บทที่ 17 เพื่อบ้านหลังใหญ่
โจวจินฮวาถูกตบตีด่าทอเช่นนี้จึงรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างที่สุด เธออยากจะหนีไปให้พ้นๆ แต่บ้านพี่ชายเธอก็ไปไม่ได้ ออกจากที่นี่ไปก็ไม่รู้จะไปไหน สุดท้ายได้แต่ปิดหน้าร้องไห้โวยวายอยู่แบบนั้น
น้าจ้าวบอกเหยียนฮ่าวว่าไม่ต้องไปสนใจโจวจินฮวา และให้โจวจินฮวาคืนสมุดบันทึกคะแนนงานให้กับเหยียนฮ่าว แต่โจวจินฮวาก็ดื้อดึงไม่ยอมคืน สุดท้ายน้าจ้าวต้องแย่งมาแล้วส่งให้เหยียนฮ่าวเอง สวี่หรานเห็นว่าน้าจ้าวเป็คนมีเหตุผล เื่นี้จึงไม่อยากให้บานปลายไปมากกว่านี้
ตอนนี้การแยกครอบครัวนับว่าจบลงแล้ว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างโจวจินฮวากับพวกเธอนั้นถือว่าอยู่ร่วมกันไม่ได้แล้ว ดังนั้นพวกตนจึงไม่สามารถอาศัยอยู่กับครอบครัวจ้าวได้อีกต่อไป
สวี่หรานนึกถึงบ้านอิฐเก่า ๆ ข้างโรงเรียน จึงถามเหยียนฮ่าวว่า “บ้านในหมู่บ้านแบ่งกันยังไงเหรอ?”
“ถ้าจะแบ่งบ้านก็ต้องไปหาหัวหน้าทีมผลิตกับหัวหน้าหมู่บ้าน”เหยียนฮ่าวตอบ “คุณอยากจะ…?”
“แค่ถามดูเฉย ๆ น่ะ” สวี่หรานรู้สึกว่าตอนนี้เื่ราวยังไม่แน่นอน จึงไม่อยากพูดอะไรมาก ทว่าอู๋ซิ่วหรงซึ่งเป็ภรรยาของหัวหน้าทีมผลิตอาจจะช่วยเธอได้
หลังจากนั้นสวี่หรานก็รอให้อู๋ซิ่วหรงมาหาทุกวัน ถ้าอู๋ซิ่วหรงมา เธอก็จะถือโอกาสพูดเื่บ้านอิฐแดงหลังนั้น แต่หลังจากรอมาหนึ่งอาทิตย์อู๋ซิ่วหรงก็ยังไม่มา เื่นี้ทำให้สวี่หรานร้อนใจเล็กน้อย
เมื่อถามจนทราบว่าอู๋ซิ่วหรงอยู่ที่ไหน สวี่หรานก็ไปหาอีกฝ่ายเอง หญิงสาวยืนอยู่ริมกำแพงแล้วร้องเรียก “พี่อู๋ อยู่บ้านไหมคะ?”
