สวี่หยุนและหลินเสี่ยวโหยวยังคงนั่งมองดูสายฝนต่อไปด้วยความสงบนิ่ง..ถึงสวี่หยุนจะยังคงมีความรู้สึกโศกเศร้าและเจ็บปวดจากการมองดูสายฝนเหล่านี้แต่เขาก็ยังคงมีรอยยิ้มเบาบางปรากฏอยู่บนใบหน้า..หลินเสี่ยวโหยวก็ยิ้มออกมาเช่นกันก่อนจะพิงศีรษะของตนเองกับอกของสวี่หยุนอีกรอบและหลับตาลงราวกับตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง..
สวี่หยุนมองหลินเสี่ยวโหยวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะกอดเด็กสาวแน่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะมองดูสายฝนต่อไป..ยิ่งเขามองดูมากเท่าไหร่สวี่หยุนก็รู้สึกราวกับว่าจะสามารถนึกได้ถึงบางอย่างขึ้นมาแต่มันก็ล้มเหลวไปเสียทุกครั้ง..
'เฮ้อ..สูญเสียความเป็นตนเองไป..ช่างน่ากลัวกว่าการไร้พละกำลังเสียอีก..' สวี่หยุนถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายก่อนจะยิ้มออกมาเช่นเดิม..
'..ถึงข้าจะไม่รู้ว่าอะไรทำให้ข้าต้องยอมแลกตัวตนของตนเองกับการเป็นผู้สืบทอดของต่างหูบ้าๆนี่..แต่ข้าจะยอมรับการตัดสินใจของตัวข้าเอง..' สวี่หยุนคิดอยู่ในใจพร้อมกับใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มเบาบางดังเดิม..สวี่หยุนในตอนนี้ช่างราวกับลูกคุณหนูจากตระกูลผู้ดีที่มาท่องเที่ยวต่างเมืองยิ่งนัก..
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าไปเต็มทีแล้ว..สายฝนเองก็เริ่มตกลงมาเบาบางลงเช่นกัน..
"พี่ชาย..พี่ชายชอบเมฆฝนเหล่านี้หรือไม่..?" หลินเสี่ยวโหยวที่ตื่นขึ้นมาจากภวังค์เพราะเสียงฝนที่เบาบางลง..หลินเสี่ยวโหยวเงยหน้าเล็กๆขึ้นก่อนจะกล่าวถามขึ้นมาด้วยรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดู..
"แน่นอน..ถึงข้าจะรู้สึกโศกเศร้าและเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้พบมัน..แต่ข้าก็รู้สึกลึกๆว่าข้าเองก็ชื่นชอบมันอย่างยิ่ง..มิเช่นนั้นข้าจะชื่อว่าสวี่หยุน(雨雲 = เมฆฝน)หรือ?" สวี่หยุนก้มหน้าลงมามองเด็กสาวก่อนจะหยิกแก้มนุ่มๆของหลินเสี่ยวโหยวอย่างเบามือก่อนจะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเล็กๆเช่นเดิม..
"ฮิฮิ..ข้าเองก็คิดว่าพี่ชายต้องชอบมันเช่นกัน!" หลินเสี่ยวโหยวหัวเราะและกล่าวออกมาด้วยความร่าเริงสดใสก่อนจะยกมือขึ้นมาจับมือของสวี่หยุนที่อยู่บนแก้มของตนเองด้วยรอยยิ้มสดใส..
"โอ้? เสี่ยวโหยวที่มีนิสัยดีเช่นนี้รู้ได้อย่างไรหรือ?" สวี่หยุนยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยก่อนจะยกมืออีกข้างมาหยิกแก้มนุ่มๆของเด็กสาวอีกครั้งอย่างเบามือ..ถึงแม้สวี่หยุนจะทำเช่นนั้นแต่หลินเสี่ยวโหยวไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจแต่อย่างใด..เด็กสาวราวกับชื่นชอบที่สวี่หยุนทำเช่นนี้ก่อนที่หลินเสี่ยวโหยวจะยิ้มออกมาและยกมืออีกข้างมาจับมือของสวี่หยุนเช่นเดิม..
