ตอนที่ 8 เข้าร่วมทีมสำรวจ
เมื่อวานที่เขาฟาดกระทะเหล็กใส่ซอมบี้เหล่าหลี่ตายในห้องโถงใหญ่ของโรงแรม หัวหน้าเฉินก็ออกปากเองว่า้าดึงเขาเข้าทีมสำรวจ
แต่เขาเพียงแค่กล่าวทาบทามไปอย่างนั้น หากอยากเข้าร่วมจริงๆ ต้องเดินไปเจรจาจึงจะได้เข้าร่วม ในวันสิ้นโลกเช่นนี้ทุกคนต่างเคารพผู้ที่แข็งแกร่ง การเข้าร่วมทีมสำรวจคือหนทางเดียวที่จะมีข้าวกิน นี่คือการกำหนดโชคชะตาของตนเองว่าจะอยู่หรือตาย!
แต่เขาไม่ได้สนิทกับหัวหน้าเฉินเท่าไหร่นัก จึงคิดไปหาพี่ใหญ่กุ้ยซึ่งเป็รองหัวหน้าทีมสำรวจก่อน ปีนี้พี่ใหญ่กุ้ยอายุสี่สิบ เขายึดถือความซื่อสัตย์และมีเหตุผลมาก อีกทั้งยังได้รับคำสรรเสริญจากผู้รอดชีวิตในโรงแรมอย่างล้นหลาม ซ่งเจิงคนก่อนหน้าก็มีความสัมพันธ์อันดีกับชายคนนี้เช่นกัน
ห้องของพี่ใหญ่กุ้ยอยู่ที่ชั้นสองของโรงแรม ซึ่งซ่งเจิงก็รู้ดีว่าเขาอยู่ห้องไหนจึงไม่ยากนักที่จะพบเจอกัน
ทันทีที่ได้ยินว่าซ่งเจิงอยากเข้าทีมสำรวจ ใบหน้าของพี่ใหญ่กุ้ยฉายแววตื่นเต้น แต่ก็กล่าวออกมาอย่างกังวล “อาเจิงนายคิดดีแล้วใช่ไหม… ทีมสำรวจออกไปฆ่าซอมบี้ได้ก็จริงแต่มันก็อันตรายมาก หลายคนหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย หรือไม่ก็อาจจะติดเชื้อโชคจากซอมบี้ เมื่อวานนายก็เห็นเหตุการณ์ของเหล่าหลี่แล้วนี่”
ซ่งเจิงพยักหน้ารับอย่างมุ่งมั่น “ขอบคุณพี่ใหญ่กุ้ยสำหรับความห่วงใย แต่ผมเข้าใจครับ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นพี่ใหญ่กุ้ยพยักหน้ารับพร้อมตอบกลับ “เอาล่ะ นายคงคิดมาดีแล้ว งั้นฉันจะพานายไปหาหัวหน้าเฉิน ถึงฉันจะเป็รองหัวหน้าแต่การรับสมาชิกเข้าทีมต้องให้เขาเป็คนตัดสินใจ”
“ครับ”
ชื่อจริงของหัวหน้าเฉินคือเฉินเฟิง
สำหรับคนๆนี้ ในความทรงจำของซ่งเจิงยังคงมีอยู่บ้างเล็กน้อย
เฉินเฟิงเดิมทีเป็ครูสอนฟิตเนสจากคลับฟิตเนสส่วนตัวในเมืองก้อนหินน้อย เขาเรียนรู้การต่อสู้ด้วยตนเองมาั้แ่เด็ก ทั้งยังเรียนวิชามวยกับทหารที่ปลดประจำการท่านหนึ่งอยู่สองสามวัน ฝีมือไม่เลวเลย เมื่อเทียบกับคนธรรมดาทั่วไป สามถึงห้าคนก็ไม่สามารถเข้าถึงตัวเขาได้ ต่อให้เป็ซอมบี้ระดับต่ำที่สุดก็ถูกเฉินเฟิงฆ่าได้อย่างง่ายดาย
ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินมาว่าเฉินเฟิงเคยปะทะกับซอมบี้ระดับหนึ่งแต่สามารถหนีรอดมาได้ ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้โอ้อวดกับผู้ใด เช่นนี้ซ่งเจิงจึงรู้เื่ราวของเขาไม่มากนัก
