ตอนที่ 2
หลังจากคุณครามออกไปจากห้อง ไม้เอกก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับได้เลย สถานที่ที่ไม่คุ้นเคยและคนที่ไม่เคยคุ้นทำให้ข่มตาหลับลงได้ยาก ยิ่งเมื่อถูกจู่โจมโดยไม่ทันระวังตัวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนั่นด้วย หลังจากนอนลืมตาโพลงมองเพดานอยู่นานในที่สุดเมื่อแสงสว่างจากภายนอกลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ไม้เอกก็ตัดสินใจขยับลุกจากเตียงไปทำกิจวัตรประจำในตอนเช้า แล้วกลับออกมาจากห้องน้ำเพื่อนั่งสางผมยาวเลยบ่าของตัวเองอย่างที่ทำประจำทุกเช้า เป็นานที่เหม่อมองตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่ ชะตากรรมที่ไม่เคยราบรื่นอย่างคนอื่นตลอดชีวิตที่ผ่านมาทำให้ไม้เอกมองตัวเองในกระจกด้วยความเศร้า ก่อนจะถอนหายใจพร้อมวางหวีลง เก็บผมทัดหูเตรียมออกไปด้านนอก
เช้านี้โซฟาห้องรับแขกยังว่างเปล่าแสดงว่าคุณครามยังไม่ตื่น ไม้เอกเดินออกไปยืนคว้างอยู่ด้านนอกเพราะไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับอาหารเช้า ก่อนที่ประตูห้องใหญ่จะเปิดออกและเ้าของร่างสูงในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงจะยื่นหน้าที่ยังสวมหน้ากากมิดชิดออกมาสั่ง
“ชงกาแฟดำให้ด้วย อุปกรณ์อยู่ในเคาน์เตอร์ด้านล่างในห้องครัว”
“ครับ” ไม้เอกรับคำเบาๆในขณะที่สายตามองค้างอยู่ที่คนสั่งชั่วครู่ นอกจากดวงตาที่โผล่พ้นออกมาจากหน้ากากให้เห็น สิ่งหนึ่งที่ดูจะโดดเด่นออกมาเมื่อสามารถมองกันอย่างชัดๆในที่สว่างแบบนี้คือสันจมูกที่โด่งออกมาจนเห็นเป็สันสูง รับกับรูปใบหน้าคมสันต์ภายใต้หน้ากากหนังสีดำนั้นอย่างน่าแปลก
ออกคำสั่งเสร็จคุณครามก็กลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง ไม้เอกจึงทอดน่องไปที่ห้องครัวแล้วสำรวจเคาน์เตอร์ด้านล่างก่อนจะหยิบอุปกรณ์ทั้งหมดออกมาทำอย่างคล่องแคล่ว การที่เติบโตมากับการต้องรับใช้ป้าวรรณและพี่แววทำให้ไม้เอกทำงานบ้านได้ทุกอย่าง ดังนั้นนอกจากกาแฟที่คุณครามสั่งไม้เอกยังหยิบเอาขนมปังมาปิ้งและเตรียมนม เนย และแยมต่างๆออกมาวางเรียงให้เลือกที่โต๊ะกินข้าวด้วย แถมตบท้ายด้วยไส้กรอกและเบคอนทอดคนละจาน สิ่งต่างๆที่ถูกเตรียมไว้อย่างครบครันในเวลาไม่นานทำให้คนที่กลับออกมาพร้อมเช็ดผมเปียกชื้นถึงกับงันไปชั่วขณะ
“ทำอาหารได้ด้วยเหรอ ไม่เลวนี่ อย่างนี้ค่อยสมราคาจ่ายแพงหน่อย” มองหน้าไม้เอกพร้อมหยักยิ้มที่มุมปากแล้วทรุดตัวลงนั่งก่อน “มานั่งสิ ฉันมีอะไรจะพูดกับเธอหน่อย”
