บทที่ 2
นักเวทคนนั้นปล่อยมือที่ถือหัวของหัวหน้าเผ่าโคบอลด์ ขณะที่มันหล่นลงมา เขาก็ยื่นมือออกเผยเวทมนตร์สีน้ำเงินสั่นไหวไปมา
"…!"
ั้แ่เมื่อไหร่กัน? หัวหน้าคณะเบิกตาโต ะโขึ้นทันทีตามสัญชาตญาณ
"โจมตี!"
ฟึบ!
เสียงบางอย่างเคลื่อนที่ผ่านอากาศดังมาจากด้านหลังของนักเวท สมาชิกคณะเฝ้าระวังอีกคนหนึ่งที่ซุ่มอยู่ด้านหลังยิงหน้าไม้
ฟับ!
เกิดกลุ่มหมอกควันสีเทาขึ้นด้านหลังของนักเวทแทบจะพร้อมกัน
"อ๊าก"
เข่าของสมาชิกหัวล้านทรุดลงข้างหนึ่ง ศรหน้าไม้ที่ยิงออกไปทางนักเวทถูกส่งกลับมาปักอยู่ที่ต้นขาของเขา
"โอ๊ย!"
ไม่มีเวลามามัวคิดว่าเกิดอะไรขึ้น
สมาชิกตาเดียวร้องะโและกระโจนออกไป หลังจากนั้นหัวหน้าคณะก็วิ่งเข้าใส่นักเวททันที
ฟับ!
แต่ลมที่ปนกลิ่นไหม้ก็พัดหอบร่างกายของเขากระเด็นออกไปทันที
ม่านลมทำให้หัวธนูโค้ง การแสดงผลของม่านนั้นสั้นมาก
ฉึก!
แต่มันก็นานพอให้นักเวทรวบมือทั้งสองเข้าหากัน
ฟึบ
เวทมนตร์สีน้ำเงินเย็นเยียบพวยพุ่งออกมาวาดวงกลมล้อมรอบตัวเ้าของเวทไว้ ทุกสิ่งที่โดนคลื่นพลังเวทซัดไปกลายเป็น้ำแข็งอย่างรวดเร็ว
"…!"
คนที่โดนตีเข้าอย่างจังกลางแสกหน้าก็เคลื่อนตัวผ่านนักเวทไป แล้วล้มตัวลง
ควับ
ขณะที่ล้มลงบนพื้น เสียงน้ำแข็งก็ปริแตกออกมาจากร่างกายของเขาทันที
โชคดีที่หัวหน้าคณะอยู่เื้ัเขา
"โอ๊ย"
แม้ว่าจะโดนน้ำแข็งกัดอย่างรุนแรงทั่วร่างกาย ก็ยังไม่ตาย เพราะไม่ใช่เวทที่มีรัศมีเป็วงกว้างนัก
"…"
นักเวทเพียงเหลือบมองเขาที่ล้มลงท่ามกลางน้ำแข็งครู่เดียวก็หันศีรษะไปทางอื่น
ทันใดนั้นเวทมนตร์สีแดงก็วูบไหวในมือของเขาอีกครั้ง เปลวไฟลุกโชน
เปลวไฟเล็ก ๆ 7 ลูกขนาดเท่ากำปั้นลอยอยู่รอบ ๆ ตัวเขา นักเวทยิงเปลวไฟออกไปทีละลูก
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
"อ๊าก!"
แม้จะยิงออกไปอย่างสะเปะสะปะ แต่ก็โดนคณะเฝ้าระวังที่ซุ่มโจมตีอยู่
"ไว้…ไว้ชีวิตข้าด้วย!"
ปัง! ไฟโหมโชติ่!
เปลวไฟสุดท้ายโดนสมาชิกหัวล้านที่น้ำมูกน้ำตาไหลเต็มใบหน้า และไฟก็ลุกลามั้แ่ศีรษะลงมา
ทำให้บริเวณนั้นสว่างไสวขึ้น
หัวหน้าคณะตัวสั่นเทา เงยหน้าขึ้นมองหน้านักเวทคนนั้น "ได้…ได้ยังไงกัน"
ริมฝีปากของเขาขยับอย่างยากลำบาก
"ไฟและน้ำแข็งในเวลาเดียวกัน…?"
