บทที่ 2 เธอได้เกิดใหม่แล้ว
“ฉัน…”
ใบหน้าของเสิ่นเมิ่งซีดเผือดราวกับถูกหมัดล่องหนชกเข้าที่อกอย่างแรง แถมลำคอของเธอก็เหมือนถูกบีบจนแทบจะหายใจไม่ออก
ปัง!
ร่างผอมบางของเธอร่วงหล่นจากโซฟาลงสู่พื้น แถมมือทั้งสองข้างก็กุมคอแน่นและอ้าปากกว้างส่งเสียงครางฮึดฮัดในลำคอ
“เป็อะไรไป?”
ชายหนุ่มบนโซฟาลุกขึ้นนั่ง ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ทว่าดวงตาสีดำสนิทกลับปล่อยประกายของความเย็นะเืออกมา
“อึก… อือ… อ๊อก!”
เสิ่นเมิ่งดิ้นรนด้วยสีหน้าซีดเซียว เพราะตอนนี้เธอเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว
หรืออาจเป็เพราะเธอถูกคนเลวสองคนนั้นทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำมานาน แต่สิ่งที่ทำให้มีชีวิตรอดมาได้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา คือการปีนขึ้นเตียงของผู้ชายคนนี้เพื่อแลกกับโอกาสในการแก้แค้น
ทว่า… แม้แต่เขาก็ยังหลอกเธอเหมือนกัน!
และดูเหมือนว่าตอนนี้ร่างกายอันย่ำแย่ของเธอก็เริ่มทรงตัวไม่ไหวแล้ว...
เธอกำลังจะตายในอีกไม่ช้า…
แต่…
คนอย่างเสิ่นเมิ่งจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!
ในเมื่อทั้งสองนั้นยังคงใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย แล้วถ้าหากยังไม่ได้ฆ่าพวกมัน…
ดังนั้นเธอจะตายไม่ได้!
เสิ่นเมิ่งพยายามดิ้นรนและยื่นมือข้างหนึ่งไปหาชายร่างสูงใหญ่บนโซฟา ดวงตากลับเต็มไปด้วยความอ้อนวอนอย่างทุกข์ทรมาน
เธอยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป และ… ยังอยากแก้แค้น!
“ไม่มีประโยชน์แล้วละ อย่าดิ้นรนอีกเลย”
อวิ๋นโม่เทียนคว้าข้อมือของเธอไว้ นิ้วของเขาวางอยู่ตรงจุดชีพจรของเธอ เข้าใจได้ในทันที
ริมฝีปากบางเฉียบนั้นกลับเหมือนคำประกาศของเทพแห่งความตาย
“จำความแค้นของเธอไว้ แล้วไปเกิดใหม่เถอะ ชาติหน้าอย่าโง่แบบนี้อีกล่ะ ฉันจะเผาศพให้เธอเป็การตอบแทนที่เธอมาอยู่เป็เพื่อนฉันคืนนี้”
‘ไม่นะ ฉันยังไม่อยากตาย!’
เสิ่นเมิ่งยังคงดิ้นรนอยู่ แต่อวิ๋นโม่เทียนได้ปล่อยมือของเธอแล้ว เขายังคงนั่งอยู่ตรงนั้น แต่ราวกับห่างไกลเกินเอื้อม
ใบหน้าที่หล่อเหลาเ็านั่นเริ่มเลือนราง ในที่สุดก็กลายเป็ความมืดมิด...
ฝนเทลงมาอย่างหนัก เม็ดฝนที่รุนแรงพัดกระหน่ำใส่หน้าต่างตามแรงลม
‘หนาว’ ความหนาวเหน็บแทรกซึมไปถึงขั้วหัวใจ
เสิ่นเมิ่งยื่นมือออกไป ดิ้นรนอย่างอ่อนแรง พยายามเปล่งเสียงอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่มีเสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอได้เลย
ทันใดนั้นก็มีมือข้างหนึ่งจับมือของเธอไว้ เสียงคุ้นเคยร้อนรนดังขึ้นที่ข้างหูของเธอ
“เมิ่งเมิ่ง ตื่นเร็วเข้า!”
“อื้อ!”
ในที่สุด เสิ่นเมิ่งก็ส่งเสียงร้องออกมาได้ ิญญาของเธอราวกับถูกมือข้างนั้นดึงกลับมา เธอตั้งสติสักพัก ก่อนจะจำได้ว่าใบหน้าที่ตื่นตระหนกตรงหน้านี้คือใคร
‘เิเจียงอวี่! ที่แท้ก็เป็เขานี่เอง!’
ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้? ตอนนี้เขาไม่ควรจะอยู่กับเสิ่นเจียและครอบครัวอย่างอบอุ่นหรอกเหรอ?
‘เดี๋ยวก่อน นี่มันที่ไหนกัน?’
‘สนามกอล์ฟ?’
‘ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?’
“เมิ่งเมิ่ง คุณตื่นแล้ว ทำเอาผมใหมดเลย!”
เิเจียงอวี่กอดเธอแน่นไม่ยอมปล่อย พูดเสียงสั่นเครือราวกับจะร้องไห้
เสิ่นเมิ่งตัวแข็งทื่อ เกือบจะเตะไปที่ระหว่างขาของเขาแล้ว แต่เมื่อเธอก้มหน้าลง สายตากลับไปหยุดอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบ ในใจเธอเต็มไปด้วยคลื่นั์ที่ซัดสาดอย่างรุนแรง ตื่นเต้นยินดีอย่างที่สุด
‘5 ตุลาคม 2017’
‘นี่มันสองปีก่อนไม่ใช่เหรอ?’
‘์ช่างเมตตา! ฉันย้อนเวลากลับมาได้แล้ว!’
วันนี้เป็วันแรกที่เธอไม่ได้กลับบ้าน เพราะพ่อแม่ไม่เห็นด้วยที่เธอจะคบหากับเิเจียงอวี่ เธอจึงออกมาหาเขาเพียงคนเดียว ชายหนุ่มพาเธอมาตีกอล์ฟเพื่อผ่อนคลาย
ผลปรากฏว่า ด้วยความบังเอิญ ตลอดทั้งทริปถูกนักข่าวถ่ายภาพไว้ได้ ขึ้นหน้าหนึ่งข่าวบันเทิง ทำเอาคุณแม่โรคหัวใจกำเริบทันที!
แต่บนโลกจะมีความบังเอิญที่ไหนกัน ทั้งหมดนี้เป็แผนของเสิ่นเจียกับเิเจียงอวี่ พวกเขา้าให้ความขัดแย้งระหว่างเธอกับพ่อแม่รุนแรงขึ้น! เพื่อแบ่งแยกความสัมพันธ์ของพวกเขา!
เสิ่นเมิ่งขบฟันกรอด อดกลั้นความหุนหันเอาไว้ บีบเสียงหัวเราะอ่อนหวานออกมาจากลำคอจนได้
“ที่รัก ฉันไม่เป็ไร เมื่อกี้ฉันแค่รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยเลยหลับไป ใครจะไปรู้ว่าดันฝันร้ายพอดี แต่ตอนนี้ไม่เป็ไรแล้วละ”
“ไปตีกอล์ฟกัน!” เสิ่นเมิ่งยกมุมปากขึ้น ยิ้มน้อย ๆ
“ดี ดี!”
เิเจียงอวี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ถ้าคุณหนูเสิ่นนอนไปคนเดียวแล้ว พวกนักข่าวที่เฝ้าอยู่ข้างนอกจะถ่ายภาพความสนิทสนมของพวกเขาได้ยังไงกัน?
เขาประคองเสิ่นเมิ่งให้ลุกขึ้น โอบไหล่เธออย่างอ่อนโยน สายตาและน้ำเสียงแสดงถึงความรักใคร่เอ็นดูอย่างลึกซึ้ง
“เมิ่งเมิ่ง ผ่อนคลายนะ เธอทำได้”
“อืม!”
เสิ่นเมิ่งพยักหน้าอย่างมีกำลังใจ กำไม้กอล์ฟในมือแน่น รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นบนใบหน้า
มันคือคืนก่อนที่เธอจะถูกส่งไปขายที่ซ่อง เิเจียงอวี่และเสิ่นเจียมัดเธอไว้บนเตียงผ่าตัด แล้วกรีดหน้าเธออย่างโเี้ทีละนิดพลางหัวเราะไปด้วย ยิ่งเธอร้องไห้เ็ปแค่ไหน พวกเขาก็ยิ่งหัวเราะดังเท่านั้น!
ความเ็ปเ่าั้ ช่างแสนสาหัสเหลือเกิน!
เสิ่นเมิ่งกัดฟันกรอด ใช้แรงทั้งหมดที่มี ตวัดไม้กอล์ฟไปด้านหลังศีรษะของตัวเองอย่างแรง!