ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย ลูเซียสเป็คนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือเรียนแบบรวดเดียวจบ เพราะเขาไม่ชอบอะไรที่ค้างคา
เป้าหมายการอ่านหนังสือกว่า 20 เล่มให้หมดจึงไม่ยากเกินไปสำหรับเขา
ระหว่างที่สายตากำลังไล่ตัวหนังสือไปตามบรรทัด สิ่งที่เขาต้องทำคือ นึกให้ออกว่าผู้เขียนหนังสือรู้สึกแบบใด แล้ว้าถ่ายทอดอะไร
โดยส่วนมาก เนื้อหาจะเป็ความเข้าใจส่วนตัวของผู้เขียน
ลูเซียสพยายามจินตนาการภาพและความรู้สึกตาม
ต่างคน…ต่างความรู้สึก
ที่เขาต้องมาอ่านทำความเข้าใจใหม่ั้แ่ระดับขั้นแรกๆ เพราะถึงเ้าของร่างคนก่อนจะเคยอ่านไปบ้างแล้ว แต่ด้วยความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของเด็กน้อยค่อนข้างต่ำเตี้ยจนข้อมูลที่อัดเข้าไปเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
มันน่าจะดีกว่าถ้าเขามาทำความเข้าใจทั้งหมดด้วยตัวเองใหม่อีกรอบ
ตั้งหนังสือสูงค่อยๆ ลดลงทีละเล่ม เมื่อหนังสือเล่มสุดท้ายถูกหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน เวลาก็ไหลผ่านไปยาวนานจนเกือบรุ่งสางเสียแล้ว ถ้าเทียบเวลาตามโลกเก่าของเขาก็สักประมาณตีสี่ครึ่งได้
โลกใบนี้ดีจังเลยน้า… ถึงจะเป็แค่ผู้ใช้ออร่าขั้นกลาง แต่ร่างกายก็มีพลังงานมากกว่าคนปกติอยู่มาก ร่างกายไม่ค่อยเหนื่อยล้า แบบนี้ให้อ่านโต้รุ่งอีกสองสามวันก็ยังสบายมาก
เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะ พลังงานเหรอ?
อยู่ดีๆ ก็คิดอะไรได้อีกแล้ว เหมือนมันมีปมเล็กๆ ที่ถ้าสามารถแก้ได้ ก็สามารถฝึกพลังต่อได้
ตอนนี้ลูเซียสมีความเข้าใจเกี่ยวกับพลังจิตของอาจารย์กว่ายี่สิบท่านอยู่ในหัว เขาค่อยๆ ลุกจากโต๊ะหนังสือไปที่เตียง
จากนั้นก็นั่งขัดสมาธิลงไป
ฟืบ
พลังในอากาศถูกรวบรวมเป็กลุ่ม หมุนวนทิศทวนเข็มนาฬิกาเหนือศีรษะของเขา ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนระดับลงมาลอยวนรอบร่างกาย และถูกดูดซับเข้าไปทางกระดูกสันหลัง
นั่นเป็การััและรวบรวมออร่าของอาจารย์คริส เป็วิธีที่ยากที่สุดแแต่ก็ทำให้มีรากฐานแน่นที่สุด
ลูเซียสนั่งทบทวนความรู้เก่าๆ ในหัวสักพัก พยายามทำความเข้าใจตามลูเซียสคนเก่ายังไง ก็ได้แค่ข้อสรุปว่าไอ้เด็กน้อยนั่นตีความบทเรียนนี้ผิดเต็มๆ
ลูเซียสสลายพลังในอากาศเมื่อครู่ ก่อนจะหลับตาทำสมาธิ เพื่อฝึกฝนในแบบของตนเองอีกครั้ง
ออร่าในอากาศหมุนวนทวนเข็มนาฬิกาบนศรีษะเขาอยู่เช่นเดิม แต่มันหมุนวนแรงขึ้น แรงขึ้น แรงขึ้น
จนเห็นเป็วงแหวนจางๆ
‘วงแหวนออร่า’ ค่อยๆ ละระดับลงจนมาอยู่บริเวณรอบตัวของลูเซียส ทันใดนั้นกลุ่มพลังงานก็ดูดเข้ามาในร่างกาย
ปึก
ร่างของลูเซียสกระตุกก่อนจะล้มลงกับพื้น
“…พลังงานหนาแน่นไป” เสียงแหบที่ถูกพยายามเค้นพูดออกมาด้วยความเ็ป