เขาถามขึ้น เพราะตนมาจากกองทัพจักรวรรดิ และเคยเห็นนักเวทมามากมาย พวกเขาเรียนรู้เวทมนตร์เฉพาะเพียงอย่างเดียวเท่านั้นจนเชี่ยวชาญ
พวกนั้นหวงความรู้มากและไม่มีทางแบ่งปันวิธีใช้เวทของตัวเองให้กับผู้อื่น ความรู้และเวทมนตร์ทำให้พวกเขามีตัวตนที่แตกต่างไม่เหมือนใคร มันเป็เื่ทั่วไปในจักรวรรดิ
"ได้ไงอะไรของเ้า"
นักเวทคนนั้นสบถขณะหยิบดาบของหัวหน้าคณะที่ตกอยู่บนพื้น "เพราะข้าเป็ไอ้กาก เลยเป็แบบนี้ไง"
น้ำเสียงเจือความหงุดหงิด
"ไอ้กาก…?"
หัวหน้าคณะถามกลับด้วยความงงงวย และนั่นเป็คำพูดสุดท้ายของเขา
ฉัวะ
เพราะนักเวทฟันที่คอของเขาด้วยดาบอย่างไร้ความปราณี
"ไอ้พวกเวรน่าเบื่อ"
นักเวทถอนหายใจอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ก้มตัวลงและเริ่มค้นร่างกายของหัวหน้าคณะ
เขาขยับมืออย่างคุ้นเคย ไม่นานก็ค้นเจอ
นักเวทกระชากเปิดกระเป๋าที่กลายเป็น้ำแข็งออกมา และเดาะลิ้น "หวังว่าดาบจะใช้ได้"
มีแค่เหรียญไม่กี่เหรียญเท่านั้น
ถ้าหัวหน้าใหญ่มีแค่นี้ ลูกน้องก็คงไม่ต่างกัน
อย่างไรก็ตาม นักเวทค้นกระเป๋าของสมาชิกหัวล้านและสมาชิกตาบอดอย่างละเอียด
เขาค้นกระเป๋าที่ไม่ค่อยมีอะไรอีก 2-3 ใบแล้วหันตัวกลับไป
อยู่ ๆ สายตาของเขาก็เปลี่ยนไปดูมือของตัวเอง "...ทีแบบนี้ไม่สั่นแล้วแฮะ"
เขาพึมพำอย่างขมขื่นและหยิบหัวของหัวหน้าโคบอลด์ขึ้นมาอีกครั้ง
"โอ๊ย เย็น"
หัวของหัวหน้าโคบอลด์ก็แข็งโป๊กเช่นกัน
"เละเทะไปหมด…"
นักเวทใช้ดาบของหัวหน้าคณะแทนไม้เท้าในการเดิน
เขายังเดินกะเผลกเช่นเดิม
ซากศพถูกทิ้งไว้ที่นั่น
***
ปัง!
ประตูโรงเตี๊ยมถูกกระแทกเปิดออก เสียงภายในโรงเตี๊ยมที่เคยดังอึกทึกเงียบลงทันใดราวกับถูกปิดสวิตช์
สายตาของพวกขี้เมาพุ่งความสนใจเป็ตาเดียวไปทางผู้ชายที่เปิดประตูเข้ามาอย่างแรงราวกับจะพังประตู แต่ไม่มีใครโวยวายหรือโกรธเกรี้ยว
"…"
พวกนั้นเพียงกะพริบตาอย่างมึนงง
นอกจากชายผู้นั้นจะดูเหมือนพึ่งขึ้นมาจากนรกแล้ว เขายังกอดศีรษะขนาดใหญ่ที่ดูน่ากลัวไว้ในอ้อมแขนด้วย
ใบหน้าของสัตว์ประหลาดยังคงเต็มไปด้วยความเ็ปและความกลัวที่ััได้ใน่เสี้ยววินาทีสุดท้ายของชีวิต
ตึก ตึก
ชายคนนั้นเดินเข้าไปข้างในและตรงไปยังเคาน์เตอร์โดยไม่สนสายตาที่มองมา
ตุบ!
จากนั้นเขาก็โยนหัวปีศาจลงอย่างส่ง ๆ เ้าของโรงเตี๊ยมที่มีร่างกายบึกบึนสัปหงกอยู่ก็เงยหน้าขึ้นด้วยความใ
"นี่มัน...? อ้อ โอ้"
เขามองไปที่หัวของหัวหน้าโคบอลด์ด้วยสีหน้างงงวย ไม่นานก็หัวเราะออกมา "กำจัดที่ซ่องสุมนั่นได้จริง ๆ ด้วย คิดไม่ถึงเลย ขอบคุณมาก ๆ"
ชายคนนั้นไม่ตอบคำทักทายของเขา แต่กลับยกมือขวาขึ้น
ฉึก!
ดาบปักอยู่บนเคาน์เตอร์
"…?"
