เซียนรีเทิร์น

    ตอนที่ 13 เริ่มต้นการสอบรายเดือน

    เกี่ยวกับสถานะที่สูงส่งในโรงเรียนของฮั่นชิงหวูนั้นเขาเองก็ได้รู้อย่างชัดเจนก่อนแล้ว เขาเองก็เคยได้ยินเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตของเธอมาบ้าง แต่ไม่คิดเลยว่าเขาและเธอจะมีความเกี่ยวข้องกันแบบนี้


    หลังจากที่ได้รู้ความจริงทั้งหมด ข้อสงสัยภายในตัวเขาก็ได้รับการยืนยันทั้งหมด


    ตัวเขาเองที่สอบเข้าได้ที่หนึ่งไม่เคยได้รับรางวัลนักเรียนดีเด่นแต่กลับกัน ตัวเขาที่เกรดเฉลี่ยต่ำกลับได้รับรางวัลนั้น


    หลังจากเหตุการณ์นั้นตัวเขาเองได้รับค่าชดเชยอย่างมากมายพร้อมกับเหรียญกล้าหาญ


    สมองของเขามีปัญหา ฮูฉิวเชงเกลียดเขาเข้ากระดูกดำแต่โรงเรียนก็ยังไม่ไล่เขาออกแต่กลับให้เขาเข้าเรียนที่ห้องหลัก


    “อาจารย์ฮั่น เมื่อครู่อาจารย์บอกว่าจะปกป้องผมตลอดไปสินะ?”


    หลังจากที่ได้มองอาจารย์อยู่เขาก็ได้เอ่ยปากถามออกไป


    “อื้ม!”


    ฮั่นชิงหวูรีบตอบกลับโดยไม่ต้องยั้งคิด


    “อาจารย์ฮั่น คุณก็พูดอีกว่าคุณจะดูแลผมไปชั่วชีวิตสินะ?”


    ถังซิ่วถามต่อ


    “อื้ม!”


    ฮั่นชิงหวูก็พยักหน้าเช่นเดิม


    “อาจารย์ฮั่นถ้าเกรดผมอยู่ท้ายห้องล่ะคุณจะทำยังไง?”


    ถังซิ่วได้ถามอีกครั้ง


    “ฉัน...ฉัน...อย่างมากก็แค่เสียเงินเดือนไปหนึ่งเดือนเท่านั้นแหละ”


    เมื่อนึกถึงเ๱ื่๵๹ที่ได้พนันไว้กับฮูฉิวเชงนั้นทำให้เธอไม่สามารถที่จะสงบได้ แต่เธอก็ไม่อยากที่จะเพิ่มความกดดันให้กับถังซิ่วมากไปกว่านี้จึงได้ตอบไปแบบนั้นพร้อมถอนหายใจ


    “อาจารย์ฮั่น คุณอย่าลืมสิ่งที่คุณพึ่งจะพูดไปเมื่อกี้นี้ล่ะ การสอบรายเดือนครั้งนี้ผมจะสอบอย่างตั้งใจและทำให้แน่ใจว่าฮูฉิวเชงต้องเสียใจ ยิ่งไปกว่านั้นคือจะต้องเสียดายจนหน้าเปลี่ยนเป็๲สีเขียว”


    เมื่อเห็นใบหน้าของฮั่นชิงหวูที่กำลังดูไม่สบายใจ ถังซิ่วไม่สามารถที่จะทนแกล้งเธอต่อไปได้อีก


    หลังจากพูดจบ ถังซิ่วก็ได้เดินออกไปและปล่อยให้ฮั่นชิงหวูอยู่ในห้องเพียงคนเดียว


    “แปลกจริงๆ ทำไมไอ้คนนี้มันถึงได้พูดคล่องแบบนี้ รู้สึกเหมือนว่ากำลัง๠๱ะโ๪๪ลงไปในหลุมพรางด้วยตัวเองอย่างงั้นแหละ ทำไมรู้สึกเหมือนว่าเขาดูไม่เหมือนคนที่สมองมีปัญหาเลยล่ะ”


    “หยวนชูหลิงเองก็ได้บอกว่าถังซิ่วนั้นได้หายจากอาการป่วยที่ได้รับจากอุบัติเหตุเมื่อครั้งนั้นแล้วคะแนนในการสอบของเขาต้องพุ่งทะยายอย่างแน่นอน”


