บทที่ 4
หย่าร้าง
ม่านฮวาเหลียนมาที่สำนักทนายความตามที่นัดหมาย สีหน้าของที่ปรึกษาทางกฎหมายทั้งสองคนเคร่งเครียดไม่น้อย เธอกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ยุ่งยาก
“เื่การฟ้องร้องถูกระงับเอาไว้ มีเ้าหน้าที่ระดับสูงออกคำสั่งคิดว่าคงเป็คนของผู้พันเฉิง พวกเราพยายามเต็มที่แล้วแต่เ้าหน้าที่ไม่ยินยอมให้ความร่วมมือ อีกทั้งมีคนมาเสนอเงินให้จำนวนหนึ่งเพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการฟ้องร้องในครั้งนี้”
ม่านฮวาเหลียนรับฟังอย่างใจเย็น ดูเหมือนเฉิงเหล่ยจะไม่ยินยอมหย่าขาดจากเธอง่ายๆ ก่อนหน้านี้เป็เขาที่เอ่ยปากเื่หย่าเองั้แ่ต้น เธอน่าจะตบเขาให้แรงกว่านี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็สิ่งที่พอจะคาดเดาเอาไว้อยู่แล้ว สามีตามกฎหมายอย่างเฉิงเหล่ย้าที่ดินและตึกแถวของตระกูลม่าน ตึกแถวใจกลางเซียงไฮ้มูลค่าไม่ใช่น้อยๆ คนโลภไม่รู้จักพออย่างเขาจะไม่้ามันได้อย่างไร
จากความทรงจำของร่างเดิม เฉิงเหล่ยนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาขาย อย่างพวกเหล้า บุหรี่ เสื้อผ้าแล้วก็ข้าวของเครื่องใช้อีกหลายอย่าง เงินลงทุนทุกหยวนเป็เงินของตระกูลม่านทั้งนั้น ความโลภของมนุษย์ไม่อาจดูเบาได้ เฉิงเหล่ยคงไม่มีทางยอมเสียผลประโยชน์อย่างแน่นอน
“ทางคุณโจวมีความคิดเห็นและคำแนะนำยังไง” ม่านฮวาเหลียนเอ่ยถาม
“ในเมื่อรับทำคดีแล้ว พวกเราไม่คิดถอนตัว ทางคุณม่านสบายใจได้เลย” ทนายโจวบอกกับลูกความของตนเอง
“ได้ยินแบบนี้ฉันก็สบายใจ ฉันเป็เพียงผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีญาติให้พึ่งพิง ครอบครัวสามีก็จ้องจะเอาเปรียบ หวังว่าคุณโจวและคุณิจะช่วยให้ฉันได้รับอิสระได้ในเร็ววัน” ม่านฮวาเหลียนบอกกับทั้งสองด้วยน้ำเสียงและแววตาน่าสงสาร
การได้รับความเห็นใจ ไม่ใช่เื่น่าอาย สถานะของเธอในตอนนี้ต้องพึ่งพาพวกเขาเพื่อให้ได้หย่าร้างกับเฉิงเหล่ยตามที่ตัวเอง้า การที่ทั้งสองคนไม่เห็นแก่เงินและหวาดกลัวอำนาจของผู้พันเฉิง เพราะมีกลุ่มคนที่ให้ผลประโยชน์ได้มากกว่าผู้พันเฉิง ม่านฮวาเหลียนเริ่มสงสัยั้แ่ที่อีกฝ่ายมีข้อแนะนำให้ขายสินทรัพย์อย่างพวกที่ดิน ตึกแถว จากการพบกันเพียงสองครั้ง
“ไม่ต้องห่วง พวกเราจะพยายามอย่างเต็มที่ คุณม่านระวังตัวเองด้วย หรือจะจ้างผู้คุ้มกันก็ได้ถ้า้า”
“มีแนะนำไหมคะ?” แม้จะมั่นใจในฝีมือของตัวเอง การจ้างผู้คุ้มกันเอาไว้ก็ไม่เสียหายอะไร
“มีแน่นอน น้องชายของิคุนเป็ทีมผู้คุ้มกัน คุณม่านสามารถว่าจ้างได้”
