“เ้าจงมาเป็เพื่อนกับข้าเถอะ!”
หลังจากผ่านวันเกิดครบรอบห้าปีของอิงฮวามาได้ไม่นานชื่อเสียงของเด็กน้อยผู้น่ารักและเป็ที่เอ็นดูของบรรดาพ่อค้าแม่ขายในตลาด ก็เริ่มแพร่กระจายออกไปในวงแคบๆ ทำให้เหล่าข้ารับใช้บางส่วนเริ่มรับรู้ได้ถึงข่าวลือนี้
แน่นอนว่านั่นไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับครอบครัวของอิงฮวาแม้แต่น้อยพวกเขาก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายดั่งเช่นทุกวัน
ในเช้าที่สดใสวันหนึ่งมันเป็วันที่พายุหิมะหยุดโหมกระหน่ำลงสู่ผืนดินแม้ตามพื้นจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะอย่างบางเบาก็ตามแต่ก็ยังโชคดีที่วันนี้พระอาทิตย์ดวงกลมโตสาดแสงส่องลงมาทำให้อากาศที่หนาวเย็นอบอุ่นขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
เด็กสาวตัวน้อยจึงออกมาเดินเล่นผ่อนคลายตามประสาภายในลานกว้างที่มักจะมาเป็ประจำโชคดีที่หลังจากเกิดเื่การกลั่นแกล้งครั้งเมื่อนานมาแล้วก็ไม่มีเด็กบ้านไหนกล้ามายุ่งวุ่นวายกับนางอีกเลยคงเพราะกลัวกำปั้นของนางหรือไม่ก็เพราะกลัวข่าวลือเื่ที่ว่าครอบครัวนางมีอาถรรพ์กระมัง
ว่าไปแล้วก็น่าขำยิ่งนักมนุษย์มักเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่มองมิเห็นรวมถึงสิ่งที่ทำให้พวกเขาสบายใจมากกว่าเหตุและผลของความเป็จริงนั่นจึงทำให้แผนของข้าเป็ไปอย่างราบรื่น
“เ้าเป็ใครกัน?เหตุใดถึง้ามาเป็เพื่อนกันข้าล่ะ?”อิงฮวามองร่างของเด็กสาวตัวน้อยเบื้องหน้าด้วยความสงสัยยังมีลูกหลานบ้านไหนกล้ามาพูดคุยกับนางอีกรึ?
“ข้าชื่อเมิ่ง ชิงชิงที่ข้าอยากเป็เพื่อนกับเ้าเพราะข้าได้ยินมาว่าเ้ามีฝีมือไม่เลวข้าไม่้าเพื่อนที่อ่อนแอ” เมิ่ง ชิงชงกล่าวแนะนำตัวเองรวมถึงบอกกล่าวถึงสาเหตุที่นางมาตามหาอีกฝ่ายในวันนี้
นี่หรืออันธพาลเด็กแห่งกลุ่มข้ารับใช้ตระกูลเมิ่งดูผิวเผินก็เหมือนเด็กน้อยทั่วไปมีเพียงหน้าตาและผิวพรรณที่งดงามเท่านั้นที่พิเศษกว่าเด็กทั่วไปถึงจะน้อยกว่าตัวข้าก็เถอะ
“ข้าซิ่ว อิงฮวาถ้าที่เ้าได้ยินมาเช่นนั้นข้าก็คงต้องขออภัยด้วยข้ามิได้แข็งแกร่งอันใดแม้แต่น้อย คงมิอาจเป็เพื่อนกับเ้าได้หรอก” อิงฮวาตอบกลับอีกฝ่ายไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ดูเหมือนจะเป็ลูกหลานของบุคคลชั้นสูงภายในตระกูลปริมาณพลังลมปราณในเืเนื้อนับได้ว่าคุณภาพสูงยิ่งกว่าผู้พิทักษ์ตระกูลโดยทั่วไปเสียอีก
ข้าควรจะรักษาระยะห่างเอาไว้จะดีกว่า
“เหตุใดจึงพูดจาเช่นนั้นกัน มาสู้กันเถอะ! ถ้าเ้ามีฝีมือจริงข้าจะรับเ้าเป็เพื่อนเอง”เมิ่ง ชิงชิง กล่าวจบก็วิ่งเข้าหาอีกฝ่ายโดยไม่ได้ให้สัญญาณเตือนแม้แต่น้อยนาง้าทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองของอีกฝ่ายว่าจะทำเช่นไรภายใต้สถานการณ์เช่นนี้