แต่เฉินเฟิงเป็คนที่เด็ดขาดมากที่สุดในโรงแรมฟู่คัง เมื่อมีข้อพิพาทระหว่างผู้รอดชีวิตเกิดขึ้น เขาจัดการทุกอย่างได้เป็อย่างดี อีกทั้งความแข็งแกร่งของเขายังมากที่สุดจึงไม่มีใครกล้าที่จะมีปัญหา ทุกคนเลื่อมใสและเคารพเขาอย่างจริงใจ
ซ่งเจิงเดินลงมาที่ชั้นล่างสุดของโรงแรมเพื่อพบกับหัวหน้าเฉิน
หลังจากที่พี่ใหญ่กุ้ยแนะนำซ่งเจิง เฉินเฟิงก็พิจารณาสังเกตเขาอย่างละเอียด แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรตอบ
จริงๆแล้วทีมสำรวจของโรงแรมฟู่คังนั้นมีที่มา อย่างในตัวเมืองก้อนหินน้อย เมื่อครั้งก่อสร้างตอนแรก ทั้งกองทัพและมนุษย์พันธุ์ใหม่นำทีมสำรวจจัดการกวาดล้างซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์รอบเมืองใกล้ๆ ซอมบี้ส่วนใหญ่ถูกฆ่าตาย ยังมีพวกที่ฆ่าได้ยากอย่างสัตว์กลายพันธุ์ แต่พวกมันก็ถูกขับไล่ออกจากเขตเมืองก้อนหินน้อยไปจนหมดสิ้น
แต่พื้นที่ด้านนอกและริมถนนยังมีซอมบี้ที่หลงทางอยู่อีกมาก จำเป็ต้องออกกวาดล้างในทุกๆเดือน หน้าที่นี้ถูกวางไว้บนไหล่ของผู้รอดชีวิตเขตรอบนอกที่รวมตัวกัน
กลุ่มที่รวมตัวกันในเขตด้านนอกจึงกลายเป็ทีมสำรวจที่ก่อร่างสร้างฐานกันขึ้นมา
ผู้รอดชีวิตทั้งหมดในโรงแรมมีสองร้อยกว่าคน ชายผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มยี่สิบคนรวมตัวกันเป็ทีมสำรวจ ตามเงื่อนไขที่กองทัพเขตด้านในกำหนด ทุก เดือนพวกเขาจำเป็ต้องออกไปกวาดล้างสองครั้ง ฆ่าซอมบี้ให้ได้สี่สิบตัวถึงจะนับว่าภารกิจสำเร็จ ไม่เช่นนั้นเดือนต่อไปก็จะถูกลดอาหารและวัตถุดิบที่อีกฝ่ายจัดเตรียมไว้ให้
โดยเฉลี่ยแล้วทุกคนจะต้องฆ่าซอมบี้ให้ได้สองตัว
นี่ไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายเลย แม้ซอมบี้ที่หลงทางอยู่ด้านนอกไม่ได้เยอะมาก แต่ต่อให้เป็ซอมบี้ระดับที่ต่ำที่สุด พลังของคนธรรมดาทั่วไปก็เทียบไม่ได้ แถมพวกมันยังไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย พลังชีวิตยังมีมากเป็พิเศษ การฆ่ามันมีหนทางเดียวคือตัดศีรษะให้ขาด เพราะหากตัดมือและเท้ามันก็ยังสามารถเคลื่อนไหวต่อได้
การกวาดล้างในทุกๆเดือน ล้วนมีสมาชิกของทีมสำรวจจำนวนมากตายตกอยู่ด้านนอก
เื่ราวนี้ซ่งเจิงคนก่อนเองก็ไม่รู้เื่ หลังจากได้ยินหัวหน้าเฉินอธิบาย เขาก็เข้าใจเื่ราวทันที
เฉินเฟิงพูดจบจึงมองซ่งเจิงแล้วพูดว่า “เป็ยังไงบ้าง? รู้เื่พวกนี้แล้วนายยังเต็มใจจะเข้าร่วมทีมสำรวจอยู่อีกไหม?”
