Chapter 5
ผู้ชายคนนั้น...มีแฟนแล้วเหรอ?
“นี่เธอ! จะรีบไปไหน!” เมมายาในชุดสุดสวยสีขาวสะอาดตารีบตวาดขึ้นเมื่อโดนชนเข้าอย่างนั้น
เมมายาไม่พอใจอย่างสุดขีด ใบหน้าสวยเม้มเข้าหากันแน่นพร้อมกับจิกตาดุมองหญิงสาวหน้าสวยลูกครึ่งแต่แต่งตัวโทรมมอมแมม มาชนเธอเข้าแบบนี้ไม่รู้ความสกปรกจะติดตัวเมมายารึเปล่า
“ขอโทษทีค่ะที่ชนคุณ แต่ฉันจะรีบไปไหนมันก็สิทธิ์ของฉัน”
บีน่าเชิดหน้าสู้ ดวงตาคู่สวยสีอ่อนเชิดมองหน้าลูกสาวนักการเมืองท้องถิ่นอย่างไม่หวั่นเกรง เธอผิดก็จริงแต่ขอโทษแล้วควรจบ ไม่ควรมองิ่และใช้น้ำเสียงจิกกัดเช่นนั้น
“หึ อวดเก่งนักนะ เธอรู้รึเปล่าว่าฉันเป็ใคร? “
คนหน้าสวยแต่งหน้าทำผมจัดเต็มพร้อมกับชุดเดรสสีขาวแขนยาวเข้ารูปแบรนด์ดังของไทยที่มีแต่เ้าสาวงบเยอะหรือพวกออกงานแพงๆ ใช้บริการกัน เธอกอดอกเชิดหน้าจิกเท้าลงบนส้นสูงสีขาวราคาเหยียบหมื่นแล้วจ้องมองบีน่าที่อยู่ในสภาพซอมซ่อราวกับลูกหมาที่พึ่งคลอด
“ตั๋วฮู้จักก่? นี่อี่นายเมมายา ลูกสาวท่านบรรพชา!”
สาวใช้เองก็ช่วยบรรยายสรรพคุณของเ้านายสาวแต่ก็ไม่เป็ผลเพราะบีน่าพึ่งย้ายมาที่นี่ เธอมาที่นี่ได้เพียงไม่นานและไม่ได้ตั้งใจจะมาอยู่ถาวร ไม่้าสืบสาวหาประวัติว่าใครเป็ใครในเมืองแห่งนี้
“อะไรกันครับ เกิดอะไรขึ้นคุณบีน่า?”
บอดี้การ์ดหนุ่มที่วิ่งตามมาทีหลังรีบเข้ามาดูสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น ใบหน้าหล่อคมคร้ามผมสีบลอนด์ดวงตาสีฟ้าหม่นจ้องมองเมมายาและสาวใช้ด้วยแววตาดุดัน
“อย่ามามองฉันแบบนั้นนะ เมียนายทำผิดวิ่งมาชนฉันจนเซล้ม ถ้าาเ็ไปจะว่ายังไง มีปัญญาชดใช้กันรึเปล่า?”
เกลียดที่สุดก็คือสายตาตำหนิของหนุ่มฝรั่งตัวสูงใหญ่ มองปราดเดียวก็รู้ว่าคงผัวเมียกัน
“โทษทีนะ ไม่ใช่เมียค่ะ เขาเป็ เอ่อ พี่ชายของฉัน”
อะไรได้หมด แต่ขัดใจตรงที่มาบอกว่าเจสันเป็แฟนกับเธอนี่แหละ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว...บีน่ากับเจสันเห็นหน้ากันมาั้แ่ยังเล็ก
“น้องสาวตั๋วสึ่งตึงปะล้ำปะเหลือ”
อะไรวะ? เจสันเอียงคอสงสัยในสิ่งที่สาวใช้พูด ภาษาไทยกลางก็ว่าฟังยากแล้ว นี่มาเจอภาษาถิ่นอีก ไอ้หนุ่มหน้ามนคนหน้าฝรั่งกรามคมอย่างเขาก็ได้แต่ทำหน้าใสซื่อราวกับแฮมสเตอร์รอเมล็ดทานตะวัน
“จ้างเต๊อะจันทร์ สูคงฟังบ่ฮู้เื่ คงบ่ใจ้คนเมือง”
“เม จะไปกันรึยัง?”
