หลังจากการเผชิญหน้าครั้งแรก อี้หลงกลับเข้าสู่การฝึกฝนในสำนักหลงเทียนอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกโอกาส
เขาเริ่มค้นพบว่า หากฝึกฝนลมปราณแรกจนชำนาญ จะสามารถดึงพลังปราณออกมาในปริมาณที่มากขึ้น
ซึ่งจะช่วยเสริมให้เขามีความสามารถในการโจมตีและป้องกันมากยิ่งขึ้น
ในวันหนึ่ง ขณะที่อี้หลงกำลังฝึกฝนอยู่ เขาได้ยินข่าวที่ทำให้เขาหยุดชะงัก ศิษย์ในสำนักหลายคนกำลังพูดถึง "การท้าประลองระหว่างศิษย์"
ซึ่งเป็กิจกรรมที่ศิษย์ในสำนักสามารถท้าทายกันเพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่ง
และยังเป็โอกาสที่จะได้เลื่อนสถานะจากศิษย์ฝึกหัดไปเป็ศิษย์หลักหากมีฝีมือมากพอ
ในขณะเดียวกัน เฟิงหยูที่มีนิสัยทะนงตัวและหยิ่งยโส กำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มศิษย์และพูดจายั่วยุ
"ข้าอยากจะเห็นว่า เ้าศิษย์ใหม่ที่ชอบพูดโอ้อวด จะมีฝีมือจริงอย่างที่พูดหรือไม่"
ศิษย์หลายคนหันมามองอี้หลงซึ่งอยู่ในกลุ่มฝูงชน
สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าศิษย์ใหม่ผู้นี้จะกล้าตอบรับคำท้าของเฟิงหยูหรือไม่
อี้หลงหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่จะพูดเสียงดังเพื่อให้ทุกคนได้ยิน "ถ้าเฟิงหยูอยากประลองกับข้า ข้าก็ไม่ขัด ข้าพร้อมรับคำท้าของเ้า!"
เสียงฮือฮาดังก้องไปทั่วลานฝึก ฝูงชนเริ่มตื่นเต้นกับการเผชิญหน้าของศิษย์ใหม่ผู้กล้าท้าทายศิษย์หลัก
เฟิงหยูแสยะยิ้มพร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความโเี้ "ดี! เ้าอย่ามาร้องขอความเมตตาในสนามประลองแล้วกัน"
วันแห่งการประลองมาถึง ลานฝึกของสำนักถูกจัดเตรียมเป็เวทีที่เปิดให้ศิษย์ทุกคนมาชมการประลองระหว่างอี้หลงและเฟิงหยู
ศิษย์จำนวนมากมายมารวมตัวกันเพื่อติดตามการต่อสู้นี้
อาจารย์จ้าวฉี ผู้ควบคุมการประลองวันนี้ ยืนอยู่ตรงกลางลานฝึกพร้อมกับเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ
"การประลองในวันนี้จะยึดตามกฎของสำนัก ห้ามใช้วิธีการสกปรกหรือพลังที่ไม่เหมาะสม เ้าเข้าใจหรือไม่?"
ทั้งอี้หลงและเฟิงหยูต่างพยักหน้าเพื่อยืนยัน อาจารย์จ้าวฉีพยักหน้าและก้าวถอยหลัง เปิดทางให้ทั้งสองเริ่มการประลอง
เฟิงหยูเป็ฝ่ายเปิดการโจมตีก่อนทันที เขาพุ่งเข้าหาอี้หลงพร้อมกับดึงพลังลมปราณสีดำออกมารวมที่ฝ่ามือ
พลังนั้นดูทรงพลังและหนาแน่น แสดงให้เห็นถึงระดับการฝึกฝนของเขา
"เ้าจะต้องได้ลิ้มรสความเ็ปนี้!" เฟิงหยูะโเสียงดัง พร้อมกับปล่อยฝ่ามือพลังออกไปตรงหน้าอี้หลง
แต่อี้หลงกลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว เขาก้าวถอยหลังและใช้ลมปราณแรกเพื่อเสริมความเร็วในขาของตน
ทำให้สามารถหลบหลีกการโจมตีของเฟิงหยูได้อย่างคล่องแคล่ว
"ข้าบอกแล้วว่าเ้าจะพลาด เ้ายังทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!" อี้หลงยิ้มเยาะพร้อมกับเสริมพลังลมปราณแรกเข้าสู่กำปั้นของเขา
เมื่อเขาพบจังหวะที่เหมาะสม อี้หลงะโและปล่อยกำปั้นที่อัดแน่นด้วยพลังลมปราณพุ่งเข้าหาเฟิงหยู
กำปั้นของเขาพุ่งเข้าชนเป้าหมายอย่างแรงจนเฟิงหยูเสียหลักถอยหลังไปหลายก้าว ทำให้ฝูงชนที่ชมการประลองส่งเสียงเชียร์ด้วยความตื่นเต้น
เฟิงหยูมองอี้หลงด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ก่อนที่จะเรียกลมปราณสีดำของตนมาอีกครั้ง และพุ่งโจมตีอย่างไม่หยุดหย่อน
