การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 68 เหยียนหลิ่งอวี๋ระทมทุกข์

            เสียงคนในความมืดสนิทนั้นแฝงไปด้วยความดูถูกดูแคลนและความไม่พอใจ  ทว่าบางทีเสียงนั้นอาจจะไม่ทันสังเกตว่าน้ำเสียงนั้นแอบแฝงไปด้วยความหงุดหงิดและความโกรธเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

            พี่ชายกับน้องสาวอย่างนั้นหรือ...เหอะ!ทั้งคู่ไม่ได้มีสัมพันธ์ทางสายเลือดต่อกันแม้แต่สักกระผีกเดียวกลับรู้สึกเสียใจมากมายถึงเพียงนี้ แถมยังเรียกกันอย่างสนิทสนม! ช่างน่าเกลียดชังและคันปาก!

            ชายคนนั้นเบะปากโกรธจนต้องกระทืบกับพื้น... เมื่อครู่ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาแอบช่วยอย่างลับๆแม่นมผู้นั้นจะเข้าไปแบกต้วนอวี้หราน ได้อย่างราบรื่นขนาดนั้นหรือ? และถ้าไม่ใช่เพราะเขาช่วยอย่างลับๆ เซียงเย่เอ๋อร์ผู้นั้นจะยอมปฏิเสธอย่างโอนอ่อน และจากไปโดยรวดเร็วอย่างนั้นเชียว...

            พูดโดยสรุปแล้วคืนนี้ที่แผนการของนางราบรื่นไปได้ด้วยดี  ส่วนหนึ่งก็ถือเป็นความดีความชอบของเขาด้วย!แต่นางไม่เพียงไม่ขอบคุณ ซ้ำยังพูดคุยหยอกเย้ากับชายอื่น เป็นพี่ชายกับน้องสาวมากเกินไป ช่างมากเกินไปแล้ว!

            นึกถึงคำที่ต้วนชิงหมิงเรียก ‘พี่ชาย’ อย่างคล่องปากชายชุดดำก็ถอนหายใจยาวอีกครั้ง... ใครใช้ให้เขาช่วยนางแต่กลับไม่สามารถปรากฏตัวได้เล่า ความดีความชอบจึงตกไปอยู่ในมือคนอื่นโดยปริยาย

            แต่ไม่เป็นไรต้วนชิงหมิงอีกไม่นานข้าจะให้เจ้ารู้ว่า คนที่ช่วยเจ้ามากที่สุด แท้จริงเป็นข้า!

            …...

            

            ท่ามกลางความมืดสลัวยามราตรีนี้ชายคนนั้นส่งเสียง “เหอะ” ออกมาอย่างเย็นชาจากนั้นรีบกระโดดข้ามสวนดอกไม้ วิ่งออกไปอีกทางหนึ่งด้วยความรวดเร็ว

            ทว่าชายชุดดำดูคุ้นเคยกับเส้นทางและสถานที่ของจวนต้วนเป็นอย่างดีเมื่อเห็นองครักษ์ก็ซ่อนเร้นหลบหลีกอย่างระมัดระวัง ครั้นมาถึงกำแพงรอบจวนรวบรวมกำลังเพียงเล็กน้อยก็กระโดดดันตัวเองปีนออกจากกำแพงที่สูงกว่าสองช่วงตัวคนออกไปได้อย่างง่ายดาย!

            ชายชุดดำกำลังหาที่ลับตาในชุมชนดึงผ้าปิดหน้าผืนดำออกโยนไปด้านข้างสรรพเสียงรอบด้านเงียบลงภายใต้แสงจันทร์ที่เจิดจรัสส่องกระทบใบหน้ารูปงามออกมา

            ใบหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ภายใต้แสงจันทร์แม้สง่างามทว่ากลับมีสีหน้าละม้ายโกรธเคืองชัดเจน เขากัดฟันกรอดๆ เดินไปพลางพูดไปพลางอย่างโมโห “เหอะๆ คำก็พี่ชาย สองคำก็พี่ชาย ช่างเรียกได้หวานหยาดเยิ้มอะไรเช่นนั้น? ข้าช่วยเจ้ามาแล้วถึงสองครั้งสองครา เหตุใดเมื่อพบกับข้ากลับทำตัวเหมือนหนูที่กลัวแมวเสียอย่างไรอย่างนั้น?”