น้ำเสียงเข้มดุแต่ฟังดูคุ้นหูดังขึ้น ร่างแกร่งในชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาวกลีบเนี๊ยบ กางเกงสแล็คสีดำเข้ารูป
“คุณแอชตัน...ไปสิคะ เรารีบไปกันดีกว่า”
แอชตัน? บีน่าจากที่ตอนแรกเชิดหน้ามองเมมายา แต่เมื่อผู้ชายคนนั้นเดินมาหญิงสาวหน้าสวยหยิ่งที่เธอกำลังเถียงด้วยก็แปรเปลี่ยนเป็สีหน้ายิ้มกว้างใจดีแล้วเดินไปควงแขนกับผู้ชายคนนั้นในทันที
ผู้ชายคนนี้ที่เธอวันไนท์สแตนด์ด้วยเมื่อคืนและตื่นเช้ามาเขาก็หายไป...เข้าข่ายฟันแล้วทิ้งชัดๆ
บ้าจริง ไม่คิดว่าจะต้องเจอกันอีก ทำไมเขาถึงมาโผล่อยู่ที่ตลาดแห่งนี้นะ บีน่ารีบก้มหน้าไม่สบตา ใบหน้าของสาวลูกครึ่งเต็มไปด้วยรอยริ้วแดงก้มมองพื้น ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
แอชตันเมื่อเห็นว่าเป็ผู้หญิงคนเมื่อคืนยืนอยู่กับหนุ่มฝรั่งตัวสูงใหญ่เขาก็ขบกรามแน่นเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์จนคิ้วขมวดมุ่น
“มีอะไรกันหรือเปล่า?”
“ป เปล่าหรอกค่ะ พอดีผู้หญิงคนนี้เดินมาชนเม เมก็เลยต่อว่าไปนิดหน่อย ชนแล้วยังไม่ขอโทษกันอีกแย่จริงๆ เลยอ่ะ”
อะไรของยัยนี่ บีน่าคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ดวงหน้าสวยจากที่ก้มหน้าแปรเปลี่ยนมาเป็เงยหน้าสบตากับดวงตาคู่คมคู่นั้น...ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกับผมสีน้ำตาลอ่อนหยักศกเล็กน้อยของผู้ชายตรงหน้าทำเอาใจของเธอหวั่นไหว
มือเรียวเล็กกำเข้าหากันแน่น นี่เขามีผู้หญิงอยู่แล้วงั้นเหรอ? ก็รู้อยู่หรอกว่าแค่วันไนท์สแตนด์แต่หากเขามีแฟนอยู่แล้วก็ไม่ควรมาทำกับเธออย่างนี้สิ
“นี่แฟนคุณเหรอคะ?” ในเมื่อสงสัยก็ต้องถาม
“คุณบีน่า ทำไมไปถามอะไรกับคนแปลกหน้าอย่างนั้นล่ะครับ”
เจสันกระซิบถามเพราะเป็ห่วงเ้านายแล้วพยายามดึงแขนเสื้อยืดเก่าๆ ของคนตัวเล็กเอาไว้ ไม่ควรไปยั่วโมโหคนในถิ่นนี้เพราะเดี๋ยวจะอยู่ลำบาก เ้านายสาวชอบทำอะไรไม่คิดอยู่เรื่อยเจสันคิดในใจ
“แล้วเธอจะมายุ่งอะไรจ๊ะ หืม?”
เมมายาเองก็ไม่พอใจเมื่อบีน่าทางออกอย่างชัดเจนว่าสนใจผู้ชายของเธอ
“เปล่า...ก็แค่คนรู้จักกัน ไม่ใช่แฟน”
เขาเอ่ยตอบออกมา ใบหน้าหล่อคมดวงตามีแต่ความว่างเปล่า สำหรับแอชตันแล้วเมมายาก็เป็แค่อาหารจานอร่อย แต่ก็อร่อยแค่ชั่วคราวเพราะเขาไม่ได้คิดจะกินเธอตลอดไป
“คุณแอช...”
