ตอนที่ 8 – ฝึกซ้อม
“นี่! เอาลูกฉันคืนมาเดี๋ยวนี้นะ!!” เสียงของผู้ปกครองของเด็กม.ปลายทั้งหมดยี่สิบคน กำลังเคาะประตูที่นำเข้าไปสู่ในอาคารของผู้นำอาณาเขตอย่างแรงดังปังๆ พวกเขาแทบจะพังประตูเข้าไปแล้ว จนมีเ้าหน้าที่ประจำอาณาเขตห้าหกคนเข้ามาควบคุมสถานการณ์ แต่ก็ไม่เป็ผลเลย พวกเขาพยายามจะพังประตูเข้าไปให้ได้ ผู้ชายคนหนึ่งเอาตัวพุ่งเข้ากระแทกประตู หวังจะให้มันเปิด เ้าหน้าที่ประจำอาณาเขตทนไม่ไหวจริงๆ เขาหยิบปืนขึ้นมาแล้วยิงขึ้นฟ้าหนึ่งนัด
เสียงปืนลั่นสะกดทุกคนให้หยุดการกระทำทันที ภายในอาคาร พวกเด็กม.ปลายทั้งยี่สิบคนก็ได้ยินเสียงปืนด้วย พันธกรหันหลังกลับไปมองทางที่เข้ามา เขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกคนข้างนอกหรือเปล่า?
“กลับไปซะ!!” เ้าหน้าที่ใช้ปืนข่มขู่พวกชาวบ้านที่เป็พ่อแม่ของพวกเด็กๆ ม.ปลาย “พวกเขาถูกคัดเลือกแล้ว จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถ้าพวกคุณยังไม่ยอมหยุดประท้วงละก็...” เ้าหน้าที่เล็งปืนไปยังชาวบ้านชายคนหนึ่ง “ก็ช่วยไม่ได้นะ”
พวกผู้ปกครองของเด็กพวกเด็กม.ปลายที่เข้าไปในอาคารถึงกับก้าวถอยหลังทันที แน่นอน ทุกคนอยากจะช่วยเหลือบรรดาลูกของตัวเอง ไม่ให้ออกไปเสี่ยงอันตรายด้านนอกอาณาเขต แต่ก็หวาดกลัวปืนของพวกเ้าหน้าที่ ทว่า พวกเขาก็ยังคงไม่ยอมไปไหน ชาวบ้านชายคนหนึ่งที่เป็พ่อของกมลพูดออกมาอย่างเดือดดาล “ไอ้พวกเห็นแก่ตัว!! พวกแกจับลูกฉันออกไปทำงานเสี่ยงตายขนาดนั้น! พวกแกมันบ้าไปแล้วหรือไงวะ!?”
เ้าหน้าที่หันกระบอกปืนมาทางเขาแล้วยิงออกไปหนึ่งนัด ะุเฉียดแขนพ่อของกมลจนเป็แผลเืออก เกิดความตื่นตระหนกใเกิดขึ้นทันที บรรดาผู้ปกครองต่างขยับถอยหลังออกไป ขณะที่พ่อของกมลเอามือกุมแผลที่แขนของตัวเอง
เสียงปืนดังขึ้นเป็ครั้งที่สองแล้ว พวกเด็กๆ ม.ปลายทั้งยี่สิบคนต่างเป็ห่วง เพราะข้างนอกต้องเป็พวกพ่อแม่ของเขาแน่ๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าใครโดนยิง? จะตายหรือเปล่า? ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยกันอยู่นั้น ผู้นำอาณาเขตที่เป็ชายร่างอ้วนก็เข้ามาภายในห้องประชุม อัมพรกอดอกแล้วเอาขาไขว่ห้างอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ขณะที่คนอื่นๆ นั่งนิ่งๆ เงียบๆ