            เขาร้อนรนจนนั่งเก้าอี้ไม่ติดในใจยังคงโมโหอยู่... แต่ของชิ้นนั้น นางเอาไปเก็บซ่อนไว้ที่ไหน? ทำไมเขาค้นจนทั่วทั้งเรือนหนิงซูเยี่ยน กลับหาไม่เจอ?

            แม้วันนี้ข้าจะยังไม่เจอแต่อีกสองสามวันข้าจะไปใหม่ ในเมื่อเจ้าเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด หากยังหาไม่เจอก็จะหาครั้งหน้าไปเรื่อยๆ...ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะไม่เอามันออกมาในสักวัน?

            คิดได้เท่านี้เหยียนหลิ่งอวี๋กวักมือไปด้านหลังละม้ายกำลังเรียกใคร ไม่หันหน้ากลับไปเมื่อเห็นชายชุดดำปรากฏตัว ที่ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ เขาจึงพูดเรียบนิ่ง “หลิวยวนที่อยู่ในจวนต้วน เจ้าให้คนไปสืบมา ข้าต้องการรู้ที่มา ที่ไปและความเคลื่อนไหวทั้งหมดของเขา รวมทั้งเรื่องกินอยู่ แม้กระทั่งธุระหนักเบา!”

            ได้ยินเหยียนหลิ่งอวี๋พูดอย่างกัดฟันเช่นนั้นชายชุดดำที่ยืนอยู่ข้างหลัง อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “องค์ชายเรื่องกินอยู่ ธุระหนักเบา ก็ยังต้องสะกดรอยตามหรือขอรับ!” ไม่ค่อยได้เห็นองค์ชายใส่ใจกับใครเช่นนี้มาก่อนจริงๆดูท่าหลิวยวนผู้นี้จะต้องมีปัญหาใหญ่เป็นแน่!หรือไม่ก็คงทำให้องค์ชายไม่สบายใจเป็นอย่างมาก!

            แต่หลิวยวนไม่ใช่ซูถง[1]ของคุณชายใหญ่จวนต้วนหรอกหรือ? ต่อให้เขาจะใจกล้ามากขนาดนั้นก็คงไม่กล้าพอจะสร้างความปวดหัวให้กับองค์ชายได้?

            เรื่องในใจผู้เป็นนายยากที่จะคาดเดา!แม้ว่าต่อหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ ชายชุดดำจะกล้าต่อปากต่อคำพูดล้อเล่นกลับไปไม่กี่ประโยค! แน่นอนแล้วว่า ถ้าเขายิ่งกลุ้มใจมากเท่าไรก็แสดงว่าหลิวยวนผู้นี้ไม่อาจปล่อยไว้ได้!

            เขาพูดเสียงลอดไรฟันคล้ายรำคาญ “บอกให้หาคนไปสืบก็รีบไป ขืนยังกล้าพูดอีกคำ ระวังข้าจะเอาเจ้าไปโยนไว้ที่อี๋หงย่วนให้หาเซียจื่อหยาง!”

            ได้ยินที่เขาพูดชายชุดดำที่เดินตามมาด้านหลังจึงลอบแลบลิ้นออกมา พูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียน “องค์ชาย ได้โปรดปล่อยข้าน้อยไปเถอะ ครั้งหน้าข้าน้อยไม่กล้าอีกแล้วขอรับ!”

            พูดจบเขาก็ไม่รอให้เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบกลับเลือกที่จะลุกขึ้น พริบตาเดียวเขาก็หายวับไป ไร้วี่แววไม่เหลือแม้แต่เงา!

