“บังอาจ!!”เสิ่นเฉิงเปล่งน้ำเสียงก้องไปทั่วบริเวณจนทุกคนในที่นั้นดวงตาลุกวาวด้วยความใราวกับเสิ่นเฉินคนตรงหน้านี้ไม่ใช่เสิ่นเฉิงที่ทุกคนที่นี่เคยรู้จัก
“น้ำคำกักขฬะของเ้า ดูิ่เบื้องสูงมีโทษถึงปะาเ้าคนถ่อย ปัญญาด้อย มีตาหามีสติไม่”เสิ่นเฉิงเดินตรงเข้าจับกุมหยางเจ๋อไพล่มือของเขาไว้ที่หลังเข้าด้วยกันแล้วกดบ่าของเขาให้คุกเข่าลงต่อหน้าเซวียนจางหย่งท่ามกลางความงุนงงของทุกคนในที่นั้น
“ทะท่านเฉิง ท่านใจเย็นลงก่อนเถิดขอรับ”หลี่หลิวอวี่เอ่ยปากขอร้องยกมือขอร้องต่อชายร่างกายกำยำที่เขาเคยรู้จักทว่าแววตาคู่เดิมที่เคยเป็มิตรนั้นปรายตามองเขาอยู่เพียงเสี้ยวหนึ่งหากแต่เปลี่ยนไปราวกับกลายเป็คนละคน
“เ้ากล่าวหาไท่เว่ย์ผู้มีศักดิ์เป็ถึงพระราชนัดดาแห่งองค์เยวี่ยจั้นฮองเต้ได้อย่างไรกันสร้อยเล็กน้อยเป็เพียงแค่เศษกรวดสำหรับไท่เว่ย์ที่มีทรัพย์สินจนล้นท้องพระคลังไท่เว่ย์ของข้ามีเหตุจำเป็อันใดที่ต้องเป็โจรย่องเบาขโมยสร้อยของเ้า!!”เสิ่นเฉินพูดแสดงสถานะตามจริงทั้งหมดของผู้เป็นายของตนด้วยเพราะไม่อาจทนการดูิ่จากคนโง่เขลาอย่างหยางเจ๋อได้พลางก็ค่อยสืบเท้าเดินวนไปมารอบตัวของหยางเจ๋อ
หลี่หลิวอวี่ลอบมองดูเขาขณะที่ก้มหน้ามองพื้นด้วยความหวาดกลัวชายผู้นี้ดูราวกับว่ามิใช่คนเดิมที่เขาเคยรู้จักสีหน้าที่เคยใจดีกลับเปล่งรัศมีอำมหิตจนไม่อาจแม้จะเหลือบมอง
การกระทำของหยางเจ๋อนำความอัปยศมาสู่ลี่อินและหุบเขาหมื่นพิษเป็อย่างมากจนผู้เป็เ้าของสำนักอย่างปรมาจารย์ลี่อินไม่อาจทนต่อความอับอายที่เกิดขึ้นชายาุโจึงรีบลุกลงทรุดกายลงคุกเข่าต่อหน้าผู้เป็ไท่เว่ย์ พลางปากก็พร่ำพูด“อภัยให้ข้าด้วยพระราชนัดดา ข้ามีตาหามีแววไม่ สั่งสอนศิษย์ได้ไม่ดี ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงปรักปรำผู้อื่นโดยมิไตร่ตรองข้าลี่อินขอประทานอภัยด้วยขอรับ” เ้าของผมเส้นผมสีเทาก้มศีรษะของตนลงจดพื้น
เซวียนจางหย่งเห็นเช่นนั้นพลันทรุดตัวลงประคองชายาุโผู้มีพระคุณต่อเขาขึ้นนั่งบนเก้าอี้ดังเดิม“ท่าน...ไม่ต้องขอโทษข้าหรอกตั่วฟางซื่อ ข้ามิได้ถือโทษท่านศิษย์ไม่รักดีหาใช่ความผิดของผู้สั่งสอนใหม่ ปลูกข้าวต้องได้ข้าวหากไม่ใช่เสียแล้วคงไม่อาจเปลี่ยนแปลง”
“ศิษย์พี่ท่านทำสิ่งใดลงไปเ้าคะ?เหตุใดจึงต้องกล่าวเท็จเพียงนี้” สวี่กงเหมยเบิกตากว้างหลุดปากออกถามหยางเจ๋อก่อนที่จะชี้แจงในสิ่งที่ตนแน่ใจ
“ข้าใส่กลีบดอกอบแห้งลงไปห้าส่วนบดในตัวยาทำให้รู้สึกง่วงและหลับได้สนิทตลอดคืน”จากนั้นนางจับข้อมือเซวียนจางหย่งขึ้นมาวางบนโต๊ะกดจับชีพจรอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูด
“ทั้งข้ายังเป็ผู้รินจอกยาให้ไท่เว่ย์ด้วยตัวของข้าเองทุกวันถึงแม้เขาจะดีขึ้นทว่าปราณของเขาก็ไม่แข็งแรงพอจะฝืนฤทธิ์ยาเขาไม่มีทางที่จะไปไหนในยามค่ำคืนหรอกเ้าค่ะ”
เซวียนจางหย่งลอบยิ้มกับตนเองแต่ไหนแต่ไรเขาก็มีแค่เสด็จลุงที่คอยปกป้อง แต่เสด็จลุงเป็คนสำคัญนักเพียงปรายตามองก็หามีใครกล้ามายุ่งกับเขาแล้ว ความรู้สึกที่โดนสตรีตัวเล็ก ๆปกป้องนั้นช่างเป็ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ชวนให้อบอุ่นเสียจริงทว่าบรรยากาศรายรอบตัวของเขาขณะนี้ดูเป็การเป็งานไปเสียหมดเพราะองค์รักษ์ผู้ภักดีของเขาที่ออกฤทธิ์สำแดงเดช
“เอาล่ะ เอาล่ะข้าจะไม่ถือสาเอาความเข้าใจผิดในครั้งนี้ ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็มิตรสหายและผู้มีพระคุณของข้าทั้งสิ้นขอให้เื่ที่เกิดขึ้นเป็บทเรียนและอย่าได้เดินย่ำซ้ำรอยเท้าเดิมคราหลังข้าไม่รู้ว่าจะอภัยให้ศิษย์พี่หยางเจ๋อได้เหมือนครั้งนี้หรือไม่เพราะฉะนั้นอย่าให้ได้เกิดขึ้นอีก”จางหย่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นแต่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ
“เ้าโง่ รีบคุกเข่าระลึกในพระกรุณาเสียสิ!”น้ำเสียงทุ้มของชายาุโเอ่ยสั่งหยางเจ๋อที่ดูเหมือนว่าจะยังแคลงใจอยู่หลายส่วน
“...”ทว่าเขาก็ยอมที่จะทำตามที่ลี่อินบอกแต่โดยดีอย่างไม่กล่าวถ้อยคำใด
…
มื้อค่ำอันแสนวิเศษกลับกลายเป็มื้อค่ำอันสุดสะพรึงที่สุดในชีวิตสิบเจ็ดหนาวของพ่อครัวแห่งหุบเขาหมื่นพิษอย่างหลี่หลิวอวี่เขาไม่เคยได้พบเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เขาใจนทำให้เขาฝันร้ายทั้งยังตื่นอยู่เช่นเมื่อครู่แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หลี่หลิวอวี่ก็ไม่ยอมที่จะละทิ้งความตั้งใจที่มีในวัยเด็ก
เด็กหนุ่มลอบมองจางหย่งที่กำลังนั่งทอดอารมณ์หลังจากมื้ออาหารจากตรงที่เขายืนอยู่ชายหนุ่มดูสงบและสง่างามทั้งก็น่าเกรงขามในลีลาเดียวกันหลี่หลิวอวี่จับสังเกตเขาอยู่เป็ครู่ใหญ่ก่อนที่เขาจะนำกาน้ำขึ้นมาใบหนึ่งแล้วบรรจงปรุงชาเซี๊ยะลิ้ว[1]ลงใส่ในกานั้นก่อนที่จะยกแล้วเดินตรงนำไปให้เขา
“อาอวี่เ้าตั้งใจจะทำสิ่งใด?”เสิ่นเฉิงเอาตัวเข้ามาขวางเอาไว้พาให้สองแววตาใสซื่อของหลี่หลิวอวี่เพ่งมองคนตรงหน้าดูราวกับว่าเสิ่นเฉิงจะไม่วางใจผู้ใดหลังจากที่หยางเจ๋อก่อเื่ขึ้น
“ท่านเฉิง ข้าจะนำน้ำเซี๊ยะลิ้วที่ข้าปรุงพิเศษในกานี้เข้าไปให้ไท่เว่ย์ข้าขอเข้าไปหาไท่เว่ย์ไม่ได้หรือ?”เสิ่นเฉิงเอาตัวเข้าขวางพาให้หลี่หลิวอวี่ชักเท้าถอยก้าวหนึ่งใบหน้าสงบเงยหน้ามองคนในหน้าที่องครักษ์
[1] ทับทิม