แม้จะรู้ว่าเขาไม่เคยให้สถานะแต่ใจมันเ็ปอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเจอคำปฏิเสธตรงๆ ต่อหน้าผู้หญิงคนอื่น
“ไปกันเถอะ คุณบอกเองนี่ว่างานวันนี้สำคัญมากอยากจะให้ผมไปให้ได้ไม่ใช่เหรอ อย่ามัวมาเสียเวลาตรงนี้อยู่เลย”
เจาะจงใช้คำว่าเสียเวลาพร้อมกับกดสายตามองเจสันที่ยืนอยู่เคียงข้างบีน่า
ไม่พอใจ กูไม่พอใจ แอชตันคิดวนเวียนอยู่ในหัว
อะไรกัน เขาเป็ผู้ชายคนแรกของเธอแต่เธออยู่กับไอ้หนุ่มฝรั่งตัวใหญ่คนนี้เนี่ยนะ คิดแล้วได้แต่โมโห
แอชตันหมายหัวเจสันเอาไว้แล้ว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองหนุ่มฝรั่งั์ตาสีฟ้าหม่น หลังกลับจากธุระวันนี้เขาจะไปหาบีน่าที่บ้านสวนหลังนั้นอีกครั้ง
“ไปกันเถอะค่ะ...อย่าเสียเวลาตรงนี้อยู่เลย”
เมมายาเองก็เห็นด้วยรีบควงแขนเขาแล้วเดินจากออกไป ร่างแกร่งสูงใหญ่เดินจากออกไปโดยมีสายตาของบีน่ามองตาม ก็ว่าจะไม่คิดอะไร...แต่ทำไมใจมันสั่นจังนะเมื่อเห็นว่าเขาไปกับผู้หญิงคนอื่น
“คุณบีน่าเป็อะไรหรือเปล่าครับ?”
เจสันเอ่ยถามอย่างเป็ห่วงเมื่อเห็นว่าสายตาของเ้านายสาวหยุดอยู่ที่แผ่นหลังนั้นที่กำลังเดินควงแขนกับผู้หญิงคนอื่นออกไป หนุ่มฝรั่งตัวสูงใหญ่จับสังเกตได้ในทันที
“ไม่เป็อะไร ไปเดินซื้อของกันเถอะยังมีของอีกมากที่ฉันอยากจะได้”
แสร้งทำว่าไม่สนใจแล้วเดินซื้อของในกาดหลวงแทน เธอได้ของกินกลับไปมากมายทั้งแคปหมูน้ำพริกหนุ่ม อาหารเช้าที่ต้องซื้อไปเลี้ยงบอดี้การ์ดแล้วก็กิ๊ฟติดผมรูปดอกไม้อันใหญ่ๆ ดูน่ารัก เอาไว้ติดเวลาออกเที่ยวชมสถาปัตยกรรมด้านนอกอย่างเช่นวัดวาอาราม ตั้งใจใช้เวลาที่นี่อย่างดีที่สุดและเที่ยวให้ครบทุกสถานที่ก่อนจะเดินทางกลับนิวยอร์ก พ่อของเธอคงให้อยู่ที่นี่ไม่นานนัก
สหรัฐอเมริกา เมืองนิวยอร์ก
คฤหาสน์หลังใหญ่ของไบรอัน เบอริอันต์
ที่นี่เป็คาคฤหาสน์ที่ถูกแยกตัวออกมาจากคฤหาสน์หลังหลักของตระกูลเบอริอันต์ คฤหาสน์หลังหลักมีครอบครัวของบริกซ์ตั้น เบอริอันต์อาศัยอยู่ซึ่งเขาก็คือลุงของบีน่า
“ติดต่อลูกสาวได้ยังเอมี่”
“ติดต่อได้แล้วค่ะ ยัยบีน่าลูกสาวเราบอกว่าจะอยู่ที่เชียงรายอีกซักระยะหนึ่ง”
“พอจะรู้เหตุผลไหมว่าทำไมบีน่าถึงไปเที่ยวเล่นอยู่ที่นั่นทั้งที่ปกติตอนเด็กก็ไม่เห็นค่อยจะอยากกลับไปสักเท่าไหร่”