“เอาล่ะ ผมต้องขอบคุณมากที่ทุกคนอุตส่าห์มีน้ำใจช่วยเหลืออาณาเขตของเรา” ชายร่างอ้วนเริ่มพูดออกมา แต่อัมพรขัดขึ้นมาก่อน
“ฉันใช่อยากจะทำเมื่อไหร่?” อัมพรว่าออกมา ผู้นำอาณาเขตมองหน้าเธอแล้วก็หันไปมองคนอื่นๆ เอกราชที่นั่งรออยู่นานแล้วก็รำคาญ ก็เลยพูดใส่ผู้นำออกมา
“ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรแล้ว คุณอยากพูดอะไรก็พูดออกมาเลยดีกว่า” เอกราชพูดขึ้น คนอื่นๆ ในห้องหันมามองเขา ฝ่ายผู้นำอาณาเขตถอนหายใจ ก่อนจะพูดขึ้น
“ก็ได้ จะได้ไม่เสียเวลา เพราะจะวันศุกร์แล้ว” ผู้นำพูด “ในเมื่อทุกคนยินยอมที่จะออกไปนอกอาณาเขต พวกเราจะทำการสั่งสอนคุณให้ใช้อาวุธปืนหรือมีดให้เป็ พร้อมกับสอนทักษะการต่อสู้ด้วย และจะสอนให้คุณ ‘ฆ่า’ ให้เป็”
โสรยาได้ยินดังนั้น เธอก็ยกมือกุมอกอย่างหวาดหวั่น ‘ฆ่า’ งั้นหรือ? เกิดมาเธอยังไม่เคยฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ ใดๆ เลย และกับพวกเอไอที่ร้ายกาจพรรค์นั้น เธอจะไปฆ่าได้อย่างไร? คนอื่นๆ ก็เริ่มคิดเหมือนกัน ยกเว้นแต่เอกราชที่ดูจะเริ่มสนุกขึ้นมาแล้ว
“แต่ก่อนอื่น” ผู้นำอาณาเขตบอกออกมา “เราจะสุ่มหมายเลขให้พวกคุณก่อน มีทั้งหมดยี่สิบหมายเลข ทุกคนต้องมีหมายเลขเป็ของตัวเองเพื่อสะดวกในการจำ กรุณาลุกจากเก้าอี้ แล้วมาจับเศษกระดาษที่อยู่ภายในขวดโหลใบนี้” เขายื่นขวดโหลแก้วใสๆ ที่ข้างในมีเศษกระดาษแผ่นเล็กๆ อยู่ ให้ทุกคนดู “เพื่อจะได้รู้ว่าพวกคุณจะได้ตำแหน่งเลขอะไร?”
แล้วทุกคนก็ยืนขึ้นจากเก้าอี้และตรงมาที่ขวดโหลที่วางอยู่บนโต๊ะทีละคน แล้วเอามือคว้านลงไปจับเศษกระดาษออกมา พันธกรเองก็ทำด้วย เขาหยิบเศษกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่ง ก่อนจะรีบเปิดดูหมายเลขของตัวเอง เขาได้หมายเลขแปด
“เฮ้ย ไอ้พัน” ปฏิคมเดินเข้ามาข้างๆ เขา “ได้หมายเลขอะไร?”
“แปด” พันธกรตอบ “แกล่ะ?”
“เลขสิบว่ะ” ปฏิคมว่าแล้วยกมือขึ้นเกาศีรษะ ก่อนจะหันไปถามวรรณสา “แล้วสาได้หมายเลขอะไร?”
“สาได้หมายเลขสิบห้า” วรรณสาตอบออกไป แล้วก็ถามว่าพันธกรกับปฏิคมได้หมายเลขอะไร? พวกเขาก็ตอบออกไป ตอนนี้ วรรณสาจำได้แล้วว่าเลขของพันธกรและปฏิคมคือเลขอะไร?