ไม้เอกเดินไปทรุดลงนั่งตรงข้ามบนโต๊ะอาหารขนาดพอดีสำหรับสองคน รวบมือไว้บนตักรอคอยว่าคุณครามจะพูดอะไร ก่อนจะเปลี่ยนใจขยับไปหยิบขนมปังมาไว้ในมือแล้วเอ่ยปากถาม
“คุณครามจะทาอะไรดีครับ”
“เนยถั่ว” เอ่ยตอบพร้อมกับทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ในท่าสบาย ขณะที่สายตาจับจ้องอยู่ที่ไม้เอกไม่วางตา
ไม้เอกตักเอาเนยถั่วมาทาบนขนมปังอย่างตั้งอกตั้งใจ ทำทุกอย่างด้วยความเคยชินเหมือนตอนที่ทำให้ป้าวรรณ โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งธรรมดานี้ออกจะเป็ความแปลกใจของคนนั่งตรงข้ามจนถึงขนาดมองตามทุกอิริยาบถ จนเมื่อไม้เอกยื่นขนมปังไปวางบนจานเบคอนและไส้กรอกให้
“กินสิ ฉันจะคุยธุระไปด้วย”
ไม้เอกรับคำ หยิบขนมปังมาทาแยมบ้างแล้วยกขึ้นทานเงียบๆอย่างเรียบร้อย
“ไม่กินกาแฟหรือไงตอนเช้า”
“ผมดื่มไม่เป็ครับ”
“อะไรดื่มกาแฟไม่เป็เหรอ” คนตรงข้ามหัวเราะออกมาน้อยๆราวกับไม่เชื่อ ก่อนจะถามต่อ “แล้วเช้าๆดื่มอะไรล่ะ”
“ไม่น้ำเต้าหูหน้าปากซอยก็นมกล่องครับ”
“หึ เด็กจริงๆ แล้วกินเหล้าเป็หรือเปล่า”
“ไม่ครับ”
“ฉันควรจะดีใจใช่ไหมที่มีเมียอ่อนต่อโลกแบบนี้ หึหึ” ถึงจะเอ่ยอย่างนั้นแต่ริมฝีปากก็แต้มไว้ด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่เป็ยิ้มจริงๆ ไม่ใช่ยิ้มหยันหรือเยาะเย้ยอย่างที่ผ่านมา “เอาล่ะเข้าเื่ที่ฉันจะพูดกับเธอซักที ที่จริงเราต้องจดทะเบียนกันั้แ่เมื่อวาน แต่พอดีฉันมาถึงช้าซะก่อน กำหนดการเลยต้องเลื่อนมาวันนี้ เดี๋ยวสักสิบโมงจะมีเ้าหน้าที่มาที่นี่ เราจะเซ็นกันเงียบๆ จะไม่มีใครรู้เื่ที่เราจดทะเบียนกันนอกจากญาติๆที่เข้าไปฟังพินัยกรรมวันนั้น เซ็นชื่อลงไปก็จบ ไม่มีแหวน ไม่มีพิธีการใดใด อย่างที่บอกถ้าวาดฝันงานแต่งงานไว้สวยหรูก็พับเก็บไว้ซะ ไม่มีอะไรอย่างนั้นหรอก”
“ครับ” ไม้เอกรับคำเสียงเบา เื่ที่คุณครามพูดเมื่อคืนทำให้เข้าใจดีแล้วว่าการแต่งงานในครั้งนี้ไม่ได้เหมือนการแต่งงานอย่างคู่อื่นๆทั่วไป เป็เพียงการแต่งงานตามหน้าที่ ไม่มีแหวน ไม่มีพิธีการ ไม่มีแเื่ และไม่มีใครได้รับรู้นอกจากไม้เอกและคนที่นั่งตรงข้ามในตอนนี้
“ถึงจะไม่ใช่การแต่งงานที่ยาวนานอะไรแต่ระหว่างนี้ฉันหวังว่าเธอจะทำหน้าที่เมียได้ไม่ขาดตกบกพร่อง รู้ใช่มั้ยว่าฉันเป็คนแบบไหน”
“พอจะได้ยินมาบ้างครับ” ตอบซื่อๆ
“เล่ามาสิ ฉันอยากฟัง เขาเล่าถึงฉันกันมาแบบไหน”
“คุณครามเป็คนอารมณ์ร้าย รุนแรง และไม่ค่อยพอใจอะไรนัก” ไม้เอกยังคงรักษาความเป็คนซื่อไว้ได้อย่างที่สุด