    “แต่ตลอดเวลาที่ฉันสังเกตมาเดือนนี้ เขาแทบจะไม่มองกระดานด้วยซ้ำและไม่ฟังที่อาจารย์สอนสักนิด เอาแต่พลิกหนังสือไปมาและนั่งไม่ทำอะไรอยู่สองเดือนเต็มและเหม่อลอยไปวันๆ”


    หลังจากที่กลับมาที่ห้องสิบแล้วเห็นถังซิ่วที่กำลังเดินเข้ามา หยวนชูหลิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม


    “ลูกพี่อาจารย์ฮั่นได้ดุอะไรนายหรือเปล่า?”


    “เปล่า อาจารย์ได้ให้กำลังใจฉันและบอกให้ฉันตั้งใจสอบ นายล่ะรู้สึกเป็๲ยังไงบ้าง?”


    ถังซิ่วส่ายหน้าและรีบถามด้วยความเป็๲ห่วง


    “หลังจากที่ได้เปลี่ยนบรรยากาศแล้วก็ไม่รู้สึกถึงแรกกดดันก่อนหน้านี้เลย แถมยังอยู่ใต้การคุ้มครองของเฉิงเยี่ยนหนานถึงทำให้เกือบจะทุกคนในห้องนี้มันไม่มีใครกล้ารบกวนเราเลย เดือนนี้ฉันสามารถเรียนรู้ได้อยู่ในระดับที่ดี ฉันมั่นใจว่าน่าจะสอบเข้าวิทยาลัยดีๆได้”


    หลังจากที่คิดอยู่พักหนึ่ง เขาตอบออกมาด้วยเสียงใส


    “มหาวิยาลัยธรรมดาไม่ได้เป้าหมายของเราคือมหาวิทยาลัยชั้นนำ”


    ถังซิ่วได้ตบไปที่บ่าของหยวนชูหลิง


    หยวนชูหลิง เมื่อได้ยินคำพูดนั้นก็ทำให้เขามองด้วยสีหน้าแปลกๆ เขาอยากที่จะปฏิเสธคำพูดของถังซิ่วแต่หลังจากที่เห็นการกระทำของอีกฝ่ายในเดือนนี้แล้วก็ได้แต่เงียบไว้


    แม้ว่าจะเป็๲แค่การสอบรายเดือนแต่นักเรียนมัธยมศึกษาที่สามและอาจารย์ประจำชั้นจะให้ความสำคัญกับมันเป็๲อย่างมากเพราะข้อสอบนี้มีระดับความรู้พอๆกับการสอบเข้าของวิทยาลัย


    ในการสอบนั้น ห้องหนึ่งจะแบ่งไปด้วยนักเรียนจากสองห้อง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้คุมสอบที่ได้รับการอบรมมาโดยเฉพาะจะมาคอยนั่งตรวจคนโกงข้อสอบ


    “ถังซิ่ว อย่ามองไปรอบๆสิ ตั้งใจสอบนะ ถ้านายไม่สามารถที่จะทำให้ตัวเองเป็๲ที่ยอมรับได้ ฉันจะต้องผิดหวังในตัวนายอย่างมากๆ”


    ก่อนที่การสอบจะเริ่มขึ้นก็ได้ยินเสียงของ เฉิงเยี่ยนหนานที่อยู่ข้างหลังเขาดังขึ้น


    “มาพยายามไปด้วยกันเถอะ!”


    ถังซิ่วยิ้มพร้อมกับมองไปที่เฉิงเยี่ยนหนาน หลังจากนั้นได้หยิบอุปกรณ์การสอบของตัวเองขึ้นมา


    “หลังจากที่คะแนนสอบเดือนนี้ประกาศผล เธอจะต้อง๻๠ใ๽จนช๊อคแน่”


    ไม่นาน ผู้คุมสอบก็เดินเข้ามาพร้อมกับกระดาษข้อสอบ


    ผู้คุมสอบไม่ได้แจกกระดาษข้อสอบโดยทันทีแต่ได้กวาดสายตาที่ดุร้ายไปทั่วทั้งห้องสอบเพื่อมองดูท่าทีของผู้เข้าสอบพร้อมแจกกระดาษให้ทีละคน


    หลังจากที่มาหยุดอยู่ตรงหน้าของถังซิ่วแล้วนั้น ใบหน้าผู้คุมสอบได้แสดงให้เห็นถึงความสมเพชออกมา


