำแม้หินกร่อนได้ ย่าพลาดเองไม่ได้บอกพี่ชายหมอกว่าน้องหญิงจะมาเตรียมสำรับเย็น นึกว่าเขาต้องกลับถึงวังก่อนแน่ รัมภาเพียงพิศรู้ว่าพระองค์โปรดเครื่องเสวยที่ปรุงถวายจากพระทัยจริง หากสายพระเนตรแสดงด้วยว่ากำไลไพลินนั้นปลอบใจที่เธอรอค้างเติ่ง
นางลอย ลอยเท้งเต้ง เขาเมิน
ลอยนาง คอยคว้างเก้อ เขาหมาง
หันตรา ตามิหัน เหลียวแล
ตราหัน หาตีตรา จองไม่
อยากว่าเป็โคลงให้สมชอกช้ำ แต่... พอเถอะกล้วย กล้วยไม่ใช่นักกลอน เธอยิ้มล้อตัวเองพร้อมเอนกายนอน รอยยิ้มยังอาบแก้มขณะเปลือกตาร้อนผะผ่าวปิดลง น้ำใสเอ่อท้นหางตาร่วงเปียกหมอน
------------------------
เพลง : เพลิน
คำร้อง :พระเ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เ้าภาณุพันธ์ยุคล
ทำนอง : ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์ หม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์