“ต้องรบกวนคุณิแล้ว ฉัน้าผู้คุ้มกันสามคนค่ะ” ม่านฮวาเหลียนบอกความ้าของตัวเอง โชคดีที่ทั้งสองให้ความช่วยเหลือ ทำให้ในวันต่อไปได้ผู้คุ้มกันมาสามคนตามที่้า ดูเหมือนทั้งสามจะเป็อดีตนายทหารที่ปลดประจำการแล้ว
ม่านฮวาเหลียนคาดการณ์เอาไว้อย่างถูกต้อง เฉิงเหล่ยจะต้องไม่ยอมให้เธอหย่าร้างเมื่อเขาต้องเสียผลประโยชน์ ความโลภจะทำให้เฉิงเหล่ยลงมือกับเธออย่างแน่นอน นอกจากเฉิงเหล่ยยังคงมีมือที่มองไม่เห็นกำลังรอฉกฉวยเอาผลประโยชน์จากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอีกด้วย ในเมื่อเธอคืออุปสรรคที่มี สิ่งที่อีกฝ่ายต้องทำคือ กำจัดเธอทิ้งไป เื่เช่นนี้เป็เื่ที่มีให้เห็นบ่อยครั้งนับั้แ่จำความได้ ลงมือกำจัดศัตรูอย่างโเี้เพื่อรักษาอำนาจและเพื่อให้ได้ในสิ่งที่้า
ไม่ว่าจะอยู่ในโลกหรือดินแดนแห่งนี้ ความโลภในเงินทองและอำนาจยังคงมีอยู่ ดีที่จ้างผู้คุ้มกันสามคนและเพิ่มเงื่อนไขเช่ารถยนต์อีกหนึ่งคัน แม้จะต้องจ่ายเพิ่มแต่มันก็คุ้มค่า อีกทั้งยังสะดวกเวลาจะไปไหนมาไหน มีเงินแต่ไม่มีอำนาจหนุนหลังก็ย่อมลำบากเป็เื่ธรรมดา แต่ถ้าไม่มีทั้งเงินและอำนาจนั่นเป็เื่ที่ยากลำบากยิ่งกว่า คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ คิดวางแผนหาหนทางให้ตัวเองหลุดพ้นในเร็ววัน
การมีผู้คุ้มกันทำให้ม่านฮวาเหลียนไปที่ท่าเรือ ไปดูตึกแถวอีกสองและที่ดินของตระกูลม่าน พ่อของเธอตัดสินใจซื้อต่อจากเ้าของที่้าย้ายกลับบ้านเดิม พวกข้าราชการที่มาประจำการอยู่ที่เซียงไฮ้เมื่อห้าปีก่อน มีคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงหลายคน พวกเขาย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงหรือไม่ก็ย้ายกลับบ้านเดิม บ้านพร้อมที่ดินของพวกเขาเสนอขายให้กับพ่อของม่านฮวาเหลียนในตอนนั้น
ในยามที่ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยความมืดมิตร เหล่าอันธพาลที่ถูกว่าจ้างห้าคนก็แอบเข้ามาในบ้าน พวกมันได้รับการว่าจ้างให้มาจัดการกับเป้าหมายที่เป็หญิงสาวที่อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง
เมื่อวันก่อนหัวหน้าของอันธพาลแอบมองอยู่ไกลๆ ได้เห็นใบหน้าที่งดงามของอีกฝ่าย ก็เกิดความหื่นกระหายอยากสาวงาม ก่อนจะส่งไปขายให้นายหน้าค้ามนุษย์ เมื่อถูกขายก็ไม่ต่างจากตายไปแล้ว งานนี้ช่างคุ้มค่าจ้าง ได้ทั้งเงินค่าจ้าง ได้ทั้งเสพสมกับสาวสวย หากนำไปขายก็จะได้เงินค่าตัวของหล่อนเพิ่มขึ้นอีก นับว่าเป็งานที่คุ้มค่าจริงๆ
