ข้าเป็นเพียงอดีตฮูหยิน

    EP : 27 ถูกหาเจอ




    EP : 27 ถูกหาเจอ


    “ไปเดินเล่นที่ไหนกันมา” ชายชราเอ่ยถามเมื่อเห็นทั้งสองเข้ามาในโรงหมอ
    “แถวๆ นี้แหละขอรับ” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ยบอกพลางขยิบตาส่งให้ชายชราไปด้วยก่อนจะเดินหายเข้าไปในโรงหมอ
    “จริงสิลู่เซียน มีคนมาหาเจ้าด้วยนะ แต่ท่าทางของเขาแปลกๆ” ชายชรากล่าวบอกพลางนึกถึงคนที่มาหาเว่ยลู่เซียนไปด้วย
    คงไม่ใช่ว่าเป็นพวกที่หลงรักเว่ยลู่เซียนแล้วพยายามดึงตัวนางกลับไปด้วยหรอกนะ เพราะไม่อย่างนั้นพวกนั้นคงมีจุดจบไม่สวยเท่าไร
    “ท่านพี่! พวกท่านมาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ” เว่ยลู่เซียนที่เดินเข้ามาก็เห็นว่าพี่ชายของนางทั้งสี่รออยู่ในห้องตรวจของนางก็ร้องถามทันทีอย่างตกใจ
    เพราะนางไม่คิดว่าเจอพี่ชายของตัวเองทั้งสี่คนเลย เพราะคิดเอาไว้ว่าต้องเจอพี่เว่ยหมิงหย่งกับเว่ยเหลียนฉางเท่านั้นไม่คิดว่าพี่ชายอีกทั้งสองคนของนางมาหานางด้วย
    ให้ตายสิ แค่สองคนก็เกินจะรับมือแล้วยังมาอีกสองคน งานนี้คงหาทางรอดยากแล้วล่ะ ขอคิดข้อแก้ตัวก่อนนะ
    “มีอะไรจะบอกพวกพี่หรือไม่” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยถามพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินมาหาผู้เป็นน้องสาวของตัวเอง
    “เขารู้ความจริงแล้ว” หลงฉี่ร้องบอกผู้เป็นเจ้านายทันที
    “เอ่อ ท่านพี่รู้ความจริงแล้วจะมาคาดครั้นกับข้าทำไมกันเจ้าคะ คิดจะให้ข้าเจ็บปวดกับความรู้สึกพวกนั้นหรือเจ้าคะ” เว่ยลู่เซียนก้มหน้าลงพลางเอ่ยขึ้นพลางถามอีกฝ่ายไปด้วย ทำตัวให้เหมือนกับว่าตัวเองนั้นเป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่อยากจะบอกว่าเวลานางทำท่าทีเช่นนี้เมื่อใดมันใช้ได้ผลทุกครั้ง
    “ไม่ใช่ พี่ไม่ได้หมายความเช่นนั้น เจ้าออกมาก็ดีแล้ว ต่อไปนี้พี่จะพาเจ้ากลับตระกูล” เว่ยเซี่ยวป้อดึงผู้เป็นน้องสาวเข้ามากอดก่อนจะเอ่ยบอก เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของนาง
    “ใช่ๆ พี่จะพาเจ้ากลับไปอยู่ที่ตระกูล” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยบอกพลางเดินมาหาน้องของเขา
    “ท่านก็รู้ดีว่าถ้าข้ากลับไปที่ตระกูลจะเกิดอะไรขึ้น คนพวกนั้นจะต้องกล่าวหาว่าร้ายข้าเป็นแน่ และข้าก็ต้องทำให้ตระกูลอับอาย ซึ่งข้าทำใจไม่ได้เจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางกอดพี่ชายของนางแน่นขึ้น
    ที่นางพูดจาเช่นนั้นมันก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนก็คือนางยังไม่อยากกลับตระกูล เมื่อก่อนนางอาจอยากจะอยู่ที่ตระกูลไม่ไปไหน แต่หลังจากที่ได้อยู่กับตัวเองบ่อยๆ เข้า นางก็รู้แล้วว่านางต้องการอะไร
    นางต้องการออกไปท่องเที่ยวตามแคว้นหรือเมืองต่างๆ อีกอย่างนางไม่รู้ว่าพวกสัตว์เทพที่ตามล่าพวกหลงฉี่จะตามตัวนางเจอเมื่อใดด้วย นางไม่อยากดึงครอบครัวเข้ามาอยู่ในเรื่องอันตรายพวกนี้
    “แต่ว่าพี่เป็นห่วงเจ้า” เว่ยหมิงหย่งเอ่ยบอกเขาไม่เห็นด้วยจริงๆ ที่นางออกมาอยู่ตัวคนเดียวเช่นนี้
    “พี่ก็ไม่เห็นด้วย” เว่ยเหลียนฉางเอ่ยขึ้นน้องสาวของเขาอยู่ที่นี่ตัวคนเดียวได้อย่างไรกัน มันอันตรายเกินไป
    “ท่านพี่อยากเห็นข้าอับอายสินะเจ้าค่ะ ได้เจ้าค่ะ ข้าจะกลับไป แม้จะต้องทนความรู้สึกเจ็บปวดและความอับอายพวกนั้นเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนบอกพลางกดหน้าลงกับแผ่นอกของเว่ยเซี่ยวป้อมากขึ้นน้ำตาก็ไหลออกมาได้ดั่งใจคิด
    “ไม่ร้องๆ พี่ยอมแล้ว เจ้าไม่ต้องกลับไปแล้ว แต่พี่จะส่งคนมาคุ้มกันเจ้าแล้วกัน” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยบอกอย่างยอมแพ้ ถึงจะรู้ว่าน้องสาวของเขาเก่งขนาดไหน และก็รู้ว่านางเกลียดความยุ่งยากแค่ไหน