“ก็เกือบถูกทั้งหมด แต่คนเล่าตกหล่นนิดหน่อยที่ไม่ได้บอกว่าฉันมักลงโทษคนที่ทำผิดและทำให้ฉันหงุดหงิดด้วยโทษสถานหนักเสมอ”
ไม้เอกกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอเมื่อได้ยินแบบนั้น ตัวสั่นน้อยๆขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เวลาคุณครามพูดเสียงเรียบๆ ทั้งดูมีอำนาจและน่ากลัวไปในคราวเดียวกัน
“ซึ่งเป็สิ่งที่เธอควรรู้ไว้”
“ครับ”
“ได้ข่าวว่าเรียนอยู่เหรอ”
“ครับ”
“ปีไหน”
“ปีสองครับ เอ่อ คุณครามครับผมมีเื่จะขอ”
“ว่ามาสิ”
“คือผมต้องทำงานพิเศษเก็บเงินไว้สำหรับค่าเทอมเทอมหน้าแล้วก็ส่งให้ ป้าวรรณด้วย เลยจะขออนุญาตออกไปทำงานวันปกติจันทร์ถึงศุกร์ครับ”
“ตามใจ ฉันจะไม่อยู่ที่นี่หรอก นอนกับเธอเสร็จฉันก็จะกลับไปนอนบ้าน อยากทำอะไรก็ทำถ้ามันไม่กระทบกับเื่บนเตียง”
บทสนทนาที่ทำให้ใจดวงน้อยของไม้เอกกระตุกและใบหน้าร้อนผ่าวถูกพูดถึงอีกครั้ง แต่ไม้เอกรู้ว่าคุณครามไม่ได้แค่พูดให้ไม้เอกรู้สึกอายแต่อย่างใด หากแต่หมายความตามนั้นจริงๆ
เ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตกลับไปแล้วหลังจากดำเนินการทุกอย่างเสร็จ ไม่ใช่เื่ยากของวิษณุโยธาพิทักษ์เลยที่จะให้เ้าหน้าที่เดินทางมาจัดการทุกอย่างให้แบบส่วนตัวถึงคอนโด ไม้เอกมองทะเบียนสมรสที่ได้รับมาเป็หลักฐานว่านับต่อจากนี้ไป ไม้เอกจะไม่ใช่จิระรังสรรค์อีกต่อไปหากแต่เป็วิษณุโยธาพิทักษ์คนหนึ่งแล้ว อย่างน้อยก็ตลอดหนึ่งปีของการเป็ภรรยาของคราม วิษณุโยธาพิทักษ์ ผู้ที่ไม้เอกไม่ได้เห็นแม้แต่ใบหน้าจริงๆที่เ้าตัวบอกว่าเละไม่ต่างกับศพ
“ใส่ไว้ในเซฟซะ จะต้องไม่มีใครได้เห็น ครบปีเมื่อไหร่มันจะถูกเปลี่ยนเป็ใบหย่า ตอนนี้ไม่มีความจำเป็อะไรต้องใช้งานมันหรอก”
เสียงเรียบๆเอ่ยบอก ไม้เอกยื่นมันเข้าไปวางในเซฟอย่างนึกเสียดายว่าได้มองมันเพียงชั่วครู่เท่านั้น ในวัยสิบเก้าที่ไม่เคยคิดว่าจะได้แต่งงานในเวลารวดเร็วขนาดนี้ ถึงจะไม่มีพิธีอะไรเลยแต่ไม้เอกก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นขณะที่เซ็นชื่อลงไปเคียงกับเขา คนตรงหน้าที่เพิ่งเจอกันไม่กี่วันและตอนนี้ได้กลายเป็สามีตามกฎหมายอย่างถูกต้องแล้ว
“เสร็จแล้ว ฉันจะกลับไปบ้านล่ะ ่นี้อยากทำอะไรก็ตามใจ”
“คุณครามจะกลับมาทานข้าวเย็นไหมครับ”
“ไม่ ฉันจะอยู่ที่บ้านหลายวัน” ตอบเพียงเท่านั้นแล้วร่างสูงก็ผละไป ทิ้งให้ไม้เอกยืนคว้างอยู่กลางห้องชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจออกมาน้อยๆ
ชีวิตแต่งงานวันแรกเริ่มต้นด้วยการแยกกันอยู่...