แล้วทุกคนก็กลับไปนั่งที่ตำแหน่งเดิม เอกราชที่นั่งถัดจากทรัพย์สินไป เขาก็ว่าประชดทรัพย์สินขึ้นมาทันที “เฮอะๆ หัวหน้านักเรียนก็มาร่วมด้วยเหรอ? มีความรับผิดชอบสูงส่งเหลือเกินนะ พ่อคนดี”
ทรัพย์สินเหลือบตามองไปยังเอกราช ก่อนจะบอกออกมา “ฉันมีหน้าที่ต้องดูแลทุกๆ คน ฉันจะเป็ผู้นำทุกคนเอง”
“คนอย่างนายน่ะหรือ? จะนำใครได้?” เอกราชดูถูกทรัพย์สินขึ้นมา “ก็ไม่เห็นจะจัดการอะไรได้เลย ขนาดฉันทำผิดกฏโรงเรียนตั้งหลายครั้ง ก็ยังทำอะไรไม่ได้”
“ทำไม่ได้หรอก” ทรัพย์สินว่าออกมาด้วยเสียงราบเรียบ “สันดานคนมันเปลี่ยนกันได้ยาก”
เอกราชลุกขึ้นทันทีและกระชากคอเสื้อทรัพย์สินขึ้นมา ท่ามกลางความใของทุกคน กรพลลุกขึ้นมาด้วย แล้วก็จับแขนของเอกราช พร้อมกับบอก “เฮ้ย ไอ้เอก พอเถอะ”
“อย่ามาสั่ง! ไอ้พล ไอ้นี่มันปากดี” เอกราชยังคงขยุ้มคอเสื้อของทรัพย์สินอยู่ “ฉันจะจัดการมัน”
“ก็เอาสิ” ทรัพย์สินกล่าวอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ เลย “แต่ฉันบอกก่อนนะว่าฉันไม่ถนัดต่อกรกับพวกป่าเถื่อน”
“ไอ้สิน!!” เอกราชเงื้อมมือจะต่อยทรัพย์สิน แต่ผู้นำอาณาเขตหยุดเอกราชเอาไว้ “พอสักที ทุกคนต้องสามัคคีกันนะ ไม่งั้นภารกิจได้ล่มสลายแน่”
“จะให้ผมสามัคคีกับหมอนี่เหรอ?” เอกราชผลักทรัพย์สินออกไป “ผมไปสามัคคีกับหมาดีกว่า”
ผู้นำอาณาเขตส่ายหน้าให้กับเอกราช แล้วเอกราชก็นั่งลง กรพลถึงกับโล่งใจที่ไม่มีเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น ขณะที่คนอื่นๆ มองมาที่เอกราชเป็ตาเดียว
“นายเข้ามาร่วมด้วยเพราะอยากจะระบายอารมณ์ใช่ไหมล่ะ?” พุทธาถามขึ้น ทำเอาเอกราชหันขวับมามอง แล้วเขาก็บอก
“เออ ใช่” เขาบอก “ที่ฉันตัดสินใจมาไม่ได้จะมาผดุงความยุติธรรมอะไรหรอก แค่อยากสนุกเท่านั้นเอง”
“สนุกเหรอ?” พุทธาถาม “ข้างนอกนั่นมันนรกชัดๆ นายคิดว่ามันน่าสนุกเหรอ?”
เอกราชหัวเราะออกมา ก่อนจะพูดดูถูกพุทธา “คนขี้ขลาดอย่างแกน่ะ ออกไปแค่สองสามก้าวก็ตายแล้ว ฉันพนันได้เลย แกไม่มีทางรอดหรอก”
“ใครกันแน่ที่ขี้ขลาด?” พุทธาบอกออกมา “นายมันก็แค่นักเลงหัวไม้ ดีแต่หาเื่คนอื่น แต่พอคนอื่นหาเื่ตัวเองบ้างก็หางจุกตูด”
เอกราชยืนขึ้นทันทีและเอามือตบโต๊ะเสียงดังปัง! “แกว่าฉันเป็หมาเหรอ!?”
“ฉันไม่ได้พูดว่า ‘หมา’ สักคำ” พุทธาตอบออกมาอย่างแสบสันต์ “ถ้าแกเข้าใจอย่างงั้น ก็รับไปสิ”
“หนอย!” เอกราชทำท่าจะเดินไปหาเื่พุทธา ชัยวัฒน์เห็นดังนั้นก็รีบยืนขึ้นแล้วก็บอกกับเอกราช ทั้งๆ ที่ตัวเองก็กลัวเอกราช แต่เขาไม่ยอมให้เอกราชทำร้ายพุทธาแน่
“พอเถอะ พี่เอก” ชัยวัฒน์ห้ามเขา เอกราชถึงกับถลึงตามองชัยวัฒน์ จนฝ่ายชัยวัฒน์กลัว
“ถอยไป! ฉันจะไปจัดการมัน” เอกราชส่งเสียงดัง ชัยวัฒน์กลัวก็จริง แต่ก็พยายามทำใจดีสู้เสือ เขาเอาแขนกางออก ไม่ให้เอกราชเข้าไปทำร้ายพุทธา
“งั้นพี่ก็ต้ตองผ่านผมไปก่อน” ชัยวัฒน์บอกออกมาน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาเอกราชถึงกับงุนงง ฝ่ายพุทธาก็ร้องออกมา
“น้องวัฒน์ อย่าทำอย่างนั้น! ถอยออกมาก่อน”
แล้วเอกราชก็ซัดหมัดใส่ชัยวัฒน์จนตัวเขาล้มลงไปกองกับพื้น เกิดความแตกตื่นขึ้นทันที พุทธารีบวิ่งเข้ามาดูอาการของชัยวัฒน์ที่นอนอยู่ แล้วก็เงยหน้ามองเอกราช
“นายจะทำตัวเป็ปัญหาไปถึงเมื่อไหร่!?” พุทธาะโลั่น “ไอ้นักเลงข้างถนน แกมันก็แค่สวะตัวหนึ่งละวะ!!”