"ข้าไม่บอกพี่ชายหรอก! หากท่านอยากรู้ก็ต้องกอดข้าอีกหนึ่งชั่วยามเป็นอย่างตํ่า!" หลินเสี่ยวโหยวหัวเราะอย่างสนุกสนานก่อนจะกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงสดใส..
"เสี่ยวโหยวผู้น่ารักของข้ากลายเป็นเด็กนิสัยเสียอีกแล้วสิ..ตอนนี้ก็ใกล้จะมืดแล้วพวกเรากลับโรงเตี๋ยมกันก่อนดีหรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวถามออกมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเพิ่มแรงหยิกลงไปเล็กน้อย..
"ฮิฮิ..พี่ชายหยิกข้าแรงขึ้นแล้ว..พี่ชายไม่กลัวว่าเด็กนิสัยเสียคนนี้จะเจ็บบ้างเลยหรือ..?" ถึงหลินเสี่ยวโหยวจะกล่าวออกมาเช่นนั้นแต่เด็กสาวกลับมารอยยิ้มกว้างกว่าเดิมราวกับกำลังพอใจเป็นอย่างยิ่ง..
"..ถ้าหากเสี่ยวโหยวเป็นคนธรรมดาก็คงจะรู้สึกเจ็บขึ้นมาบ้าง..แต่เสี่ยวโหยวเป็นถึงผู้ฝึกตนขั้น 3 ของรวบรวมลมปราณที่แข็งแกร่งเลยนะ..สำหรับเสี่ยวโหยวที่แข็งแกร่งขึ้นแล้วแค่นี้ไม่นับเป็นอันใดหรอกใช่หรือไม่?" สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะปล่อยมือทั้งสองข้างออกจากแก้มของเด็กสาวและลูบแก้มของเด็กสาวอย่างนุ่มนวล..
"อื้ม!! ข้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว! ข้าจะต้องช่วยเหลือท่านแม่และพี่ชายของข้าให้ได้เลย!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาก่อนจะกอดสวี่หยุนอย่างรวดเร็ว..ถึงแม้สวี่หยุนจะคงมีรอยยิ้มเบาบางเช่นเดิมแต่เมื่อได้ยินเด็กสาวกล่าวถึงมารดาของตนก็ทำให้สวี่หยุนเจ็บปวดใจขึ้นมาเล็กน้อย..
'..สงสัยว่าข้าจะต้องได้วรยุทธหมอกเร้นกายาเท่านั้นแล้ว..ข้าจะไม่ปล่อยให้เสี่ยวโหยวต้องคิดถึงมารดาของตนเองนานกว่านี้แล้ว!' สวี่หยุนคิดอยู่ในใจด้วยความมุ่งมั่นก่อนจะกอดเด็กสาวตอบ..
หลังจากนั้นสวี่หยุนก็อุ้มหลินเสี่ยวโหยวและเดินทางมาจนถึงโรงเตี๋ยมในตอนที่พระอาทิตย์หายไปจากขอบฟ้าแล้ว..สวี่หยุนเปิดประตูห้องออกมาช้าๆก่อนจะโบกสะบัดมือหนึ่งครั้งทำให้ไฟจากตะเกียงติดขึ้นมา..สวี่หยุนเดินไปที่เตียงไม้อย่างรวดเร็วก่อนจะวางหลินเสี่ยวโหยวลงอย่างนุ่มนวล..พึ่งจะมืดคํ่าได้ไม่นานทำให้หลินเสี่ยวโหยวยังไม่ง่วงเลยแม้แต่น้อยสวี่หยุนเลยเสนอให้เด็กสาววาดรูปเช่นเดิม..แน่นอนว่าหลินเสี่ยวโหยวก็ต้องนั่งบนตักของสวี่หยุนเช่นเดิมก่อนที่จะให้สวี่หยุนจับมือของตนเองและช่วยกันวาดรูปขึ้นมา..
