หลังผ่านพ้นเหตุการณ์มากมาย ฮ่าวเทียนยามนี้เนื้อตัวเปรอะเปื้อน เดินทางตรงไปยังเส้นทางสู่นครจันทราพิสุทธิ์ ระหว่างทางพบเห็นผู้คนมากมาย ทั้งรถม้าทั้งเดินเท้า เด็กหนุ่มมีความคิดขอติดสอยห้อยตาม ทว่าด้วยสภาพเช่นนี้ บอกกล่าวใครว่ามุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาแห่งราชวงศ์ ไม่พ้นเป็เื่ขบขันไปชั่วลูกหลานเป็แน่แท้
“ ท่านลุง ท่านลุงท่านนี้ ผู้เยาว์คิดไปยังเมืองจันทราพิสุทธิ์เพื่อไปช่วยท่านปู่ขนของแต่พลัดหลงกลางทาง ขอผู้เยาว์ติดตามท่านเข้าเมืองได้รึไม่ ” ชายหนุ่มวัยกลางคนนั่งอยู่บนม้า ด้านหลังขนข้าวของเข้าสู่เมืองใหญ่ สบตาเด็กน้อยผู้หนึ่งที่วิ่งตามมา พลันกล่าว
“ เด็กน้อย เ้าช่างสะเพร่านัก เส้นทางนี้โจรชุกชุมอันตราย ไม่วายถูกจับไปเป็ทาสแน่ รถม้าข้าเดินทางย่อมมีค่าใช้จ่าย ไม่อาจให้เ้านั่งฟรีได้ ” ฮ่าวเทียนได้ยินดังนั้นจึงรีบตอบกลับ
“ ท่านลุงข้ามีเงินติดตัวอยู่บ้าง หวังว่าเพียงพอขอที่นั่งแคบๆในรถท่าน ” เห็นเด็กน้อยมีถุงเงินตนจึงมิได้สาวความยืดยาวต่อไป
“ เช่นนั้นก็ไป 10 เหรียญเงินเ้าคงมี ” เด็กหนุ่มรีบกล่าว
“ ข้ามีๆ ท่านลุงโปรดรับไว้” ชายหนุ่มรับเงินค่าเดินทางจากหนุ่มน้อย พร้อมกล่าว
“ หากเ้าโชคดีเจอคนเฝ้าประตูใจดี ย่อมเป็วาสนา หากโชคร้ายเจอพวกหน้าเนื้อใจเสือ มิพ้นจับเ้าไปเป็ทาสคุกฐานหลบหนีเข้าเมือง! หวังว่าท่านปู่เ้าจะมารับเ้าทัน... ” เด็กหนุ่มคิ้วกระตุกทันที....ที่แท้เข้าเมืองใหญ่ ไม่อาจเดินเตาะแตะเข้าไปได้
“ ท่านลุง ท่านปู่ข้าอยู่ห่างไกลจากประตูเมืองนัก ท่านรับรองข้าได้หรือไม่ แน่นอนว่าข้าย่อมตอบแทน ” ไม่ทันสิ้นเสียง
“ ชะ! เ้าเด็กนี่ได้คืบจะเอาศอก หากเ้าไปเป็ขโมยบ้าบอที่ไหนเข้า มิเป็ข้ารับผิดชอบรึ! ” เด็กหนุ่มรีบตอบด้วยความตั้งมั่น
“ เด็กแบบข้าจะทำอะไรได้ เถอะนะท่านลุง ข้าให้ท่านเหรียญทองใหญ่เชียวนะ ” เพียงเห็นเหรียญทองชายหนุ่มถึงกับขมวดคิ้ว 100 เงินจึงเท่า 1 ทอง เด็กนี่ร่ำรวยกว่าที่ตาเห็น คงสินบนยามเฝ้าประตูเองได้แน่ เด็กหนุ่มรีบคำนับขอบคุณ
“ ขอบคุณท่านช่วยเหลือ วันหน้ามีโอกาส พบเจอท่านจะตอบแทนสิบเท่า ” ชายหนุ่มหัวเราะร่วน
“ ฮ่าๆ เด็กเหลือขอเช่นเ้าจะตอบแทนพ่อค้าเช่นข้าอย่างไร ข้าจะรอชม! อีกหลายชั่วยามกว่าจะเดินทางถึง เ้าจะนอนพักก็ตามใจ ข้าวปลาอาหารเชิญหยิบจับตามสบาย ”…. “ ขอบคุณท่านลุง ” ด้วยความเหน็ดเหนื่อย ฮ่าวเทียนหลังกินทุกอย่างที่ขวางหน้า เด็กหนุ่มปิดตานอนหลับลงบนกองฟางกองใหญ่ เฝ้าคำนึงถึงท่านปู่ของมัน สุดท้ายก็ผล็อยหลับไป....
