“เฮ้ยชิด... อยากลุยเดี่ยวก็ตามสบายนะ แต่จะเอาะเิไปด้วยทำไมวะ” ไอ้หนุ่มหน้าเข้มผิวน้ำตาลคล้ำชำเลืองมองผมพร้อมความไม่พอใจ ด้วยความที่ตามันคมค้มคมอารมณ์แบบพระเอกหนังอินเดีย ยิ่งทำให้รู้สึกอยากตอบมันด้วยเสียงเพลงแทน
“บักเจเอ๋ย งานจ่ารอบที่แล้วเราไม่ได้เอาะเิไปใช่ป่ะ” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวน “ประตูรถเลยต้องพรุนไง”
“แล้วเอาะเิไป.. ะเิโทรศัพท์มือถือที่ราคาเกือบเท่าค่าจ้างไปเนี่ยนะ” ไอ้หนุ่มลูกครึ่งอินเดียเอามือก่ายหน้าผาก
ก็แค่เตรียมพร้อมไว้ก่อนไงบักหำเอ๋ย ผมไม่สนมันแล้วหันไปบรรจงใส่ะุลงในซองแม็กกระซีน
“ก็ไม่ได้จะใช้ซะหน่อยน่า ขู่ไง มันอาจจะเกรงใจก็ได้”
นายหน้าคล้ำไม่พูดต่อ แค่ขมวดคิ้วแล้วเดินไปชงกาแฟแทน เป็เช้าที่สดใสในห้องพักโทรมๆ ของผมเอง ห้องเช่าราคาแสนถูกที่มีไว้แค่แวะมากินข้าว และเก็บปืน ทั้งที่เป็ห้องเช่าชื่อของผมแต่ก็เป็นายเจ สันชัย ตรีประดับ เป็คนจ่ายค่าห้องทั้งหมด เพราะมันรวย
อาจดูเหมือนเห็นแก่ตัวเป็บ้า แต่พวกเราก็อยู่กันแบบนี้มาั้แ่ ม.ต้น จากห้องที่เคยแชร์เงินกัน ก็กลายเป็มันจ่ายไว้เก็บของคนเดียว ทุกวันนี้มีแค่โต๊ะเตี้ยไว้วางของกับผ้ารองตูดสี่ผืนก็เพียงพอ
“เฮ้ยชิด โกโก้สองช้อน กาแฟสามช้อน น้ำตาลสอง แล้วเอาอะไรอีกวะ” สันชัยถามส่วนผสมที่ผมชอบชงให้มันกิน
“ครีมสาม คุกกี้หมดยังวะ?”
“เอาขนมปังใกล้ขึ้นราของคุณพี่ไปแดกให้หมดก่อนเลย ซื้อมาทิ้งไว้ทำไมนักหนาวะ ซื้อมาแล้วก็ไม่กิน” บ่นเป็แม่กูไปได้บักหล่อนี่ ไม่รู้จะด่ามันยังไง กาแฟก็ให้มันชง “กี่โมงแล้ววะเจ เปิดดูข่าวหน่อยเด๊ะ”
ไอ้เจเดินเอากาแฟสองแก้วกับเครื่องเคียงมาวางบนโต๊ะทรงเตี้ยพร้อมเขี่ยอุปกรณ์ประกอบปืนพกบนโต๊ะร่วงกราวลงไป ต่อด้วยปลายเท้าจิ้มไปที่รีโมท แล้วเสียงผู้ประกาศข่าววัยคุณแม่ก็ร่ายออกมา
‘...กองทัพอเมริกันภาคพื้นเอเชียยังคงตรึงกำลังตามแนวเส้นแบ่ง...’
สันชัยเท้าคางมองพลางจิบกาแฟ “รอบที่แล้วก็ปะทะกันเล็กๆ ทีนึงแล้วนี่ เล่นเอาพวกขนยาลำบากไปเลย” เสียงซดกาแฟแบบผู้มีอันจะกินตัดกับนักข่าว “อุ้ฟ! ค่อก ร้อนเว้ย!” และสำลักแบบขี้ข้าในเรือนเบี้ย
“กูอุตส่าห์สั่งอะไหล่รถถังสี่ขามาเพิ่ม!” สันชัยสบถพร้อมเกาหัวหยักให้ผมยับ “จะยิงกันกับจีนไปถึงไหนว้า ขนของเถื่อนเละเทะหมด”
“เื่มันแล้วไปแล้วน่า คืนนี้ไปหาอะไรอุ่นๆ ซดกันดีกว่า เดี๋ยวพี่เลี้ยงเองไอ้น้อง!” ผมทำเป็ยิ้มฉลองแล้วบ้องมือเข้าหลังซ้ำมันเล่นๆ
“ฉลองอะไร! เชื่อดิ งานนี้พังแน่ๆ ไอ้จ่าเส็งเอาแน่เอานอนไม่ได้มึงพูดเองแท้ๆ”
“แต่รอบนี้มันมัดมือชกมาแล้วไง เบื่อเป็ยามแล้วด้วยว่ะ เอาซะหน่อย”
ใช่ รอบนี้ผมกะว่าจะไม่ทำ แต่เมื่อคืนหลังจากโดนยัดงานส่งของก็ดันฝันแปลกๆ ต่ออีก ฝันว่าตัวเองกลับไปเป็เด็กน้อยอยู่ในเครื่องบิน ใส่เกราะรบเตรียมโดดร่มส่งตัวจากชั้นบรรยากาศ ฝันถึงอดีตที่ผู้คนที่ผมรักดั่งครอบครัวทยอยกันตายไปอีกรอบ ทั้งๆ ที่เป็ลางไม่ดีจนสะดุ้งตื่นเฮือกใหญ่ แต่พอตอนที่กะว่าจะช่างแม่งแล้วนอนต่อก็ดันไปนึกถึงฝันชายในเงาดำนั่น ทำให้เกิดความรู้สึกอยากจะรับงานนี้ซะงั้น เป็ความรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างมันติดค้างอยู่กลางฝ่ามือ ล้างเท่าไหร่ก็ไม่ออก นอกจากจะรับงานนี้ของจ่าเส็ง
“มันมีเหตุผลส่วนตัวนิดหน่อยว่ะเจ ไม่ได้อยาก แต่มันรู้สึกว่างานนี้ให้ทำฟรีก็เอา”
“ฮ้า! นี่คุณพี่มีความเชื่ออะไรขึ้นมาได้วะ ทุกทีเกลียดเื่โชคลางยังกับขี้เลยไม่ใช่เรอะ” สันขวาน เอ้ย สันชัยล้อเลียนผมด้วยท่าทางแบบที่ผมชอบกวนมันตอนพ่นเื่ดวงจีบผู้หญิง
“ก็ดีกว่าไอ้คนที่โดนผู้หญิงหลอกฟันอย่างมึงล่ะว้า ฮ่าฮ่าฮ่า! เมื่อคืนได้ข่าวว่าโดนทอมโฉบเด็กไปนี่หว่า” ผมหันไปยิ้มปลิ้นลิ้น พร้อมกำปั้นสอดนิ้วโป้งเข้าหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ยุกยิกล้อเลียนมัน
"เฮ้ย!!! รู้ได้ไงวะ! ก็บอกให้ไอ้ตุ๊ดนั่นมันเงียบปากไปแล้วนี่หว่า" พ่อแขกคล้ำตาตื่นเสียงหลง
ไอ้ตุ๊ดนั่นคือเ้าของร้านเหล้าใต้สถานีรถไฟฟ้าขาประจำพวกผม
"แล้วเอ็งดันไปไว้ใจไอ้ตุ๊ดแอฟริกันนั่นทำไมเล่า ฮะฮ่า! มันโทรมาบอกตอนทุ่มนึง ตกลงว่าจริงสินะ"
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า สันชัยกำหมัดแน่นพร้อมลุกขึ้นทำท่าจะออกจากห้อง
"หนอย! ไอ้ตุ๊ดดำ! ป่านนี้รู้ไปถึงอรุณแล้วแหงๆ ตายห่าล่ะกู!"
อนึ่ง น้องอรุณคือแฟนเก่าแก่ที่พ่อลูกเศรษฐีตามจีบจนติดมาั้แ่มหาลัยปีหนึ่ง จนทั้งคู่จะเรียนจบแล้วเื่ที่นายลูกแขกโคตรจะเ้าชู้ก็ความแตกจนแยกย้าย
"เฮ้ยๆ อรุณมันไปมีผัวใหม่แล้วม้างงงงง" ผมแหย่มันไป
"เมื่อวานพึ่งนัดกันว่าจะพาไปเที่ยวต่างหากเว้ย ฉิบล่ะสิ อุตส่าห์ง้อได้!" สันชัยล้วงกระเป๋ากางเกงกดปลดล็อครถเก๋งที่จอดอยู่นอกบ้าน
"อ้าวแล้วจะรีบไปไหนล่ะนั่น ไม่อยู่ช่วย..."
"ไปง้ออรุณน่ะเซ่! อีตุ๊ดเอ๊ยยยยย! โดนเด็กทิ้งแล้วยังจะเสียแฟนอี๊ก!!!" แล้วก็ปิดประตูอัดหน้าผมออกไปอย่างรวดเร็ว
"แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจอีตุ๊ด มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกําหนัด ฮ่าฮ่าฮ่า"
'...่ต่อไปขอเชิญพบกับ เมืองไทยจะไปไหนต่อ และพิธีกรคุณสิโร...' คุณผู้ประกาศข่าวสาวใหญ่กำลังจะจากไป ขณะที่สาววัยใสกำลังจะตีกับอดีตแฟน อรุณมันเตะหนักใช้ได้เลยนะสันชัยเอ้ย อืมมม เอาลูกเหล็กสำหรับอัดกระจกรถเหน็บเอวไปด้วยดีกว่า
แล้วเวลา 15 นาฬิกา ก็มาถึง จ่าแวะมาหน้าคอนโดที่ผมทำงานตามนัดเป๊ะ ซะเมื่อไหร่ มาเอาเกือบบ่ายสี่ ตาลุงหุ่นท้วมสวมชุดตำรวจหน้ายิ้มเดินเข้ามาหาผมด้วยท่าทางเนิบนาบแบบคนไม่รีบร้อนอะไร
"ตำรวจไม่เคยมาสาย มาก่อนก็ไม่เคย แต่จะมาตรงเวลาอย่างที่ตั้งใจ" พร้อมยกกระเป๋าเอกสารสีน้ำตาลขึ้นจนเกือบจะนาบหน้าผม
"อย่ามาตลกแกนดาล์ฟพี่เส็ง ยืนรอจนหำเปียกแล้วเนี่ย" ผมทำปากเหยเกเขยิบหน้าไปจ้องตาเขา "เพราะตำรวจมาตรงเวลาแบบพี่ไง โจรมันถึงเต็มเมืองไปหมด"
"เอาน่าชิดเอ้ย ข้าแก่แล้วนะ ฮ่าฮ่าฮ่า" แล้วจ่าก็อัดกระเป๋าเข้ากลางอกผม
ผมจับพลิกด้านดูรอบๆ กระเป๋าแบบล็อคกุญแจรหัส เฮ้ยๆ นี่มันยังกับหนังของเควนตินจริงๆ แล้วนะเนี่ย
"อย่าบอกนะว่ารหัสคือ 666 น่ะพี่"
"ไม่ใช่พัลพ์ฟิคชันนะไอ้น้อง" เขาควักธนาบัตรใบเทาขึ้นมา 5 ใบ ยัดใส่กระเป๋ากางเกงข้างซ้ายผม
"แต่เมื่อกี้พี่เล่น The Lord of the Ring ใส่ผมเลยนะ ไหนขอลองรหัสดูเด๊ะ"
ผมขยับนิ้วหมุนรหัสกุญแจ ขณะที่จ่าย้ายก้นไปขึ้นมอเตอร์ไซทำท่าจะขับออกไป
"ชิดเอ้ย งานนี้ไม่รู้ ไม่ดู ไม่ถาม งานเสร็จรับตัง..."เขาหันมาบอกสถานที่กับผมพร้อมติดเครื่องยนต์ "...ท่าที่ 7 ท่าเรือคลองตาเพิ่ม ไปถึงแล้วนั่งรอ วางกระเป๋าขวามือ พอมีคนมาหาให้บอกว่า 'มาม่ามาส่งแล้วครับ' แล้วรับตังที่เหลือไป"
"อ่าฮะ ผมไม่ไปสายแน่นอนจ่า ไปถึงก่อนก็ไม่เคย แต่จะไปถึงตรงเวลาอย่างที่ตั้งใจ" พร้อมรอยยิ้มพริมใจ
"มึงนี่มันกวนตีนไม่เคยสร่างเลยจริงๆ ไอ้ชิด ข้าไปล่ะ" ว่าแล้วก็ควบมอไซออกไปอย่างไวว่อง
โอเค ไปส่งให้ถึงก็พอสินะ ก็เล่นไม่บอกเวลามาเองนี่หว่า