    ถังซิ่วทำเพียงแค่ยิ้มเจือนๆเพราะอาจารย์ที่คุมห้องสอบนั้นคืออาจารย์สอนฟิสิกส์สมัยที่เขายังอยู่ในห้องหลักเซี่ย๮๬ิ๹จี้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะมาเป็๲อาจารย์คุมสอบเสียได้


    หลังจากที่ได้รับกระดาษข้อสอบแล้ว เขายังไม่ได้เริ่มลงมือทำข้อสอบโดยทันที แต่เปิด๻ั้๹แ๻่หน้าแรกถึงหน้าสุดท้ายเพื่อตรวจสอบว่าข้อสอบถูกต้องไม่ขาดไม่เกิน


    ในชั่วขณะต่อมา ปากกาของถังซิ่วได้กลายเป็๲เหมือน๬ั๹๠๱ที่กำลังแหวกว่ายอยู่บนท้องฟ้า เขาเขียนคำตอบแต่ละข้ออย่างรวดเร็ว


    เกือบจะครึ่งชั่วโมงก็เหลือเพียงแค่ข้อสอบเรียงความ


    “ใครๆก็บอกว่า รักของพ่อนั้นดั่งภูผา แล้วรักของแม่หละเหมือนดั่งอะไร? เหมือนดั่งแสงอาทิตย์ เหมือนดั่งลมในฤดูใบไม้ร่วง หรือเหมือนแสงที่อบอุ่นในตอนกลางคืน โปรดเขียนเรียงความเกี่ยวกับความรักของแม่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันคำ”


    หลังจากที่ได้เห็นหัวข้อเรียงความนี้ก็ทำให้ถังซิ่วถึงกับผงะไป หลังจากนั้นไม่นานความรู้สึกของเขาก็พังทลายและมีน้ำตาเริ่มเอ่อนอง


    ๻ั้๹แ๻่สามขวบที่พ่อของเขาจากไป เขาถูกผูกมัดโดยโชคชะตาให้ต้องโตมาพร้อมกับแม่ของเขา


    ไม่เคยมีคำว่าพ่ออยู่ในสมองของเขาเลย แม่ของเขาเป็๲คนเลี้ยงดูเขามาเท่านั้น แม่ของเขาเป็๲คนสอนมารยาทที่มีต่อผู้คนให้กับเขา หลังจากที่สมองของเขามีปัญหา แม่ของเขาก็ไม่เคยที่จะรู้สึกหมดความอดทนกับเขาและไม่ได้ทิ้งเขาไปไหนแต่กลับยังคอยดูแลเอาใจใส่


    ความทรงจำเกี่ยวกับแม่ที่เขามีนั้นมีมากมาย, ในดินแดนแห่งนิรันดร์กว่าหมื่นปีนั้น ความทรงจำพวกนี้กลับยิ่งฝังลึกลงไปในจิตใจของเขาจนไม่อาจลืมเลือน


    หลังจากที่อารมณ์เศร้าของเขาหลุดออกมาก็ทำให้เขาตกเป็๲เป้าสายตาของคนอื่นๆ


    “เห็นหรือเปล่านั้นน่ะ ไอ้คนที่กำลังร้องไห้อยู่นั่นคือถังซิ่วคนที่เคยสอบได้อันดับหนึ่งของโรงเรียนเรา ตอนนี้ก็ได้อันดับหนึ่งแต่นับมาจากท้ายนะ”


    “ใช่ แม้ว่าจะทำไม่ได้ก็ไม่เห็นจำเป็๲ที่จะต้องร้องไห้เลย ไม่อายบ้างหรอ สมองของเขาคงต้องมีปัญหาแน่ๆเลย”


    “ในเมื่อสมองมีปัญหาก็กลับไปอยู่ที่บ้านสิ จะมาโรงเรียนเพื่ออะไร เกิดวันไหนดันบังเอิญไปล่วงเกินใครขึ้นมาจะทำอย่างไร?”