หลายชั่วยามต่อมา...“ เ้าหนุ่มน้อยรีบตื่นซะ เห็นประตูเมืองแล้ว! ” ฮ่าวเทียนลืมตาขึ้น ทัศนียภาพตรงนั้นสุดประมาณจะเอ่ยถึงด้วยคำใด ช่างใหญ่โตโอ่อ่า กำแพงเมืองประดับประดาด้วยลวดลายที่มันไม่รู้จัก ส่องประกายแวววับ สำหรับเด็กคนหนึ่งที่อยู่กับป่าเขา แม้จวนท่านอ๋องหกของมันจะโอ่อ่าเพียงใด กลับเทียบไม่ได้กับความยิ่งใหญ่ของกำแพงตรงหน้าแม้แต่น้อย เสียงจ้อกแจ้กจอแจหน้าประตูเมือง ดูแล้ววุ่นวายนัก
“ ท่านลุง ปกติแล้ว หน้าประตูเมืองวุ่นวายเช่นนี้ตลอดรึ ” เด็กหนุ่มเอ่ยถาม ดวงตาทั้งสองยังมองผู้คนที่วุ่นวายจอแจ
“ ไม่ขนาดนี้ ่นี้โรงเรียนราชวงศ์กำลังเปิดรับนักเรียนชั้นฝึกหัดร่วมสามร้อยคน ขุนนางน้อยใหญ่ใหม่เก่าทั้งหลาย ต่างเดินทางมาจากทั่วสารทิศ เพื่อส่งลูกหลานตนหวังเข้าเรียนที่แห่งนั้น...” ที่แท้เป็เช่นนี้ มองดูแต่ละคนแต่ละบ้าน มีข้ารับใช้ พ่อบ้าน ทหารคุ้มกัน วุ่นวายนัก....แต่ตัวข้านี่สิ เหอๆ ทำอย่างไรได้เล่า!
“ ท่านลุง ท่านพอทราบหรือไม่ว่าสำนักที่ว่านั้นเปิดรับสมัครถึงวันใด ” ชายหนุ่มหันมามองฮ่าวเทียนอย่างเฉื่อยชา
“ วันนี้ วันสุดท้ายแล้ว เ้าถามทำไม ? ” *&^+#!!!
“ เป็! เป็วันสุดท้าย แล้วถ้าหากเลยวันนี้ไปเล่า?”
“ อีก 1 ปี 6 เดือนจึงเปิดรับอีกครา เ้านี่ ถลึงตาน่าเกลียดน่ากลัวนัก หน้าตาก็ใช่ว่าขี้ริ้วขี้เหร่ อย่าบอกนะเ้าจะไปเข้าสอบ ฮ่าๆๆๆๆ ” เด็กหนุ่มทอดถอนใจ
“ ไม่มีสิ่งใดหรอกท่าน เรารีบเข้าเมืองเถอะ...”