พวกมันบุกเข้ามาในบ้าน แน่นอนว่าทุกการเคลื่อนไหวเ้าของบ้านรับรู้ได้ทันที ผู้คุ้มกันทั้งสามคนเองก็รับรู้ได้เช่นกัน แน่นอนว่าฝีมืออันธพาลจะเหนือกว่าอดีตนายทหารได้อย่างไร เพียงไม่ถึงสิบห้านาทีพวกมันทั้งห้าคนก็ถูกผู้คุ้มกันจัดการ
“เื่นี้จะเอายังไงดีพี่ตง”
“จับพวกมันส่งตำรวจ ฉันจะโทรไปปรึกษาพี่ใหญ่ ทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด”
โชคดีที่บ้านของผู้ว่าจ้างติดตั้งโทรศัพท์เอาไว้ให้ใช้งาน ตงเย่ ผู้เป็หัวหน้าของอีกสองคนก็ต่อสายไปหาเ้านายของพวกเขา เพื่อรายงานเื่ที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายได้รับรู้
ม่านฮวาเหลียนได้ยินทุกประโยคที่ผู้คุ้มกันคุยกับผู้เป็นาย ดูเหมือนคนที่ให้การช่วยเหลือเธอจะเป็คนใหญ่คนโตที่มีอิทธิพลมากคนหนึ่งในเมืองเซียงไฮ้ คนไม่เคยรู้จักกันจะให้ความช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนได้อย่างไร ม่านฮวาเหลียนมองโลกตามสัจธรรมความเป็จริง คนที่คอยบงการทำให้การหย่าร้างยืดเยื้อออกไปคงเป็คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธอเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง
สิ่งที่ม่านฮวาเหลียน้าคำตอบก็มาอยู่ตรงหน้าในเช้าวันต่อมา ชายวัยสามสิบต้นๆ ได้มาพร้อมกับผู้ติดตามอีกสามคน เข้าแจ้งว่า้ามาพบเธอ
“เ้านายยินดีให้การช่วยเหลือคุณม่านฮวาเหลียน เพื่อแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่เดิมเป็ของตระกูลม่าน”
“แน่นอนว่าเ้านายไม่คิดเอาเปรียบคุณม่านอย่างแน่นอน ทางเราจะจ่ายเงินซื้อขายอย่างถูกต้อง”ม่านฮวาเหลียนฟังข้อเสนอของอีกฝ่าย สิ่งที่ผู้เป็นายของชายตรงหน้า้าคือที่ดินและตึกแถวในมือของเธอ หลังจากหย่าร้างกับเฉิงเหล่ย เธอวางแผนจะไปจากเซียงไฮ้ เธอศึกษาแผนที่ทางภูมิศาสตร์แต่ละมณฑลและแต่ละเมืองที่ตัวเองสนใจ มีตัวเลือกอยู่หลายเมืองที่เธอคิดจะย้ายไปอาศัยอยู่
“ฉันตกลงรับข้อเสนอ แต่ฉันมีเงื่อนไข” ม่านฮวาเหลียนบอกเงื่อนไขที่้าให้อีกฝ่ายรับรู้
“ผมจะแจ้งเ้านายให้ ส่วนเื่สัญญาการซื้อขายจะทำหลังจากที่คุณม่านฮวาเหลียนหย่าขาดเรียบร้อยแล้ว” ผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่คนตัดสินใจเป็เพียงตัวแทนมาเจรจาเท่านั้น
“ตกลง” นับว่าเป็การแลกเปลี่ยนที่เป็ธรรม แม้จะรู้ตัวว่าถูกบีบบังคับ เธอเองรู้ตัวดีว่าไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่มีทางเลือกมากนัก อย่างน้อยก็ได้เงินจากการขายที่ดินและตึกแถว รวมถึงบ้านหลังนี้ด้วย เครื่องประดับของมีค่าก็ยังมีอยู่อีกจำนวนหนึ่ง หากจะหาซื้อบ้านและเริ่มต้นชีวิตใหม่ก็คงทำได้ไม่ลำบาก