ไบรอันผู้เป็พ่อนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีทองที่ตกแต่งอย่างหรูหราภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ แค่งานที่ต้องทำก็มากมายอยู่แล้วนี่ยังต้องมาห่วงเื่ลูกสาวที่ดูจะซึมเศร้าแปลกๆ ใน่หลังๆ มานี้อีก ใบหน้าหล่อที่เริ่มมีรอยย่นตามกาลเวลาจ้องมองหน้าภรรยาสาวที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“ก็คงจะอยากกลับไปพักผ่อนละมั้งคะ ปล่อยแกเถอะค่ะ....ยัยบีน่าเองก็อายุยี่สิบสองปีแล้วคงจะอยากใช้ชีวิต”
เอมิการู้ดีว่าลูกสาวอยู่ที่นี่ก็เหมือนถูกคุมขังอยู่ตลอดเวลา จะเคลื่อนไหวไปทางไหนก็ลำบาก เป็ลูกสาวเป็เมียมาเฟียมันก็ลำบากอย่างนี้แหละ เอมี่เองจะไปไหนส่วนตัวก็ไม่ได้ต้องคอยให้บอดี้การ์ดดูแล...ขึ้นชื่อว่าเป็เมียมาเฟียก็ต้องทำใจ
“แต่ฉันเป็ห่วงลูก กลัวจะไปเจอพวกผู้ชายไม่ดีหรือเปล่า”
“แหม ปล่อยให้ลูกได้มีประสบการณ์เถอะค่ะ ถึงอยู่นู่นคุณก็ส่งการ์ดไปตั้งเจ็ดคน จะขยับตัวทำอะไรก็คงจะยาก”
เอมิกาผู้เป็แม่พูดไปตามความจริง บางทีก็สงสารลูกสาวที่พ่อของเขาคุมเข้มเกินไปจนแทบไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับผู้ชายเลย ยังโชคดีที่มีลูกพี่ลูกน้องผู้ชายอยู่บ้างจึงทำให้บีน่ายังได้คุยกับพวกผู้ชาย ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วก็คงจะโดนคุมขังมีแต่เพื่อนสาว แต่เห็นอย่างนั้นลูกสาวเธอก็มีเพื่อนไม่เยอะ...
“ไม่ไหวหรอก เธอก็รู้ผู้ชายดีๆ มันหายาก”
พูดถึงก็เป็กังวลพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบไล้ครางมนของตัวเอง กำลังคิดว่าจะกลับเมืองไทยไปเซอร์ไพรซ์ลูกสาวดีไหมว่าพ่อไปเยี่ยม
“ถ้าคิดจะเป็ตามลูกกลับไทยเลิกคิดได้เลยค่ะ ไบรอัน...ลูกเราโตแล้วนะคะ ให้เวลาลูกได้ใช้ชีวิตกับตัวเองบ้าง”
เพียงแค่สบตาสามีก็รู้ทันทีว่าคิดอะไรจึงต้องรีบพูดห้าม
“รู้ใจอีกแล้วนะ...ก็แค่อยากจะกลับไปเยี่ยมเป็ครั้งคราวไม่ได้รึไง”
“ไม่ได้ค่ะ ติดต่อทางโทรศัพท์เอาแล้วกัน เดี๋ยววันไหนลูกกลับมาลูกก็จะกลับมาด้วยตัวเองไม่ต้องไปบังคับเขาหรอก”
อำนาจเมียถือเป็คำสั่งสูงสุด...แม้แต่ไบรอันผู้เป็มาเฟียใหญ่ทำธุรกิจทั้งบนดินใต้ดินยังต้องเชื่อฟังเมียของตัวเอง นี่สินะที่เขาว่ากันว่าเชื่อเมียได้ดีทุกคน
“เฮ้อ ก็ได้ๆ เอาไว้รอจนกว่าลูกจะพร้อมให้ลูกกลับมาที่นี่ ถึงวันนั้นลูกคงจะเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นถึงตัดสินใจกลับเมืองไทยกระทันหันแบบนี้”
และถ้าไบรอันได้รู้ว่าสาเหตุมันมาจากผู้ชายคนไหนก็ตามที่ทำให้ลูกของเขาเสียใจ เขาเอามันตายแน่!
*****
ยัยน้องโตแล้วคุณพ่อโปรดอย่าหวงค่ะ แต่หวงก็ไม่แปลกเพราะยัยบีน่าอ่อนต่อโลกซะเหลือเกิน ฮืออ โดนไอ้เ้าแอชฟันเล่นๆ ใจร้ายย