“ยัยพุท!!” เอกราชเกือบจะปล่อยหมัดใส่พุทธาแล้ว แต่กรพลเข้ามาจับแขนเขาไว้ทัน เอกราชพยายามยื้อแย่งจะเอาแขนของเขากลับมา แต่กรพลไม่ยอมปล่อยมือ
“ปล่อย! ไอ้พล ยัยนี่มันต้องได้รับการสั่งสอน!!” เอกราชยังไม่ยอมหยุดอาละวาด ผู้นำอาณาเขตก็เลยชักปืนออกมา แล้วเล็งไปทางเอกราช ทำเอาเขาหยุดการก่อเื่ทันที
“ผมไม่ได้อยากทำนะ แต่ถ้ามันช่วยไม่ได้จริงๆ ก็ต้องทำ” ผู้นำกล่าวออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว ฝ่ายเอกราชเห็นดังนั้น เขาเลยค่อยๆ เอามือลง แล้วก็กลับไปนั่งที่เดิมของเขาพร้อมกับกรพล ผู้นำอาณาเขตถอนหายใจออกมาที่เื่สงบลงได้ ขณะที่คนอื่นๆ พากันมองเอกราชเป็ตาเดียว
“เอาล่ะ เรามีเวลาไม่มากนัก” ผู้นำอาณาเขตว่าขึ้นมา “เดี๋ยวเราจะให้พวกคุณลองซ้อมยิงปืนก่อน”
“เดี๋ยวค่ะ” ทวินนายกมือถามขึ้นมา “จะให้ซ้อมเดี๋ยวนี้เลยเหรอ? นี่มันตอนกลางคืนแล้วนะ”
“แต่เราไม่มีเวลาแล้ว เรามีเวลาแค่วันนี้กับวันพรุ่งนี้เท่านั้น และทุกคนต้องผ่านการฝึกให้ ‘ฆ่า’ให้เป็” ผู้นำอาณาเขตบอกออกมา “ไป อย่ารอช้า ผมจะพาพวกคุณไปยังห้องเก็บอาวุธ”
เอกราชออกจะตื่นเต้นเมื่อจะได้จับอาวุธปืนจริงๆ เขาลืมเื่ที่เขาโกรธไปหมดแล้ว พันธกรก็ลุกจากเก้าอี้ไปพร้อมกับปฏิคม ก่อนที่เด็กม.ปลายทั้งยี่สิบคนจะเดินตามผู้นำอาณาเขต เข้าไปในห้องเก็บอาวุธ เมื่อเขาเปิดประตูเข้ามา พันธกรก็เห็นอาวุธปืนมากมายแขวนอยู่ตามผนัง นอกจากนั้นยังมีมีด ขวาน ลูกศรกับคันศร รวมถึงหอกวางเอาไว้ด้วย เขาพอจะรู้จักปืนอยู่บ้าง เพราะเขาชอบอ่านหนังสือกลยุทธ์การรบ
ภัทรออกจะทึ่งกับบรรดาอาวุธที่แขวนอยู่บนผนังห้อง เขาเดินเข้าไปหาปืนลูกซองรุ่นหนึ่ง ก่อนจะหันไปถามผู้นำอาณาเขต “ขอผมจับปืนนี่ได้หรือเปล่าครับ?”
“ตามสบาย” ผู้นำบอก ภัทรเลยยกปืนลูกซองรุ่นหนึ่งออกมาถือไว้ มันค่อนข้างหนักเหมือนกัน แต่ก็กระชับมือดี
“นั่นมัน ปืนลูกซองรุ่นเรมิงตัน แปดเจ็ดศูนย์” ผู้นำบอกภัทรออกมา “โจมตีได้ดีเชียวล่ะ”
ภัทรจับปืนลูกซองกระบอกนั้นเอาไว้ เขารู้สึกถูกชะตากับมันอย่างประหลาด ก่อนที่คนอื่นๆ จะเข้ามาดูอาวุธต่างๆ ภายในห้องบ้าง พันธกรเห็นปืนพกกระบอกหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ไม่รู้เป็อะไร แต่ปืนพกนี่สะดุดตาเขาั้แ่แรกเห็น เขาหยิบมันขึ้นมา แล้วก็ยื่นให้ผู้นำดู
“นั่นมันปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ เบเร็ตต้า เก้าสอง” ผู้นำอธิบายออกมา “บรรจุะุได้สิบสามนัด ใช้ะุเก้าคูณสิบเก้า พาราเบลลั่ม”
“หรือครับ?” พันธกรยกปืนขึ้นตรวจสอบสภาพของมัน ขณะนั้นเอง อัมพรก็โวยวายขึ้นมา
“จะบ้าไปกันใหญ่แล้ว ฉันยิงปืนไม่เป็หรอกนะ!” เธอว่าออกมา ทำเอาทุกคนหันมามองเธอ ฝ่ายผู้นำก็บอกว่าจะสอนให้ยิงให้เป็ อัมพรก็กระทืบเท้าออกมาอย่างโกรธเคือง
“นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!? ฉันจะขึ้นมาบนเวทีทำไมวะ!!” อัมพรประกาศเสียงดังลั่นห้อง กมลที่ทนอัมพรมานานแล้วก็ต่อว่าอัมพรขึ้นมา
“หุบปากเถอะ” กมลบอกออกมาอย่างสุดทน “ช่วยเงียบๆ หน่อย เสียงเธอมันแสบแก้วหู”
“ยัยบ้า!!” อัมพรคว้าปืนพกจากโต๊ะมาแล้วเล็งไปทางกมล แต่ปืนยังไม่ได้ใส่ะุ ฝ่ายกมลก็ใที่อัมพรทำแบบนั้น ขณะที่ผู้นำอาณาเขตต้องถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ
“พวกคุณต้องสามัคคีกันไว้นะ ไม่งั้นภารกิจล่มแน่” เขาบอก “พวกคุณคงไม่อยากตายกันใช่ไหม? เพราะฉะนั้น สมานฉันท์กันไว้ดีกว่า”
อัมพรเอาปืนวางที่เดิม ก่อนจะสะบัดหน้าหนีจากกมล ทำเอากมลอยากจะเข้าไปตบหน้าอัมพรสักฉาดหนึ่งเหลือเกิน แล้วผู้นำก็อนุญาตให้เด็กม.ปลายแต่ละคนเลือกอาวุธที่ตัวเองชื่นชอบออกไป ปราชญาถูกใจปืนกระบอกหนึ่ง เขาเลือกมันออกมา ผู้นำก็บอกว่า
“นั่นเป็ปืนสไนเปอร์” ผู้นำบอกออกมา “ใช้สำหรับพลซุ่มยิง จริงสิ ทางเราเองก็้าพลซุ่มยิงเหมือนกัน ถ้าคุณอยากจะเป็พลซุ่มยิงก็เลือกปืนนั้นก็ได้”
ปราชญาเลยเลือกปืนชนิดนี้ เขาสนใจกับคำว่า ‘พลซุ่มยิง’ มันจะเป็อย่างไร? เดี๋ยวเขาก็ได้รู้แล้ว แล้วตรีภพก็เลือกปืนสไนเปอร์เหมือนกันกับปราชญา พอทุกคนเลือกอาวุธที่ตัวเองพึงพอใจจนครบแล้ว ผู้นำอาณาเขตก็ไม่รอช้า รีบพาพวกเขาไปยังห้องซ้อมยิงปืนทันที ห้องซ้อมยิงปืนเป็ห้องกว้าง มีสนามอยู่ด้านหน้า แล้วก็มีช่องไว้สำหรับให้คนเข้ามาฝึกยิงคนละช่อง ผู้นำอาณาเขตหันไปถามว่าใครจะลองยิงดูก่อน?