เ้าของโรงเตี๊ยมทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เขามองตรงไปยังดาบและพ่นลมหายใจออกมาทางปาก "ท่านเจอคณะเฝ้าระวัง"
เขาอยากรู้ว่าดาบของใคร
"ใช่"
ชายผู้นั้นตอบสั้น ๆ เ้าของโรงเตี๊ยมถามต่อ "ตายหมดแล้วเหรอ"
"ใช่"
ชายที่ตอบจ้องมองเ้าของโรงเตี๊ยม ภายในร้านเงียบลงยิ่งกว่าเก่า แม้ว่าจะเป็สายตาของผู้ชายตัวเล็กกว่าตัวเอง แต่เ้าของโรงเตี๊ยมก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
"ไม่มีอะไรจะพูดแล้วเหรอ" ชายคนนั้นถาม
เ้าของโรงเตี๊ยมสบตาชายตรงหน้า ดวงตาสีดำลึกล้ำสงบนิ่ง แม้จะสงบแต่กลับฉายแววอยากเอาชีวิตอย่างชัดเจน
"...ทำได้ดีนี่"
เ้าของโรงเตี๊ยมที่หลบสายตานั้นอย่างหวุดหวิด และพูดออกมา "ไอ้พวกเวรนั่นไม่ทำอะไรเลย เปลืองเหล้าเปลืองเนื้อ ใช่ไหม?"
ขี้เหล้าบางคนตอบอย่างรวดเร็ว "ใช่! ไอ้พวกคณะเฝ้าระวังนั่นไม่ต่างอะไรกับโจร ตายก็ดีแล้ว ไอ้พวกอันธพาล!"
"เื่น่ากังวลของหมู่บ้านหายไปตั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน!"
ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็เยาะเย้ยคนตายอย่างกับว่าตัวเองเป็ผู้บริสุทธิ์
ไม่มีใครสามารถจัดการกับผู้ชายที่กำจัดที่ซ่องสุมของโคบอลด์และฆ่าคณะเฝ้าระวังด้วยตัวคนเดียวได้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่หนึ่งในพวกเขา
"...งั้นเหรอ"
ต่อมาชายผู้นั้นก็พยักหน้า เขาดึงดาบออกอีกครั้งและกล่าวว่า "เ้าคงไม่ลืมเื่ค่าจ้างหรอกใช่ไหม"
เ้าของโรงเตี๊ยมพยักหน้าขณะถอนใจอย่างโล่งอก
"ตามที่สัญญา พักที่โรงเตี๊ยมของเราฟรีตลอดชีวิต ถ้า้าค่าตอบแทนก็จะเรี่ยไรมาให้ แต่คนที่นี่แร้นแค้น ดังนั้นก็อาจจะไม่เยอะนัก"
"เื่นั้นช่างมันเถอะ ข้าแค่อยากนอนหลับให้สบาย"
ชายคนนั้นเก็บดาบไว้ที่เอวอย่างลวก ๆ
"เตรียมน้ำอุ่น ๆ สำหรับอาบให้หน่อย เดี๋ยวนี้เลย"
"ได้ เอาแค่ไหนล่ะ" เ้าของโรงเตี๊ยมส่งสายตาไปยังหญิงสาวที่มีสีหน้าร้อนรนและถามขึ้น
ชายคนนั้นหันหลังกลับมาตอบ "จนกว่าข้าจะบอกว่าพอ"
ชายคนนั้นเดินกะเผลกขึ้นบันไดไป
ขณะที่มองด้านหลังของเขา เ้าของโรงเตี๊ยมก็เสริมขึ้นมา "จะว่าไป ข้าไม่เคยถามเลย ท่านชื่ออะไร"
ครั้งนี้เขาก็ตอบสั้น ๆ เช่นกัน "อีอัน"
***
"เอาหัวไปแขวนไว้ที่ผนังกันเถอะ! ฮ่า ๆ น่าเกลียดชะมัด"
"เหมือนเ้าเลย บรรพบุรุษของเ้ามีเชื้อสายโคบอลด์บ้างหรือเปล่า"
"ว่าไงนะ ไอ้เวรนี่"
เสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่ว
"...เสียงดังหนวกหูจริง ๆ" อีอันที่นั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำเดาะลิ้น ในขณะเดียวกันก็ทำความสะอาดร่างกายไปด้วย
อาบน้ำครั้งที่สามแล้ว ล้างสิ่งสกปรกออกเกือบหมดแล้ว แต่ความอึดอัดใจยังคงอยู่เช่นเดิม
"อย่างน้อยถ้ามีสบู่แตงกวาสักก้อนก็จะไม่ขออะไรแล้ว" อีอันที่พึมพำอยู่ก็หัวเราะออกมา
"ไอ้เวร ไม่ขอกับผีน่ะสิ..."
มีคำขอที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่างหาก
การกลับสู่โลกเดิม สิ้นคำขอนั้นอีอันก็เอนตัวลงในอ่างอาบน้ำ