    “ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่เซี่ยวเข้าใจข้าที่สุดเลย” นางเอ่ยบอกเพราะคิดว่าอีกเดี๋ยวพี่ชายของนางก็ต้องพากันยอมนางเป็นแน่
    “พี่ว่าเจ้าอยู่ที่นี่ก็ดีนะ อย่างไรเจ้าก็เปิดโรงหมอที่นี่แล้ว อีกอย่างพี่มาเปิดร้านอาวุธกับร้านขายชุดที่นี่ด้วย จะได้ให้เจ้าคอยช่วยเหลือไปด้วย” เว่ยเฉินเทียนรีบบอกอย่างเอาใจน้องสาวของเขา แค่นางยอมหย่ากับโม่ฉิงหลานเขาก็ดีใจแทบแย่อยู่แล้ว
    “เอาเถอะ อย่างไรปีนี้พวกพี่ก็ต้องมาที่เมืองนภาบ่อยอยู่แล้วไว้จะแวะมาหาเจ้าก็แล้วกัน” เว่ยหมิงหย่งเอ่ยบอกส่วนเว่ยเหลียนฉางก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
    “ขอบคุณท่านพี่ที่เข้าใจข้า” เว่ยลู่เซียนผละตัวออกมาก่อนจะเอ่ยบอกพลางเช็ดน้ำตาของตัวเองออกไปด้วย
    “ท่านหมอลู่เซียนขอรับ ข้า ท่านแม่ทัพ!!” หลิ่วหมิงจื่อที่เดินเข้ามาในห้องตรวจพร้อมกับเอ่ยขึ้น ก่อนจะร้องอย่างตกใจเมื่อเจอกับชายหนุ่มทั้งสี่ในห้อง และคนที่เขาจำหน้าไม่เคยลืมก็คือแม่ทัพปีศาจนั้นเอง
    “หมิงจื่อ” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายขึ้นมา ไม่คิดว่าจะมาเจออีกฝ่ายที่นี่ แถมยังรู้จักกับน้องสาวของเขาอีกด้วย เว่ยเซี่ยวป้อหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิดทันที
    “ท่านพี่รู้จักลูกน้องของข้าด้วยหรือเจ้าคะ” เว่ยลู่เซียนแสร้งถามทั้งที่รู้ความจริงอยู่แล้ว
    “ใช่ แล้วเขามาเป็นลูกน้องของเจ้าได้อย่างไร” เว่ยเซี่ยวป้อตอบก่อนจะเอ่ยถามเพราะสงสัยว่าหลิ่วหมิงจื่อมาเป็นลูกน้องของน้องสาวของเขาได้อย่างไรกัน คนระดับหลิ่วหมิงจื่อไม่น่ามาเป็นลูกน้องของคนอื่นได้
    “อ้อ เขามารักษากับข้าแล้วไม่มีเงินจ่ายเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบอย่างไหลลื่นราวกับว่าคิดคำพูดพวกนี้เอาไว้ในหัวอยู่แล้ว
    “ไม่มีเงินจ่ายอย่างนั้นหรือ” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยถามเสียงเรียบ คนอย่างหลิ่วหมิงจื่อเนี่ยนะหรือไม่มีเงิน
    “เจ้าค่ะ พอดีค่าสมุนไพรนั้นแพงมากเขาก็เลยไม่มีเงินจ่าย” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบแทนเมื่อเห็นว่าหลิ่วหมิงจื่อหาคำตอบให้พี่ชายของนางไม่ได้
    “งั้นหรอกหรือ” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยพลางหรี่ตามองหลิ่วหมิงจื่ออย่างไม่ไว้ใจ
    “ท่านพี่ข้ามีเรื่องจะถามพวกท่าน” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่ามีเรื่องจะถาม
    “เรื่องอะไรหรือ” ชายทั้งสี่กล่าวขึ้นมาพร้อมกัน
    “คือว่าพวกท่านเข้าดวงจิตกันอย่างไรหรือเจ้าคะ” นี่ล่ะคือสิ่งที่นางสงสัยเป็นอย่างมาก เพราะนางเข้าไปไม่ได้ มันเลยทำให้นางสงสัยว่านางไม่รู้วิธีเข้าไปข้างในหรือเปล่า
    “เจ้าเข้าดวงจิตไม่ได้หรือ” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะรู้ดีว่าน้องสาวของเขานั้นเก่งมาก และนางอาจจะหลงลืมวิธีเข้าดวงจิตก็ได้ใครจะไปรู้ ขนาดนางมีหินศิลาที่เอาไว้ติดต่อพวกเขานางยังลืมเลย นับประสาอะไรกับการที่นางลืมวิธีเข้าดวงจิตของตัวเอง
    “เจ้าค่ะ พวกท่านพี่เข้าไปกันอย่างไรเจ้าคะ”
    “แค่กำหนดจิตว่าอยากเข้าไปมันก็เข้าไปได้แล้ว” เว่ยหมิงหย่งเอ่ยตอบพลางคิดว่านางคงลืม นี่ล่ะที่เขาไม่อยากให้นางออกมาอยู่คนเดียวเพราะนางชอบลืมอย่างนี้ไงเล่า เขาถึงได้เป็นห่วง
    “งั้นหรือ ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนกล่าวพร้อมกับพยักหน้ารับไปด้วย อันที่จริงนางก็เคยลองทำแล้ว แต่มันก็เข้าไม่ได้ นั้นหมายความว่าร่างกายของนางต้องมีปัญหาอะไรสักอย่าง