คุณครามไม่ได้มาที่คอนโดอีกเลยทั้งสัปดาห์นับั้แ่วันนั้นที่บอกว่าจะกลับบ้าน แต่คนที่แวะเวียนมาหาแทนใน่นี้คือเลขาวัยกลางคนของคุณครามที่ชื่อคุณวินัย ซึ่งวันนี้เดินนำคนขับรถให้ยกข้าวของมาให้ไม้เอกที่คอนโดอีกครั้ง ไม้เอกที่เพิ่งกลับมาจากทำงานพิเศษต้องรีบเปิดประตูให้คนทั้งสองเข้ามาด้านใน
“ซื้ออะไรมาอีกแล้วครับคุณเลขา” ไม้เอกรู้จักคุณวินัยแล้วหลังจากได้พบกัน่สองสามวันที่ผ่านมา
“ของสดเอาใส่ตู้เย็นไว้ซะ”
“ผมอยู่คนเดียว คุณเลขาไม่ต้องซื้ออะไรมาให้ก็ได้ครับ ผมกินข้าวแกงจานเดียวก็อิ่มแล้ว”
“ทำอย่างนั้นไม่ได้ คนของคุณครามหรือคุณเสือ ไม่ว่าคนไหนก็ตาม ทุกคนต้องได้รับการดูแลอย่างดี ยังไงเหลือก็ดีกว่าขาด ที่สำคัญวันไหนที่คุณครามอยากให้ทำให้กิน เราจะได้ทำให้ได้เลย เราทำอาหารเป็ไม่ใช่เหรอ คุณนายวรรณบอก”
“พอได้ครับ”
“ดี คุณครามไม่ใช่คนกินยากหรอก เมนูง่ายๆก็ได้แล้ว เพียงแต่ถ้าสั่งต้องทำให้กินแค่นั้น” คุณวินัยเอ่ยบอก น้ำเสียงเคร่งขรึม ไม้เอกไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมาเป็เลขาของคุณครามได้ เพราะช่างเ็าได้ไม่ต่างกันเลยจริงๆ
“ครับ”
“รู้ใช่มั้ยว่าไม่ควรทำให้คุณครามโกรธ” คำถามเดิมที่คุณครามเคยถามถูกถามขึ้นอีกโดยคุณวินัย ไม้เอกกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอก่อนตอบ
“ครับ”
“ดี คืนนี้คุณครามบอกว่าจะแวะมา ดูแลความสะอาดให้ดี คุณครามไม่ชอบให้คอนโดสกปรก”
“ครับ” ตอบคุณวินัยออกไปเสียแ่เพราะใจเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว การหายไปทั้งสัปดาห์หลังวันจดทะเบียนแล้วกลับมาเจอกันอีกครั้งมันจะมีอะไรเกิดขึ้น ไม้เอกพอจะเดาได้อยู่บ้าง
ไม้เอกเก็บกวาดห้องอีกครั้งเป็การใหญ่ เพราะกลัวว่าจะทำให้คุณครามไม่พอใจ แม้จะไม่ได้สกปรกอะไรเลยก็ตาม จนเหงื่อโชกไปทั้งร่างพอดีกับที่คุณครามเปิดประตูเข้ามา
“ไปออกรบมาเหรอ เหงื่อท่วมตัวขนาดนี้ แล้วทำไมไม่เปิดแอร์” ถามขณะเดินไปที่โซฟารับแขกพลางถอดเสื้อเชิ้ตสีดำที่สวมมาออกวางพาดที่พนักโซฟา และทรุดลงนั่งทั้งเปลือยท่อนบนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเรียงตัวสวยอยู่บนโซฟาขณะหันมามองไม้เอกที่ยืนนิ่งงันไปชั่วขณะเพื่อฟังคำตอบ
“ผมทำความสะอาดห้องเลยเหงื่อออกครับ ลืมเสียสนิทว่ายังไม่เปิดแอร์”
“งั้นก็ไปเปิดซะแล้วแวะห้องครัวเทเบียร์เย็นๆมาให้ฉันซักแก้ว”
“ครับ” ไม้เอกรีบผละไปทำตามคำสั่งและอีกเหตุผลหนึ่งก็คือเพื่อให้สายตาได้หลุดออกจากกล้ามท้องของคุณครามที่วนเวียนแต่จะหยุดมองที่ตรงนั้นทุกทีให้ใจสั่น แต่กระนั้น่เวลาของการหลบหลีกก็หมดลงอย่างรวดเร็วเมื่อต้องยกเบียร์เย็นฉ่ำออกไปเสิร์ฟ คุณครามกำลังนั่งดูรายการกีฬาต่างประเทศอยู่ที่โซฟาตัวเดิม ดวงตาที่โผล่พ้นหน้ากากออกมาจับจ้องโทรทัศนเครื่องใหญ่ไม่วางตา
