Hi, Darling 11
งานชิ้นแรกที่รับมาจากทางบริษัทผ่านไปแล้วเรียบร้อย และตอนนี้มันก็น่าเหลือเชื่ออยู่ไม่น้อยเมื่อตอนนี้ทั้งฉันและพี่กริชเรากำลังเดินทางไปที่ปากช่องกันแล้วเราเพิ่งคุยกันเมื่อไม่กี่วันก่อนเื่แม่หมี่และเื่ของเราแต่ตอนนี้เรากลับกำลังเดินทางไปรับแม่หมี่ ซึ่งมันเร็วมากจริง ๆ สำหรับเื่อ่อนไหวเื่นี้ พี่กริชเลิกงานสี่โมงครึ่งกลับมาถึงบ้านห้าโมงนิด ๆ หลังจากที่เราอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จเราก็ออกเดินทางกันเลยทันที ครั้งนี้เราใช้รถของพี่กริชในการเดินทาง เราเดินทางกันแบบไม่รีบเร่งอะไรแต่ว่านะ ฉันอยากเปลี่ยนเป็คนขับแทนพี่กริชจัง เพราะเขาท่าจะเหนื่อยจากงานแล้วยังต้องมาขับรถแบบนี้อีก ฉันอยากจะขับแล้วให้เขาพักก่อน ฉันชั่งใจอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยบอกกับเขาเมื่อเราแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่งแถวอำเภอวังน้อย เรากินข้าวและซื้อเครื่องดื่มติดมือมากันคนละแก้วและพี่กริชก็ยังใจดีหยิบขนมไปจ่ายเงินติดมือมาด้วยให้
“พี่คะ”
“ครับ?”
“หนูขับก่อนดีไหม พี่นอนพักก่อนค่อยเปลี่ยนมาขับ”
“แบบนั้นก็ได้ แต่ถึงสระบุรีพี่จะขับต่อเองนะ ห้ามงอแง” เขารู้ว่าเื่เื่แบบนี้ทำเราทะเลาะกันบ่อยมากแล้ว ดังนั้นควรจะเจอกันคนละครึ่งหรือช่วยกันขับ ฉันรู้ว่าเขาเหนื่อยจึงไม่อยากเอาเปรียบเขาให้เขาขับรถคนเดียว
“ก็ได้ค่ะ ก็ได้ แต่ตอนที่หนูขับพี่นอนพักไปเลยนะ ถึงแล้วหนูจะบอกไม่ต้องกลัวว่าหนูจะขับไปจนถึงบ้านเพราะหนูจำทางไม่ได้ค่ะ”
“หึ ครับ ถ้ามีอะไรปลุกพี่ทันทีห้ามดื้อเข้าใจไหม”
“รับทราบ”
“รบกวนด้วยนะครับ” พี่กริชประคองแก้มไว้แล้วโน้มหน้าเข้ามาจูบที่หน้าผากแช่ไว้สักพักก่อนจะผละออกห่าง
ฉันใช้เวลาขับรถเกือบสี่สิบนาที ภายในความเงียบก็ยังมีเสียงเพลงที่เปิดอยู่ในรถดังคลอให้คลายเหงา ส่วนพี่กริชเขาหลับไปแล้ว หลับไปโดยมีผ้าห่มของฉันคลุมร่างอยู่ ฉันรู้ว่าเขาน่ะเหนื่อยจากที่ทำงานมากแล้วเลยอยากจะช่วยเขาแบ่งปันความเหน็ดเหนื่อยบ้าง ถึงมันจะเล็กน้อยแต่ฉันก็เต็มใจที่จะทำให้เขา ฉันขับมาเกือบสี่สิบนาทีพี่กริชก็งัวเงียตื่นราวกับรู้ว่าฉันกำลังจะถึงปั๊มน้ำมันที่เราจะมักแวะอีกจุดเวลาเดินทางกลับบ้าน
“จอดปั๊มหน้าด้วยนะครับ” พี่กริชปรับเบาะขึ้นอีกนิด พร้อมกับเอ่ยบอกฉันอย่างกับรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ ฉันตั้งใจจะขับไปจนถึงทางแยกที่จะไปบ้านพี่กริชแต่เสียดายอีกฝ่ายตื่นก่อนเสียนี่
“พี่คะ”
“ครับ?”
