นางโจรปล้นรัก.........ตอนที่ 25
นภัสมองสถานที่ตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น อพาร์ทเมนต์ขนาดใหญ่มีทั้งหมดสามชั้นและเป็ชั้นที่วิวดีสุดมีสะว่ายน้ำส่วนตัวมีห้องเกือบสิบห้องที่นี่มีทุกสิ่งที่จะสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้อาศัย เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างล้วนแต่เป็ของมีราคาทั้งสิ้น แม้กระทั่งพรมเช็ดเท้ายังเป็ของราคาแพง
“ชอบไหม” อนิรุทธ์ถามคนที่กำลังตื่นเต้น
“ที่นี่อยู่กันกี่คนคะ” นภัสย้อนถาม
“สองคน คุณกับผม จะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดอาทิตย์ละสี่วัน มีแม่ครัวมาทำอาหารให้ทุกวัน ทุกอย่างแบบไปเช้าเย็นกลับแม่ครัวจะอยู่แค่ในโซนห้องครัวเท่านั้น ไม่เข้ามาวุ่นวายที่อื่น”
“มันใหญ่เกินกว่าที่จะอยู่กันเพียงแค่สองคน”
“คุณจะได้มีที่เดินเล่นไงถ้าเบื่อก็เข้าไปตบแต่งห้องต่างๆ ได้นะ”
“ฉันทำได้จริงๆ หรือคะ”
“จริง ที่นี่เป็บ้านของเราดังนั้นอยากทำอะไรเต็มที่เลย” ชายหนุ่มพยักหน้าย้ำคำที่พูดนภัสยิ้มอย่างน้อยก็น่าจะมีอะไรให้ทำแก้เหงาได้บ้าง
“มีอีกเื่นะที่ผมอยากถาม เื่ที่เราตกลงกันไว้ คุณยังยืนยันที่ผมจะต้องยื่นผลตรวจร่างกายไหม”
“ค่ะ” หญิงสาวตอบสั้นๆ
“มันจำเป็มากเหรอ” เขาถามอย่างขัดใจ
“มากสำหรับฉัน ฉันต้องแน่ใจว่าคุณปลอดภัย” นภัสยืนยันความคิดตัวเองอย่างหนักแน่น ในขณะที่คนฟังถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องทำตามที่เธอ้าอย่างไม่มีทางเลี่ยง
“จะนอนกับเมียทั้งทีต้องใช้ใบรับรองแพทย์เฮ้อ อนิรุทธ์เอ๊ย อนิรุทธ์” ชายหนุ่มรำพึงกับตัวเองคนเดียว
“คุณนี่มันใจร้ายที่สุด ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องยอมทำตามคนใจร้ายอย่างคุณด้วย”ใบหน้าคมบึ้งตึงเล็กน้อย
“คุณจะไม่ทำตามก็ได้นี่คะ ฉันไม่ได้ว่าอะไร” นภัสพูดอย่างเป็ต่อ
“ไม่ทำได้อย่างไรถ้าไม่ทำก็ไม่ได้แอ้มคุณน่ะสิ จริงไหม” เขาพูดหน้าตาย
“พูดจาน่าเกลียด” คนฟังร้อนผ่าวที่ใบหน้าขึ้นมาทันที แก้วสาวแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างชัดเจนจนอนิรุทธ์ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
“คุณจะอายทำไมในเมื่อผมพูดเื่จริงผมแต่งงานกับคุณก็เพราะเื่นี้” เขาเริ่มยั่วโมโหเพราะนึกสนุก และดูเหมือนจะได้ผลเมื่อเห็นแววตาของความไม่พอใจจากเธอ
“คนบ้าคุณนี่มันคิดแต่เื่พวกนี้ วันๆ คิดจะนอนกับผู้หญิงอย่างเดียวหรือไง”