            เหยียนหลิ่งอวี๋นั่งอยู่ใต้แสงไฟยกมือขึ้นมาลูบไปที่คางถูไปมาอย่างเบามือในใจยังคงคิดเรื่องต้วนชิงหมิงกลับไปกลับมา... ครั้งก่อนที่ร้านเจิ้งจุนนางยืดอกออกมาปกป้องหลิวยวนโดยไม่คิดชีวิต ความเด็ดขาดและโหดเหี้ยมนั้นแม้คนอย่างเขาเมื่อได้เห็นก็ยังตกอกตกใจ

            เขาจึงเริ่มจับสังเกตหลิวยวนนับตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมาหลายวันผ่านไปจึงพบว่าหลิวยวนผู้นี้ แม้จะตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้ทว่าในใจต้วนชิงหมิงกลับมีพื้นที่ให้เขาอยู่ไม่น้อย

            คิดไม่ตกจริงๆ...คนที่มาตามหาพ่อถึงเมืองหลวงกลับถูกต้วนชิงหมิงช่วยโดยบังเอิญ แถมตอนนี้ยังอยู่ในต้วนจ้วนในฐานะซูถง[1] และถึงแม้ว่าเขาจะมีฐานะเป็นซิ่วฉาย[2] แต่คนฉลาดแบบนี้มีเกลื่อนถมเถไปในเมืองหลวง!

            ต่อให้ต้วนชิงหมิงบอกว่าใช้ความรู้สึกโดยตรงในการช่วยอย่างนั้น... ไม่ฟังดูไร้เหตุผลไปหน่อยหรือ!

            หรือหลิวยวนผู้นี้อาจจะมีค่ามาก เพียงแต่ยังไม่มีใครล่วงรู้และตอนนี้ต้วนชิงหมิงคงกำลังเตรียมการไว้ล่วงหน้าอยู่

            ใช่แล้วแบบนี้ถึงจะเข้ากับนิสัยของจิ้งจอกตัวน้อย... ที่ใช้ทุกสิ่งอย่างคุ้มค่าไม่ให้สูญเปล่า!

            ทว่าเหตุใดยังรู้สึกว่าแปลกพิกลอยู่?

            หลิวยวนในฐานะซิ่วฉายเข้าเมืองมาตามหาญาติ!

            คงต้องตามเบาะแสที่สืบเสาะกลับไปทีละอย่างเพียงครู่เดียว พลันเห็นแววตาเขาเปล่งประกายออกมา... ใช่แล้วสิ่งสำคัญอยู่ที่คำว่า ‘ญาติ’

            นึกขึ้นมาได้ว่าหลิวยวนแม้นิสัยใจคอจะไม่โดดเด่นอะไร แต่จิตใจกลับไม่ใช่เพียงซิ่วฉายธรรมดาเป็นแน่และเขามาตามหาญาติ จึงฟันธงได้ว่าต้องไม่ใช่ญาติปกติธรรมดา!

            ในกาลข้างหน้าแค่เพียงรู้ว่าหลิวยวนมาตามหาญาติคนไหน  เรื่องทั้งหมดก็เป็นอันคลี่คลายแล้ว

            ฮึๆๆเจ้าจิ้งจอกน้อย รอให้ข้าจับหางของเจ้าให้ได้เสียก่อน ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะไม่ยอมควักของสิ่งนั้นออกมาอย่างเชื่อฟัง

            ใช่แล้วเป็นอย่างนี้!

            ความสงสัยภายในใจขององค์ชายสามในที่สุดก็คลี่คลายได้แล้วเขาจึงเปลี่ยนชุดและเดินกลับเข้าวังด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ

            ถ้าได้เตรียมตาข่ายดักไว้แล้ว ที่เหลือก็เพียงรอเจ้าจิ้งจอกน้อยมาติดก็เท่านั้น!

            …...

            

            ที่จริงแล้วเมื่อต้วนชิงหมิงกลับมาถึงเรือน รับรู้ได้ถึงความผิดปกติอะไรบางอย่าง...อย่างมากเชียวล่ะ!

            ทั้งแสงไฟที่จุดไว้ในห้องก่อนออกไปแต่กลับถูกคนมาดับลงแล้ว อีกทั้งเมื่อนางกลับมาแล้ว ทว่าก็ไม่มีใครออกมารับจึงรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลว่า ในห้องของนางเงียบเชียบเป็นที่สุดในใจของนางเริ่มรู้สึกเหมือนมีใครมาคอยจับตามอง!

