ปกติเฉียวมู่หลานเป็คนป้อนอาหารของเจียงม่อเซิ่งด้วยตัวเอง แต่ในเมื่ออวี๋จิ่นลี่ถูกรับเข้ามาแล้ว และเพื่อให้ทั้งสองคนได้มีเวลามาพัฒนาความสัมพันธ์มากขึ้น เฉียวมู่หลานย่อมมอบโอกาสป้อนข้าวให้อวี๋จิ่นลี่
อวี๋จิ่นลี่เองก็ไม่คัดค้านถืออาหารเสริมและน้ำดื่มขึ้นไปข้างบน
เขาชอบอยู่กับเจียงม่อเซิ่งอย่างยิ่ง อย่างไรเสียแสงทองบนร่างของอีกฝ่ายก็เข้มข้นจนแทบจะกลายเป็ทองคำแท้แล้ว เมื่ออยู่ข้างกายคนประเภทนี้ เขาก็รู้สึกสบายใจมากเลยละ
แน่นอนว่าหากหมอกสีดำที่ขวางหูขวางตาเ่าั้สลายหายไปได้ก็ยิ่งดี
อวี๋จิ่นลี่มาถึงห้องของเจียงม่อเซิ่งแล้วเคาะประตู จากนั้นก็เปิดประตูห้องด้วยความระมัดระวัง ชะโงกศีรษะทุยออกมาก่อน ดวงตาคู่โตมองไปรอบทิศราวกับหนูแฮมสเตอร์ขี้ขลาดตัวหนึ่งที่ก่อนออกหาอาหารต้องสังเกตบริเวณโดยรอบอย่างละเอียดก่อนว่ามีอันตรายหรือไม่
เนื่องจากห้องของเจียงม่อเซิ่งใหญ่มาก อวี๋จิ่นลี่ที่หันซ้ายหันขวาถึงได้ทอดสายตาลงบนเตียงใหญ่หลังนั้นที่อยู่ตรงกลางสุด จากนั้นสายตาของคนทั้งสองก็สบกันกลางอากาศ
อวี๋จิ่นลี่ชำเลืองมองเจียงม่อเซิ่งปราดเดียว แล้วจึงรีบถอนสายตาของตนกลับมา และบนแก้มขาวนุ่มก็ปรากฏสีเืฝาดลึกลับหนึ่งชั้น
ว่ากันตามเหตุผลแล้วอวี๋จิ่นลี่ที่เป็ภูตปีศาจไม่ควรไร้เดียงสาถึงขนาดนี้ที่เห็นหนุ่มหล่อกลับยังเขินเป็
ต้องรู้ว่าในโลกนี้ผู้ที่หน้าตาดีที่สุดก็คือภูตปีศาจ ไม่ว่าจะเป็ปีศาจปลา ปีศาจหมูหรือว่าภูตปีศาจตนอื่นๆ หลังแปลงกายแล้วก็ไม่มีตนใดอัปลักษณ์
แม้ภูตปีศาจที่อวี๋จิ่นลี่เคยพบจะมีไม่มาก ทว่าศิษย์พี่และอาจารย์ซึ่งอยู่รอบกายต่างก็เป็หนุ่มหล่อและหญิงงามที่ไม่เป็สองรองใคร เมื่ออยู่ในหมู่ภูตปีศาจ หน้าตาก็โดดเด่นเช่นกัน
อวี๋จิ่นลี่ที่เห็นศิษย์พี่และอาจารย์มาั้แ่เล็ก เดิมควรมีภูมิต้านทานกับหน้าตาของมนุษย์
ทว่าจำต้องยอมรับว่าใบหน้าของเจียงม่อเซิ่งโดดเด่นมากเช่นกัน ถึงขนาดไม่ด้อยไปกว่าศิษย์พี่เลยแม้แต่น้อย
เค้าโครงที่ลายเส้นแข็งแกร่ง ตาเหยี่ยวอันดำขลับแหลมคม แค่มองเพียงปราดเดียวก็เกิดภาพลวงตาที่ทำให้คนถูกดึงดูดเข้าไปอย่างห้ามไม่อยู่
จมูกที่โด่งเป็สัน ริมฝีปากที่บางชุ่มชื้น และดวงหน้านี้ประหนึ่งพระเ้าตั้งใจแกะสลักออกมาก็ไม่ปาน
หน้าตาเช่นนี้ในกลุ่มมนุษย์ก็นับว่าหาได้ยาก ต่อให้อยู่ในหมู่ภูตปีศาจก็มีน้อยมากเช่นกัน
เพราะว่าภูตปีศาจส่วนใหญ่เมื่อแปลงกายแล้ว ใบหน้าล้วนอ่อนหวานนุ่มนวล ใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายยังมีน้อยนัก
แต่จำใจต้องบอกว่า ใบหน้านี้ช่างน่าดึงดูดจริงๆ
อวี๋จิ่นลี่มั่นใจอีกครั้งว่าขาทองคำตรงหน้าจะต้องเป็ภูตปีศาจแน่นอน มีเพียงภูตปีศาจเท่านั้นที่จะมีหน้าตาหล่อเหลาขนาดนี้ได้
“ไม่เข้ามาเหรอ” เสียงทุ้มต่ำของเจียงม่อเซิ่งดังขึ้นมาในห้อง อาจเพราะไม่ได้เปิดปากพูดมานานมากแล้วจึงมีความแหบพร่าเล็กน้อย
เสียงเสียงนี้เรียกความคิดที่ล่องลอยของอวี๋จิ่นลี่กลับมา เขากระวีกระวาดยกถาดเดินเข้าไป
“ฉันเอาของมาให้นายกิน” อวี๋จิ่นลี่มองอาหารเสริมและแก้วน้ำที่วางอยู่ในถาด ก็เห็นใจขาทองคำอีกครั้งในหนึ่งวินาที
ชั่วชีวิตนี้เขาไม่คิดแม้แต่จะลองชิมของพรรค์นี้ เพราะว่าในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม อวี๋จิ่นลี่ก็นับว่าได้ลองชิมไปหนึ่งรอบแล้ว
ยามที่เ้าของร่างเดิมยังอยู่ในตระกูลอวี๋ ชีวิตแต่ละวันมืดมนไร้หนทาง อย่าว่าแต่อาหารธรรมชาติเลย ต่อให้จะเป็อาหารเสริมก็ยังต้องอดมื้อกินมื้อ อีกทั้งพออวี๋จิ่นลี่ย้อนคิดถึงเนื้อััของอาหารเสริมนั้นกี่ครั้งก็อยากอาเจียนทุกครั้งไป
คนบนโลกนี้น่าสงสารมากจริงๆ แม้แต่ของกินยังกินดีๆ ไม่ได้
พอมีเวลาว่างเขาค่อยทำอาหารเองดีกว่า ให้คนเ่าั้ได้เห็นว่าอะไรคืออาหารโอชาของหวาซย่า
สันในหมูผัดเปรี้ยวหวาน บุกก้อนผัดเป็ด ปลาน้ำแดง ต้มเผ็ดเนื้อ ต้มหม่าล่าเืเป็ด... อาหารพวกนี้ล้วนแต่เป็อาหารโอชาที่ทำให้คนน้ำลายสอ หากได้กินสักครั้งก็คงดี
อวี๋จิ่นลี่ใจลอยอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว ในสมองเต็มไปด้วยอาหารโอชาที่ขึ้นชื่อของหวาซย่า เขาคล้ายมองเห็นอาหารโอชาเ่าั้กำลังกวักมือเรียก