“เปล่า มีเื่อื่นด้วยแต่ว่าตอนนี้เพิ่งแต่งงานกัน ก็เลยมีเื่นี้อยู่ในหัวมากหน่อย” อนิรุทธ์ยอมรับตามตรงแต่คนฟังกลับแทบจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีความอาย
“พูดออกมาได้ ไม่อายปาก”
“อายทำไม ก็ผมคิดแบบนั้นจริงๆ รออีกสองสามวันเถอะ วันนี้ผมจะไปตรวจร่างกาย ตรวจเื ผลออกมาเมื่อไหร่ผมจะจัดคุณให้หนักเลยเอาลุกเดินไปไหนไม่ได้ไปเป็อาทิตย์เลยคอยดู”
“แต่ตามที่เราตกลงกันไว้เพื่อให้เราเป็สามีภรรยาที่สมบูรณ์ฉันจะนอนกับคุณแค่หนึ่งเดือน” นภัสพูดในสิ่งที่เธอกับเขาเคยตกลงกันไว้ออกมาเพื่อเป็การเตือนความจำ แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มเมื่อได้ยินอย่างนั้น พร้อมทั้งมองตาเธออย่างท้าทาย
“คุณคิดว่าจะห้ามผมได้เหรอ ผมนี่มันกระทิงเปลี่ยวนะ พุ่งเข้าชนไม่สนอะไรทั้งนั้น”
“คุณ”
“เตรียมตัวรอได้เลย รักษาตัวให้แข็งแรงด้วย ผมจะจัดหนักจัดเต็มกับคุณแน่ๆ เอาแบบให้หายอยากไปเลย” เขาพูดออกมาอย่างมั่นใจก่อนที่จะเดินอมยิ้มจากไปดื้อๆ
นภัสแทบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่เมื่อฟังจบ หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาตัวหรูอย่างหมดแรง ไม่นานนักคนที่เพิ่งเดินออกไปก็กลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมด้วยแก้วน้ำในมือ เขาส่งมันให้เธอช้าๆ พยายามเรียกสติตัวเองกลับมา
“มีเื่อยากจะบอกอีกอย่างฉันจะไม่มีวันนอนบนเตียงที่คุณใช้ร่วมรักกับบรรดาสาวๆ คนอื่น” นภัสเริ่มสร้างข้อต่อรองเธออยากให้เขามองว่าเื่มากจะได้รีบเบื่อ
“ไม่ต้องห่วง เพราะผมไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่นี่ ที่ผ่านมาถ้าผมจะควงใครผมจะเปิดโรงแรมหรือไม่ก็ที่อพาร์ทเม้นต์เล็กๆ ที่เคยเช่าอยู่เพราะใกล้ที่ทำงานเพราะมันดูเหมาะสมที่จะประกอบกิจกรรมมากกว่าที่บ้าน” อนิรุทธ์บอกยิ้มๆ ในขณะที่นภัสเม้มปากแน่น
อนิรุทธ์อมยิ้มและนั่งข้างๆภรรยาที่กำลังนั่งสวดมนต์ก่อนนอนอยู่บนเตียง ดูเหมือนว่าเธอจะระวังตัวอยู่มาก ชุดนอนก็รัดกุมดูแล้วอึดอัดแทนจัง
“แต่งตัวอย่างกับจะไปออกศึกไม่อึดอัดเหรอ ติดกระดุมไปถึงต้นคอแบบนั้น”
“ไม่ค่ะ สบายดี”
“ไม่สบายหรอก คุณน่าจะอึดอัด กลัวผมมากถึงกับต้องแต่งตัวขนาดนี้เลยเหรอเมียจ๋า” เขาลากเสียงตรงตำว่าเมียจ๋ายาวเหยียด
“เปล่า ไม่ได้กลัวเลย”
“ ไม่ต้องกลัว ผมไม่ปล้ำคุณแน่” เขาพูดพร้อมทั้งล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยท่าทางสบายๆ
“คุณทำไมไม่นอนบนโซฟา”
“นอนไม่ถนัด ผมนอนดิ้นกลัวตก ว่าแต่คุณจะทำอะไร” อนิรุทธ์ถามเมื่อเห็นนภัสลงมาจากเตียงพร้อมหมอนและผ้าห่ม
“ฉันจะนอนที่โซฟาแทน ฉันนอนไม่ดิ้นและโซฟานั่นก็กว้างพอสำหรับฉันค่ะ”