หลังผ่านพ้นประตูเมือง เด็กหนุ่มจึงแยกทางกับพ่อค้า
“ เด็กน้อย เศษผ้านี่เป็เครื่องหมายการค้าของข้า หากเ้าพบเจอเื่ยากลำบากใด ให้นำมันไปหาสมาคมการค้าใดก็ได้ในนครแห่งนี้ เอ่ยนาม ต้วนเทียน แก่เขา จะหาข้าพบ อย่าลืมไปหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ซะ ขอให้โชคดี ” เด็กหนุ่มรับผืนผ้าเล็กๆไว้ในมือ พลันกล่าว
“ ขอบคุณท่านมาก วันใดไม่มีกินข้าจะไปนวดขาท่านเอง” ชายหนุ่มหัวเราะร่วน
“ ฮ่าๆๆ เด็กที่ดี! ข้าไปล่ะ” เด็กหนุ่มมองตามพ่อค้าที่จากไป แม้รอบกายมีผู้คนชุกชุมมากหน้าหลายตา จอแจเป็ที่สุด บ้านเรือนโอ่อ่าใหญ่โตมีทหารทุกซอกมุม ใจมันกลับอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวนัก เด็กหนุ่มไม่รีรอ รีบหาซื้อเสื้อผ้าดีๆใส่ เงินที่ท่านปู่มันให้ไว้ นับว่าเพียงพอให้ได้อยู่กินสบายอีกเป็เดือน!
“ ท่านน้าๆ ท่านทราบหรือไม่ สำนักศึกษาราชวงศ์อยู่ที่ใด ข้าหลงทางกับท่านปู่ ท่านปู่ข้าขายเสื้อผ้าอยู่ใกล้ที่แห่งนั้น ” ได้ยินเด็กหนุ่มคนนึงเอ่ยถามพร้อมดึงชายเสื้อ หญิงสาววัยกลางคนที่กำลังเดินจึงหันไปมองและตอบทันที
“ หนุ่มน้อย เ้าเห็นทหารกองนั้นรึไม่ เดินตามหลังไปไม่เกินครึ่งชั่วยามจะพบเจอโรงเรียนราชวงศ์ ” ฮ่าวเทียนมองตามกลุ่มทหารยามกำลังเดินพร้อมเพรียงอย่างเป็ระเบียบ
“ ขอบคุณท่านน้า ” ฮ่าวเทียนรีบสาวเท้าตามทันที เพียงไม่นานพบเจอประตูโอ่อ่าใหญ่โตมีป้ายบอกสถานที่ชัดเจน ตึกราด้านในเองก็ใหญ่โตจนดูน่าอึดอัด ด้านหน้ามีผู้คนจอแจแออัดมากมาย
“ หมดนั่นคือผู้สมัคร? ตายล่ะ ข้าจะทำอย่างไรดี ” ด้วยความว้าวุ่นใจ ด้านข้างเด็กหนุ่มมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินตรงมาหาตนพร้อมกล่าว
“ หนุ่มน้อย เ้ากำลังมองหาสถานที่ลงทะเบียนรึไม่ ? ” ฮ่าวเทียนหันกลับไปมองตามเสียงนั้น กลับพบเจอหญิงสาวรูปงามผู้หนึ่ง อายุรุ่นราวไม่เกิน 20 ปี แต่งกายประดุจนางฟ้านาง์ กำลังก้มหน้าเล็กน้อยสนทนากับตน
“ พี่สาวท่านสายตาแหลมคมนัก ข้ามาเพื่อสอบแข่งขันเข้าสำนักศึกษาแห่งนี้จริง ” หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นจึงตอบกลับทันที
“ วันนี้เป็วันสอบวันสุดท้ายแล้ว ผู้คนที่เดินทางมาจากที่ห่างไกลล้วนมาถึงสองสามวันนี้ ช่างวุ่นวายนัก แล้วครอบครัวหรือพ่อบ้านของเ้าเล่า อยู่ที่ใดกัน ? ” ...นี่คงเป็คำถามปกติสามัญสำหรับสถานที่เช่นนี้ เด็กหนุ่มคำนึงในใจ พลันกล่าวต่อ