“หนูอยากกินไส้กรอก ได้ไหม แบบกินบนรถ” ฉันเอ่ยขอด้วยความเกรงใจ
“ได้ครับ หรือจะกินข้าวเลยก็ได้นะ”
“ไม่เอาข้าวค่ะ แค่อยากกินไส้กรอก”
“เดี๋ยวแวะเราก็ค่อยซื้อขึ้นมากินแล้วกัน”
“ขอบคุณค่ะ”
“พี่ขอเข้าห้องน้ำก่อนนะเสร็จแล้วจะเข้าไปหาที่ร้านสะดวกซื้อ รอพี่ก่อนล่ะ”
“รับทราบ” เมื่อจอดรถเสร็จเราก็แยกกันไป พี่กริชเดินไปเข้าห้องน้ำส่วนฉันเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ ซื้อแฮมซื้อไส้กรอกมากิน ไม่ลืมเครื่องดื่มด้วยฉันสั่งชาดำมะนาวและสั่งน้ำมะนาวให้พี่กริชด้วย รอสักพักพี่กริชก็เข้ามาในร้านสะดวกซื้อเขาถือตะกร้าใส่ขนมเดินตามฉันไปมาอย่างไม่คิดบ่นและไม่ดุที่ใช้เวลาเดินเลือกขนมนานมากขนาดนี้
“ไปเข้าห้องน้ำก่อนไปเดี๋ยวพี่จ่ายเงินแล้วจะไปรอที่รถ”
“งั้น ฝากด้วยนะคะ”
“ครับ ระวังด้วยมีอะไรโทรมาทันที”
“จ๊ะ”
เราออกเดินทางด้วยกันอีกครั้งหลังจากที่ฉันออกจากห้องน้ำและขึ้นรถกลับมา พี่กริชทำหน้าที่ขับรถได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนฉันนั้นนั่งข้าง ๆ เขาและกินขนมไปพราง
“แม่จะกลับไปพร้อมเราเลยใช่ไหมคะ?” ฉันถามพี่กริชอีกครั้งเมื่อเรานั่งรถกันมาได้สักพักใหญ่ ๆ แต่ฉันก็จำไม่ได้ว่าอีกไกลแค่ไหนกว่าจะถึงบ้านพี่กริช
“ครับ แม่บอกแบบนั้นนะแต่รอไปถึงก่อนแล้วกันไม่รู้ว่าแม่จะเอายังไง แต่พ่อก็รู้สึกผิดและเครียดเหมือนกันกับเื่ที่เกิดขึ้น”
“...”
“พ่อยังยืนยันว่าไม่มีอะไรจริง ๆ แต่พี่ว่ามันอาจจะเคยมีเพียงแต่ตอนนี้มันไม่มีอะไรแล้วและผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมหยุดระรานและทำให้เื่แบบนี้มันเกิดขึ้น พี่ว่าพี่ก็รู้จักพ่อตัวเองดีพอสมควรเลยนะ”
“แล้วพี่กาย” ฉันถามถึงพี่ชายของพี่กริช
“นี่แหละ พวกพี่จะได้คุยกันอีกครั้งว่าจะยังไง แต่ถ้าผลลัพธ์ออกมาแล้วพ่อยังติดต่อหรือมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นอยู่พี่เองก็จะเคารพการตัดสินใจของแม่” นั่นหมายความว่าพี่แม่หมี่อาจจะต้องเลิกกับลุงคง
“ตอนนี้ที่ไร่มีองุ่นเยอะไหมคะ” ฉันเปลี่ยนเื่คุยอย่างเนียน ๆ เพราะดูแล้วอีกฝ่ายเครียดกับเื่นี้มากอยู่ทีเดียว ฉันเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไงเพราะนี่มันเื่ภายในครอบครัวของเขา
“น่าจะพอมีนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้สาย ๆ พี่จะพาไป”
“แต่หนูอยากตื่นสาย ๆ ...”