            ในเวลานี้เองต้วนชิงหมิงรู้สึกตระหนกตกใจเสียจนเหงื่อไหลออกมาเต็มฝ่ามือนางพูดกำชับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เสียงเบา “เจ้าไม่ต้องร้องเอะอะไปพวกเราเข้าไปข้างในด้วยกัน!”

            พูดไปพลางยกมือขึ้นดึงปิ่นปักผมปลายแหลมหนึ่งอันออกมาจับไว้ในมืออย่างแน่น จากนั้นพาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่กล้าๆ กลัวๆ เข้าไปด้านใน!

            นางค่อยๆก้าวเดินเข้าไปในห้องโถงด้านนอก ทว่าไม่ได้ยินเสียงผิดปกติแต่อย่างใดรอบด้านตกอยู่ในความเงียบสงัดวังเวง จึงกวักมือให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบไปจุดไฟภาพตรงหน้าทำให้พวกนางตกใจไม่น้อย!

            บ่าวรับใช้ที่เฝ้าเรือนตอนกลางคืนกลับนอนไม่ขยับอยู่บนพื้น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดขาว ดูท่าคล้ายกับว่าไม่มีลมหายใจแล้วอย่างไรอย่างนั้น!

            เด็กสาวยกมือให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่กำลังจะเดินไปด้านหน้าให้หยุดลง พลันสรรพเสียงรอบด้านเงียบลง หูโล่งสงบ กลับได้ยินเสียงหายใจแผ่วเบาละม้ายใกล้จะรวยรินนางจึงถอนหายใจแผ่วเบาออกมา... ดูท่าแล้ว บ่าวพวกนี้แค่ถูกคนวางยาอะไรบางอย่างทำให้นอนแข็งเหมือนคนตาย

            ท่าทางคงจะถูกวางยาให้สลบนานพอควรแล้วเมื่อต้วนชิงหมิงตั้งสติได้ เอ่ยปากสั่งให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปเอาน้ำเย็นมา สาดไปที่หน้าของบ่าวรับใช้ที่ชื่อเสี่ยวเหอ จึงตื่นจากภวังค์ขึ้นมา!

            เสี่ยวเหอเป็นบ่าวรับใช้ที่เข้ามาใหม่เมื่อเห็นต้วนชิงหมิง จึงรีบร้อนทำความเคารพด้วยความตกใจ “คุณหนู  โปรดให้อภัยบ่าวด้วยคุณหนูให้บ่าวเฝ้าเรือนในคืนนี้ แต่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงลงไปนอนสลบไสลที่นี่ได้เจ้าค่ะ!”

            นางไม่แสดงอารมณ์แต่อย่างใดถามขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าเมื่อคืนพักผ่อนไม่เต็มที่?”

            อีกฝ่ายได้ยินรีบส่ายหัวละล่ำละลักพูด “ไม่มีเรื่องอะไรเจ้าค่ะ...บ่าวได้ยินในห้องมีเสียงออกมาจึงเข้ามาดู แต่คาดไม่ถึงว่าจะหลับไปเจ้าค่ะ?”

            เด็กสาวแอบถอนหายใจพลางกล่าว “ไม่มีอะไรแล้วเจ้าอยู่เฝ้าที่นี่ให้ดีล่ะ!”

            บ่าวรับใช้ที่เพิ่งมาไว้ใจได้หรือไม่ได้ ทว่าไม่รู้นิสัยใจคอ หากนางจะทำโทษอย่างหนักก็ย่อมได้แต่ตอนนี้เมื่อต้วนชิงหมิงไม่ได้เอาผิด บ่าวรับใช้ผู้นี้จึงรีบตอบรับ “ขอบคุณคุณหนูอย่างสูง เสี่ยวเหอรับทราบแล้วเจ้าค่ะ”

            


            …...

            [1]ซูถง  คือ คนที่คอยรับใช้นายและเป็นเพื่อนช่วยในการเรียน

            [2]ซิ่วฉาย คือ คนที่สอบจอหงวนระดับท้องถิ่นผ่าน

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592