“ผมคิดว่าคุณจะนอนด้วยเสียอีก” เขาพูดด้วยเสียงเศร้าๆ นภัสดูออกว่าเขากำลังพยายามทำตัวให้น่าสงสาร เพราะถึงเสียงจะเศร้าแค่ไหนแต่แววตานั้นตรงกันข้าม
“คุณนอนให้สบายเถอะค่ะ คุณบอกเองว่านอนดิ้นดังนั้นอย่าให้ฉันไปนอนขวางทางดิ้นของคุณเลยจะดีกว่า ฉันนอนไม่ดิ้นไม่ตกโซฟาแน่นอน”
“คุณเ้าเล่ห์ ผู้หญิงใจร้าย หลอกให้ผมเสียวแล้วเลี้ยวกลับไปดื้อๆ รู้ไหม ผมค้าง” เขาทำท่าเหมือนเด็กที่ถูกขัดใจ
“คุณจะบ้าเหรอ พูดจาน่าเกลียด ค้างบ้าค้างบออะไรอะไรของคุณ” หญิงสาวทำเสียงดุ
“คุณคิดอะไรมากไปไหมนี่ผมหมายถึงอารมณ์ค้าง คุณทำให้ผมดีใจค้างเข้าใจไหม แบบคนกำลังดีใจที่จะได้นอนเตียงเดียวกับเมีย แต่เมียดันหนีไปนอนโซฟาผมคิดแค่นี้ ส่วนคุณ คิดไปถึงไหนแล้ว” เขาย้อนถาม
“ฉันก็คิดแบบที่คุณคิดนั่นแหละ” นภัสแกล้งโวยวายกลับ
“คิดอย่างที่ผมคิด คุณคิดไกลเหมือนกันนะนี่ แค่คิดนี่ก็สั่นไปทั้งตัวแล้ว ผมกำลังคิดว่าเราอยู่ในที่ๆมีอากาศหนาวเลยนะ แต่ตัวเรากลับมีเหงื่อออกทั้งร่าง มีเสียงกรีดร้องเบาๆของคุณ และมีเสียงอะไรบางอย่างของเรากระทบกัน” น้ำเสียงอนิรุทธ์แ่เบาแววตาเขาเป็ประกายไปพร้อมกับคำพูด
“คนบ้า ลามกที่สุด น่าเกลียดที่สุด คิดบ้าๆ” นภัสแทบจะกรี๊ด ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องคิดภาพตามเขาด้วย
“คุณนั่นแหละที่ลามก ผมหมายถึงเราไปอบซาวหน้าอยู่ท่ามกลางหิมะ คุณกรีดร้องเพราะก่อนเข้าห้องซาวหน้ามันหนาวมากและเราชนแก้วกันดื่มไวน์เพื่อสร้างความอบอุ่น เสียงแก้วต่างหาก” เขาพูดหน้าตาย
“สาบานว่าคิดอย่างที่พูดจริงๆ” เธอย้อนทันที
“เื่อะไรจะสาบาน” อนิรุทธ์ส่ายหน้าเล็กน้อย
“คุณนี่มันจริงๆ เลยนะ ฉันไม่อยากคุยกับคุณแล้ว” หญิงสาวล้มตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวหันหลังให้อย่างขัดใจ
อนิรุทธ์ยิ้มลุกจากเตียงตรงเข้าไปหาคนตัวเล็กที่นอนหันหลังให้ก่อนที่จะตั้งตัวทันเธอก็ถูกเขาอุ้มเสียแล้ว
“คุณรุทธ์ จะทำอะไร ปล่อยนะ
“อย่าดิ้นได้ไหมเดี๋ยวก็ได้ล้มลงไปทั้งคู่”
“ก็ปล่อยฉันสิ”
“ยังไม่ใช่ตอนนี้”
เมื่อถึงเตียงชายหนุ่มก็วางเธอลงอย่างอ่อนโยน นภัสเตรียมจะลุกขึ้นเพื่อหนีแต่ดูเหมือนเขาจะรู้ทันเลยใช้ตัวเองทับตัวเธอไว้ทันที
“คุณจะทำบ้าอะไร คุณรุทธ์ ปล่อยนะ”
“จะทำแบบนี้ก่อนนอน” เขาพูดพร้อมทั้งก้มลงหอมแก้มนวลของภรรยาทั้งซ้ายและขวาฟอดใหญ่ติดๆกันหลายครั้ง
“อ๊าย คนบ้า”
“แก้มเมียนี่มันหอมชื่นใจจริงๆ”
“หยุดนะ” เธอร้องห้าม
“ถ้าคุณดิ้น ผมจะหอมต่อไปเรื่อยๆ หรืออาจจะทำมากกว่านั้นแต่ถ้าคุณยอมดีๆ หอมอีกข้างละสองทีก็จะหยุด” เขาต่อรอง