“งั้นหนูตื่นตอนไหนพี่จะพาไปตอนนั้น”
“ขอบคุณค่ะ”
“แล้ว่นี้ได้คุยกับแม่ไหม แม่โทรมาหรือเปล่า” แม่อย่างนั้นเหรอ ไม่ค่อยได้คุยกันเลย ครั้งล่าสุดที่คุยกันไปคือเดือนที่แล้ว แต่คุยกับพี่ต้นและต้นรักคือสัปดาห์ก่อน กับพี่และน้องเราคุยกันเรื่อย ๆ ในกลุ่มแชทของเราสามพี่น้องแต่ฉันไม่ค่อยคุยตอบอะไรหรอกเข้าไปอ่านที่พี่ต้นและน้องต้นรักคุยกันเท่านั้น ก็ไม่รู้จะคุยอะไรนี่นาขออ่านเงียบ ๆ ดีกว่า
“ไม่ได้คุยสักพักแล้วค่ะ” ฉันกลั้นใจตอบไปในที่สุด
“แต่แม่เหมียวส่งข้อความหาพี่ตลอดเลยนะ ถามว่าหนูเป็ยังไงบ้าง ถามว่าอยู่ได้ไหมงอแงหรือเปล่า”
“อ๋อ ค่ะ”
“แม่เป็ห่วงจริง ๆ นะ ตอบข้อความท่านบ้าง โทรหาท่านบ้าง”
“ค่ะ” ตลอดหลายปีที่อยู่มามันทำให้ฉันโตขึ้นจริง ๆ นะ ทั้งเริ่มทำงานหาเงิน ใช้เงินตัวเองประหยัดเงินได้เพราะไม่กล้าใช้เงินที่หามาได้ สิ่งของที่มีค่ามากที่สุดที่ฉันไม่ได้ซื้อเองแต่เป็สิ่งที่พี่ชายซื้อให้ก่อนย้ายไปอยู่ที่นู่นคือรถที่ฉันยังใช้อยู่ตอนนี้ ที่เหลือฉันยังทำงานหาเงินซื้อเองทุกอย่าง งานเบ็ดเตล็ดเคยได้ยินไหมคะ นั่นแหละฉันทำแบบนั้น
“เอาไว้พี่ลาพัก เราไปหาแม่...”
“อยากเจอแค่พี่ต้นกับรัก”
“ได้ แต่เราจะไปที่นั่นกัน ไปด้วยกัน”
“...”
“เจอแม่ด้วยก็ได้ แต่ไม่เจอเขา”
“ครับ ได้หมด อ้าวฝนตกเฉยเลย” เมื่อถึงทางเลียบเขาก็เริ่มมีฝนตกปรอยปรายลงมา ดีที่ว่าพี่กริชคุ้นชินเส้นทางบวกกับขับไม่เร็วเลยทำให้วางใจอยู่มาก พี่กริชน่ะเวลาฉันนั่งรถมาด้วยเขาจะไม่ขับเร็วเลยขับในเกณฑ์ปกติอาจจะเร็วบ้างแต่ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น แต่ทำไมเวลาเพื่อนเขามาเล่าให้ฟังถึงบอกว่าเขาน่ะนักซิ่งก็ไม่รู้เหมือนกัน
“คืนนี้นอนบ้านพี่กายหรือนอนบ้านแม่คะ”
“นอนบ้านแม่แล้วกัน แต่น่าจะได้นอนห้องเดียวกัน”
“ฮะ? ทำไมล่ะ”
“บอกแม่ไว้ว่าจะมาพรุ่งนี้แต่วันนี้มาก่อนน่าจะยังไม่ทำความสะอาดห้องรับแขก” อีกฝ่ายอธิบายด้วยท่าทีแสนสบาย อย่ามาทำเหมือนมันเป็เื่ปกติได้ไหมที่ฉันจะต้องนอนห้องเดียวกับเขาแบบนี้น่ะ
“ไม่ได้หรอก มันไม่เหมาะสมนะคะ”
“เหมาะสิ อีกหน่อยจะหมั้นจะแต่งกันแล้ว...”