ซ่งเจิงพยักหน้าอย่างไม่ลังเลพร้อมตอบกลับ “ผมตัดสินใจแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเปลี่ยนใจครับ”
ถึงแม้ว่าอัตราการเสียชีวิตของสมาชิกทีมสำรวจนั้นสูงมากเมื่อเทียบกับรออยู่ที่โรงแรม แต่ผู้รอดชีวิตที่รออยู่ในโรงแรม ทุกวันก็ได้รับอาหารน้อยมาก ทุกคนทำได้เพียงประคองชีวิตไว้ไม่ให้หิวตายเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นทีมสำรวจยังต้องคิดว่าจะหาใครมาแทนที่ เพราะหากเกิดาระหว่างทีมสำรวจกับพวกซอมบี้แล้วถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น เช่นนั้นอาหารและวัตถุดิบที่ถูกจัดส่งให้โรงแรมก็จะถูกตัดออกไป ผู้รอดชีวิตที่เหลืออาจจะต้องหิวตาย หรืออาจจะเพราะขาดทีมสำรวจปกป้องจนถูกซอมบี้ได้กลิ่นแล้วโดนกัดตายก็ย่อมได้
ถ้าหากไม่มีกระทะเหล็กซ่งเจิงอาจจะคิดอีกสักหน่อยว่าควรจะเข้าร่วมทีมสำรวจหรือไม่ แต่ในเมื่อเขามีสิ่งนี้อยู่ แถมมีเพียงการฆ่าซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์จึงจะสามารถผลิตอาหารและน้ำสะอาดได้ เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ เพื่อที่จะได้กินขนมเปี๊ยะทอด เขาจึงปฏิเสธไม่ได้ ซ่งเจิงมีแต่ต้องสู้เท่านั้น!
เฉินเฟิงพยักหน้ารับยิ้มแล้วพูดว่า “งั้นก็ดี ซ่งเจิง... นายคือคนที่เหล่ากุ้ยนำมา งั้นก็อยู่กับกลุ่มของเหล่ากุ้ยเถอะ พรุ่งนี้เราจะออกล่า นายก็เริ่มงานวันแรกได้เลย”
“ขอบคุณครับหัวหน้า”
ซ่งเจิงถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ก่อนที่กำลังจะเดินออกไป เฉินเฟิงกลับเรียกเขาไว้อย่างกะทันหัน
“อ้อ ใช่แล้ว ในเมื่อตอนนี้นายได้เข้าร่วมทีมสำรวจแล้ว หลังจากนี้ก็จะเลี่ยงไม่ได้ที่จะพบเจอพวกซอมบี้ งั้นก็ควรจะมีอาวุธข้างกายสักชิ้น ห้องเก็บของด้านหลังโรงแรมยังมีพวกกระบองเหล็กอยู่ นายเลือกเอาสักชิ้นแล้วกัน” เฉินเฟิงบอกกล่าว
ซ่งเจิงกลับส่ายศีรษะพร้อมตอบกลับ “ไม่เป็ไรครับ ผมถือกระทะเหล็กจนชินแล้ว เอากระทะเหล็กนั่นแหละฟาดพวกมัน!”
หลังวันสิ้นโลก มีโรงงานน้อยมากที่ผลิตอาวุธอย่างเช่นปืนได้ เมื่อยามที่ต้องต่อสู้กับซอมบี้ที่ดุร้ายพวกนั้น ผู้รอดชีวิตจำนวนมากมักจะใช้อาวุธที่ง่ายกว่าโดยเฉพาะกริช มีด กระบองเหล็ก ขวานเป็ที่พบมากที่สุด ยังไม่เคยมีคนไหนที่ใช้กระทะเหล็กไปต่อสู้กับพวกซอมบี้เลย...
แต่เฉินเฟิงเองก็เห็นมาเยอะแล้วจึงไม่ได้พูดอะไร เขาโบกมือให้ซ่งเจิงออกไปได้
ซ่งเจิงกลับออกมาที่ระเบียงทางเดิน พี่ใหญ่กุ้ยคงรออยู่ที่ข้างนอก เมื่อเห็นเขาออกมาจึงรีบถามไถ่ “เป็ไงบ้างอาเจิง... หัวหน้าเฉินตอบตกลงแล้วใช่ไหม?”
ซ่งเจิงยิ้มพร้อมตอบกลับ “หัวหน้าเฉินตอบตกลงแล้ว ทุกอย่างราบรื่นดีครับ”
เขาพูดคุยกับพี่ใหญ่กุ้ยอีกสักพักแล้วจึงขอตัวออกมา เขาเดินกลับมาที่ห้องของตัวเอง ตอนนี้เขาได้เข้าร่วมทีมสำรวจแล้ว พรุ่งนี้จะต้องออกไปฆ่าซอมบี้ข้างนอก เช่นนี้เขาจึงเตรียมของจำเป็สำหรับการออกไปล่าครั้งแรก!