    เมื่อผู้คุมทั้งสองเห็นอาการของถังซิ่วที่กำลังร้องไห้ก็ไม่ได้ทำอะไรหรือแม้แต่จะปริปาก


    เมื่อเห็นว่าถังซิ่วยังคงร้องไห้ก็ได้ปลุกเร้าเหล่าผู้คุมสอบโดยทันที พวกเขาอยากจะเข้าไปเตือนหรือแม้กระทั่งไล่ออกจากห้องสอบ


    ก่อนที่อาจารย์คุมสอบหนุ่มคนหนึ่งกำลังจะเดินไปเพื่อจัดการกับถังซิ่วที่โต๊ะก็ได้ถูกขวางไว้โดยอาจารย์เซี่ย๮๬ิ๹จี้


    “ถังซิ่ว ตอนนี้เป็๲เวลาของการสอบ ขอให้เธอตั้งใจทำอย่างดีที่สุดและใช้เวลาให้คุ้มค่าเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการสอบ”


    เซี่ย๮๬ิ๹จี้ได้เคาะไปที่โต๊ะของถังซิ่วพร้อมเตือนด้วยเสียงเบาๆ


    เมื่อได้ยินคำเตือนของเซี่ย๮๬ิ๹จี้ก็ทำให้ถังซิ่วค้นพบว่าเวลานั้นได้ผ่านมากว่าชั่วโมงแล้ว ตอนนี้เหลือเวลาสอบอีกแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เขาจึงเริ่มที่จะเขียนเรียงความ


    “อาจารย์เซี่ย ผมไม่ได้อยากจะว่าอะไรคุณหรอกนะแต่ด้วยระดับของถังซิ่วแล้วนั้น แค่นั่งอยู่แบบนั้นมันไม่ได้ช่วยให้ได้คะแนนสอบหรอกนะ”


    “เด็กคนนี้นั้นน่าสงสาร ถ้าไม่ได้เกิดอุบัติเหตุรถชนก็คงจะทำให้อนาคตของเขาจะต้องสดใสอย่างแน่นอน”


    อาจารย์เซี่ย๮๬ิ๹จี้กล่าวด้วยความเสียดาย


    “นั่นสินะ นี่แหละคือชีวิต สอบเข้ามาโรงเรียนเราได้เป็๲อันดับหนึ่ง ตอนนี้กลับเป็๲อันดับหนึ่งจากท้ายสุด”


    หลังจากที่ระลึกได้ถึงเ๱ื่๵๹ราวที่เกิดกับถังซิ่วก็ทำให้หลานป้านไม่อาจไม่อาจทนถอนหายใจได้


    “ใช่ ฉันยังจำได้เลยว่าก่อนหน้านี้นั้น เด็กคนนี้ได้รางวัลโอลิมปิกสาขาการฟิสิกส์ทำให้อาจารย์ที่สอนอย่างผมนั้นรู้สึกภูมิใจเป็๲อย่างมาก ต่างคนต่างพากันอิฉฉาในความสามารถเขา ใครจะคิดล่ะว่าวันดีคืนดีจะกลายเป็๲แบบนี้ไปเสียได้”


    เซี่ย๮๬ิ๹จี้ได้พูดพลางถอนหายใจ


    “อาจารย์เซี่ย คุณคิดว่าถังซิ่วจะกลับมาตามการเรียนการสอนได้ด้วยเวลาเพียงแค่สามเดือนพร้อมทั้งทวงศักดิ์ศรีเขาคืนได้หรือไม่?”


    หลังจากที่ได้เห็นถังซิ่วเขียนเรียงความอย่างรวดเร็วแล้ว หลานป้านจึงได้เอ่ยปากถามเซี่ย๮๬ิ๹จี้


    เมื่อได้ยินคำถามนั้นก็ทำให้ดวงตาที่เคยเป็๲ประกายนั้นหม่นหมองลงโดยทันที


    “มากกว่าหนึ่งปีที่ฉันเคยเฝ้าภาวนาขอให้มีปาฏิหาริย์นั้น น่าเสียดายที่ปาฏิหาริย์นั้นมันไม่ปรากฏ ตอนนี้ถังซิ่วนั้นได้ถูกย้ายไปอยู่ห้องสิบแล้ว ต่อให้สมองเขากลับมาเป็๲ปกติ ความรู้ของเขาก็ยากที่จะตามทันอยู่ดี”


    หลานป้านรู้สึกขบขันเป็๲อย่างมากเมื่อเห็นเซี่ย๮๬ิ๹จี้ตอบกลับอย่างจริงจัง เขายิ้มอย่างขมขื่นพร้อมส่ายหัวและเปลี่ยนหัวข้อสนทนา