เขาปล่อยพลังออกมาอย่างไม่ยั้งมือ หวังจะให้ศิษย์ใหม่อย่างอี้หลงสยบอยู่แทบเท้าของเขา
แต่อี้หลงกลับสามารถหลบการโจมตีทุกครั้งด้วยความคล่องแคล่ว
เขาใช้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและพลังลมปราณแรกในการเสริมความสามารถของตนอย่างต่อเนื่อง
ศิษย์ที่ชมการประลองต่างเริ่มเห็นถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของอี้หลง
หลายคนเริ่มรู้สึกทึ่งในความกล้าหาญและความสามารถที่เขาแสดงออกมา
หลี่หานที่ยืนชมอยู่ในฝูงชนรู้สึกพอใจที่อี้หลงสามารถยืนหยัดและท้าทายศิษย์หลักอย่างเฟิงหยูได้
"เ้าเก่งมาก อี้หลง เ้าจะทำให้ศิษย์หลักคนนี้พ่ายแพ้ในวันนี้!" หลี่หานพูดในใจด้วยความภูมิใจ
หลังจากการโจมตีหลายครั้งที่ไม่สามารถทำอะไรอี้หลงได้ เฟิงหยูเริ่มเหนื่อยล้าและสูญเสียพลังลมปราณไปมาก
เขาหอบหายใจแรงและเริ่มถอยออกไปเพื่อรวบรวมพลังใหม่
อี้หลงเห็นจังหวะนี้และรู้ว่านี่คือโอกาสของเขา เขาะโออกมาอย่างฮึกเหิม
"เ้า้าท้าทายข้าใช่หรือไม่? ข้าจะทำให้เ้าเห็นความแข็งแกร่งของข้า!"
ด้วยความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม อี้หลงเรียกพลังลมปราณแรกทั้งหมดมารวมที่กำปั้นของเขาอีกครั้งก่อนที่จะพุ่งเข้าหาเฟิงหยูด้วยความเร็วสูง
กำปั้นของเขาพุ่งชนเฟิงหยูอย่างรุนแรงจนเขาล้มลงกับพื้น และไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก
ฝูงชนที่ชมการประลองต่างส่งเสียงเชียร์และปรบมือให้กับอี้หลง ศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในสำนักหลงเทียนสามารถล้มศิษย์หลักได้สำเร็จ
ความสามารถและความมุ่งมั่นของเขาได้รับการยอมรับจากศิษย์คนอื่นๆ อย่างเต็มที่
อาจารย์จ้าวฉีพยักหน้าอย่างพอใจและกล่าว "เ้าทำได้ดี อี้หลง ข้ายอมรับในความสามารถและความมุ่งมั่นของเ้า"
หลี่หานเดินเข้ามาหาอี้หลงพร้อมกับตบไหล่เขาด้วยความชื่นชม
"เ้าทำได้ดีมาก ข้าบอกแล้วว่าเ้ามีศักยภาพ ไม่ต้องห่วง หากเ้า้าฝึกฝนมากขึ้น ข้ายินดีช่วยเหลือ"
อี้หลงยิ้มกว้างและพยักหน้ารับคำ "ขอบคุณท่านพี่หลี่หาน ข้าจะฝึกฝนต่อไปและจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ ข้าจะต้องเป็เซียนผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้!"
ในใจของอี้หลง การประลองครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็การพิสูจน์ตัวเอง แต่ยังเป็ก้าวแรกที่ทำให้เขารู้ว่า
การเดินทางสู่การเป็เซียนนั้นยาวไกลและเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่เขาพร้อมที่จะเผชิญกับทุกสิ่งและไม่ยอมแพ้
หลังจากชัยชนะที่ได้มาอย่างดุเดือด อี้หลงเริ่มได้รับการยอมรับจากศิษย์คนอื่นๆ ในสำนักหลงเทียน แม้จะเป็เพียงศิษย์ใหม่
แต่ชื่อเสียงของเขาก็เริ่มแพร่กระจายไปทั่วสำนัก ความกล้าหาญ ความแข็งแกร่ง และท่าทีที่ไม่ยอมใคร
ทำให้อี้หลงกลายเป็ที่สนใจและเป็ที่ชื่นชมของศิษย์จำนวนมาก แต่ในเวลาเดียวกัน ศิษย์บางคนก็มองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ
ในค่ำคืนนั้นเอง ขณะที่อี้หลงกำลังฝึกฝนอยู่คนเดียวในลานฝึก เขาเห็นแสงสลัวๆ ที่ปรากฏขึ้นใกล้ๆ ต้นไม้โบราณด้านหลังลานฝึก
มันเป็แสงเรืองรองลึกลับที่ทำให้อี้หลงรู้สึกถึงพลังบางอย่าง
