22 | ถ้าการสันนิษฐานของฉันไม่ผิดละก็...
ทอรุ้งหัวเราะชอบใจใหญ่เมื่อเื่ผิดแผนนำมาซึ่งอะไรที่ดีงามเกินความคาดหมาย ถึงวันนั้นจะเป็วันซวยของเธอ แต่ก็อย่างที่บอก มันแค่วันเดียวเท่านั้น ผิดคำพูดไอ้รุ้งเสียที่ไหน
“เป็ไงล่ะยายลูกไม้ ‘ทุ่มฉันเถอะที่รัก ถ้ามันจะทำให้คุณแสนย์ไว้ใจลูกไม้มากขึ้นละก็ ลูกไม้จะยอมทุกอย่าง จะไม่ร้องสักแอะ’ ” หญิงสาวจีบปากจีบคอแซวเพื่อน
“จะเป็ไงล่ะ กรี๊ดสนั่นเลยน่ะสิ” คนฝั่งปลายสายโทรศัพท์ครางฮือ สงสัยจะยังกลัวไม่หาย ตอนนี้เ้าหล่อนกลับกาญจนบุรีไปแล้ว ไม่รู้ว่ารีบกลับไปทำวิจัยหรือหนีใครกันแน่
“โอ๋ ๆ ไม่เป็ไรน้า...ว่าแต่ แกไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม ทุ่มลงพื้นคอนกรีตเชียวนะนั่น”
“ฉันไม่เป็ไรเลย ก็ล้มลงบนตัวเขาเต็ม ๆ เลยนี่นะ แต่คุณแสนย์น่ะสิ ไม่รู้จะเป็อะไรมากหรือเปล่า”
“โฮ้ย สบาย” ทอรุ้งตอบมั่นใจ ระดับชัชแสนย์แห่งยูโดซัน นักกีฬายูโดสายน้ำตาลปลายดำขนาดนั้น จะเป็อะไรเชียวกับแค่การเซฟตัวเองตอนล้มลงพื้น ตอนนั้นเขาสวมชุดยูโดผ้าหนาหนักด้วย ก็คงไม่ครูดพื้นจนเป็แผลถลอกหรอก แต่คิดไปคิดมา ทอรุ้งก็ชักสงสัย ทั้ง ๆ ที่กำลังจะทุ่มลูกไม้ข้ามไหล่ขนาดนั้นแล้ว เหตุใดถึงได้กลับกลายเป็กอดกันร่วงลงพื้นอย่างนั้นเล่า
“ลูกไม้ เมื่อกี้แกเล่าว่า พอเขาจะทุ่ม แกก็กรี๊ดลั่นเลยใช่ไหม”
“ใช่ ทำไมเหรอ”
“แล้วตอนแกจะร่วงลงมา ก็รู้สึกเหมือนเขารวบกอดแกไว้ใช่หรือเปล่า”
“ก็ใช่ ทำไมล่ะ”
หญิงสาวคลี่ยิ้มออกมาเมื่อเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง
“ถ้าการสันนิษฐานของฉันไม่ผิดละก็ ตอนแรกพี่แสนย์คงแค่ตั้งใจจะจับตัวหัวขโมยให้ได้ แต่พอเห็นว่าหัวขโมยเริ่มมีการใช้อาวุธ เลยต้องใช้ยูโดจัดการให้เด็ดขาด ปกติเขาไม่ใช้ยูโดกันพร่ำเพรื่อหรอกนะ เพราะถ้าทุ่มกันบนพื้นแข็ง ๆ ที่ไม่ใช่บนเบาะยูโด มันจะอันตรายมาก ยิ่งคนไม่รู้วิชาอาจถึงกับคอหักตายได้เลย”
“โห น่ากลัวชะมัด กีฬาอะไรวะเนี่ย”
“พอจะทุ่ม แล้วแกกรี๊ดใส่หูเขา เขาคงจะหูดับจนเสียหลัก หรือไม่ก็เพิ่งรู้ตัวว่าไอ้หัวขโมยเป็ผู้หญิง อืม...ฉันว่าน่าจะเป็ข้อหลัง เพราะเขารีบหันมาเซฟแก ที่เขารวบแขนแกก็เพราะคนเราปกติเวลาล้มจะเอาแขนเท้าลงกับพื้น ซึ่งมันอันตรายมาก อาจถึงกับแขนหักได้เลยนะ”
“จะว่าไป ตอนนั้นฉันก็...น่าจะกางแขนกางขาน่าดูเลยละ”
“นั่นไง พี่แสนย์เลยต้องรวบแขนแกเก็บ แล้วก็ทำตัวเป็เบาะนุ่ม ๆ ให้แกล้มลงมานอนทับ ว้าว...โรแมนติกยังกับละคร”
เพื่อนสาวซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน เงียบหายไปอึดใจใหญ่ ถอนหายใจยาว แล้วจึงครางออกมาแ่เบาว่า “แก...ฉันชอบเขา”
“เอาอีกแล้ว เอาเข้าไป”
“ฉันชอบเขา” เสียงเบาหวิวคล้ายละเมอย้ำมา
“รู้แล้วย่ะ”
“เขาช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันต้องยอมเป็ของเขาแล้วละ”
“โอ๊ย...อีบ้า!”