หลังจากที่เอ่ยปากตอบตกลงรับข้อเสนอไป เื่หย่าร้างก็คืบหน้าอย่างรวดเร็ว ม่านฮวาเหลียนไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะใช้อะไรมาบีบบังคับเฉิงเหล่ย เธอสนเพียงผลลัพธ์เท่านั้น
เฉิงเหล่ยนับว่าทำอะไรรอบคอบกว่าที่เธอคิดเอาไว้ เพราะไม่ทิ้งหลักฐานในสาวมาถึงตัวเขาได้เลย การจ้างวานพวกอันธพาลให้มาทำร้ายเธอ ไม่สามารถสาวไปถึงตัวของเขาได้ ทำให้เขารอดพ้นจากการเป็ผู้สงสัยในการจ้างวานฆ่าเธอไปได้ การมาเจอพบหน้าตระกูลเฉิงในวันนี้ม่านฮวาเหลียนมาพร้อมผู้คุ้มกันทั้งสามคน ซูเมิ่งจ้องมองลูกสะใภ้ใหญ่ของตนเองด้วยความแค้นเคือง แต่ก็ทำได้เพียงก่นด่าอีกฝ่ายในใจ
“นี่เป็เอกสารการหย่าร้าง และเงื่อนไขการหย่าร้าง ทั้งสองฝ่ายโปรดอ่านและทำความเข้าใจ”
“ฝ่ายสามีเป็ผู้กระทำผิดต่อภรรยาโดยการคบชู้ นำมาซึ่งการฟ้องหย่า ฝ่ายสามีต้องชดเชยค่าเสียหายเป็เงินจำนวนสามหมื่นหยวน” เสียงเ้าหน้าที่แจ้งกับทั้งสองฝ่าย
“ทำไมต้องเสียเงิน ในเมื่อนางฮวาเหลียนเป็ฝ่ายฟ้องหย่าเอง” ซูเมิ่งไม่ยินยอม ไหนจะเสียบ้านหลังใหญ่ไป เสียข้าวของที่มีค่ายังต้องมาเสียเงินให้นางแพศยาอีก
“ดูเหมือนว่าฝ่ายจำเลยจะไม่มีสิทธิ์ต่อรองเท่าไหร่นะครับ” ทนายความโจวรีบเอ่ยข่มขู่ในทันที เื่ฟ้องร้องยังไม่ถึงที่สุด ฝ่ายตระกูลเฉิงยื่นมาขอเจรจาและยินยอมหย่าขาดแต่โดยดี นับว่าเฉิงเหล่ยคนนี้ยังมีหัวคิดอยู่บ้าง ที่ไม่ต่อกรกับผู้เป็นายของเ้านายของพวกเขา
“นี่...” ซูเมิ่งพูดไม่ออก
“ตกลง” เฉิงเหล่ยเอ่ยออกมา หากเขายังดื้อดึงไม่ยอมหย่า อาจจะนำพาเื่ยุ่งยากมาให้เขาในอนาคต หย่าตอนนี้ยังสามารถรักษาทรัพย์สินที่เขาโยกย้ายมาเอาไว้ได้ทั้งหมด ดีกว่าเสียทั้งหมดไปแล้วไม่ได้อะไรเลย เฉิงเหล่ยยินยอมหย่าขาดด้วยความไม่เต็มใจเพราะเขาไม่มีทางเลือก
ใครจะไปคิดว่าหญิงสาวที่เป็กำพร้าไร้ญาติขาดมิตร จะมีผู้หนุนหลังที่เขาคาดไม่ถึง ดีแค่ไหนที่คนของเขาสืบรู้มาก่อนว่าคนที่ให้การช่วยเหลือม่านฮวาเหลียนคือใคร
เขาคือผู้ช่วยมือขวาคนสนิทของคุณชายใหญ่ตระกูลเจียง ที่เป็คนซื้อที่ดินและบ้านของตระกูลม่าน เ้านายของพ่อก็ทำงานให้คนสนิทของคุณชายใหญ่เจียง ไม่ได้ทำงานให้คุณชายห้าเจียงที่ดูแลตระกูลเจียงที่เซียงไฮ้อย่างที่เข้าใจกัน นายใหญ่ตัวจริงคือคุณชายใหญ่ตระกูลเจียงที่ปักกิ่ง พ่อของเขาถูกกดดันในเื่นี้เป็อย่างมาก ทำให้เขาเองก็ไม่มีทางเลือก
ม่านฮวาเหลียนลงลายมือชื่อในเอกสารการหย่าขาดอย่างไม่ลังเลใดใด เธอรอวันนี้มานาน วันที่ได้รับอิสระและจะได้เริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ตามที่คิดฝันเอาไว้