เขาเดินเข้าไปใกล้แสงนั้นด้วยความสงสัย และพบว่ามีคัมภีร์เก่าแก่เล่มหนึ่งซ่อนอยู่ในโพรงต้นไม้
"นี่มัน...คัมภีร์อะไร?" อี้หลงพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกถึงพลังิญญาที่แผ่ออกมาจากคัมภีร์ ซึ่งบ่งบอกว่ามันไม่ใช่คัมภีร์ธรรมดา
เมื่อเขาหยิบคัมภีร์ขึ้นมา พลันมีอักขระเรืองแสงปรากฏขึ้นบนผิวของคัมภีร์ ข้อความนั้นเขียนไว้ว่า
"ผู้ที่ต้องผ่านบททดสอบแห่งปัญญา จึงจะได้รับความลับแห่งวิถีเซียน"
อี้หลงตื่นเต้นแต่ก็ไม่ประมาท เขาตัดสินใจเปิดคัมภีร์และทำความเข้าใจกับเนื้อหาที่อยู่ในนั้น
คัมภีร์โบราณนี้มีบทฝึกฝนที่เรียกว่า “วิถีปราณจุติ” ซึ่งเป็วิชาลับที่ใช้ในการรวมพลังลมปราณขั้นสูง
โดยวิธีนี้จะช่วยเพิ่มพลังและควบคุมพลังปราณได้อย่างแม่นยำ แต่การฝึกฝนจะต้องมีสมาธิและจิตใจที่สงบมั่นคง มิฉะนั้นอาจเกิดผลร้ายต่อร่างกาย
หลายคืนต่อมา อี้หลงเริ่มฝึกฝนตามคัมภีร์วิถีปราณจุติ เขาใช้เวลาทั้งคืนในการปรับจูนลมปราณและควบคุมการหายใจตามขั้นตอนในคัมภีร์
ตอนแรกการฝึกฝนเป็ไปด้วยความยากลำบาก เขารู้สึกเหมือนพลังภายในและจิตใจของเขาต้องฝ่าฟันผ่านอุปสรรคที่มองไม่เห็น
บางครั้งลมปราณก็ไหลเวียนผิดทิศ ทำให้เขาเ็ปอย่างรุนแรง
"ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะต้องฝึกวิชานี้ให้ได้!"
อี้หลงพูดกับตัวเอง เขากัดฟันและกลับมาฝึกฝนใหม่เรื่อยๆ ทุกครั้งที่พลาด เขาจะปรับตัวให้เข้ากับพลังและหาวิธีควบคุมลมปราณให้ดียิ่งขึ้น
หลี่หานซึ่งคอยสังเกตอี้หลงจากที่ไกลๆ เริ่มรู้สึกถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของเขา
หลี่หานเดินเข้ามาหาในเช้าวันหนึ่งหลังจากเห็นอี้หลงฝึกหนักมาตลอดทั้งคืน
"เ้าไม่คิดจะพักผ่อนบ้างหรือ?" หลี่หานถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
อี้หลงหัวเราะเล็กน้อยและตอบกลับด้วยท่าทีขี้เล่น "ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้น ข้าไม่สามารถหยุดพักได้ หากข้าอยากก้าวไปถึงจุดที่ข้าฝันไว้"
หลี่หานพยักหน้าเข้าใจ "หากเ้าไม่หยุดพัก ร่างกายของเ้าจะรับไม่ไหว เ้าต้องดูแลตัวเองด้วย"
อี้หลงพยักหน้า แม้เขาจะรู้สึกเหนื่อยล้าจากการฝึกฝน แต่เขาก็ไม่อยากเสียโอกาสที่จะพัฒนาตนเอง
เขาจึงตัดสินใจที่จะค่อยๆ ฝึกฝนตามคำแนะนำของหลี่หาน
หลังจากหลายสัปดาห์ของการฝึกฝน อี้หลงเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเขา พลังลมปราณของเขาแข็งแกร่งขึ้นและไหลเวียนอย่างมั่นคง
ทุกการเคลื่อนไหวและทุกลมหายใจของเขามีความเชื่อมโยงกับพลังภายในที่สมดุลยิ่งขึ้น จนในที่สุดเขาสามารถควบคุมวิถีปราณจุติได้อย่างเต็มที่
ในระหว่างการฝึกฝนครั้งสุดท้าย เขารู้สึกว่าพลังลมปราณของเขาพุ่งทะลวงจนไปถึงขั้นสูงกว่าเดิม
การตื่นตัวในลมปราณของเขาทำให้เขารู้สึกแข็งแกร่งและมีสมาธิอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ความสำเร็จนี้ทำให้เขามั่นใจว่าวันหนึ่ง เขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคที่อยู่ข้างหน้าได้
"ข้าจะทำให้พวกเขาเห็นว่า ข้าไม่ใช่เพียงแค่ศิษย์ใหม่ธรรมดา ข้าจะเป็เซียนผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครสามารถโค่นล้มได้!"
อี้หลงกล่าวกับตัวเองพร้อมกับความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยมในดวงตาของเขา