หลังจากมองดูข้าวของไปทั่วครัวพร้อมทั้งถามว่าแต่ละอย่างใช้ทำอะไรบ้าง ลี่จูจึงพอเข้าใจบ้าง แต่นางไม่เคยจุดไฟเช่นนี้ หากจะเริ่มทำอาหารคงต้องเริ่มจากจุดไฟให้ติดก่อนล่ะมั้ง
“เ้าสอนข้าจุดไฟได้หรือไม่ ใช้อะไรจุดรึ!?”
“เราใช้สิ่งนี้จุดไฟเ้าค่ะ”
มันเป็ไม้ทรงกระบอกเล็กๆ พอดีมือและมีบางอย่างอัดแน่นในนั้น เมื่อดึงปลอกออกแล้วเป่าเพียงครั้งเดียวไฟก็ลุกติดตรงปลายอย่างง่ายดาย สิ่งที่อยู่ในท่อนไม้เล็กๆ นั่นคงเป็เชื้อเพลิงล่ะมั้ง
“สิ่งนี้เค้าเรียกว่าอะไรรึ!?”
“มันคือฮว่าเจ๋อจึเ้าค่ะ จะเรียกว่าพับไฟ หรือตะบันไฟก็ได้เ้าค่ะ”
ลี่จูพยักหน้าเข้าใจ วิทยาการของคนยุคโบราณนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ ถึงจะดูล้าหลังแต่เรียบง่ายและใช้งานสะดวกดี พกพาก็ง่าย นางคงต้องมีไว้ติดตัวบ้างแล้ว เผื่อต้องเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว
“ที่จุดไฟแบบนี้ทำอย่างไร เ้าสอนข้าได้หรือไม่? หากข้าต้องจุดไฟเองแล้วไม่มีฮว่าเจ๋อจึจะได้จุดได้”
“เดี๋ยวข้าจะสอนนะเ้าคะว่าต้องใส่อะไรเข้าไปในนี้บ้าง หากไม่ได้มีพับไฟพกติดกายก็สามารถทำขึ้นมาเองได้ไม่ยากเ้าค่ะ”
“ดีๆ ข้าชอบ น่าสนุกดี แล้วนี่เราต้องใช้อะไรบ้างเวลาจุดเตาทำครัว ทำไมใส่แค่นี้ล่ะ ไฟมันจะติดหรือ?”
ลี่จูเริ่มหันมาสนใจเตาที่เธอกำลังจะจุด ในนั้นมีทั้งเศษไม้เล็กๆ เศษใบไม้แห้ง
“ท่อนไม้ข้างๆ ท่อนใหญ่เอาไว้ทำอะไร ทำไมไม่เอาใส่เข้าไป”
ในใจลี่จูสงสัยจึงถามสาวใช้ว่าทำไมใส่แค่นั้น
“ตอนจุดตอนแรกต้องใช้เศษไม้เล็กๆ เศษหญ้าแห้งหรือฟางก็ได้เพื่อให้ไฟติดได้ง่ายและเร็วก่อนเ้าค่ะ แล้วเราค่อยเอาไม้ชิ้นใหญ่ใส่เข้าไปทีละนิดเ้าค่ะ ถึงจะทำให้ไฟติดนาน”
“อย่างนี้นี่เอง ดีจังเลย แล้วนี่ทำไมอี้ฉีมาช้าจังเลย นางไปเตรียมวัตถุดิบอะไรมากมาย หรือว่าจะขนมาคนเดียวไม่ได้ เ้าไปช่วยนางขนของมาที่นี่เถอะ ข้าอยากทำอาหารแล้ว เตาไฟนี้ติดแล้ว แค่ค่เติมฟืนเพิ่มก็พอไม่ใช่รึ?”
“ใช่เ้าค่ะ ตอนนี้แค่รอให้ไฟในเตาติดดีแล้ว เราก็สามารถเริ่มทำอาหารได้แล้วเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเ้ารีบไปรีบมานะ ข้ารอที่ครัว”
ลี่จูให้อี้จิงรีบไปตามอี้ฉีด้วยอยากรู้ว่าวัตถุดิบนั้นมีอะไรบ้าง นางจะได้หัดทำอาหารชนิดไหน ตอนนี้นางตื่นเต้นมากที่จะได้ทำอาหารของคนยุคโบราณเป็มื้อแรกด้วยตนเอง จึงคะยั้นคะยอให้อี้จิงรีบไปตามนางมาไวๆ
“เ้าค่ะ ข้าจะรีบมานะเ้าคะ”
เมื่ออี้จิงเดินออกไปหาอี้ฉีที่ครัวหลัก นางเห็นอี้ฉีหั่นผักเตรียมเครื่องปรุงอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยไว้แล้ว แต่ยังคงพูดคุยอยู่กับพ่อบ้านและคนในโรงครัวอย่างไม่รีบไม่ร้อน
“พี่อี้ฉี คุณหนูลี่จูให้ข้ามาตามท่านแล้ว รีบไปกันเถอะ คุณหนูรอนานแล้ว”
อี้ฉีที่ได้ยินบ่าวรุ่นน้องเรียกจึงหันไปมองนาง แต่ภาพเื้ัของนางกลับเป็กลุ่มควันไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสูงจนเลยหลังคาจวน เหมือนกำลังเกิดเพลิงไหม้อย่างไรอย่างนั้น
“อ้าว! อี้จิง เ้าไม่อยู่กับคุณหนูหรอกรึ? แล้วนี่นางทำอะไรอยู่ในครัว ทำไมมีควันไฟใหญ่ขนาดนั้นทางเรือนรับรองของนาง เ้าอย่าบอกนะว่าปล่อยให้นางจุดเตาไฟเอง!”
อี้ฉีรู้สึกใกับเหตุการณ์ตรงหน้า นางไม่คิดว่าจะมีควันไฟมากมายขนาดนี้ ภาพที่เห็นตอนนี้มันไม่ต่างกับถูกคนวางเพลิงเลย
“ข้าจุดเตาไฟให้นางแล้ว แต่ข้าแค่ให้นางเติมฟืนเพิ่มเท่านั้น หรือว่า...!?”
บ่าวรับใช้ทั้งสองคนหันมองหน้ากันทำตาโตอย่างตื่นใ คุณหนูลี่จูผู้นี้ชอบทำสิ่งที่ไม่เหมือนผู้อื่นเลย ทั้งหลับในอ่าง ทั้งควันไฟนี้...
“หรือว่านางจะวางเพลิงเพื่อหนีออกจากจวน ท่านแม่ทัพยิ่งกำชับเอาไว้อยู่ว่าอย่าให้นางคลาดสายตา รีบไปกันเถอะ!”
บ่าวรับใช้ทั้งสองคนรีบวิ่งเร็วที่สุดในชีวิต มุ่งหน้าไปยังโรงครัวในเรือรับรองทันที
คนอื่นๆ ในโรงครัวหลักต่างเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงให้คนรีบไปรายงานท่านแม่ทัพ หากเกิดสิ่งใดไม่คาดฝันขึ้นมาพวกตนจะได้ไม่ถูกตำหนิที่ไม่รีบไปรายงานให้ทันท่วงที
สตรีนามลี่จูผู้นี้มีที่มาแปลกประหลาด ซ้ำยังมาพร้อมเสียงดังเหมือนเกิดอาเภท การที่นางมาอยู่ที่จวนนี้ทำให้หลายคนกังวลพอสมควร แต่ในเมื่อท่านแม่ทัพบอกว่า้าคุมตัวนางไว้เพื่อตรวจสอบที่มาของนาง เหล่าบ่าวรับใช้จึงไม่มีใครกล้าทักท้วงใดๆ อีก
“ท่านแม่ทัพขอรับ! เกิดเื่แล้วขอรับ! ที่เรือนของแม่นางลี่จูเกิดไฟไหม้ขอรับ เห็นว่านางจะทำอาหารจึงให้บ่าว 2 คนช่วยเตรียมของและจุดไฟให้ แต่พอบ่าวรับใช้ของนางมาที่ครัวหลักเพื่อนำวัตถุดิบไปให้นาง กลับเกิดควันกลุ่มใหญ่ลอยมาจากเรือนของนางขอรับ ไม่รู้ว่านางสร้างสถานการณ์เพื่อหลบหนีหรือว่าตั้งใจเผาจวนของท่านก็ไม่ทราบได้ขอรับ”
บ่าวที่มาจากโรงครัวหลักรายงานตามที่ทราบมา ทุกคนรู้ว่านางคือสตรีที่มาพร้อมเสียงดังประหลาดที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ซ้ำนางยังดูไม่รู้เื่อะไรเลยแม้แต่ที่มาของตนเอง
“อะไรนะ!! นางเผาจวนข้าอย่างนั้นรึ!?”
เจียเร่อใกับสิ่งที่ได้ยิน นี่นางอยากหนีไปจากเขาขนาดนั้นเลยหรือ ถึงขั้นลงทุนเผาจวนของเขาเพื่อหลบหนี มันจะมากเกินไปแล้ว! ยิ่งได้ยินคำบอกเล่าของบ่าว เจียเร่อกลับยิ่งโมโหขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้นางแสดงออกชัดเจนว่าอยากไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่ไม่คิดว่านางจะลงมือรวดเร็วขนาดนี้ นางช่างใจร้อนจริงๆ
ท่านแม่ทัพรีบวางทุกอย่างบนโต๊ะหนังสือทันที เขาวิ่งออกมาจากห้องพร้อมทั้งใช้วิชาตัวเบาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยไม่รู้ว่านางลอบหลบหนีไปหรือยัง หรือว่านางจะพรางตัวตอนที่ผู้คนกำลังชุลมุน่ที่ต้องดับไฟหรือไม่ เจียเร่อไม่อยากพลาดท่าเสียทีให้สตรีบอบบางเช่นนาง เขาจับนางมาได้เพียงวันเดียวจะทำนางหลุดมือไปไม่ได้!
ในใจตอนนี้ของเจียเร่อทั้งร้อนรนทั้งห่วงใยนาง เหตุใดจึงเป็เช่นนี้! เขาเพิ่งจะพบนางเพียงวันเดียว แม้เขาจะรู้สึกสนใจตัวนางมากเพียงใด แต่ก็ไม่น่าทำให้ใจเขาหวั่นไหวได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ นางมีผลต่อจิตใจของเขามากขนาดนี้เชียวหรือ?
หรือนางจะเป็นางมารร้ายหรือปีศาจจริงๆ!!