ถึงแม้หลินเสี่ยวโหยวจะดูไม่ได้ตั้งใจวาดรูปขนาดนั้นแต่เด็กสาวก็รู้สึกดีใจเช่นกันที่ได้วาดรูปกับสวี่หยุนทำให้หลินเสี่ยวโหยววาดรูปต่อไปได้ถึงหนึ่งชั่วยามในที่สุด..
"..พยายามได้ดีมากน้องสาวผู้แสนจะน่ารักน่าเอ็นดูของข้า.." สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวของหลินเสี่ยวโหยวอย่างนุ่มนวล..ถึงแม้หลินเสี่ยวโหยวจะไม่ได้ตั้งใจวาดรูปขนาดนั้นแต่ก็นับว่ามีพัฒนาการอยู่บ้างเช่นกัน..
"ฮิฮิ..หากไม่มีพี่ชายข้าคงจะไม่พยายามเช่นนี้เป็นแน่!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มสดใสอย่างตรงไปตรงมาก่อนจะใช้มือเล็กๆของตนเองทั้งสองข้าเอื้อมไปจับมือของสวี่หยุนที่อยู่บนหัวของตนเองและดึงมือของสวี่หยุนลงมาพร้อมกับใช้แก้มที่แสนจะนุ่มนิ่มของตนเองคลอเคลียกับมือของสวี่หยุน..
"ข้าว่าเสี่ยวโหยวชาติที่แล้วคงต้องเกิดเป็นแมวอย่างแน่แท้..ฮุฮุ" สวี่หยุนกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วก่อนจะทำท่าเกาคางของเด็กสาวเหมือนกับที่ผู้คนส่วนมากมักจะทำกับแมวอย่างสนุกสนาน..
"ฮิฮิฮิ..เช่นนั้นพี่ชายหมอนที่นุ่มฟูและแสนจะสบายหากนอนลงไปเป็นแน่แท้!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มสดใสก่อนจะเอาศีรษะของตนเองมาซบกับอกของสวี่หยุน..
'..นี่ชาติที่แล้วข้าเป็นได้แค่หมอนหรือนี่..หากผู้ใช้ปราณสรรพธาตุรุ่นอื่นๆมาได้ยินที่เสี่ยวโหยวกล่าวเช่นนี้กับรุ่นหลังของผู้สืบทอดต่างหูสรรพธาตุอันยิ่งใหญ่..พวกรุ่นก่อนๆจะไม่ตกใจจนกระอักเลือดออกมาเลยงั้นรึ..?' สวี่หยุนยิ้มแห้งออกมาขณะที่ความคิดนี้แล่นไปมาอยู่ในจิตใจของเขา..
"เอาล่ะพี่ชาย..ข้ารู้สึกง่วงขึ้นมานิดหน่อยแล้ว..พวกเราไปนอนกันเถอะ!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวขึ้นพร้อมกับทำท่าทีราวกับจะหาวออกมา..
"ฮะฮะ..หากท่านแม่ของหลินเสี่ยวโหยวรู้ว่าข้าตามใจเสี่ยวโหยวจนเสียคนขนาดนี้..มีหวังท่านแม่ของหลินเสี่ยวโหยวได้ทุบตีข้าจนตกตายเป็นแน่.." สวี่หยุนหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน..ถึงแม้สวี่หยุนจะกล่าวเช่นนั้นแต่สวี่หยุนก็เก็บอุปกรณ์การวาดรูปลงไปในผลึกลมปราณธาตุอย่างรวดเร็วก่อนจะอุ้มเด็กสาวบนตักของตนเองและเดินไปที่เตียงไม้อย่างรวดเร็ว..
"ฮิฮิฮิ..ท่านแม่ของข้าเป็นคนดีอย่างยิ่ง..บางทีท่านแม่ของข้าอาจจะชื่นชอบพี่ชายอย่างยิ่งก็เป็นได้!" หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดูขณะที่กำลังถูกสวี่หยุนวางลงบนเตียงไม้อย่างนุ่มนวล..
"ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน" สวี่หยุนกล่าวออกมาก่อนจะขึ้นไปบนเตียงไม้พร้อมกับโบกสะบัดมือเบาๆทำให้เปลวไฟในตะเกียงดับลงไป..
"..ตั้งแต่ท่านแม่จากไปการนอนตอนกลางคืนคนเดียวมักจะทำให้ข้าสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลายครั้งเมื่อข้าฝันถึงท่านแม่ของข้า..ข้ามักโทษสวรรค์เกี่ยวกับความไม่ยุติธรรมในชีวิตของข้าและท่านแม่เสมอ..แต่เมื่อข้าได้มาเจอกับพี่ชาย..ข้าก็ได้รู้ว่าบางทีสวรรค์อาจจะไม่ได้ใจร้ายอย่างที่ข้าคิดก็เป็นได้..หากท่านแม่ไม่ได้ถูกทางสำนักกระบี่ล่องนภาจับตัวไป..บางทีข้าอาจจะไม่ได้เจอกับพี่ชายก็ได้.." หลินเสี่ยวโหยวขยับตัวมากอดสวี่หยุนอย่างรวดเร็วก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความนํ้าเสียงโศกเศร้า..แต่เมื่อหลินเสี่ยวโหยวกล่าวถึงตอนที่ได้พบเจอกับสวี่หยุนก็กลายเป็นว่าเด็กสาวมีรอยยิ้มเล็กๆออกมาพร้อมกับนํ้าเสียงในการพูดที่ดูเหมือนว่าความโศกเศร้าหายไปเกือบทั้งหมด..
"..เสี่ยวโหยว..มันไม่สำคัญว่าเสี่ยวโหยวจะพบเจออะไรมาหรือมีความเป็นอยู่อย่างใด..หากโชคชะตาลิขิตให้ข้ามาเจอกับเสี่ยวโหยว..ไม่ว่าทางสวรรค์จะเห็นยอมด้วยหรือไม่ข้าก็จะบังคับให้สวรรค์ยอมรับให้จงได้.." สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงเบาบางแต่กลับมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง..ไม่ว่าตัวเขาในอดีตจะผ่านอะไรมาจนต้องยอมทิ้งตัวตนของตนเองเพื่อแลกกับพลังนี้..หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างที่สายฝนกำลังตกลงมาก็ทำให้สวี่หยุนได้ตัดสินใจแล้วว่า..ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตามที่ทำให้เขาต้องละทิ้งตัวตนของตนเองเพื่อแลกกับพลัง..เขาก็จะทำลายมันทิ้งทั้งหมด..
'ข้าเคยถูกทำลายจนต้องละทิ้งตัวตนเพื่อพลัง..เช่นนั้นเมื่อข้าได้พลังมาแล้วข้าก็จะเป็นฝ่ายไปทำลายมันบ้าง! ไม่ว่าใครมาขวางทางข้า..ข้าก็จะทำลายพวกมันไปเช่นกัน!' ถึงแม้สวี่หยุนจะยังไม่แน่ใจว่าเหตุใดเขาต้องเลือกละทิ้งตัวตนของตนเองด้วย..แต่เขาก็ตัดสินใจไว้แล้วว่าถ้าหากสิ่งที่ทำให้เขาละทิ้งตัวตนของตนเองเป็นบุคคล..เขาก็จะกลับไปแก้นแค้นมันอย่างแน่นอน! ที่สวี่หยุนคิดเช่นนี้เพราะเขารู้ว่าไม่มีทางที่ตัวตนเก่าของเขาจะแค่กระหายในพลังจนละทิ้งตัวตนของตนเองอย่างไม่มีเหตุผลแน่นอน..
"อื้ม..ข้าเชื่อว่าพี่ชายต้องทำได้อย่างแน่นอน..ข้าช่างโชคดีจริงๆที่ได้เป็นน้องสาวของพี่ชาย.." หลินเสี่ยวโหยวกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงเลือนรางก่อนจะเริ่มปิดตาของตนเองลงทั้งๆที่ยังกอดสวี่หยุนแน่น..
"..เป็นข้ามากกว่าที่ต้องกล่าวเช่นนั้น..ข้าช่างโชคดีจริงๆที่ได้มีน้องสาวเป็นเสี่ยวโหยวผู้น่ารักน่าเอ็นดูคนนี้.." สวี่หยุนกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะลูบหัวเด็กสาวอย่างเบามือ..
"ฮิฮิ..เป็นอย่างที่พี่ชายกล่าวก็ได้.." หลินเสี่ยวโหยวหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขึ้นอย่างเลือนราง..ผ่านไปเพียงครู่เดียวเด็กสาวก็ตกลงไปในภวังค์นิทราอย่างรวดเร็ว..ผ่านไปสักพักจู่ๆสวี่หยุนที่มองดูหลินเสี่ยวโหยวด้วยแววตาลึกซึ้งยากอธิบายอยู่ก็กล่าวขึ้นมา..
"..อีกไม่นานหรอกที่เสี่ยวโหยวจะได้พบกับท่านแม่ของเสี่ยวโหยว..เสี่ยวโหยวช่วยรอข้าอีกนิดนะ.." สวี่หยุนกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงที่บางเบาเป็นอย่างยิ่ง..แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นหลินเสี่ยวโหยวที่ดูเหมือนจะหลับไปแล้วก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยโดยที่แม้แต่เด็กสาวเองก็ไม่รู้ตัว..
สวี่หยุนละสายตาออกมาจากหลินเสี่ยวโหยวก่อนที่สมองของเขาจะทำงานอย่างรวดเร็วทำให้มีความคิดมากมายไหลผ่านเข้ามาราวกับสายนํ้า..
'ถึงแม้ตอนนี้ข้าจะมีถึงสองหมื่นหินลมปราณระดับตํ่าแล้ว..แต่พี่เหวินกล่าวไว้ว่าส่วนมากจะวรยุทธระดับทมิฬจะใช้หินลมปราณระดับตํ่าถึงห้าหมื่นก้อนต่อวรยุทธ..เช่นนั้นข้าควรจะขายหญ้าลมปราณบูรพาไปดีหรือไม่? ข้าคงจะขายหญ้าดารานํ้าเงินไม่ได้แน่นอนไม่งั้นทางสำนักกระบี่ล่องนภาได้ลอบส่งนักฆ่ามาตามป่วนชีวิตของข้ากับเสี่ยวโหยวเป็นแน่..หรือข้าจะไปล่าสัตว์อสูรดี..?' สวี่หยุนครุ่นคิดเรื่องในหัวไปมาอย่างรวดเร็ว..ผ่านไปสักพักเขาก็ได้ข้อสรุปว่าจะใช้เวลาพรุ่งนี้ทั้งวันในการไปออกล่าสัตว์อสูรให้ได้มากที่สุด..หากได้น้อยกว่าที่สวี่หยุนคิดเขาก็จะทำการนำหญ้าลมปราณบูรพาไปขาย..ถึงแม้สวี่หยุนจะไม่รู้ราคาของหญ้าลมปราณบูรพาแต่ดูจากความหายากของมันแล้วก็สมควรมีราคาดีอยู่บ้าง..
'หากล่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นกลางก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับข้าเลยแม้แต่น้อย..แต่สำหรับสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูง..หากข้าต้องการสังหารมันก็คงต้องใช้ลูกแก้ววารีอัคคีเพียงเท่านั้น..' สวี่หยุนสรุปความคิดในหัวออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่สวี่หยุนจะตัดสินใจยกมือขวาขึ้นมาทำให้ลมปราณธาตุอัคคีลอยออกมาจากฝ่ามือทันที..หลังจากที่ลมปราณธาตุอัคคีลอยออกมาสวี่หยุนก็ทำการมองดูมันพร้อมกับครุ่นคิดเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับอัคคีเพราะสวี่หยุนคิดว่าตัวเขาเองอาจจะเพิ่มระดับความเข้าใจของธาตุอัคคีได้บ้าง..
แน่นอนว่าที่สวี่หยุนเลือกทำเช่นนี้เพราะต้องการควบแน่นลูกแก้ววารีอัคคีหลายลูกให้รวดเร็วขึ้นไม่มากก็น้อย..
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------