การนำออร่าเข้าสู่ร่างกายเปรียบเสมือนการเจาะเข็มเล่มเล็กเข้าร่างกาย
การกระทำเมื่อครู่ก็เปรียบได้กับการเอาค้อนทุบไปที่กระดูกสันหลังของเขาโดยตรง มันมีความเข้มข้นกว่าเดิมนับสิบเท่า การที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมพลังงานได้ก็ไม่แปลกเท่าไร
ลูเซียสค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นมาแล้วลองวิธีการของอาจารย์คนอื่นๆ ต่อไป
ไม่นานเขาก็ได้ลองการรวบรวมออร่าของอาจารย์ทุกคนจนหมด ในขั้นการรวบรวมออร่า ลูเซียสคิดว่าปัจจัยสำคัญคือการเพิ่มความเข้มข้นของออร่าหรือพลังจิตที่ลอยอยู่ในอากาศ จากนั้นค่อยควบคุมการดูดซึมของพลังงานเข้าสู่ร่างกายให้ในปริมาณที่เหมาะสม
หลักการมันมีแค่นั้นก็จริง แต่หนังสือแต่ละเล่มก็มีวิธีในการรวบรวมและดูดซึมต่างกัน
ก็คงคล้ายกับโจทย์ปัญหา มีโจทย์ มีคำตอบที่เหมือนกัน แต่มีวิธีหาคำตอบก็มีหลากหลายตามแต่ถนัด แล้วอะไรคือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับโจทย์ข้อนี้กัน
ตอนที่ลูเซียสเรียนอยู่และทำโจทย์ เขาไม่ชอบใช้วิธีลัดที่ใช้ความจำมากกว่าความเข้าใจ ถึงจะได้คำตอบที่รวดเร็ว แต่ก็ต้องใช้ความจำในอะไรที่ไม่จำเป็มากเกินไป
เขาคิดว่าในชีวิตนี้มีอะไรที่ควรจดจำมากกว่าการเรียนเป็ไหนๆ แต่ในเวลาว่างเขามักหาความรู้พื้นฐานของบทเรียนทั้งหมดมาทำความเข้าใจก่อน จากนั้นค่อยใช้ความรู้ตรงนั้นมาแก้โจทย์ปัญหา
และเขาก็สามารถทำโจทย์นั้นได้โดยไม่ต้องจำอะไรมากมายทั้งนั้น ใช้แค่ความเข้าใจก็เพียงพอแล้ว
ไหนดูซิ การรวบรวมที่ดีที่สุดต้องทำอย่างไร จากที่ได้ทดลองมาเขามักจะใช้การหมุนวนเพื่อดูดพลังงานมันเข้ามาสินะ
ลูเซียสตั้งจิตให้มั่น พลังงานรอบตัวก่อตัวขึ้นและหมุนอย่างเบาบางแล้วจึงหมุนวนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ผ่านไปครึ่งชัวโมง พลังงานในอากาศยังคงหมุนวนอยู่ แต่ความรุนแรงของมันเพิ่มขึ้นมาก คาดว่ามีความเข้นข้นกว่าเดิมถึง 100 เท่าตัว
ในตอนนี้ตัวเขาเหมือนอยู่ศูนย์กลางของพายุลูกย่อมๆ ถึงวิธีนี้จะเป็วิธีที่รวบรวมพลังได้ดีที่สุด แต่ก็กินเวลาใช่เล่น
แต่ผลลัพธ์ในตอนหลังที่พลังงานในอากาศหมุนด้วยความเร็วคงตัวแล้ว ก็นับว่าเป็วิธีที่คุ้ม
ต่อไปคือการหาวิธีดูดซึมที่ดีที่สุด
การดูดซึมที่ดีก็คงเป็เหมือนกระดาษทิษชู่มั้ง ต้องดูดซึมได้ทุกทิศทางโดยไม่มีอะไรมาขวาง
ลูเซียสตัดสินใจชักนำพลังเพียงน้อยนิดในพายุของเขา แล้วพยายามดูดซึมทั้งร่างกายพร้อมกัน
จากที่ได้ลองวิธีของอาจารย์แต่ละท่าน เขาก็รู้ว่าสามารถดูดซึมในส่วนไหนของร่างกายก็ได้ แล้วถ้าดูดซึมทุกส่วนของร่างกายได้มันจะดีอย่างไร
ไวกว่าความคิด เซลล์ทุกเซลล์ทั่วร่างเริ่มดูดกลืนพลังงานอย่างหิวกระหาย ลูเซียสรู้สึกเ็ปในทุกทางเดินของเส้นพลังจิต คงเพราะมันตีบตันั้แ่กำเนิด มันจึงผ่านไปได้ยากแบบนี้
แล้วถ้าเราลองขยายมันดูล่ะ?