“เ้าจะทำอะไรน่ะ! อยู่ๆ ก็เข้ามาทำร้ายข้าเช่นนี้?” อิงฮวากล่าวออกมาด้วยความในางเอี้ยวตัวหลบฝ่ามือของอีกฝ่ายที่พุ่งเข้ามาหมายจะกระแทกปลายคางไปได้อย่างหวุดหวิดหลังจากนั้นจึงถีบพื้นเพื่อทิ้งระยะออกห่างเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสามารถโจมตีต่อเนื่องได้
“...” เมิ่งชิงชิงยืนนิ่งเงียบไม่พูดไม่จานางจ้องมองฝ่ามือที่จู่โจมออกไปเมื่อสักครู่ด้วยความครุ่นคิด
การตอบสนองแบบนั้นไม่ธรรมดาอย่างที่คิดจริง ๆต่อให้เป็ผู้พิทักษ์ชุดขาวก็ยากที่จะหลบการโจมตีของนางได้แบบนั้น
ยิ่งสำหรับเด็กสาวตัวน้อยที่ไม่ได้รับการฝึกฝนรวมถึงยังไม่ได้รับการอบรมบ่มเพาะพลังลมปราณเช่นนี้แล้วนับว่าแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะ” เมื่อเห็นว่าเด็กสาวตรงหน้าไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาอีกอิงฮวาจึงกล่าวออกมาอย่างแ่เบาก่อนตั้งท่าจะรีบกลับบ้านเสียทีขืนอยู่ต่อก็ไม่รู้ว่าเด็กสาวตรงหน้าจะนึกสนุกอะไรขึ้นมาอีกหรือไม่
“เ้านี่แหละที่เหมาะจะเป็เพื่อนกับข้า!ข้าคิดไว้มิมีผิดจริง ๆ !” แต่แล้วเด็กสาวที่นิ่งเงียบเมื่อสักครู่ก็กล่าวออกมาด้วยเสียงอันดังในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความแน่วแน่ว่าจะต้องเป็เพื่อนกับอิงฮวาให้จงได้! แววตาของเด็กสาวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ทำให้อิงฮวาต้องรู้สึกปวดหัวเมื่อเจอกับคนเช่นนี้
และก็จะมีอีกหลายครั้งหลายคราที่นางจะได้ปวดหัวเพราะเมิ่งชิงชิง ผู้นี้อยู่ร่ำไป
ครึ่งหลัง
“เ้าเอาแต่พูดว่าให้ข้าเป็เพื่อนกับเ้าข้าขอถามว่าถ้าข้าเป็เพื่อนกับเ้าข้าจะได้ประโยชน์อันใด?”เมื่อเห็นว่าการบ่ายเบี่ยงมิใช่คำตอบ อิงฮวาจึงกล่าวถามออกมาแทน
อย่างน้อยนางก็ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าอีกฝ่ายมีตื้นลึกหนาบางเช่นไรเหตุใดถึงต้องเข้าหาอย่างเจาะจงเพื่อมาเป็เพื่อนกับนางกันแน่
หรือจะััอันใดจากตัวข้าได้กันฆ่าทิ้งเสียจะดีกว่าหรือไม่นะ?
“ถ้าเ้าเป็เพื่อนกับข้าเ้า้าอันใดในตระกูลแห่งนี้สามารถบอกกล่าวกับข้าได้เลย! แม้ข้าจะไม่กล้าพูดว่าสามารถบันดาลทุกสิ่งให้เ้าได้แต่อย่างน้อยก็เกือบทุกอย่างนั่นแหละ” เมิ่งชิงชิงที่ไม่ได้รับรู้เลยว่าเด็กสาวตัวน้อยที่ดูไร้พิษสงเบื้องหน้ากำลังวางแผนจะปลิดชีพตนเองกล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิใจ
นางเป็ถึงคุณหนูสี่ของตระกูลเมิ่งเชียวนะ! จะมีสิ่งใดบ้างภายในตระกูลนี้ที่นาง้าแล้วจะไม่ได้รับกัน?
แต่ถึงนางจะมีฐานะสูงส่งเช่นนี้นางก็ไม่้าใช้มันเพื่อบีบบังคับอีกฝ่ายนางจึงเลือกที่จะบอกเพียงชื่อของตนเองกับอีกฝ่ายก็เท่านั้นและดูเหมือนจะเป็ดั่งที่นางคาดเดาเอาไว้ อีกฝ่ายดูจะไม่รู้จักว่านางคือใครจริง ๆ
“เ้าพูดจริงรึ?” ร่างของเด็กสาวที่กำลังจะกลับบ้านถึงกับหยุดชะงักไปในทันทีอิงฮวาหันคอกลับมาก่อนจะกล่าวถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แน่นอน! เ้าสนใจหรือไม่?” เมิ่งชิงชิงที่เห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มที่จะสนใจขึ้นมาจึงกล่าวตอบรับด้วยความมั่นใจ
“เช่นนั้นข้าก็ตกลง งั้นเรามาเป็เพื่อนกัน” อิงฮวาพยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย
“มาเกี่ยวก้อยกันเถอะ! เราจะเป็เพื่อนกันตลอดไป” เมิ่ง ชิงชิงดีใจเป็อย่างมากที่อีกฝ่ายตอบตกลงนางยื่นมือข้างขวาออกมาทำท่าชูนิ้วก้อยให้กับอีกฝ่าย
“..ได้สิ”อิงฮวามองนิ้วก้อยของอีกฝ่ายพลางหยุดคิดเล็กน้อยแต่นางก็ยื่นมือข้างขวาออกไปเกี่ยวก้อยด้วยอย่างว่าง่าย
ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยประการฉะนี้นั่นเอง
“มาเล่นกันเถอะ!” เมิ่งชิงชิงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง นางตั้งท่าเตรียมต่อสู้ก่อนจะกล่าวออกมา
“เล่นอะไรรึ?”อิงฮวาเอียงคอกล่าวถามกลับไป
“เล่นต่อสู้ยังไงล่ะ”เมิ่ง ชิงชิงทำท่าต่อยลมให้กับอีกฝ่ายดูพลางตอบกลับไปนางร่ายรำเพลงหมัดและท่าร่างต่าง ๆ ที่นางได้เรียนรู้มาให้กับเพื่อนคนแรกของนางดู
หลังจากร่ายรำจนจบนางก็หันไปมองอิงฮวาด้วยสายตาคาดหวังมันเป็สายตาของเด็กน้อยที่้าให้ผู้อื่นกล่าวชมในสิ่งที่ตนทำ
“..เ้าเก่งมากเลย ไว้สอนข้าทำเช่นนั้นบ้างสิ!”อิงฮวาเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น
“ได้สิ แต่วันนี้เรามาเล่นต่อสู้กันเถอะในอนาคตพวกเราจะได้เข้าสำนักดี ๆ สักสำนักได้” เมิ่งชิงชิงฉีกยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ นางกล่าวออกมาด้วยความมุ่งมั่น
แม้ตระกูลเมิ่งจะยิ่งใหญ่เป็อย่างมากแต่ความสามารถของพวกเขาก็มีอยู่อย่างจำกัดถ้า้าที่จะแข็งแกร่งขึ้นก็ต้องฝากตัวเข้าสำนักที่อยู่ในระดับสูงกว่าเท่านั้นมิเช่นนั้นก็ทำได้แต่จมปลักอยู่กับที่ต่อไป
“แล้วจะสู้กันเช่นไร ใช้หมัดเปล่ารึ?” อิงฮวาชูกำปั้นขึ้นมาก่อนจะกล่าวด้วยความสงสัย
“ใช่แล้ว! เพื่อไม่ให้เป็การเอาเปรียบเ้าถ้าเ้าโจมตีโดนข้าได้สามครั้งจะถือว่าเ้าชนะและข้าจะสอนท่าร่างการเคลื่อนไหวให้กับเ้าเอง” เมิ่งชิงชิงกล่าวขึ้นมาด้วยความมั่นใจ
นางมองว่าการต่อสู้ครั้งนี้ถึงยังไงก็เป็การเอาเปรียบอีกฝ่ายมากจนเกินไปเพราะนางได้รับการฝึกฝนมาจากหน่วยจันทราทมิฬเป็ระยะเวลาหนึ่งปีแล้วถึงแม้จะยังไม่ได้เริ่มการบ่มเพาะลมปราณก็เถอะ
“ตกลงตามนั้น”อิงฮวายิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงร่าเริง
ฝีมือของคุณหนูตระกูลเมิ่งจะเป็เช่นไรกันนะข้าขอรับชมเป็บุญตาเสียหน่อยเถอะ