เฉิงเหล่ยมองใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างสวยงามของคนที่กำลังจะกลายมาเป็อดีตภรรยา เขาลงลายมือชื่อในเอกสาร รอไม่นานเอกสารการหย่าร้างก็จบ
ม่านฮวาเหลียนรู้ดีว่าตัวเองในเวลานี้ไม่สามารถต่อกรกับตระกูลเฉิงสายรองได้ หากไม่ได้ความช่วยเหลือจากคนผู้นั้น ความช่วยเหลือก็เกิดขึ้นเพราะผลประโยชน์ตามที่ตกลงกันเอาไว้ พวกเขาไม่มีทางช่วยเธอทวงคืนทรัพย์สินที่ถูกโยกย้ายไปอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เธอจะตอบแทนอดีตสามีจะเป็บทเรียนราคาแพงที่นำมาซึ่งความเ็ปให้กับตระกูลเฉิงสายรองอย่างแน่นอน ในเมื่ออยากมีทายาทสืบสกุลมาก เธอก็จะไม่ยินยอมให้อีกฝ่ายสมปรารถนา
จะโทษเธอไม่ได้ เฉิงเหล่ยลงมือก่อน เธอก็แค่เอาคืนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ส่วนหนี้แค้นที่เหลือจะกลับมาคิดบัญชีย้อนหลังอย่างแน่นอน
การหย่าของเธอเป็ไปด้วยดี ในที่สุดก็ได้ใบหย่ามาอยู่ในมือ ม่านฮวาเหลียนไม่มองอดีตสามีแม้เพียงหางตา เธอเดินมาขึ้นรถและจากไปไม่สนใจสายตาโกรธแค้นของเฉิงเหล่ยแม้แต่น้อย
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่ามีชายชุดดำนับสิบคนรออยู่ ม่านฮวาเหลียนแสดงออกถึงความหวาดกลัวทางแววตาและสีหน้าอย่างชัดเจน นับว่าการแสดงของเธอไม่เลวทีเดียว
“คุณม่านไม่ต้องกลัว เ้านายเพียง้ามาทำสัญญาซื้อขายด้วยตนเอง”
ม่านฮวาเหลียนทำเพียงพยักหน้า เมื่อวานเธอได้เตรียมเอกสารทุกอย่างเอาไว้พร้อมแล้ว เวลาที่ผ่านมาก็ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เธอเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตของตัวเองเอาไว้เรียบร้อย
กลุ่มคนที่เข้ามามีบางอย่างแปลกกว่าคนธรรมดาทั่วไป เธอรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณของตนเอง ว่าพวกเขาล้วนไม่ธรรมดา โดยเฉพาะชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า รูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีน้ำผึ้ง ใบหน้าคมเข้มดูหล่อเหลาไม่ใช่น้อย แววตาดุดัน กลิ่นอายรอบตัวดุดัน มือของเขาคงเปื้อนเืมานับไม่ถ้วน
“คุณม่านฮวาเหลียน เชิญนั่ง” เจียงหู่ ชายหนุ่มวัย 32 ปี บอกกับหญิงงามตรงหน้า พร้อมทั้งส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องของตัวเองออกไปจากห้อง เพื่อ้าความเป็ส่วนตัว
“ไม่ทราบว่าคุณคือ...” ม่านฮวาเหลียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อแสดงออกว่าไม่กล้าสบสายตาที่อีกฝ่ายจับจ้อง มันแฝงไปด้วยความดุดันและความปรารถนาที่ซ่อนเอาไว้ แม้จะสบตาเพียงเสี้ยววินาทีเธอก็สามารถรับรู้มันได้
ในความทรงจำของร่างเดิม ไม่พบว่ารู้จักกับผู้ชายที่ชื่อเจียงหู่ เขาแซ่เจียง คงมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับตระกูลเจียงอย่างแน่นอน
“เจียงหู่ คนสนิทของคุณชายใหญ่เจียง” เจียงหู่บอกกับหญิงสาวที่ตัวเองสนใจ เขาเจอเธอในตอนที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล คุณชายให้เขาไปเยี่ยมคู่ค้าแทนตัวเอง เลยได้เจอกับอีกฝ่ายเข้าโดยบังเอิญ เป็ครั้งแรกที่ใจของเขาสั่นไหวเมื่อได้เห็นใบหน้าที่งดงามของอีกฝ่าย
แม้ว่าในตอนนั้นคนตรงหน้าจะมีใบหน้าที่ซีดเซียว ร่างกายค่อนข้างผอม แต่เขาก็ไม่สามารถละสายตาของตัวเองได้ ยิ่งมีคำสั่งจากคุณชายใหญ่เจียงผู้เป็นายเหนือหัวให้มาเจรจาซื้อที่ดินทำเลทองใจกลางเมืองเซียงไฮ้เพื่อเริ่มโครงการก่อสร้างห้องชุด และที่ดินที่หมายตาเป็ที่ดินของตระกูลม่าน
คนของเขาสืบประวัติทุกคนที่เกี่ยวข้องกับตระกูลม่าน นั่นทำให้เขารู้สึกว่าตัวเหมือนมีบางอย่างดึงให้เขาได้มาพบเจอเธออีกครั้ง หญิงสาววัยสิบเก้าปี ที่สูญเสียบุตร สามีที่แต่งเข้ามาก็มิใช่คนดีอะไร ้าเพียงเงินทองของตระกูลม่าน เจียงหู่เลยให้คนของตัวเองยื่นมือเข้าช่วยเหลืออีกฝ่าย
คุณชายใหญ่เจียงไม่ได้สนใจวิธีการ สนใจเพียงทุกอย่างต้องเป็ไปตามความ้าเท่านั้น แม้จะใช้หนทางบีบบังคับทางอ้อมก็ดีกว่าหนทางอื่นที่ผู้เป็นายเหนือหัวเคยใช้เป็อย่างมาก
“คุณเจียงหู่คงมาเพราะเื่สัญญา ฉันเตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้ว” ม่านฮวาเหลียนเอ่ยออกมาเสียงเบา
“เรียกฉันว่า หู่เกอก็ได้”
“เรียกคุณเจียงหู่ก็ดีอยู่แล้ว ฉันเตรียมเอกสารเอาไว้หมดแล้ว เชิญตรวจสอบ” ม่านฮวาเหลียนเตรียมทุกอย่างเอาไว้พร้อมหมดแล้ว
"ตามใจเธอ"
เจียงหู่รับซองเอกสารมาจากคนตรงหน้า ก่อนนำออกมาตรวจสอบดูความเรียบร้อย เขาพึงพอใจที่ได้ทุกอย่างตามที่ผู้เป็นายเหนือหัว้า อีกทั้งยังได้ตึกแถวมาเพิ่มอีก เจียงหู่ตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวของตัวเองซื้อตึกแถวและบ้านหลังนี้เอาไว้
เขาเป็เพียงเด็กกำพร้าที่ถูกตระกูลเจียงชุบเลี้ยงมาจนเติบใหญ่ ที่เขามีวันนี้ได้เพราะนายท่านตระกูลเจียงเมตตา เลี้ยงดูและให้การอบรมมาเป็อย่างดี แม้ว่าสองมือของเขาจะเปื้อนเืเพื่อตระกูลเจียงเขาก็ไม่คิดว่ามันเป็เื่ที่ผิด เพื่อตอบแทนบุญคุณเขาเลยทุ่มเททำงานอย่างสุดความสามารถ จนได้มาเป็มือขวาคนสนิทของคุณชายใหญ่ตระกูลเจียง ว่าที่ผู้นำตระกูลเจียงรุ่นต่อไป