ถ้าปรมาจารย์ผู้ฝึกพลังมาเห็นภาพตรงหน้านี้ก็คงจะตกตะลึงจนพูดไม่ออก และคงถามลูเซียสว่า ‘เอ็งจะฆ่าตัวตายเหรอ’
ถ้าเกิดเส้นทางเดินพลังจิตแตกขึ้นมา จะเป็การปิดหนทางการฝึกพลังจิตไปชั่วชีวิตเลยนะ
ฟืบๆๆๆ
ในความเป็จริงเส้นทางเดินพลังของเด็กคนนี้อ่อนแอเกินไป และอีกไม่นานที่คงแตกแน่ๆ …แต่มันไม่เป็เช่นนั้น
ทางเดินพลังที่แคบบัดนี้ได้ค่อยๆ ขยายขึ้น และพลังออร่าในอากาศที่เข้นข้นกว่า 100 เท่าก็เข้ามาในตัวลูเซียสทุกทิศทุกทางพร้อมความเ็ปทั่วร่างกาย
ลูเซียสได้แต่กัดฟันทนความเ็ป ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันทะลวงเข้ามาในร่างเขา เข็มเล็กๆ แทรกซึมเข้ามาในร่างกายอย่างยากเย็นยิ่งทำให้มันเ็ปมากขึ้นไปอีก
ถึงจะเ็ปเพียงใด ถึงจะรู้สึกเหมือนิัจะโดนทิ่มไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่มันก็ยังไม่มีาแหรือเืสักหยด
ผ่านไปไม่นาน เขาก็เริ่มรู้สึกคุ้นชินกับสภาวะเช่นนี้ ความรู้สึกอุ่นวาบที่คุ้นเคยไหลเวียนอยู่ทั่วร่างของเขา
ใช่แล้ว มันคือ ‘ออร่า’ ในร่างกาย แต่คราวนี้เหมือนจะมีบางสิ่งแปลกไป โดยปกติความอบอุ่นและสบายกายมันจะไม่ได้มากถึงเพียงนี้
ขณะที่เขากำลังมีความรู้สึกสบายกายอยู่นั้นเอง ก็เหมือนมีของเหลวอุ่นๆ ไหลออกมาจากิัทุกส่วนในร่างกาย
ลูเซียสลืมตาขึ้นด้วยความแตกตื่น
หรือว่านั่นจะเป็เืจากาแที่ได้จากการรวบรวมพลัง?
เมื่อลืมตาขึ้น แสงแดดยามเช้าและเสียงเจื้อยแจ้วของคนในบ้านก็ออกมาต้อนรับลูเซียสเสียแล้ว
เขาพยายามตรวจสอบร่างกายของตนก็พบเหงื่อที่ไหลท่วมร่าง แต่มันเป็เหงื่อที่ทำให้เสื้อขาวของเขากลายเป็สีดำและส่งกลิ่นเหม็นอย่างน่าประหลาด
ก็อกๆ
เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมเสียงเล็กใสของคนหลังบานประตู
“ท่านพี่คะ ทานข้าว”
“ถ้าท่านพี่ไม่ทาน หนูขอไข่ดาวท่านพี่นะ”
ลูเซียสส่ายหน้าเบาๆ
“ครับๆ เด็กดื้อ ถ้าอยากทานของพี่ขนาดนั้น พี่ให้ทั้งจานเลยยังได้” เขาตอบกลับไปพร้อมเสียงหัวเราะ พลางเดินไปเปิดประตูต้อนรับน้องสาว
ขณะที่เดินไปลูเซียสรู้สึกเหมือนตัวของตนเบาขึ้นกว่าปกติ
เมื่อเปิดประตูออกด้วยความเคยชิน
ปั้ง
ประตูไม้กระดานแบบเลื่อนที่คุ้นเคยบัดนี้ได้กลายเป็ประตูบานเลื่อนตกรางเป็ที่เรียบร้อย
ขณะที่กำลังงุนงงกับภาพตรงหน้าอยู่นั้นเอง เขาก็พบกับเด็กสาวตัวน้อยที่เปรียบสเมือนแก้วตาดวงใจของเขา
“น…หนูไม่กินไข่ดาวของพี่ก็ได้ หนูจะยกไข่ดาวของหนูให้ด้วย ท่านพี่อย่าโกรธหนูเลยนะ” เด็กสาวสั่นด้วยความกลัว ใบหน้าซีดเซียว
แต่ใบหน้านั้นก็เหยเกทันทีเมื่อกลิ่นเหม็นลอยมาเตะจมูก
มือเล็กบีบจมูกของตัวเอง และเขย่าแขนเสื้อลูเซียสเบาๆ
“ท่านพี่...เหม็น”