“ผมครับ” ปฏิคมยกมือขึ้น เขาถือปืนกลมือไว้ในมือ เป็อาวุธที่เขาเลือกออกมาเอง แล้วก็มีพันธกร ชัชชัย ภัทร และวาสุกรี เป็ห้าคนแรกที่จะลองยิงเป้าดูก่อน ผู้นำเอาที่ปิดเสียงให้พวกเขาสวมใส่ ก่อนจะให้พวกเขามายืนกันคนละช่อง
“เป้าจะปรากฏขึ้นมา ทุกคนต้องยิงให้โดนเป้าเท่านั้น” ผู้นำอาณาเขตบอกขึ้นมา “เมื่อสัญญาณสีแดงตรงนั้นเปลี่ยนเป็สีเขียวเมื่อไหร่ก็ยิงได้เลยนะครับ”
แล้วทุกคนก็รอสัญญาณไฟที่ข้างๆ สนาม พอมันเปลี่ยนจากสีแดงเป็สีเขียว ก็มีเป้านิ่งปรากฏขึ้นมา พันธกรพยายามรวบรวมความกล้ายิงะุนัดหนึ่งออกไป แต่แรงถีบปืนของปืนพกนั้นแรงมาก จนทำเอาปืนหลุดจากมือของเขา ตกไปที่พื้นด้านล่าง เอกราชเห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมา
พันธกรรู้สึกอายเหลือเกิน เขาขอโทษผู้นำอาณาเขตและตรงเข้าไปหยิบปืนพกของตัวเองขึ้นมา ฝ่ายผู้นำอาณาเขตก็ไม่ได้ว่าอะไร “มือใหม่ก็แบบนี้แหละ ทีหลังจับปืนให้มั่นนะ”
พันธกรพยักหน้าและจับปืนแน่น คราวนี้เขาคิดว่าจะไม่พลาดอีกแล้ว ปฏิคมยิงปืนกลออกไป เขาใกับแรงถีบมันเหมือนกัน แต่ไม่ได้ทำปืนหลุดจากมือเหมือนพันธกร เขายิงะุปืนกลเข้าเป้าเป็จำนวนสามนัด แล้วเป้าก็พับเก็บตัวเองลงไป ก่อนจะมีเป้าใหม่ปรากฏขึ้นมา พันธกรก็ลองยิงออกไปด้วย คราวนี้เขามั่นใจแล้ว เขาเล็งไปที่เป้าสีขาว แล้วก็กดลั่นไก ะุจากปืนของเขาเจาะเป้าสีขาวจนเป็รูตรงกลาง
“อืม เก่งนี่” ผู้นำถึงกับชื่นชมเขา “ทำแบบนั้นดีแล้ว” แล้วผู้นำก็ควบคุมให้เป้าเคลื่อนไหวได้บ้าง ไม่ใช้เป้านิ่งอีกต่อไป เป้าหนึ่งปรากฏขึ้นมาและเคลื่อนไปทางขวาอย่างช้าๆ พันธกรรีบเล็งปืนแล้วยิงใส่เป้านั้นทันที แล้วเขาก็ยิงถูก เป้าก็พับลงไป
“เอาล่ะ ต่อไป จะมีเป้าที่เป็รูปคนปะปนกับเป้าปกติ” ผู้นำบอกออกมา “แน่นอน เป้าทั้งหมดเคลื่อนไหวได้ แต่ทุกคนต้องห้ามยิงเป้าที่เป็รูปคนเด็ดขาด ให้ยิงได้แต่เป้าปกติเท่านั้น”
ผู้นำเพิ่มลำดับความยากขึ้น พันธกรก็เตรียมพร้อมไว้แล้ว เขาเห็นป้ายรูปมนุษย์โผล่ขึ้นมา เขาเลยไม่ตัดสินใจลั่นไกออกไป แต่พอป้ายปกติปรากฏขึ้นมา เขาก็จัดการยิงใส่ทันที ทั้งชัชชัยและภัทรกับวาสุกรี ก็ต่างยิงเป้าปกติเช่นกัน การฝึกซ้อมเป็ไปอย่างราบรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ ตอนแรก ผู้นำคิดว่าพวกเด็กๆ จะยิงปืนไม่เป็เสียอีก
แล้วเขาก็สอนวิธีการเปลี่ยนะุปืนให้กับพวกพันธกรด้วย แล้วก็ให้เด็กม.ปลายคนอื่นๆ มาลองใช้อาวุธยิงปืนกันบ้าง อัมพรถอนหายใจออกมา ปืนของเธอเป็ปืนเล็กยาวจู่โจมชนิดหนึ่ง บรรจุะุได้สามสิบนัด เธอเข้าไปยืนในช่องที่ไว้สำหรับฝึกยิง ก่อนจะสวมที่ปิดหู แล้วเป้าก็ปรากฏขึ้นมา เธอลองกดลั่นไกออกไป แต่แรงปืนถีบจนเธอทำปืนตกเหมือนกัน อัมพรถอนหายใจออกมาก่อนจะส่ายหน้า
“ฉันทำไม่ได้หรอก จะบ้าเหรอ?” อัมพรพูดออกมา ยังไม่ยอมเก็บปืนของตัวเองที่ตกลงบนพื้น ฝ่ายผู้นำอาณาเขตก็บอกให้เธอเก็บปืนเสีย แต่เธอไม่ทำ
“นี่มันจะบ้ากันใหญ่แล้ว!” อัมพรโพล่งออกมาเสียงดัง “ฉันฆ่าใครไม่เป็นะ!! จะให้ออกไปข้างนอกนั่นเหรอ? บ้าไปแล้ว”
“แต่คุณยินยอมขึ้นมาบนเวทีเองนี่” ผู้นำกล่าวขึ้นมา อัมพรเลยหันไปตวาดใส่
“ฉันขึ้นมาเพื่อจะปกป้องพ่อแม่ของฉันจากคุณนั่นแหละ!” อัมพรว่าใส่ผู้นำอาณาเขตเลย ฝ่ายผู้นำอาณาเขตก็ชักปืนออกมาแล้วเล็งไปที่อัมพร ทำเอาเธอถึงกับอึ้งไปเลย
“อย่าบังคับให้ผมทำดีกว่านะ ผมก็ใช่อยากจะทำ” ผู้นำพูดขึ้นมาเสียงเข้ม อัมพรส่งเสียงอย่างรำคาญออกมา ก่อนจะเดินไปเก็บปืนของตัวเอง แล้วก็มาลองใหม่
แล้วคนอื่นๆ ก็เข้ามาทดสอบอีกเรื่อยๆ ผู้นำสอนปราชญากับตรีภพที่เป็พลซุ่มยิง ให้หัดมองเป้าหมายผ่านกล้องสโคปที่ติดบนตัวปืน ปราชญากับตรีภพก็ทำตาม ทั้งสองเป็พลซุ่มยิง พวกเขารอให้เป้าปรากฏขึ้นมาก่อน พอเป้าปรากฏขึ้นมา ปราชญาก็จัดการลั่นไกออกไปทันที แต่ะุกลับพลาดเป้า ไปโดนกำแพงด้านหลังแทน
“ห่วยชะมัด” เอกราชว่าออกมา เขายังไม่ได้ฝึกซ้อมการยิงปืน ปราชญาที่ไม่ได้ยินเสียงเอกราชก็จริง แต่ก็อ่านปากรู้เื่ เขาจึงถอดที่สวมหูออก แล้ววางปืนลง ก่อนจะเดินมาถามเอกราช
“เมื่อกี้พูดอะไร?” ปราชญาถามเสียงเขียว เอกราชก็ทำท่ากวนๆ ก่อนจะตอบ
“ก็บอกว่าเก่งดี” เอกราชโกหกออกไป แต่ปราชญาไม่เชื่อ เขาอ่านปากของเอกราชออก
“พี่บอกว่าผมห่วยใช่ไหม?” ปราชญาถามออกมา เอกราชก็ยักไหล่ พลางทำหน้าตากวนๆ ใส่ ปราชญารู้สึกโกรธขึ้นมา เขาเงื้อมมือจะเข้าไปต่อยกับเอกราช แต่ทรัพย์สินห้ามเอาไว้ก่อน
“อย่าน่า น้องปราช” ทรัพย์สินเป็คนหยุดปราชญาเอาไว้ ฝ่ายปราชญาก็ทำท่าจะพุ่งเข้าใส่เอกราชที่ไม่ได้กลัวเขาแม้แต่น้อย แล้วในที่สุด เหตุการณ์ก็สงบลงได้ คราวนี้ เอกราชได้เป็ฝ่ายทดลองการยิงปืนเองบ้างแล้ว ปืนที่เขาเลือกมาคือปืนไรเฟิลจู่โจม เขาถือมันเอาไว้ และพอสัญญาณไฟสีแดงเปลี่ยนเป็สีเขียว เป้าก็ปรากฏขึ้นมา เขาก็จัดการยิงใส่ทันทีด้วยความสะใจ ฝีมือการยิงของเขาดีมาก เข้าเป้าทุกนัดเลย
ทรัพย์สินที่ถือปืนลูกซองรุ่นหนึ่งเอาไว้เหมือนกันเหลือบตามามองเอกราช พบว่าเขากำลังยิ้มอย่างสาแก่ใจอยู่ ทรัพย์สินส่ายหน้า ที่เอกราชบอกมาว่าอยากสนุกดูเหมือนจะเป็เื่จริง แต่รอให้ออกไปภายนอกอาณาเขตก่อนเถอะ จะได้รู้ว่าสนุกอย่างที่อยากได้หรือเปล่า?
แล้วทุกคนก็ผ่านพ้น สอบผ่านการยิงปืนไปได้ ถึงแม้โสรยาจะทำได้ไม่ดีเท่าทุกคนนัก ปืนที่เธอเลือกเป็ปืนพก เธอเองก็ยิงออกไปแล้วก็ทำปืนหล่นั้แ่ครั้งแรกเหมือนกัน เธอถึงกับถอนหายใจให้กับความอ่อนแอของตัวเอง
“แล้วแบบนี้ ฉันจะไป ‘ฆ่า’ ได้ยังไง?” โสรยาบ่นออกมาเบาๆ แต่อัมพรได้ยิน เธอก็พูดออกมาบ้าง
“ฉันก็ ‘ฆ่า’ ไม่ได้หรอก” อัมพรที่ถือปืนอยู่พูดขึ้น “บ้าชัดๆ ฉันไม่น่าหลงผิดเข้ามาเลย”
แล้วต่อมา ทุกคนก็จะได้เรียนรู้ทักษะการต่อสู้ด้วยอาวุธที่ไม่ใช่ปืนอย่างเช่นจำพวก ขวาน หอก หรือมีด และทักษะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า โสรยาใจเต้นตึกตัก เพราะเธอไม่เคยมีเื่กับใครมาก่อนเลยั้แ่เกิดมา ชัยวัฒน์ก็เหมือนกัน ผู้นำอนุญาตให้พวกเขาหยิบอาวุธที่ไม่ใช่ปืนออกไปเหมือนเคย พันธกรหยิบมีดทหารขึ้นมาเล่มหนึ่ง มันเหมือนมีดทหารของพ่อของเขาไม่มีผิด
แล้วผู้นำก็สอนวิธีการใช้อาวุธที่ไม่ใช่ปืนจู่โจมศัตรู เขาเอาหุ่นจำลองออกมา หุ่นเป็รูปร่างมนุษย์สีฟ้า และเขาก็ลองให้เด็กๆ ม.ปลายทั้งหมด ลองใช้อาวุธในมือโจมตีหุ่นที่แทนที่พวกเอไอ แต่ว่าแต่ละคนก็ยืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูก ผิดกับเอกราชที่พุ่งตรงไปหาหุ่น แล้วใช้ขวานเหวี่ยงตัดคอหุ่นทันที
ทุกคนดูจะใที่เห็นเอกราชทำแบบนั้น ฝ่ายเอกราชก็จัดการกับหุ่นตัวต่อไปอย่างสนุกสนาน ผู้นำค่อนข้างจะพึงพอใจในตัวเอกราช เขาร้ายน่าดูเหมือนกัน ขณะที่กรพลเองก็ฝีมือไม่เบาเหมือนกัน เขาจัดการแทงมีดเสียบเข้าที่จุดหัวใจของหุ่น
แล้วทุกคนก็ได้รับการฝึกซ้อมการใช้อาวุธที่ไม่ใช่ปืน ฝ่ายพวกผู้ชายดูจะไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ฝ่ายพวกผู้หญิงนี่สิ ทำอะไรไม่ค่อยได้เลย วรรณสามองมีดในมือของตัวเอง แล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี?
“พวกคุณจำเป็ต้องฝึกฝนให้หนักเข้าไว้” ผู้นำอาณาเขตบอกขึ้นมา “ยามใดที่ะุปืนเกิดหมด จะได้มีหนทางต่อสู้ได้ ทุกคนต้องเรียนรู้การใช้อาวุธทำนองนี้บ้าง”
อัมพรส่ายหน้าออกมา แล้วก็เดินออกไปเลย ฝ่ายกมล เธอลองใช้หอกในมือเขวี้ยงใส่หุ่นจำลองสีฟ้า ปรากฏว่าหอกแทงทะลุอกของหุ่นจำลองพอดี เธอมองดูฝีมือตัวเองอย่างพอใจ แล้วพวกเขาทั้งหมดยี่สิบคนก็พยายามฝึกซ้อมการใช้อาวุธกับหุ่นจำลองจนผ่านการทดสอบไปได้เรียบร้อย
“เอาล่ะ ต่อไป จะเป็เสมือนการลงสนามจริงละ” ผู้นำอาณาเขตบอกขึ้นมา “ผมจะสอนพวกคุณให้ลาดตระเวน เราย้ายไปอีกห้องหนึ่งเถอะ ห้องนั้นจะเป็สนามฝึกซ้อมของจริง เวลาคุณเจอของจริงจะได้ไม่หวั่นใจ”