ทอรุ้งเล่าให้เพื่อนฟังบ้างว่า จากเหตุการณ์ในคืนนั้นที่โรงเรียนยูโดซันก็เป็เื่เหมือนกัน ชัชแสนย์เรียกมะกอกเข้าห้องเย็นไปต่อว่าเื่ที่ออกไปกินตำเจ๊นกโดยไม่ปิดยิมปิดโรงเรียนให้เรียบร้อยเสียก่อน จนเกิดเื่คนแปลกหน้าเข้ามาในยิมอย่างนี้ ถึงแม้ทอรุ้งจะพยายามอธิบายว่า คนที่เขาเข้าใจว่าเป็หัวขโมยคือเพื่อนของเธอเอง แต่ก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดี เพราะหากคนที่เข้ามาไม่ใช่เพลงพนัส แต่เป็ขโมยจริง ๆ ใครจะรับผิดชอบไหว
ชัชแสนย์เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้มีกรณีเงินหายไปจากลิ้นชักหลังเคาน์เตอร์สามหมื่นบาท ขอดูกล้องวงจรปิดของอาคารก็เห็นเป็คนชุดดำ สวมหมวกแก๊ปสีดำปิดหน้า ลอบเข้ามาในเวลาเกิดเหตุ จนถึงตอนนี้ยังจับตัวไม่ได้
“ ‘ฝากบอกเพื่อนน้องรุ้งด้วยว่า ทีหลังถ้าไม่ใช่ขโมยก็บอกกันตรง ๆ ไม่ต้องหนี ไม่ใช่ขโมยแล้วจะทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ทำไม’ พี่แสนย์เขาฝากมาบอกแกอย่างนี้”
“อืม...” ปลายสายรับคำเสียงหงอย “ว่าแต่...คุณแสนย์ไม่ได้พูดถึงอะไรอย่างอื่นเลยเหรอ”
“ไม่นะ เขาบอกมาแค่นี้ มีอะไรมากกว่านั้นเหรอ”
“คือว่า...ตอนที่หนีน่ะ ฉันเผลอไปคว้าเอาสายยูโดของเขามาด้วยน่ะสิ เขาไม่ทวงเหรอ”
ทอรุ้งหัวเราะขบขันปนประหลาดใจ ข้อนี้เกินความคาดหมายจริง ๆ “ตายแล้ว นี่แกสู้กับเขาจนถึงกับสายหลุดเลยเหรอ”
“ก็...ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ติดมือกลับบ้านมาแล้วเนี่ย”
“อืม...พี่แสนย์ไม่ได้พูดถึงนะ เห็นคาดสายใหม่มาแล้วด้วย งั้นแกก็เก็บไว้เถอะ เป็ที่ระลึก ไว้สูดดมก่อนนอนก็ได้”
ยายลูกไม้หัวเราะคิก ป่านนี้คงหน้าแดงเป็ลูกสตรอว์เบอร์รีสุก พูดอุบอิบว่า “บ้าสิ เดี๋ยวก็ทำจริงหรอก”
เพลงพนัสพับสายยูโดสีน้ำตาลปลายดำวางไว้ข้างหมอน ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวนอนหลับไปด้วยกัน นึกถึงเหตุการณ์น่าตื่นเต้นในคืนนั้นแล้วยังใจเต้นไม่หาย แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ดีใจที่ได้พบเขา แม้ว่ามันอาจเป็ความทรงจำบ้า ๆ ของอีกฝ่ายก็ตาม
มีเื่สำคัญอีกเื่หนึ่งที่เธอจงใจข้าม ไม่ได้บอกทอรุ้ง หญิงสาวยกมือแตะริมฝีปากแ่เบา...