“เตรียมผ้าเช็ดตัวให้ด้วย ดื่มเบียร์เสร็จฉันจะไปอาบน้ำ”
“ครับ” ไม้เอกรับคำสั่ง ผลุบเข้าไปในห้องใหญ่อันเป็ห้องนอนของคุณคราม ซึ่งทันทีที่เปิดประตูเข้าไปกลิ่นหอมประจำตัวของคุณครามก็อวลขึ้นมาทันทีจนไม้เอกเผลอหยุดนิ่งสูดเอาความหอมนั้นเข้าปอด เป็กลิ่นที่ให้ความรู้สึกเซ็กซี่และเย้ายวนอย่างน่าแปลก สูดเข้าไปทีก็พาลให้นึกถึงกล้ามท้องของคุณครามอย่างน่าอาย จนต้องสลัดหัวแรงๆไล่ความคิดบ้าๆออกไป แล้วรีบตรงไปที่ประตูตู้เสื้อผ้าเพื่อจัดแจงของออกไปวางเตรียมไว้ให้ในห้องน้ำ ก่อนจะรีบกลับออกไปอาบน้ำที่ห้องนอนเล็กของตัวเองบ้าง
ไม้เอกอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและกลับออกมาจากห้องพอดีกับที่คุณครามลุกจากโซฟาจะเข้าห้องเช่นกัน ร่างสูงใหญ่หยุดประจันหน้ากับไม้เอกที่อยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้ว
“อาบน้ำแล้วเหรอ”
“ครับ”
“คราวหน้าถ้าฉันบอกให้มาเตรียมอุปกรณ์ หมายความว่าให้รออาบพร้อมกัน”
“เอ๊ะ...”
“มีปัญหาอะไรเหรอ”
“ผมไม่เคย...”
“ตอนนั้นยังไม่มีผัวไม่เคยก็ไม่แปลก แต่ตอนนี้มีผัวแล้วก็เคยไว้ซะ เพราะต่อไปฉันจะให้อาบด้วยทุกครั้ง”
“ครับ”
“เข้าไปรอในห้อง” ไม้เอกถูกรั้งข้อศอกให้เดินตามเข้าไปด้านในที่ถูกเปิดแอร์เย็นฉ่ำจนรู้สึกหนาว แต่ทว่าคนที่ตัวสูงกว่ากลับไม่สะทกสะท้านใดใดทั้งสิ้นแม้จะเปลือยท่อนบนอยู่ก็ตาม
“เดี๋ยวผมหยิบเสื้อผ้าออกมาวางไว้ให้นะครับ”
“ไม่ต้อง ฉันไม่ใส่” ทิ้งคำพูดเรียบๆไว้ให้ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำแต่ทำให้ใจดวงน้อยของไม้เอกเต้นระทึก ด้วยรู้ความนัยของประโยคนั้นดี ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึงอย่างไม่อาจเลี่ยง วันที่คุณครามจะเรียกร้องสิทธิ์ทางพฤตินัยโดยชอบธรรมจากไม้เอก ซึ่งทำได้แค่ยอมจำนนเพียงเท่านั้น
ตลอดสิบเก้าปีที่ผ่านมาของชีวิต ไม้เอกไม่เคยมีกิจกรรมใกล้ชิดระหว่างร่างกายกับใครเลยสักคน ไม่เคยมีแฟนและไม่เคยคบหาใครมาก่อน แม้จะมีคนพยายามเข้ามาจีบก็ตาม การต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินเรียนเองทำให้ไม้เอกไม่ได้ใกล้ชิดใครเป็พิเศษ แต่ทว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนนี้จะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปตลอดกาล
ไม้เอกไม่รู้เลยว่าตัวเองเดินมาหยุดยืนหน้ากระจกบานใหญ่นานเท่าไหร่ จนเมื่อเสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออกจึงรับรู้ว่า่เวลาสุดท้ายในวัยสิบเก้าที่ไม่เคยต้องมือใครได้จบลงเรียบร้อยแล้ว เมื่อร่างสูงที่พันเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินมาประชิดด้านหลังและสบตากันผ่านบานกระจก เอ่ยสั่งเสียงเรียบ
“ถอดชุดนอนออกซะ”
ไม่อาจต่อต้านหรือปฏิเสธ ในเมื่อทุกอย่างเป็สิ่งที่ชอบธรรม ไม้เอกแต่งงานแล้วและสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็ถือเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตแต่งงาน มือบางสั่นระริกพอๆกับที่หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามราวกับจะโลดออกมานอกอกขณะที่เริ่มแกะกระดุมเสื้อนอนออกทีละเม็ดจนหมดทั้งแถว ก่อนจะถอดออกจากตัวแล้วคุณครามที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังดึงออกจากมือโยนทิ้งไปไว้ที่พื้นด้านหนึ่ง
ไม้เอกสบสายตาดุที่โผล่พ้นหน้ากากสีดำออกมาผ่านบานกระจกด้วยแววหวาดหวั่นก่อนจะสูดลมหายใจเข้าแรงๆเรียกความกล้าเพื่อก้มลงไปรูดกางเกงนอนออกพ้นร่างเป็อย่างสุดท้าย ในตอนนี้ร่างบอบบางที่สะท้อนอยู่ในกระจกกำลังยืนอยู่ด้านหน้าผู้ชายตัวโตในสภาพมีเพียงชั้นในตัวจิ๋วปิดบังท่อนล่างเท่านั้น
“อ๊ะ!” ก่อนจะร้องขึ้นด้วยความใเมื่อร่างถูกช้อนอุ้มโดยไม่ทันตั้งตัวพาไปวางลงบนเตียงกว้างและนุ่มหยุ่นยิ่งกว่าเตียงที่ไม้เอกนอนในห้องเล็กเมื่อคืน ความเย็นจากผ้าปูที่นอนที่ดูดซับเอาจากแอร์คอนดิชันทำให้ร่างเปลือยของไม้เอกสะท้านจนต้องยกมือขึ้นมากอดตัวเองพร้อมกับไฟในห้องดับลง เตียงนุ่มยวบลงตามน้ำหนักไม้เอกหลับตาลงรอรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น
“มาเริ่มกันเถอะ” เสียงราบเรียบเอ่ยขึ้น ก่อนไม้เอกจะสะดุ้งขึ้นทั้งตัวเมื่อริมฝีปากร้อนไล่จูบลงบนลาดไหล่เปลือยเป็ที่แรกของร่างกาย “ไม่ต้องกลัวไป ฉันจะไม่ทำรุนแรงหรอก ของแพง บุบสลายั้แ่ครั้งแรกเสียดายแย่”
“อ๊ะ!” คำปลอบโยนไม่ได้ช่วยให้ไม้เอกลดความประหม่าลงได้เลยแม้แต่นิด ทุกที่ที่ริมฝีปากของคุณครามััถูกราวกับร่างกายส่วนนั้นของไม้เอกกำลังถูกแผดเผาด้วยไฟอย่างไรอย่างนั้น จนอยากพาผิวเนื้อบางของตัวเองหลบลี้หนีหายไปจากตรงนี้ แต่ทว่าสิ่งที่ทำได้กลับเป็การแอ่นร่างรับััจากลิ้นชื้นที่กำลังลากไล้จากลาดไหล่มายังกลางอกแล้วจูบซับจนเกิดเสียงดัง
เสียงครางของไม้เอกดังขึ้นระรัวท่ามกลางความเงียบของห้อง แม้จะพยายามบอกตัวเองให้หยุดทำเสียงน่าเกลียดนี้สักที แต่ทว่าในความเป็จริงไม้เอกกำลังเปล่งเสียงที่น่าเกลียดนี้ออกมาไม่หยุด เมื่อลิ้นร้อนๆของคุณครามครอบทับลงบนตุ่มไตสีสวยและดูดดึงมันจนชูชันขึ้นรับลิ้นร้อนๆที่รัวลงมาบนยอดแข็งอีกครั้ง เป็จุดอ่อนไหวที่ทำให้ไม้เอกถึงกับดิ้นเร่าเพราะไม่เคยถูกใครััใกล้ชิดและปลุกเร้าเช่นนี้มาก่อน