“คุณมันร้ายกาจ”
“ก็บอกแล้วว่าจะปล่อยถ้ายอมให้หอมแก้ม ตกลงไหมล่ะ”
“มันต้องมีข้อต่อรองตลอดเลยนะ” เธอบ่นอย่างเจ็บใจ
“ผมเป็นักธุรกิจ มันก็ต้องต่อรองกันบ้าง”
“ถ้าฉันไม่ยอม”
“ผมก็ไม่ว่าอะไรแต่ผมจะทำให้คุณครวญครางทั้งคืนเลย”
“หอมแก้มแค่ข้างละสองทีเท่านั้นนะ”
“ อืม”
“ห้ามเกินนะ”
“อืม” เขาพูดเพียงแค่นั้น
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบๆ หอมสิจะได้นอน” นภัสจำยอมด้วยความเจ็บใจ ในขณะที่สามีตัวดีอมยิ้มรีบก้มลงไปหอมแก้มและมันเกินกว่าที่ตกลงกันไว้ เธอดันเขาออกห่างพร้อมทั้งใช้่ที่เผลอดันตัวเองออกมา
“พูดไม่เป็คำพูด” เธอบีบจมูกของเขาแรงๆ
“โอ๊ย...เจ็บนะ”
“ไม่เจ็บหรอก คุณมันมารยา” นภัสพูดพร้อมทั้งออกแรงมากขึ้น
“ผมเจ็บจริงๆ หายใจไม่ออก”
“หายใจทางปากสิ”
“ปล่อยเถอะ ยอมแล้ว” เขาพูดออกมาเบาๆ
“ไม่หลอกฉันนะ”
“จริง” หญิงสาวค่อยๆ ปล่อยมือจากจมูกโด่งพร้อมทั้งขยับตัวทำท่าจะหนี แต่ช้ากว่าเมื่อคนตัวใหญ่ดึงขาของเธอเอาไว้
“ว๊าย” นภัสร้องเสียงหลง ตอนนี้ตกอยู่ใต้ร่างเขาอีกครั้ง
“ร้องทำไม ผมยังไม่ทำอะไรเสียหน่อย แค่ยังรู้สึกว่ายังหอมแก้มไม่สะใจก็เท่านั้น” เขาทำท่าจะหอมเธออีก แต่นภัสนั้นใช้มือดันหน้าไว้ทัน
“หยุดเลย คุณเป็ผู้ชายแบบไหน ไม่รักษาสัญญา”
“ผมสัญญาอะไรกับคุณเหรอ” เขาถามหน้าเป็
“ก็คุณบอกว่าจะหมอแก้มฉันแค่ข้างละสองครั้งแล้วจะพอ” เธอทวนความจำของเขาด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นเพราะไม่พอใจ
“ผมพูดออกมาหรือเปล่า”
“คุณพูด”
“พูดว่าอะไร”
“คุณพูดว่า..อืม”
“ใช่ ผมพูดว่า อืม แต่คำนี้มันมีความหมายหลายอย่างนะ”
“คุณเ้าเล่ห์”
“เพิ่งรู้หรือไง” อนิรุทธ์พูดอย่างอารมณ์ดีก่อนที่จะผละออกจากเธออย่างเชื่องช้าและนั่งลงบนเตียงกว้างด้วยท่าทางที่ดูสงบขึ้น นภัสทำท่าจะลุกจากเตียงแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขาจับแขนไว้เสียก่อน
“ฉันง่วงแล้วค่ะ” เธอรีบบอก
“ทำไมดูกลัวผมแบบนั้น”
“ไม่ได้กลัว แต่ไม่ไว้ใจ”
“นอนบนเตียงด้วยกันนี่แหละ ”
“แต่”
“เชื่อใจผมเถอะ ผมจะไม่ทำอะไรคุณ” นภัสมองสบตาคมอย่างค้นหา
“ผมแค่อยากกอดคุณไว้สักพักเท่านั้น” เขาพูดออกมาเบาๆ
“แค่กอดจริงๆ”
“ทำไมถึงต้องกอด” เธอถามอย่างไม่เข้าใจ
“มันเคยชินน่ะ” คำตอบของเขาทำให้คนฟังเม้มปากแน่น
“มีคนให้กอดก่อนนอนทุกคืนสินะ”
“เมื่อก่อนก็เป็อย่างนั้นแต่พอไปหาแม่จ๋าที่เมืองไทยก็ขาดเื่นี้ไปเลย” เขาพูดตรงๆ ไม่คิดจะปิดบัง แต่คนฟังนั้นแทบปรี๊ด
“ตอนอยู่เมืองไทยก็เห็นมีคนอยากให้กอดนี่ทำไมไม่กอดล่ะ” เธอประชด