“ พี่สาว ข้า ไม่มีครอบครัวหลงเหลืออีกแล้ว มีเพียงคำสั่งญาติสนิทให้มาสอบยังที่แห่งนี้เท่านั้น พร้อมจดหมายแนะนำบางประการ ” หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกผิดอยู่เนิ่นนานก่อนกล่าว
“ พี่ผิดไปแล้ว ไม่คิดว่าเ้าที่แท้พบเจอเื่ราวเลวร้าย เช่นนี้ พี่จะพาเ้าเข้าทางลัดไปลงทะเบียนเองเป็อย่างไร พี่เป็ถึงศิษย์ตำหนักใหญ่ของสำนักเชียวล่ะ! ” หญิงสาวพูดออกปากด้วยความพอใจ
“ ท่านที่แท้...ข้าฮ่าวเทียนขอบคุณพี่หญิง ครั้งนี้ติดหนี้บุญคุณท่านแล้ว ไม่ทราบนามท่านคือ.... ”
“ มู่ชิงเสวียน เป็ชื่อของพี่ ฮ่าวน้อย เ้าดูแล้วยังเยาว์นัก หากอายุไม่เกิน 15 ปี พลังฝีมือเ้าต้องอยู่ในระดับปราณริเริ่มขั้นที่ 5 ขึ้นไป จึงถูกจัดว่าเป็ผู้มีพร์ ลบล้างข้อจำกัดเื่อายุไม่ถึงเกณฑ์ได้ ข้อนี้เ้าย่อมรู้แก่ใจ เรารีบไปเถอะ! ” ฮ่าวเทียนตื่นตระหนกในใจ ปราณริเริ่มอันใดกัน ตัวข้าแม้ควบคุมลมปราณยังมิอาจทำได้ ข้าต้องรีบตามหา าุโ กู่หลิง ตามที่พี่นางฟ้ากล่าวไว้ ก่อนจะถูกถีบส่งออกไปจากสถานที่แห่งนี้! ไม่ทันไรเด็กหนุ่มถูกฉุดกระชากด้วยความเร็วจากวิชาตัวเบาของหญิงสาวจนหน้าตาบูดเบี้ยว ก่อนจะลงทะเบียน ผู้รับสมัครเอ่ยปากถาม
“ นามเ้า พื้นเพ ระดับยุทธ์ สัดส่วน ตำหนิ จงเอ่ยกล่าวมาโดยเร็ว! ” สิ้นเสียงผู้คุมสอบ มู่ชิงเสวียนพลันสวนขึ้นมา
“ ท่านอาจารย์หก เด็กหนุ่มนี้นาม ฮ่าวเทียน เป็น้องชายห่างๆของข้าเอง ข้ารับรองแก่เขา ท่านมิต้องถามอันใดอีก ข้าย่อมรู้กฏเกณฑ์การรับสมัครดี! ” สิ้นเสียงหญิงสาว าุโผู้นี้ลอบมองฮ่าวเทียนจึงตอบกลับ
“ เช่นนั้นก็พามันไปรอทดสอบ ณ เวทีที่หนึ่ง ทดสอบระดับพลังต่อหน้าสิบหกาุโและเหล่าศิษย์เก่า ผ่านก็คือผ่าน ไม่ผ่านก็คือไสหัวกลับไป ขนาดนี้นับว่าเห็นแก่หน้าเ้าแล้ว ตัวข้าอยู่ใกล้ชิดมันปานนี้ยังไม่อาจััรัศมีใด ปกปิดได้แยบยลนัก เราผู้ชราได้เปิดหูเปิดตาแล้ว เหอๆ ไปซะ !” สีหน้าฮ่าวเทียนยามนี้ ดูไปแล้วราวพบเจอผีสาง มันคิดเอ่ยปากสิ่งใด กลับถูกทั้งผู้คุมและพี่หญิงคนนี้พูดดักหมดสิ้น รอจนสนทนาจบกำลังจะเอ่ยปาก ก็โดนฉุดกระชากไปยังอีกสถานที่ อีกแล้ว....
“ พี่หญิงท่าน...ช่างบ้าพลังนัก ” เด็กหนุ่มเหม่อลอยกลางอากาศไม่อาจมองเห็นสิ่งใดล้วนผ่านไปอย่างรวดเร็วจนเวียนหัว
“ เมื่อครู่เ้าว่าอะไรนะ ? ” หญิงสาวถามด้วยหน้าตาใสซื่อ
“ ...ไม่มีอันใด ”
จบตอน