“อ๊ะๆๆๆ อ๊า”
หัวใจดวงน้อยของเด็กหนุ่มแรกรุ่นเต้นโครมคราม หอบหายใจหนักผสมปนเปกับการปล่อยเสียงครางออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม้เอกไม่รู้เลยว่าตอนนี้แผ่นหน้าอกได้แอ่นขึ้นมารับััเองโดยที่อีกคนไม่ต้องก้มลงมาหาด้วยซ้ำ เมื่อตุ่มแข็งที่ชูชันรับการััข้างหนึ่งถูกปรนเปรอจนหลุดเปล่งเสียงครางแทบไม่ได้ศัพท์ คุณครามก็ย้ายมาปั่นป่วนอีกข้าง ด้วยการครอบปากร้อนๆลงมาดูดดึงและปลุกเร้าให้มันแข็งตึงรับลิ้นร้อนๆเช่นกัน
“อ๊าาา” ไม้เอกปล่อยเสียงครางยาว ส่ายหน้าไปมาจนผมกระจายเต็มหมอนอย่างพ่ายแพ้พร้อมหอบหายใจแรง ร่างบิดเร่าไปมาราวกับคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้เลยแม้แต่นิด ไม้เอกไม่รู้เลยว่าตอนนี้ชั้นในตัวจิ๋วที่ติดตัวเพียงชิ้นเดียวบนร่างกายถูกคุณครามกำจัดออกไปแล้วอย่างง่ายดาย จนร่างทั้งร่างเปลือยเปล่าไร้สิ่งกีดขวางหมดแล้วในตอนนี้
“อื๊อ อ๊ะ อ๊าา” เสียงครางดังขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้า ยิ่งเมื่อหน้าท้องแบนราบของไม้เอกถูกลิ้นร้อนๆของคุณครามลากยาวลงมาััก่อนจะจูบซับที่สะดื้อบุ๋มถัดจากจัดการปลุกเร้าตุ่มไตสีสวยจนแข็งชันทั้งสองข้างแล้ว แต่กระนั้นมือของคุณครามก็ยังคอยวนเวียนบดคลึงยอดแข็งนั้นไม่ห่าง ไม้เอกร้องครางออกมาไม่หยุดเมื่อถูกปั่นป่วนจากหลายทาง และหากเปิดไฟให้สว่างจ้าในห้องก็จะเห็นว่าในตอนนี้ร่างขาวโพลนก่อนหน้าได้ขึ้นสีชมพูไปทั้งเนื้อทั้งตัวแล้ว
เพียงไม่นานร่างของไม้เอกก็ถูกสำรวจแทบทุกตารางนิ้วก่อนที่ริมฝีปากจะถูกริมฝีปากของคุณครามสำรวจเป็ที่สุดท้ายพร้อมแทรกร่างใหญ่เข้ามาตรงกลางให้เรียวขาแหวกออก ไม้เอกปล่อยให้อีกคนจูบและสำรวจโพรงปากพร้อมกับดูดเอาความหวานจนพอใจในขณะที่ทำได้แค่หอบเหนื่อย ก่อนจะสะดุ้งขึ้นมาด้วยความใเมื่ออะไรแข็งๆมาจ่อที่ช่องทางด้านหลัง ไม้เอกกระถดตัวหนีตามสัญชาตญาณ
“ชู่วส์ อย่าเกร็งแล้วจะไม่เจ็บ” เสียงดุๆเอ่ยบอก ขณะที่แหวกขาของไม้เอกออกกว้างและจ่อท่อนแข็งเข้ามาใกล้ “หายใจเข้าช้าๆไม้เอก ถ้าไม่อยากเจ็บ”
“อื๊อ” ถึงจะบอกอย่างนั้น แต่ครั้งแรกที่ยังไม่รู้จักอะไรแบบนี้มาก่อน ไม้เอกก็กลั้นหายใจเกร็งรับเต็มที่ขณะที่ท่อนแข็งตึงค่อยๆถูกดันเข้ามา
“อ๊า คุณคราม ไม้เอกเจ็บ” เสียงหวานร้องขอความเห็นใจเมื่อแท่งร้อนถูกดันเข้ามาได้แค่ส่วนหัว
“บอกแล้วไงให้ทำใจสบายๆ อย่าเกร็ง” ยอมที่จะหยุดดันท่อนเนื้อเข้ามาชั่วคราว แล้วก้มลงมาจูบซับที่ริมฝีปากเพื่อดึงความสนใจ และได้ผลเมื่อไม้เอกลืมว่ามีสิ่งหนึ่งจ่อคาอยู่ในตัวชั่วขณะเมื่อถูกเล้าโลมอีกครั้ง
“อ๊าาา” ก่อนจะสะดุ้งขึ้นสุดตัวเมื่อท่อนเนื้อแข็งถูกคุณครามดันเข้ามาในคราวเดียวจนมิดด้ามของความยาวทั้งหมดนั้น ไม้เอกหวีดร้องพร้อมจิกเล็บลงบนลำแขนแข็งแรงของคุณครามด้วยความทรมาน ดวงหน้าเล็กชื้นไปด้วยเหงื่อ หอบหายใจแรงจนอกกระเพื่อม
“หายใจเข้ายาวๆไม้เอก อย่าเกร็ง” เอ่ยบอกทั้งคำรามต่ำ ไม้เอกไม่รู้เลยว่ายิ่งเกร็งตัวมากเท่าไหร่ช่องทางด้านหลังก็ยิ่งโอบรัดแท่งเนื้อมากขึ้นเท่านั้นจนแทบคลั่ง
“อื๊อ มันแน่น อ๊ะ คุณคราม” ไม้เอกร้องครางสลับร้องเรียกชื่อเ้าของแท่งเนื้อที่เริ่มขยับให้มันเสียดสีกับช่องทางอ่อนนุ่มเพื่อสร้างความคุ้นชินหลังจากแช่ไว้สักพัก ไม่ใช่แค่ไม้เอกที่กำลังทรมานแต่ความคับแน่นของไม้เอกก็ทำให้คุณครามเองก็แทบคลั่งเหมือนกัน
“เดี๋ยวก็ชิน ครั้งแรกก็แบบนี้แหละ” เสียงหอบพร่าเอ่ยบอก ขณะที่ขยับแท่งเนื้อเข้าออกสลับกับพรมจูบที่ซอกขาเนียน
ค่ำคืนนี้นอกจากไม้เอกจะได้เรียนรู้บทเรียนบทใหม่ของชีวิตคู่อันเรียกว่าเซ็กส์ ไม้เอกยังถูกสำรวจโดยคุณครามอย่างทั่วถึงทุกตารางนิ้ว และพบว่าถึงไม้เอกจะมองดูผอมบางแต่ทว่าที่จริงแล้วซ่อนรูปข้างในไว้พอตัว ไม่ว่าจะเป็บั้นท้ายกลมกลึงนวลเนียน และหน้าท้องแบนราบที่โค้งเว้าได้รูป ทุกส่วนประกอบกันพอเหมาะพอเจาะ ไม่ได้ผอมบางมากเกินไปอย่างที่สายตาเห็น และที่สำคัญร่างกายช่างตอดรัดกันได้ดีเหลือเกิน แม้จะเพิ่งเจอกันครั้งแรกก็ตาม
ร่างที่สอดประสานเริ่มตอบรับกันได้ดีเมื่อขยับโยกเสียดสีกันสักพัก อารมณ์ที่ถูกฉุดให้สูงขึ้น มาพร้อมกับความเร็วของการกระแทกเข้าออก ก่อนจะไต่ระดับขึ้นเป็รัวเร็วเมื่อถึงจุดที่้าปลดปล่อย
“อ๊ะ อ๊าาา” ไม้เอกหวีดร้องขึ้นรับแรงกระแทก พร้อมกับอารมณ์ที่ทะยานขึ้นสูง จังหวะเนิบนาบถูกแทนที่ด้วยความร้อนแรง ในที่สุดก็ต่างพากันมาถึงจุดสูงสุดของอารมณ์เมื่อช่องทางด้านหลังตอดรัดถี่รัว พร้อมร่างกายไม้เอกที่กระตุกรับเอาน้ำสีขาวที่ถูกปล่อยเข้ามานองในช่องทางด้านหลังที่ท่อนเนื้อกำลังถูกถอนออกหลังจากปล่อยน้ำเข้ามาจนฉ่ำนอง
หลังจากแรงกระตุกหยุดลง ไม้เอกยังคงหอบเหนื่อยแรง ดวงหน้าหวานโทรมไปด้วยเหงื่อ เรี่ยวแรงราวกับถูกสูบออกจากร่างกายจนหมด แต่กระนั้นคุณครามก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเมื่อเอื้อมมือมาปัดผมออกจากดวงหน้าให้พร้อมเอ่ยถาม
“พร้อมสำหรับรอบต่อไปหรือยัง หืม”
100%
...........................................
บอกแล้วว่าคุณครามเค้าเอาคืนคุ้มกับที่เสียไปแพงั้แ่ครั้งแรกเลย น้องช้ำหมดแล้ววว