“ไม่หมั้นไม่แต่งทั้งนั้นค่ะ คุยกับแม่หมี่แล้ว”
“ได้ไงล่ะ พี่บอกเพื่อนไปหมดแล้วว่าจะหมั้น จะมายกเลิกแบบนี้พี่เสียหายนะ”
“ก็เราไม่ได้รักกันนี่ ไม่ได้คบกันด้วย จะหมั้นทำไมล่ะคะ”
“แล้วรู้ได้ยังไงไม่รัก เคยถามหรือยัง” พี่กริชเถียงกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้
“แล้วคิดจะบอกจะพูดไหมล่ะ ทำไมต้องรอให้ถาม” ฉันไม่ยอมน้อยหน้าเถียงกลับไปทันที ไม่ยอมหรอกเื่แบบนี้น่ะ เราเหมือนจะคุยกันแล้วหลายครั้งแต่มันก็ยังไม่ชัดเจนเสียที ตอนนี้คงต้องคุยให้มันชัดเจนกันไปเลยล่ะ
“ก็ที่แสดงออกไปมันก็ชัดเจนแล้วนะ มีหนูคนเดียว คุยกับหนูคนเดียว พาไปเที่ยว พาไปเจอเพื่อน อยู่ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน ถ้าพี่ไม่รักไม่แคร์จะอยู่ด้วยทำไมล่ะ จะแคร์ทำไมล่ะจริงไหม ปฏิเสธไปก็จบแล้ว...”
“...”
“พี่ชอบของพี่มาตั้งนาน มีโอกาสหมั้นโดยที่ผู้ใหญ่เป็ใจ ไม่คว้าไว้ก็โง่แล้ว รอมาตั้งนานนะ” พี่กริชเล่าอย่างหัวเสีย เขาดูหงุดหงิดั้แ่ที่ฉันบอกไปว่าจะไม่หมั้น ไม่แต่งงานกับเขาแล้ว แต่ถึงจะดูหงุดหงิดเขาก็ไม่ได้ขับรถเร็วและเริ่มเห็นป้ายบอกทางเข้าไร่เขาแล้วด้วย ฝนก็เทลงมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ดูจากสถานการณ์แล้วคงจะตกทั้งคืนนั่นแหละ
“ชอบมานาน? ...”
“ั้แ่เราอยู่ม.6 แม่เราไปกินข้าวด้วยกันพี่ก็ไปด้วย เลยชอบเราั้แ่วันนั้นเลย”
“นานจัง...”
“แล้วหนูล่ะชอบพี่ไหม รักพี่บ้างหรือเปล่า...”
“...”
“งั้นก็ยังไม่เป็ไร ยังไม่ต้องตอบพี่ก็ได้ พี่เข้าใจ แต่ให้โอกาสพี่หน่อยนะครับ”
พอฉันเงียบไม่ตอบอีกฝ่ายก็รีบบอกกลับมาเสียงหงอย แต่ว่า ฉันไม่รู้ว่าต้องบอกเขาไปยังไง ฉันไม่รู้ว่าอาการที่เป็อยู่กับเขามันเรียกว่าอะไร แล้วเื่แบบนี้ฉันถามใครได้บ้างอาการที่ฉันเป็อยู่
====
ปี๊ป่อๆๆๆๆ เจอคนคลั่งรักแจ้งได้ที่ไหนคะ!
ปล.เราอ่านคอมเม้นของทุกคนในตอนที่แล้ว เราดีใจมากๆเลยค่ะที่ทุกคนยังอยู่กับเราจนถึงตอนนี้ รักๆน้า