อู๋ซิ่วหรงได้ยินเสียงจึงเปิดประตูออกมา และหลังเห็นเป็สวี่หรานก็พูดด้วยความกระตือรือร้นว่า “อ้าว!? ครูสวี่ ที่แท้ก็เป็คุณนี่เอง อากาศหนาวแบบนี้เข้ามาคุยในบ้านก่อนเถอะ!” จากนั้นเธอก็เชิญสวี่หรานเข้าไปในบ้าน
สวี่หรานนั่งลงอย่างอารมณ์ดี จากนั้นอู๋ซิ่วหรงก็รินน้ำอุ่นให้แก้วหนึ่ง ก่อนจะถามว่า “ครูสวี่มีเื่อะไรเหรอ? ถึงกับต้องมาหาฉันถึงที่นี่เลย”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่มาเยี่ยมบ้านนักเรียนเท่านั้น ฉันมาสอนที่โรงเรียนได้เพียงไม่กี่วัน เลยอยากจะทำความรู้จักกับนักเรียนให้มากขึ้นหน่อย” สวี่หรานสร้างเื่ขึ้นมาอย่างไหลลื่น
เมื่ออู๋ซิ่วหรงได้ยินว่ามาเยี่ยมบ้านก็พูดว่า “โอ้! เป็เพราะลูกชายสองคนของฉันซุกซนหรือเปล่าคะ? ครูสวี่ ถ้าเ้าเด็กสองคนนั่นไม่เชื่อฟังก็ตีเลยค่ะ ไม่ต้องให้ท้ายพวกเขาหรอก”
ลูกชายสองคนของเธอเรียนอยู่ชั้นประถม และตอนนี้พวกเขาก็ได้เรียนกับสวี่หราน อีกทั้งสองวันมานี้การเรียนของทั้งสองก็ดีขึ้นมากด้วย
“ไม่ใช่ค่ะ ๆ! พวกเขาเรียบร้อยมาก เพราะพื้นฐานของเด็ก ๆ ยังไม่แน่นเลยต้องให้เวลาพวกเขาได้ค่อย ๆ เรียนรู้ ส่วนพวกเราที่เป็ครูและพ่อแม่ก้ต้องให้กำลังใจเด็ก อย่าใช้กำลังเด็ดขาดนะคะ” สวี่หรานพูดด้วยท่าทีจริงจัง
อู๋ซิ่วหรงพยักหน้า “สมกับที่ครูสวี่มาจากในเมือง ความรู้และความสามารถนับว่าแตกต่างจริง ๆ คุณพูดจามีเหตุผลมากค่ะ”
“ฉันได้ยินมาว่าตอนที่พี่อู๋มาอยู่ชนบทก็เป็ปัญญาชนที่มีความรู้และความสามารถ อีกทั้งตอนนี้ยังคิดจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย พี่เก่งกว่าฉันอีกนะคะ” สวี่หรานเริ่มเอ่ยชม
อู๋ซิ่วหรงยิ้มแล้วพูดว่า “นั่นมันเื่เมื่อนานมาแล้วค่ะ ตอนนี้แค่ภาษาอังกฤษก็รู้สึกยากมากแล้ว ฉันเองก็อยากจะล้มเลิกอยู่ทุกวัน” ด้วยอายุอย่างเธอ การอยากจะพัฒนาตัวเองนับว่าไม่ง่ายเลยจริงๆ
“แค่ภาษาอังกฤษเองค่ะ ฉันเคยบอกแล้วไงคะว่าถ้าพี่ไม่เข้าใจก็แค่ถามฉัน เดี๋ยวฉันสอนให้ก็ได้” สวี่หรานต้องให้กำลังใจอู๋ซิ่วหรงในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ด้วยวิธีนี้เธอถึงจะสามารถพูดสิ่งที่อยากพูดต่อไปได้
เมื่ออู๋ซิ่วหรงมองสีหน้าจริงจังของสวี่หราน เปลวไฟเล็ก ๆ ในใจที่เคยดับมอดไปแล้วก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
ความกระตือรือร้นของสวี่หรานทำให้อู๋ซิ่วหรงหวั่นไหว แต่เธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะพูดไปอย่างนั้น จึงถามว่า "น้องสาว พูดจริงๆ นะ เธอเต็มใจสอนฉันจริงๆ เหรอ?"
"ถ้าฉันโกหกขอให้ฉันเป็ลูกหมาเลย!" สวี่หรานกล่าว "เย็นนี้หลังจากพี่สาวอู๋ทานข้าวเสร็จแล้วและไม่มีอะไรทำก็มาหาฉันสิคะ อย่างน้อยฉันก็สามารถสอนพี่ได้สักหนึ่งชั่วโมง เรามาเริ่มจากพื้นฐานกันก่อน หลังจากนั้นเวลาพี่กลับไปเรียนรู้ด้วยตัวเองก็คงพอจะทำให้เข้าใจขึ้นมาบ้าง แต่ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็มาถามฉันได้เลยนะคะ!"
อู๋ซิ่วหรงพยักหน้าแล้วถามว่า "แล้วพวกเราจะเรียนกันที่ไหนดีล่ะ?"
เมื่อได้ยินดังนั้นสวี่หรานก็รู้ว่าโอกาสของตนมาถึงแล้ว!