“บางทีผมก็เลือกนะถึงผมจะมั่วไปบ้างแต่เื่แบบนี้ผมเลือก ผมใช่ผู้ชายที่เห็นผู้หญิงวิ่งเข้าหาแล้วจะรับไว้ทุกคน” เขาพูดออกมาพร้อมทั้งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น
“ญาติผู้น้องของฉันสวยนะ คุณไม่สนใจเหรอ”นภัสอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงไม่สนใจกวินนิตาทั้งๆ ที่เป็ผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง
“สวยก็จริง แต่ผมไม่ได้ชอบคนสวยอย่างเดียวผมชอบคนที่มีสมองด้วย สวยแต่มีสมองน้อยคอยจ้องแต่จะจับคนรวยเพื่อหวังสบายมันไม่น่ากอดจะว่าไปผมก็ชอบผู้หญิงแนวนี้เหมือนกันเพราะสามารถทิ้งได้ง่าย สำหรับญาติคุณถึงแม้จะดูไม่ค่อยมีสมองและดูท่าจะเขี่ยได้ง่ายแต่เธอไม่ค่อยจริงใจบอกตรงๆนะ ผมรู้สึกแบบนี้ั้แ่พบครั้งแรก”
“คุณไม่เสียดายชีวิตโสดเหรอถึงมาแต่งงานกับฉัน” นภัสเริ่มผ่อนคลายมากขึ้นในอ้อมกอดของเขา
“เสียดาย แต่ก็แค่แต่งงานผมยังลัลล้าได้อยู่” เขาพูดติดตลกแต่นภัสรู้สึกจะไม่ตลกด้วยเท่าที่ควร
“คุณยังคิดจะทำตัวแบบเดิมเหรอ”
“ใช่ ผมจะไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครถึงผมจะแต่งงานแล้วผมก็ยังสามารถทำตัวแบบเดิมได้” เขาพูดเรียบๆ แต่สายตามีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
“น่าเกลียดและเห็นแก่ตัวที่สุด”
“ถ้าไม่อยากให้ผมทำตัวแบบเดิมคุณก็ต้องจับผมให้แน่นๆ ทำให้ผมเป็ลูกไก่ในกำมือให้ได้สิ ทำตัวออดอ้อนผมเข้าไว้”
“เื่อะไรจะต้องทำอย่างนั้นในเมื่อคุณบอกเองว่าจะไม่เปลี่ยนตัวเอง ฉันก็จะไม่เปลี่ยนเหมือนกัน” นภัสประชดปนน้อยใจอยู่ลึกๆ ในขณะที่คนฟังอมยิ้ม
“ผมจะทำให้คุณรักผมจนไม่สามารถอยู่ได้โดยที่ไม่มีผมให้ได้”
“แต่ตอนนี้คุณต้องปล่อยฉันก่อน ฉันง่วงมากและอยากนอนแล้ว” หญิงสาวค่อยๆ เเกะมือที่กอดอยู่ออกช้าๆ
อนิรุทธ์ได้แต่จำใจทำตามอย่างเสียดายถึงแม้จะไม่อยากปล่อยก็ต้องปล่อยเพราะไม่อยากผิดคำพูด อยากให้เธอไว้ใจในตัวของเขามากขึ้นกว่านี้ ชายหนุ่มรู้ดีว่านภัสคิดอย่างไรมองเขาเป็ผู้ชายที่ร้ายกาจและเห็นแก่ตัว ซึ่งการมองแบบนั้นมันก็ไม่ผิด
ยิ่งเมื่อคิดถึงสิ่งที่ทำลงไปด้วยแล้วมันก็ไม่แปลกที่เธอจะมองในแง่ร้าย แต่ถ้าไม่ทำก็จะไม่มีวันได้เธอมาอยู่ในอ้อมกอด การหาเื่มาบีบคั้นความรู้สึกทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และก็ไม่รู้สึกผิดเลยที่ทำแบบนั้น เพราะถึงอย่างไรตอนนี้นภัสก็กลายมาเป็ภรรยาของเขาแล้วและถึงจะยังไม่ยอมเปิดใจ แต่มันคงไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน