บทที่ 11 เธอชนะ
ผู้บริหารระดับสูงของโรงงานยาที่รู้เื่ถกเถียงกันอย่างดุเดือด
ฝ่ายหนึ่งคิดว่าจะทำลายยาทิ้งไม่ได้
ยาล็อตนี้ราคาสูง หากทำลายยาสำเร็จรูปปริมาณมากขนาดนี้ เื่จะต้องรู้ไปถึงกระทรวงควบคุมอาหารและยา เมื่อถึงเวลานั้นไม่ใช่แค่จะเสียหายเพียงตัวยาและส่วนประกอบยา... หรือต้นทุนราคาแพงเท่านั้น แต่ยังอาจจะกระทบไปถึงรากฐานบริษัทและความเชื่อถือของตลาดกับแบรนด์อีกด้วย
มูลค่าความเสียหายไม่อาจประเมินค่าได้
อีกฝ่ายหนึ่งให้เหตุผลง่าย ๆ แค่เพราะยาไม่ผ่าน ดังนั้นจึงไม่อาจติดแบรนด์เพื่อส่งออกจากโรงงานและนำไปขายได้... อย่างไรก็ทำเช่นนี้ไม่ได้!
ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันอย่างเอาเป็เอาตาย
ลู่เฉิงเหวินใช้มือกุมหัวแนบติดกับโต๊ะ ในหัวคิดแต่เื่ของตัวเอง
ทำไมถึงซวยแบบนี้นะ?
หลังคาบ้านรั่ว ฝนก็ยังสาดซ้ำ เจอแต่เื่ซวย ๆ ทั้งนั้นเลย!
นี่ไม่ใช่บทในเนื้อเื่สักหน่อยนี่นา? หมายความว่ายังไง? ระบบสามารถเปลี่ยนแปลงบทได้ตามอำเภอใจอย่างนั้นเหรอ?
ในบท่นี้ไม่มีหลงอ้าวเทียนแล้วใช่ไหม?
แล้วสวีเสวี่ยเจียวนี่มันยังไงกัน? ทำไมจู่ ๆ ถึงคิดจะทำร้ายฉัน?
ตอนนี้ประตูใหญ่ถูกผลักให้เปิดออก ทุกคนลุกขึ้นทันที
“ประธานสวี!”
ทุกคนต่างส่งเสียงทักทายสวีเสวี่ยเจียว
ลู่เฉิงเหวินนิ่งอึ้ง เธอมาได้อย่างไร?
สวีเสวี่ยเจียวนั่งลงฝั่งตรงข้ามของโต๊ะกลม ยิ้มกรุ้มกริ่มพลางมองลู่เฉิงเหวิน “พี่เฉิงเหวิน ฉันรู้เื่หมดแล้วนะคะ พี่คิดจะจัดการยังไงต่อ?”
“เอ่อ...”
สมองของลู่เฉิงเหวินครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว
‘ยาล็อตนี้ไม่ว่ายังไงก็ออกโรงงานไปไม่ได้ ต้องทำลาย!’
สวีเสวี่ยเจียวแอบตะลึงในใจ แววตาเปลี่ยนไปในพริบตา จ้องเขาอย่างแน่วแน่ราวกับไม่เคยรู้จักลู่เฉิงเหวินมาก่อน
ต้องทำลาย?
นี่คือความคิดที่แท้จริงในใจของเขาอย่างนั้นเหรอ?
‘คิดออกแล้ว! ฉันบอกไปว่าจะส่งสินค้าออกตามปกติ เพื่อให้เธอเป็แกนนำคัดค้านฉัน เธอไม่มีทางปล่อยให้ยาล็อตนี้ออกโรงงานแน่’
‘ถ้าเธอเกลียดฉันมากพอ ในอนาคตก็คงจะไม่สนใจฉันอีก ฉันจะถือโอกาสนี้ทำให้เกิดความขัดแย้ง จากนั้นก็ถอนหุ้น! ใช่ ทำตามนี้!’
‘ฉันนี่มันฉลาดซะเหลือเกิน!’
ลู่เฉิงเหวินคิดถึงตรงนี้แล้วก็เริ่มหัวเราะขึ้นมา
ชายหนุ่มเดินมาอยู่ตรงหน้าสวีเสวี่ยเจียว “น้องเสวี่ยเจียว ดูนะ เื่มันก็เป็แบบนี้ไปแล้ว! ต้นทุนในการผลิตยาล็อตนี้สูงเกินไป การลดทอนส่วนประกอบยาน่ะเป็ความคิดของฉันเอง ถึงแม้ฤทธิ์ยาจะลดลงไปบ้าง แต่ยังไงซะยาที่เราผลิตก็เป็ยาจีนสูตรโบราณ กินแล้วไม่ตายหรอก!”
“แต่หากทำลายยาทิ้ง เื่ก็จะรู้ไปถึงกระทรวงควบคุมอาหารและยา พอถึงตอนนั้นพวกเราก็ต้องแถลงข่าว แบบนั้นโรงงานยาของเราก็ถึงจุดจบกันพอดี! ชื่อเสียงโรงงานผลิตยาแห่งที่เก้าของพวกเราต้องป่นปี้! หุ้นก็จะตกไปด้วย ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ยาในระยะต่อไปก็จะลดลง ในอนาคตไม่อาจทำเงินได้อีก!”
“เราจะปิดปากคนที่รู้เื่นี้ทั้งหมด ตอนนี้ต้องทนรับแรงกดดันเพื่อทำงานใหญ่ก่อน! ถูกต้องไหม?”
ลู่เฉิงเหวินมองดูสวีเสวี่ยเจียวด้วยท่าทียิ้มแย้ม ทว่าในใจคิดด้วยความกลัดกลุ้ม
‘ด่าฉัน ด่าสิ รีบด่าเลย! แย้งสิ คัดค้าน รีบคัดค้าน!’
‘ฉันจะถอนหุ้น ส่วนเธอมาเป็หุ้นส่วนใหญ่ นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไปเราสองคนแยกกันอยู่ห่าง ๆ ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกันอีก’
‘เธอจงไปจับคู่กับหลงอ้าวเทียนซะดี ๆ ไปเป็เมียน้อยเขาซะ เราสองคนต่างคนต่างเดิน ไม่ต้องมาขวางทางกัน!’
ทว่าสวีเสวี่ยเจียวไม่ใช่คนที่ใครจะหาเื่ได้ง่าย ๆ
อีตานี่ตั้งใจจะทำลายยาล็อตนี้
แต่เขากลับไม่ลงมือเอง คิดจะให้ฉันเป็คนจัดการ เื่นี้มันหมายความว่ายังไง?
หมอนี่มีจรรยาบรรณของแพทย์ั้แ่เมื่อไรกัน?
อีกทั้งยังคอยหลบฉันราวกับหลบเชื้อโรคร้าย คิดจะทำอะไรกันแน่?
ฉันต่ำต้อยถึงขนาดต้องไปเป็เมียน้อยให้อีตาอุบาทว์หลงอ้าวเทียนนั่นเลยงั้นเหรอ?
สวีเสวี่ยเจียวกลอกตา ก่อนจะยิ้มตอบ “พี่เฉิงเหวิน ฉันคิดเหมือนพี่เลย! โรงงานยาไม่มีพี่ไม่ได้จริง ๆ ในเวลาฉุกเฉินสำคัญแบบนี้ ยังไงก็ต้องมีพี่เป็คนบังคับควบคุม!”
รอยยิ้มของลู่เฉิงเหวินแข็งค้าง
เขามองสวีเสวี่ยเจียวราวกับมองดูคนที่ตัวเองไม่เคยรู้จักมาก่อน
“เสวี่ยเจียว ฟังผิดไปรึเปล่า? ที่ฉันพูดคือ... ให้ติดแบรนด์ ส่งออกโรงงาน ขายยาออกไป...”
“ไม่ผิดค่ะ!” สวีเสวี่ยเจียวพูด “ฉันก็คิดแบบนี้เหมือนกัน!”
ลู่เฉิงเหวินส่ายหน้าอย่างแรง รู้สึกราวกับโลกของตัวเองกำลังถล่ม
‘นี่มันอะไรกัน!?’
‘สวีเสวี่ยเจียวผู้มีจรรยาบรรณทางการแพทย์ ทำเื่แบบนี้ได้ยังไง? เื่ผิดคุณธรรมแบบนี้เธอยังเห็นดีเห็นงามด้วยได้? น้ำเข้าสมองรึไง?’
ลู่เฉิงเหวินฉีกยิ้มออกมา “เสวี่ยเจียว เธอต้องคิดให้ดีนะ นี่มันยานะ! ยามีไว้เพื่อทำอะไร? เพื่อรักษาคน! ถ้าคุณภาพยาไม่ผ่าน จะเป็ภัยต่อผู้ป่วย เธอคิดดูให้ดีนะ คนนับพันนับหมื่นจะต้อง...เฮอะๆ ๆ! เพราะยาของพวกเรา เธอเข้าใจใช่ไหม?”
“เข้าใจ ฉันเข้าใจชัดเจนดีเลยค่ะ” สวีเสวี่ยเจียวตั้งใจและมุ่งมั่นแล้วเช่นกัน
นี่คือเกมที่แข่งขันกันว่าใครจะกะพริบตาก่อน
ทั้งสองต่างก็แอบตัดสินใจไว้แล้วว่ายาล็อตนี้จะส่งออกจากโรงงานไปไม่ได้เด็ดขาด
ต่างฝ่ายอยากจะให้ฝ่ายตรงข้ามเป็คนเสนอออกมา
สถานการณ์ในตอนนี้คือ สวีเสวี่ยเจียวรู้ความคิดของลู่เฉิงเหวินแล้ว แต่ลู่เฉิงเหวินยังคงอยู่ในภาวะงงงัน มองเหตุการณ์คลุมเครือไม่ออก
สวีเสวี่ยเจียวชนะั้แ่เริ่มต้นแล้ว
สาวน้อยใจโหดกล่าวด้วยสีหน้าที่ไร้ซึ่งความเคร่งเครียด “แค่ยาล็อตเดียวเท่านั้นเอง จะเป็ไรไป? ถ้าเป็ภัยต่อผู้ป่วยขึ้นมา ก็ถือซะว่าเป็ความซวยของพวกเขา ใครใช้ให้พวกเขาป่วยกันล่ะ? พี่เฉิงเหวินว่าถูกต้องไหมคะ?”
“แต่พวกเรานี่สิที่เป็คนจ่ายเงินไปเป็จำนวนมาก ถ้าไม่ได้กำไรกลับมาจะเสียหายหนัก พี่เฉิงเหวิน ฉันสนับสนุนพี่ค่ะ! เอาอย่างนี้ ฉันจะเซ็นชื่อลงนาม ยาล็อตนี้เริ่มส่งออกจากโรงงานวันนี้เลย และต้องส่งออกไปให้หมดในสามวัน!”
พอสัญญาถูกส่งขึ้นมา เลขาก็ยื่นไปให้เธอ สวีเสวี่ยเจียวทำท่าจะลงนาม
เมื่อเห็นหญิงสาวทำท่าจะลงนามขึ้นมาจริง ๆ ลู่เฉิงเหวินก็ใช้มือปิดช่องลงนามด้วยความร้อนรน พลางจ้องมองสวีเสวี่ยเจียว
หญิงสาวเบิกดวงตากลมโตใสกระจ่างจ้องมองลู่เฉิงเหวิน “พี่เฉิงเหวิน มีอะไรงั้นเหรอคะ?”
ลู่เฉิงเหวินโมโหจนตัวสั่น เขารู้สึกผิดหวังในตัวสวีเสวี่ยเจียวมาก
‘วันหลังไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพี่ เธอเป็พ่อฉันต่างหาก!’
“เสวี่ยเจียว เธอ... คิดดีจริง ๆ แล้วเหรอ?”
“คิดดีแล้วค่ะ!” สวีเสวี่ยเจียวตอบ “ฉันเชื่อพี่เฉิงเหวิน พี่ว่ายังไงฉันก็ว่าอย่างนั้น”
ลู่เฉิงเหวินก้มหน้า กลุ้มใจจนอยากจะะเิตัวตาย
เขาคว้าเอกสารมาฉีกเป็ชิ้น ๆ
สองมือของลู่เฉิงเหวินค้ำกับโต๊ะ ก้มหน้า และเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “รายงานต่อกระทรวงควบคุมอาหารและยา ยาล็อตนี้พวกเราจะรีบทำลายทิ้งให้เร็วที่สุด ให้กระทรวงส่งคนมาควบคุมด้วย”
“และให้ภายในทำการตรวจสอบอย่างเป็ระบบ แผนกที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้เขียนรายงานขั้นตอนมาเสนอ”
“ตรวจค้นเ้าหน้าจัดซื้อที่เกี่ยวข้อง ถอนใบอนุญาตประกอบการของพวกเขา และส่งมอบตัวให้ทางตำรวจดำเนินคดีสอบสวน”
สวีเสวี่ยเจียวหัวเราะ เธอชนะ!