เขามีลูกน้องที่เลี้ยงดูเอาไว้ใช้งาน มีบ้านและทรัพย์สินของตัวเอง มีเงินตอบแทนจากการทำงานให้นายใหญ่ตระกูลเจียง สิ่งที่เขา้าคือเลี้ยงดูภรรยาสักคน แม้จะมีหญิงสาวหลายคนเคยมอบตัวมอบใจให้ แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครทำให้เขาใจสั่นได้เท่ากับหญิงสาวตรงหน้า
แม้ว่าเธอจะผ่านการแต่งงานมีสามีมาแล้ว เขาก็ไม่ถือสา เพราะชีวิตที่ผ่านมาเขาก็ไม่ใช่คนดีอะไร แต่เขาพร้อมที่จะหยุดที่เธอ ให้เกียรติเธอ เลี้ยงดูเธอเป็อย่างดีในฐานะภรรยาของเขา มีลูกกันสักหนึ่งคน ก็คงให้เขาััคำว่าครอบครัวขึ้นมาได้บ้าง
“ฉันเตรียมเงินสดตามเงื่อนไขที่บอกเอาไว้ จะตรวจนับก่อนไหม?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม แววตาจ้องมองเพื่อแสดงความรู้สึกของตัวเองอย่างเปิดเผย
"เื่หนังสือที่บ้านตระกูลม่านฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้คนของฉันจะเอามาส่งให้ที่บ้าน"
“ขอบคุณมากนะคะ” ม่านฮวาเหลียน ตรวจนับธนบัตรที่อยู่อยู่ในกระเป๋าสีดำ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะแสดงความรู้สึกออกมาผ่านทางแววตามากขนาดนี้
เจียงหู่ผู้นี้กำลังพึงใจในตัวของเธอ ที่เขายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนอกจากอยากได้ที่ดินของบ้านตระกูลม่านแล้ว ไม่แน่ว่าจะยัง้าตัวเธอด้วย เท่าที่เธอพอจะหาข้อมูลได้ ตระกูลเจียงเป็ตระกูลใหญ่หนึ่งในห้าของเซียงไฮ้และยังเป็หนึ่งในหกตระกูลใหญ่ของปักกิ่งอีกด้วย ผู้ดูแลคือตระกูลเจียงที่เซียงไฮ้คือ เจียงขุย เป็คุณชายห้าของตระกูลเจียง
แต่ผู้เป็นายของเจียงหู่คือ คุณชายใหญ่ตระกูลเจียง จะเห็นได้ว่าเขาทำงานขึ้นตรงต่อว่าที่ผู้นำคนต่อไปของตระกูลเจียง อำนาจของเขามากกว่าเจียงขุยคุณชายห้าด้วยซ้ำไป ตระกูลใหญ่มักจะซับซ้อน มีเื่อำนาจและผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง พวกเขามักจะมีสิ่งที่เก็บซ่อนและสืบทอดเฉพาะคนในตระกูล ในดินแดนแห่งธาตุ ตระกูลใหญ่ๆ มักจะเป็เช่นนี้ ไม่แน่โลกนี้อาจจะเป็เช่นเดียวกัน
สิ่งที่ม่านฮวาเหลียนคาดเดาอาจจะมีความเป็ไปได้มากถึงแปดส่วน แม้ว่าโลกนี้จะไม่มีพลังธาตุ แต่ก็มีตำราโบราณกล่าวถึงพลังปราณหรือผู้ฝึกลมปราณเอาไว้ เป็พลังอีกแบบหนึ่งแตกต่างจากพลังธาตุที่รู้จัก
เธอพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมแต่กลับไม่พบอะไรเพิ่มเติมเลย มีเพียงหนังสือเก่าๆ หนึ่งเล่มที่เขียนเอาไว้ แถมอีกครึ่งยังฉีกขาด
เจียงหู่ อาจจะเป็หนึ่งในผู้ฝึกลมปราณตามตำราโบราณที่ได้บันทึกเอาไว้
----TBC-----