ผุดลุกขึ้นนั่ง ชักจะนอนไม่หลับเสียแล้ว ดูปฏิทินซึ่งขีดฆ่าวันที่ผันผ่าน นี่เกือบจะครบยี่สิบเอ็ดวันตามกฎแล้ว จะว่าไปเธอเองก็ผ่าน่เวลาที่เหงา เศร้า ท้อใจมามากมาย แต่ด้วยใจที่ยึดมั่นในกฎทำให้ยังเดินหน้ามาได้จนถึงวันที่ได้พบกัน หากท้อถอดใจไปก่อนก็คงไม่มีวันนี้
ดังนั้น ถึงจะดูไร้ความหวังเพียงใด ก็จะขอเดินไปให้ถึงปลายทางคือวันที่ 21 หลังจากนั้นไม่ว่าผลจะเป็อย่างไร เธอก็เหมือนเดินเข้าเส้นชัยไปแล้ว นั่นคือชนะใจตัวเอง
และแล้ว...วันสุดท้ายของกฎ 21 วันก็มาถึง เพลงพนัสรู้สึกโหวงเหวงในใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่านี่จะเป็คืนสุดท้ายที่ได้ส่งข้อความถึงคุณแสนย์หรือเปล่า ถ้าใช้กฎนี้ไม่สำเร็จ เขาไม่ติดต่อกลับมาอย่างที่คาดไว้ ครั้งนี้ก็คงเป็ครั้งสุดท้ายจริง ๆ ที่จะได้คุยกับคุณแสนย์ ชายหนุ่มผู้เหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ก็ไกลเหลือเกิน
ลูกไม้: คุณแสนย์รู้จักมอทพระจันทร์มาดากัสการ์ไหมคะ
หญิงสาวส่งรูปไปให้ดูด้วย ผีเสื้อสีเหลืองสดสวยเกาะอยู่บนต้นไม้ หางของมันเรียวยาวราวกับนางพญา ไม่สิ...อาจต้องเรียกว่านายพญาหรือเปล่า เพราะหางของตัวผู้ยาวถึงยี่สิบเิเ สมกับเป็ผีเสื้อที่หางยาวที่สุด
ลูกไม้: ถิ่นอาศัยอยู่บนเกาะมาดากัสการ์ค่ะ งวงของเขาถูกวิวัฒนาการให้หดสั้นจนใช้ดูดน้ำหวานไม่ได้ เลยมีอายุแค่ 5-6 วันเท่านั้น แต่่เวลาสั้น ๆ ในชีวิตเขาก็มีภารกิจสำคัญนะคะ ตัวผู้จะออกบินตามหาตัวเมียซึ่งชอบอยู่กับที่ เหมือนกับว่าเกิดมาแค่เพื่อตามหาคู่ชีวิตของตัวเองให้พบ ก่อนจะต้องตายไป
เพลงพนัสยิ้มบาง ไม่รู้คุณแสนย์จะงงไหมเพราะจู่ ๆ เธอก็มาเล่าเื่ผีเสื้อให้ฟัง จะรู้ไหมนะว่านี่แหละคือการบอกรักแบบฉบับนักกีฏวิทยา หญิงสาวส่ายหน้าระอาตัวเอง ที่ทอรุ้งเคยเหน็บว่าเธอเพี้ยนนั้นสงสัยจะจริง
ลูกไม้: ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
และในตอนดึกของคืนนั้น คุณแสนย์ของเธอก็ตอบกลับมาเพียงว่า
แสนย์: ครับผม ขอบคุณครับ
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
เห้อออ เ็าอีกแล้ว คุณแสนย์เนี่ย คิดอะไรอยู่นะ
แต่เอาเถอะ ลูกไม้ก็ทำตามสูตรครบแล้วแหละ 21 วัน เดี๋ยวมาดูกันว่าพอนางหายไปจะมีใครคิดถึงบ้างไหม อิอิ